| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
อาวุธของสมณะ
สลักธรรม 1
" ข้าแต่พระคุณเจ้า ท่านจะไปที่ไหน?"
"พวกอาตมา จะไปหาที่สัปปายะเพื่อจำพรรษา" พระภิกษุกล่าว
พวกอุบาสกอุบาสิกาจึงอาราธนาพระภิกษุให้อยู่จำพรรษาในป่าแห่งหนึ่งไม่ใกล้ไม่ไกล พวกทายกทายิกาสร้างกุฏิ ๕๐๐ หลัง ถวายพระภิกษุสงฆ์แล้วอุปถัมภ์ด้วยปัจจัย ๔ ส่วนอุบาสกอุบาสิกาก็พากันตั้งอยู่ในไตรสรณคมน์สมาทานศีล
พระภิกษุสงฆ์เหล่านั้นเป็นผู้มีศีล พวกรุกขเทวดาที่อาศัยอยู่ในป่านั้น พาบุตรและภรรยาลงมาจากต้นไม้อยู่ที่พื้นแผ่นดิน ด้วยสำคัญว่า พระผู้เป็นเจ้าจักอาศัยอยู่ชั่วคราวแล้วจะไป แต่วันแล้ววันเล่าจนผ่านไปครึ่งเดือน พวกรุกขเทวดาก็ทราบว่าพระภิกษุสงฆ์จะอยู่จำพรรษาตลอดสามเดือน จึงรำพึงว่าถ้าเป็นเช่นนั้นพวกเราทั้งหลายจักลำบากไม่น้อย โดย TaRa [26 เม.ย. 2549 , 07:40:44 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.39 )
สลักธรรม 2
พวกเทวดาจึงปรึกษาหารือกันว่า "ด้วยอุบายอย่างไร จะให้พระภิกษุทั้งหลายออกไปจากที่นี้ได้" แล้วจึงแสดงนิมิตที่น่าสพรึงกลัวต่างๆ เช่น ร่างผีหัวขาดน่าเกลียดน่ากลัว ทำให้ได้ยินเสียงอมนุษย์น่าขนพองสยองเกล้า และมีกลิ่นเหม็นเน่าน่าสะอิดสะเอียนในที่พักทั้งกลางคืนกลางวัน จนถึงที่เดินจงกรม ทำให้ภิกษุเหล่านั้นเกิดโรคต่างๆ
วันหนึ่ง หมู่พระภิกษุ สงฆ์ประชุมกัน เห็นพระภิกษุต่างองค์ก็ซูบผอม หน้าตาไม่เบิกบาน ต่างถามกันและกันว่า "ท่านผู้มีอายุ ท่านมีโรคอะไร มีอาการอย่างไร?" แล้วต่างก็แสดงความจริงที่ได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น และโรคภัยไข้เจ็บนานาประการที่เกิดขึ้นกับตน
พระภิษุสงฆ์ตกลงกันว่า จะไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค กราบทูลขออนุญาตเปลี่ยนสถานที่อยู่จำพรรษาหลัง จึงออกจากป่าเดินทางไปเพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาคจึงตรัสถามว่า "ภิกษุทั้งหลาย พวกเธออยู่ในป่าไม่ได้หรือ?"
"ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ทั้งหลายไม่อาจอยู่ในป่า " แล้วกราบทูลตามความจริงทุกประการ กราบทูลขออนุญาตไปจำพรรษา ณ ที่อื่น โดย TaRa [26 เม.ย. 2549 , 07:41:25 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.39 )
สลักธรรม 3
พระศาสดาทรงพิจารณาไม่เห็นที่อื่นเป็นที่สัปปายะแก่ภิกษุ ๕๐๐ รูป เหมือนที่ป่าเดิม จึงตรัสแก่ภิกษุว่า "ภิกษุทั้งหลายพวกเธอจงกลับไปที่ป่าเก่าเถิด"
ภิกษุกราบทูลว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ไม่อาจอยู่ในป่าเก่าได้"
"ดูกร ภิกษุทั้งหลาย แต่ก่อนพวกเธอไม่ถือเอาอาวุธไป บัดนี้พวกเธอจงถือเอาอาวุธไป"
"อาวุธอะไร พระเจ้าข้า"
"ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ตถาคตจะมอบอาวุธให้พวกเธอ พวกเธอนำเอาอาวุธนี้ไปด้วยความกล้าหาญเถิด" แล้วจึงตรัสเมตตสูตรว่า
"กรณียมตฺถกุสเลน ยนฺตํ สนฺตํ ปทํ อภิสเมจฺจ สกฺโก อุชู จ สุหุชู จ สุวโจ จสฺส มุทุ อนติมานี ฯลฯ ทิฏฺฐิญฺจ อนุปคมฺม สีลวา ทสฺสเนน สมฺมปนฺโน กาเมสุ วิเนยฺย เคธํ น หิ ชาตุ คพฺภเสยฺยํ ปุนเรตีติ" โดย TaRa [26 เม.ย. 2549 , 07:41:48 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.39 )
สลักธรรม 4
ดังนี้แล้วตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงสาธยายเมตตสูตรภายนอกป่าจนถึงวิหารที่อยู่เถิด " ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลลาพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาททุกประการ
เทวดาเหล่านั้นก็รับได้เมตตาจิตจากพวกภิกษุ จึงทำการปฏิสัณฐานต้อนรับโดยความเคารพนับถือ ทำการอารักขาอย่างเรียบร้อย นิมิตต่างๆ เสียงอมนุษย์ และโรคต่างๆ ก็หมดไป
พระภิกษุสงฆ์ได้เสนาสนะสัปปายะแล้วก็มีจิตใจสงบพิจารณาอัตภาพเห็นความเสื่อมสิ้นไปของสังขารว่า ขึ้นชื่อว่า อัตภาพนี้ เหมือนภาชนะดิน เพราะอรรถว่า ต้องแตกทำลายไปเป็นธรรมดา ไม่มั่นคงถาวร มีจิตหยั่งลงในวิปัสสนา ไม่ช้าไม่นาน ภิกษุเหล่านั้นก็บรรลุพระอรหันต์
การเจริญเมตตาภาวนาก็เป็นส่วนหนึ่งที่อุปการะเกื้อกูลแก่การปฏิบัติของพระโยคีบุคคลแม้ศีลของพระโยคีบุคคลบริสุทธิ์ ก็ยังไม่พอจะทำให้สัตว์ทั้งหลายเกิดโสมนัสชื่นชมยินดี ดังนั้น เมตตาภาวนา จึงมีส่วนอุปการะเกื้อกูลแก่การปฏิบัติ ทั้งเป็นที่โสมนัสชื่นชมยินดีพอใจแก่สัตว์ทั้งหลาย
ยังมีต่อ โดย TaRa [26 เม.ย. 2549 , 07:42:28 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.39 )
สลักธรรม 5ขอบคุณมากครับสำหรับเรื่องดีที่มีประโยชน์ครับผม
ความเมตตานี้สำคัญมากๆเลยนะครับ เป็นสิ่งที่สามารถปราบใจทั้งของตนเองและผู้อื่นได้ดีเยี่ยมเลยครับผมโดย ทับตะวัน [26 เม.ย. 2549 , 09:11:13 น.] ( IP = 58.9.136.30 : : )
สลักธรรม 6
อนุโมทนาค่ะ
เพิ่งอ่านเรื่องนี้ให้แม่ฟังเมื่อเช้านี้เอง
ขอบคุณมากค่ะโดย พี่ดา [26 เม.ย. 2549 , 13:04:18 น.] ( IP = 124.121.172.72 : : )
สลักธรรม 7
ขอบคุณมากครับ
โดย พี่เณร [26 เม.ย. 2549 , 19:24:11 น.] ( IP = 58.9.146.183 : : )
สลักธรรม 8สาระสำคัญในเมตตสูตร
เมตตสูตรปรากฏอยู่ในขุททกนิกายสุตตนิบาตบาลี และขุททกปาฐ พระผู้มีพระภาคตรัสเมตตสูตร กิจเบื้องต้นแห่งเมตตาภาวนา เรียกว่า "เมตตาบุรพภาค" ๑๕ ข้อ ดังนี้
๑. พระภิกษุผู้มีปัญญา อาจสามารถทำประโยชน์ในโลกิยธรรม และโลกุตรธรรม ๒. พระภิกษุผู้มีกาย วาจา ใจ ซื่อตรง ๓. พระภิกษุผู้มีกาย วาจา ใจ ซื่อตรงดียิ่ง ไม่มีใจคดงอ ๔. พระภิกษุผู้ว่าง่าย สอนง่าย ๕. พระภิกษุผู้มีกาย วาจา ใจ อ่อนโยน ๖. พระภิกษุผู้ไม่มีมานะ ๗. พระภิกษุผู้สันโดษ พอใจในปัจจัย ๔ ที่มีอยู่ ๘. พระภิกษุผู้เลี้ยงง่าย เพราะสันโดษในปัจจัย ๔ ๙. พระภิกษุผู้มีนวกรรมน้อย (กิจกรรมใหม่ๆ) ใช้เวลาเพื่อปฏิบัติธรรม ๑๐. พระภิกษุผู้ดำรงชีวิตเบาไม่มีภาระมาก ๑๑. พระภิกษุผู้มีอินทรีย์สงบ ๑๒. พระภิกษุผู้มีปัญญาเฉียบแหลม คมกล้า ๑๓. พระภิกษุผู้มีกาย วาจา ไม่หยาบคาย ๑๔. พระภิกษุไม่เกี่ยวข้องติดอยู่ในสกุล ๑๕. ผู้มีปัญญาอื่น ติเตียนบาปกรรมใด บาปกรรมอันนั้นแม้เล็กน้อย พระภิกษุก็ไม่พึงประสงค์
รวม ๑๕ ข้อเหล่านี้ เป็นกิจเบื้องต้นแห่งการเจริญเมตตาภาวนาแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย
โดย TaRa [27 เม.ย. 2549 , 08:36:45 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.37 )
สลักธรรม 9อานิสงส์ของเมตตา
ในอังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต เมตตาสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสแสดงอานิสงส์ของเมตตา ๑๑ ประการไว้ว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อเมตตาเจริญวิมุติอันบุคคลเสพแล้ว เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ทำให้เป็นดุจยาน ทำให้เป็นที่ตั้ง ให้ตั้งมั่นโดยลำดับ สั่งสมดีแล้ว ปรารภด้วยดีแล้ว พึงหวังอานิสงส์ ๑๑ ประการ ๑๑ ประการเป็นไฉน?
๑. ย่อมหลับเป็นสุข
๒. ย่อมตื่นเป็นสุข
๓. ย่อมไม่ฝันลามก
๔. ย่อมเป็นที่รักของมนุษย์ทั้งหลาย
๕. ย่อมเป็นที่รักของอมนุษย์ทั้งหลาย
๖. เทวดาทั้งหลายย่อมรักษา
๗. ไฟ ยาพิษ หรือศาสตรา ย่อมไม่กล้ำกรายได้
๘. จิตย่อมตั้งมั่นโดยรวดเร็ว
๙. สีหน้าย่อมผ่องใส
๑๐. เป็นผู้ไม่หลงใหลทำกาละ
๑๑. เมื่อยังไม่แทงตลอดคุณอันยิ่ง ย่อมเป็นผู้เข้าถึงพรหมโลก
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อเมตตาเจโตวิมุตติอันบุคคลเสพแล้ว เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ทำให้เป็นดุจยาน ทำให้เป็นที่ตั้ง ให้ตั้งมั่นโดยลำดับ สั่งสมดีแล้ว ปรารภด้วยดีแล้ว พึงหวังอานิสงส์ ๑๑ ประการนี้แลฯ
เมตตาภาวนา ไม่เพียงแต่อุปการะเกื้อกูลแก่กาลปฏิบัติของพระโยคีบุคคล ยังอุปการะเกื้อกูลแก่บุคคลทั่วไปที่เจริญเมตตาอยู่ในโลกนี้ด้วย
โดย TaRa [27 เม.ย. 2549 , 08:37:22 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.37 )
สลักธรรม 10
สำหรับบุคคลผู้เจริญการแผ่เมตตาโดยบททั่วไป ควรเจริญแผ่เมตตาทั้งภาษาบาลีและภาษาไทย หรือเจริญแผ่เมตตาเป็นภาษาบาลีอย่างเดียวนั้น ความสำคัญอยู่ที่โยคีบุคคลต้องเข้าใจความหมายชัดเจน และควรแผ่เมตตาด้วยภาษาบาลีด้วยเพื่อรักษาพุทธวจนะเดิมไว้
บุคคลที่จะต้องทำการแผ่เมตตาโดยมิได้มุ่งหวังอัปปนาฌาน จะแผ่เมตตาให้ตนเองก่อนแผ่ให้ผู้อื่นหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าหวังจะได้อัปปนาฌาน จะต้องแผ่แก่ตนเองก่อน เพื่อประโยชน์ในอันที่จะได้เป็นสักขีพยานแก่การแผ่ไปยังบุคคลอื่น
ทั้งนี้ก็เพราะว่า ความรักต่อสิ่งอื่นๆ นั้นจะมีมากมายสักเพียงใดก็ตาม ก็ไม่เหมือนความรักตนเอง ดังนั้น เมื่อทำการแผ่แก่ตนเองก่อนอยู่เสมอๆ แล้ว ความปรารถนาสุข กลัวทุกข์ ที่มีประจำใจอยู่นั้น ย่อมเกิดขึ้นเป็นพิเศษ แล้วนึกเปรียบเทียบไปในสัตว์ทั้งหลายว่า ล้วนแต่มีความปรารถนาเช่นเดียวกับตนทุกประการ
การนึกเปรียบเทียบระหว่างตนกับผู้อื่นอย่างนี้แหละ เป็นเหตุสำคัญที่จะช่วยให้เมตตาจิตเกิดขึ้นได้ง่าย และตั้งอยู่มั่นคง ในเมื่อทำการแผ่ไปในสัตว์ทั้งหลาย ตลอดจนถึงอุปจารสมาธิและอัปปนาสมาธิเกิด พระพุทธองค์ก็ได้ทรงเทศนาไว้ว่า
สพฺพา ทิสา อนุปริคมฺมเจตสา เนวชฺฌคา ปิยตรมตฺตนา กฺวจิ เอวํ ปิโย ปุถุอตฺตาปเรสํ ตสฺมา นหึเส ปรํอตฺถกาโมติ
แปลความว่า บุคคลเอาจิตใจค้นคว้าพิจารณาไปทั่วทิศ ย่อมไม่เห็นใครเป็นที่รักยิ่งกว่าตน ในที่ใดๆ ก็ตามตนนั้นแหละเป็นที่รักอย่างมาก คนอื่นก็เช่นกัน ฉะนั้น ผู้ที่รักตนไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่นแม้กระทั่งมดปลวก
![]()
โดย TaRa [27 เม.ย. 2549 , 08:38:24 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.37 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |