มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อันตรายของการทำดีโดยไม่ละโทษ







อันตรายของการทำดีโดยไม่ละโทษ


คนจะดีจะชั่วจริง ก็เพราะใจของตน ดีชั่วเป็นต้นเค้า ใจที่ดีนั้นแม้นไม่ปราศจากโทษก็ต้องเบาบางจากโทษเป็นอย่างน้อย ใจเช่นนี้ย่อมทำดีตามทางที่ชอบและสมควร ความดีที่ทำเป็นความดีของใจแท้ ด้วยทำดีเพราะจิตใจดี จึงเป็นเพื่อบริสุทธิ์

ส่วนใจที่ชั่วนั้น เต็มไปด้วยโทษ ตามลำพังเรี่ยวแรงของโทษเองก็สามารถบังคับใจให้อยากทำความดีได้ เช่น ทำให้ด้วยอำนาจทะเยอทะยาน ด้วยอยากมักใหญ่ใฝ่สูง ด้วยปรารถนาจะแข่งดี ด้วยแส่ส่ายต่าง ๆ เช่น อยากจะให้เขาชม เป็นต้น

การทำล้วนมุ่งไปหาข้างนอก ไม่ใช่ทำเพราะดีข้างใน จึงไม่เป็นไปเพื่อบริสุทธิ์ แต่กลับเป็นช่องดูแห่งมลทิน เปรียบได้เหมือนการประพรมของโสโครกด้วยของหอม

ฝ่ายใจก็ไม่ได้เห็นดีของใจเองเพราะมุ่งไปหาข้างนอก ด้วยความเข้าใจผิดว่า ความดีนั้นต้องอยู่ข้างนอก ไม่ใช่อยู่ในตนเอง จึงเห็นความดีของตนแท้ ๆ ไม่ได้ จึงย่อมเป็นใจที่หิวกระหายเหมือนคนอดโซ อดอยาก จึงไม่พ้นจากอันตรายได้

เพราะการทำดีอย่างนี้ ชีวิตจิตใจย่อมไปรวมอยู่ ที่จะให้เขารู้ เขาเห็น เมื่อเขาไม่รู้ ก็ต้องสำแดงอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งเรียกว่า สาไถย อวดความดี เพราะถ้าไม่อวดก็กลัวเขาจะไม่รู้จึงเป็นการเท่ากับ ยกตน เพราะอยากยกตนอวดความดีของตนเอง และเมื่อมียกตนแล้ว ก็ต้องมี ข่มท่าน เป็นบริวารต่อไปอีก

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 เม.ย. 2549 , 14:40:11 น.] ( IP = 203.172.117.77 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

เพราะการข่มท่านนั้นก็เพื่อจะให้ตนเองเด่นขึ้นมา สาไถยจึงเป็นอันตรายของใจ เพราะเป็นเหตุให้เข้ากับตนอยู่เสมอและไม่เป็นเหตุให้ทำความดียิ่ง ๆ ขึ้นไป อาการคือ อวดดี ยกตน ข่มท่าน เข้ากับตัวเองแล้วในทางโลก ก็เป็นที่รังเกียจอยู่แล้วทำให้เกิดการติฉินนินทา แต่ยังน้อยกว่าอันตรายทางธรรม

เพราะสาไถย มีอยู่ตราบใด มายา การปิดความชั่ว ได้แก่ความเป็นคนเจ้าเล่ห์ ก็ย่อมมีอยู่ตราบนั้น เพราะอวดความดีกับปิดความชั่วเป็นของคู่กัน

เมื่ออยากให้รู้ว่า ตนดี ถ้าไม่มีดี ก็ย่อมกลัวเขาจะรู้ว่าตนไม่ดี จึงปิดชั่วของตนไว้ เป็นอาการที่ไม่ซื่อตรง ทำให้ยากแก่การปกครองดูแล เพราะไม่ดีจริงตามที่ต้องการให้ผู้อื่นรู้ เช่น ไม่รู้ไม่สามารถในสิ่งไร จะยอมรับว่าไม่รู้ ไม่สามารถ ก็กลัวว่าตนจะไม่ดี งำความจริงของตนไว้ ทำให้คนอื่นเข้าใจไปอย่างหนึ่งบ้าง ใช้ความเดาสุ่มไปบ้าง เลี่ยง ๆ ไปบ้าง

ในทางโลกก็ไม่ดีอยู่แล้ว ในทางธรรมชี้ขาดว่ามีมายา จึงละโทษของตนไม่ได้เพราะที่ปิดบังโทษของตนเอาไว้เท่ากับเป็นการเข้ากับโทษ ใจก็เลยเป็นกันเองเสียกับโทษ ไม่ละอายต่อบาป จะละโทษของใจไม่ได้แน่ มายาจึงเป็นอันตรายของใจอีกเช่นกัน

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 เม.ย. 2549 , 14:40:43 น.] ( IP = 203.172.117.77 : : )


  สลักธรรม 2

ดังนั้นทำดีไม่ละโทษ ย่อมไม่พ้นจากมายาและสาไถยได้เลย ดีข้างนอกก็จะเอาให้ได้ โทษข้างในก็จะคงเอาไว้กินตัวเองอยู่ร่ำไป

การที่อยากจะเอาดีข้างนอกนั้น ก็คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เท่านี้เอง ถ้าไม่ได้ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ก็ไม่มีแรงที่จะทำดีต่อไป และไม่มั่นอยู่ในความดีที่ทำมา

หน้าที่ของมนุษย์ จะได้สิ่งเหล่านี้หรือไม่ก็ตาม ก็ต้องทำความดีอยู่ร่ำไป ถ้ามัวแต่ถือว่า ต้องทำความดีเพราะสิ่งเหล่านั้นเหล่านี้เป็นเหตุให้ทำแล้ว ผู้ที่ได้ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เพียงพอแล้วก็ต้องหยุดทำความดีได้แล้ว เพราะการงานที่ต้องทำเพื่อได้มาเสร็จแล้ว ไม่มีเรื่องที่จะต้องทำความดีต่อไป คงจะเกิดความทุกข์ขึ้นในโลกนี้อยากมหาศาล

การที่มุ่งไปเอาดีกับ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุขล้วนเป็นพิษแก่ตนอย่างแท้ ก็เพราะ มีลาภ ก็มีหมดลาภ มียศ ก็มีเสื่อมยศ สรรเสริญ ก็ย่อมมีนินทา สุขก็ย่อมมีทุกข์ เป็นสัจธรรมแท้จริงที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยง หรือเลือกได้

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 เม.ย. 2549 , 14:41:02 น.] ( IP = 203.172.117.77 : : )


  สลักธรรม 3

ชีวิตของมนุษย์ ต้องประกอบด้วยประโยชน์ที่เป็นธรรมจึงจะไม่เสียทีที่เกิดมาเป็นมนุษย์ ถ้าชีวิตปราศจากประโยชน์ ชีวิตก็ไร้ค่าเป็น “โมฆะ”

มีแต่ชีวิตของคนฉลาดเท่านั้น ที่ไม่ไร้ค่าคนฉลาดมีธรรมอยู่ในตัว และคนพาลนั้นมีแต่ โลกธรรมและทิฏฐิเท่านั้นฝังอยู่ในตัว สิ่งที่มีอยู่ในตัวนี้ เป็นเครื่องดำเนินเป็นมรรคาสำหรับตัวคนทุก ๆ คนไป

มรรคาอันนี้แบ่งออกเป็น ๓ ข้อ คือ

๑. โลกาธิปเตยฺย หมายถึง มีโลกธรรมเป็นใหญ่
๒. อตฺตาธิปเตยฺย หมายถึง มีทิฎฐิที่กล่าวปรารภตนเป็นใหญ่
๓. ธมฺมาธิปเตยฺย หมายถึง มีธรรมเป็นใหญ่

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 เม.ย. 2549 , 14:41:51 น.] ( IP = 203.172.117.77 : : )


  สลักธรรม 4

ชีวิตที่ ๑ เป็นชีวิตของผู้ประกอบด้วย โลกาธิปเตยฺย นั้นย่อมหมุนไปตามโลกธรรมทั้ง ๘ คือ ลาภ ไม่มีลาภ ยศ ไม่มียศ สรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์ ซึ่งย่อลงได้เป็น ๒ คือ

๑. อิฎฐารมณ์ คือ อารมณ์ที่ชอบใจ ที่น่าปรารถนา
๒. อนิฎฐารมณ์ คือ อารมณ์ที่ไม่ชอบใจ ไม่ปรารถนา

ความเป็นไปของชีวิต ที่ประกอบด้วยธรรมเช่นนี้ เรียกว่า โลกานุวัตต์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าใจนั้นไม่มีหลักธรรม เป็นเครื่องชำระตน ทุกสิ่งที่ทำไป เป็นสักแต่ว่าทำ เป็นอาการของทารก อารมณ์เป็นเครื่องล่อของมาร ถ้าใจรู้เท่าทันอารมณ์ ก็ไม่หมุนตาม แต่ถ้าใจไม่รู้เท่าทัน ชีวิตทั้งชีวิตก็ต้องถูกหมุนไปตามยถากรรม ตามเหตุปัจจัย ชีวิตเช่นนี้จึงน่าสงสารมาก

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 เม.ย. 2549 , 14:42:22 น.] ( IP = 203.172.117.77 : : )


  สลักธรรม 5

ชีวิตที่ ๒ เรียกว่า อตฺตาธิปเตยฺย คือ มีทิฎฐิปรารภตนเป็นใหญ่ คำว่า “อัตตา” นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องทำความเข้าใจให้ถูกก่อนว่า อะไรคือ อัตตา

ธรรมทั้งหมดเป็นอนัตตา นี่เป็นหลักสำคัญมาก เพราะความไม่รู้จริง เป็นเหตุให้ยึดอัตตา ความรู้จริงเท่านั้นที่จะสามารถทำลายความเห็นที่ว่าทุกสิ่งเป็นอัตตาได้ ถ้ารู้ว่าทุกสิ่งไม่มีนิมิตเครื่องหมาย เป็นของไม่มีแก่นสารสาระ ไม่มีที่ตั้ง ดังนี้ จึงจะหมดความยึดว่า อัตตา โดยเห็นจริงว่าทุกสิ่งเป็นอนัตตา อัตตานุทิฏฐิ คือความเห็นว่าตนนั้นมี ๒ คือ

ภวทิฏฐิ ว่ามีภพแน่ คือ เห็นว่าภพเป็นอัตตา และอัตตาเป็นภพ
วิภวทิฏฐิ ว่าไม่มีภพ คือ ตายแล้วสูญ ไม่มีอะไรอีก เบญจขันธ์เป็นอนัตตา ถ้าอย่างนั้น ความดีความชั่วทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำ หรือเป็นไปด้วยเบญจขันธ์ก็เป็นอนัตตา ความดีความชั่วก็เลยหมดอำนาจ เลยไม่ต้องกลัวอะไรเลยในการกระทำ จะทำดีทำชั่วก็อนัตตาทั้งนั้น อย่างนี้เรียก “หลงอนัตตา”

ชีวิตของผู้ที่เป็นไปเช่นนี้ เรียกว่า อัตตานุวัตต์ ถ้าเห็นว่ามีตัวตน ก็ทำกิจ ทำกรรมเพื่อความมีตน ถ้าเห็นว่าไม่มีตน คือ ตายสูญ ก็ทำให้ผู้นั้นทำอะไรไม่เลือกว่าดีว่าชั่ว การกระทำก็ปราศจากหลักธรรมในใจ กลายเป็นคนรกโลก

ดังนั้น คำว่าอัตตา นั้นได้แก่ตัว ทิฏฐิ ประพฤติตามทิฏฐิ เป็น อัตตานุวัตต์ ถ้าทำลายทิฏฐิเสียได้ เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นอนัตตา เป็นความเห็นที่ถูกต้อง แต่ไม่ได้หมายความว่าสูญ ดังนั้น อัตตา มีเพราะมีการไขว่คว้า อนัตตาประจักษ์ เพราะหมดความไขว่คว้า

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 เม.ย. 2549 , 14:42:44 น.] ( IP = 203.172.117.77 : : )


  สลักธรรม 6

ชีวิตที่ ๓ เรียกว่า ธมฺมาธิปเตยฺย คือ มีธรรมเป็นใหญ่ เป็นลักษณะของชีวิตที่มีประโยชน์แท้แก่ตนและผู้อื่น ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยธรรม ก็ย่อมปราศจากการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น

เป็นหลักดำเนินชีวิตชั้นสูง ดำเนินตรงไปเพื่อความพ้นจากทุกข์ ชีวิตประกอบด้วยธรรม ความเป็นไปของชีวิตก็เว้นได้จาก โลกานุวัตต์ และอัตตานุวัตต์ มีความเข้มแข็งเกิดขึ้นในตน ไม่หวั่นไหวอำนาจโลกธรรม ไม่มีความเห็นผิดจากความเป็นจริง ชีวิตเช่นนี้เรียก ธัมมานุวัตต์

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 เม.ย. 2549 , 14:43:12 น.] ( IP = 203.172.117.77 : : )


  สลักธรรม 7



คุรั

โดย ทับตะวัน [26 เม.ย. 2549 , 19:23:24 น.] ( IP = 58.9.146.183 : : )


  สลักธรรม 8

ขอน้อมกราบบูชาในการคำสอนของหลวงพ่อด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ
คำสอนจึงเปรียบเสมือนแสงทองส่องใจ ทำให้ชีวิตได้หยุดและจัดเรียบเรียงความคิดให้งดงามต่อไปค่ะ

โดย น้องอุ๊ [26 เม.ย. 2549 , 20:57:07 น.] ( IP = 221.128.108.220 : : )


  สลักธรรม 9

ได้เข้าใจต้นสายปลายเหตุของมายา-สาไถยอย่างชัดเจนขึ้น ส่วนสำคัญคือ การทำดีไม่ละโทษนี่เอง...

ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย น้องถ้วย [27 เม.ย. 2549 , 00:10:25 น.] ( IP = 58.9.135.2 : : )


  สลักธรรม 10


เข้าใจ มายา สาไถยได้ชัดเจนขึ้นค่ะ

กราบขอบพระคุณอย่างสูงในความรัก ความเมตตาที่หลวงพ่อมีให้เสมอมาค่ะ

โดย พี่ดา [27 เม.ย. 2549 , 08:45:49 น.] ( IP = 124.121.173.49 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org