มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คนเป็นกะเทยได้อย่างไร (ตอนที่๒๔)




คนเป็นกะเทยได้อย่างไร
โดย. ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร



ตอนที่ (๒๓) อ่านที่นี่

เหตุที่เป็นกะเทย


ผมคิดว่าได้นำทางมานานพอสมควรแล้ว ควรจะถึงเวลาที่ผมจะเสนอเรื่องของกะเทยตั้งแต่ในขณะปฏิสนธิให้ท่านฟัง ต่อจากนี้ไปเป็นเรื่องของกะเทยว่า เกิดเป็นกะเทยในชาติหน้ได้อย่างไร ในชาตินี้ทำบาปอะไร

ท่านทั้งหลายบรรดาผู้ที่จะเกิดมามีร่างกายพิกลพิการก็ดี พิกลพิการทางจิตใจก็ดี หรือทั้งร่างกายและจิตใจก็ดี เราแยกการเกิดที่พิการนี้ออกเป็น ๒ คือ

๑. ผลเกิดขึ้นในปฏิสนธิกาล แปลว่าให้ผลในขณะที่กำลังเกิดขึ้นมาในภพชาติใหม่ (แก๊กแรกที่เกิด)

๒. ผลเกิดขึ้นในปวัตติกาล แปลว่า ตั้งแต่เกิดแล้วไปจนถึงแก่ความตาย

ที่พูดว่าให้ผลในปฏิสนธิกาลหมายความว่า ผม "เคาะ" ให้ฟังแก๊กเดียวขณะนี้เท่านั้น(เคาะเครื่องขยายเสียง) เรียกว่าปฏิสนธิ คือ ขณะเกิด เราเรียกว่า "ปฏิสนธิกาล" และต่อจากนี้ไปจนกว่าจะตายเรียกว่า ปวัตติกาล เป็นเรื่องราวเกิดขึ้นภายหลังจากปฏิสนธิ ดังนั้น ผู้ที่จะมาเกิดเป็นกะเทยได้ทำอะไรไว้ในอดีตชาติ จึงมาให้ผลตั้งแต่ในปฏิสนธิกาลก็ได้ หรือมาให้ผลในปวัตติกาลก็ได้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 เม.ย. 2549 , 08:06:37 น.] ( IP = 58.9.140.178 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

สำหรับการให้ผลในปวัตติกาลนั้นเป็นการกำหนดของอำนาจกรรมเอาไว้ เพราะเป็นจุดเล็กๆ ยังให้ผลเต็มที่มไม่ได้ เหมือนเม็ดผลไม้เช่นมะม่วง เรามองเห็นเม็ด แต่เรามองเห็นอำนาจที่อยู่ภายในเม็ดของมันไม่ได้ อำนาจนี้แหละเป็นตัวการทำให้เกิด เป็นลำต้น กิ่ง ก้าน ดอก ใบ และผล ซึ่งรูปแบบตามพันธุ์ของมันจะให้มีรสหวานหรือเปรี้ยวก็ได้

ท่านผู้ที่เพิ่งมาใหม่ๆ ผมต้องขอประทานอภัย บางทีท่านยังไม่ได้เรียนพระอภิธรรมเรื่องจุติ ปฏิสนธิ ก็คงจะยุ่งยากใจอยู่บ้าง เพราะจะทำให้ง่ายๆ ทั้งหมดในเวลาอันสั้นไม่ได้ การบรรยายนี้ผมจะพูดในเรื่องวิชาการที่ลึกซึ้งให้น้อยที่สุด เพราะเกรงว่าท่าฟังแล้วจะไม่เข้าใจจะทำให้ง่วงนอน

ท่านทั้งหลายตามธรรมดาคนเรานั้น ย่อมจะมีอารมณ์อยู่เสมอไม่ว่าผู้ใด อารมณ์ที่เกิดทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย และทางใจ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาในอารมณ์ต่างๆ วันยังค่ำ จนนับจำนวนไม่ไหว และอารมณ์ที่เกิดขึ้นต่างๆ ทางตาบ้าง ทางหูบ้าง ทางใจบ้างเหล่านี้ ก็บาปบ้าง บุญบ้าง บาปบุญนี้เกิดที่ไหน เกิดที่ตรงเจตนา เพราะเจตนาย่อมแสดงออกซึ่งพฤติกรรมต่างๆ กรรมนั้นอยู่ที่เจตนา เจตนาไปในทางบาปหรือบุญ ดังนั้นบาปหรือบุญก็เกิดขึ้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 เม.ย. 2549 , 08:09:35 น.] ( IP = 58.9.140.178 : : )


  สลักธรรม 2

และเมื่อแสดงพฤติกรรมที่เป็นบาป หรือพฤติกรรมที่เป็นบุญแล้ว บาปหรือบุญเหล่านี้ไม่ได้หายไปไหน หากแต่เก็บเอาไว้ในใจทั้งสิ้น ท่านทั้งหลายบาป บุญเก็บไว้อย่างไรมีบทพิสูจน์มากมาย เหมือนอย่างเวลานี้ท่านทราบไหมว่า ท่านมีสตางค์อยู่ในกระเป๋า ท่านก็ตอบว่าทราบ ทำไมเล่า ท่านก็ว่า ก็จำได้ เราจะของๆ เราได้ ของที่มีอยู่ในกระเป๋ามันเก็บเอาไว้ในใจ ในใจเรารู้ว่ามีแบ๊งค์ ๕ แบ๊งค์ ๑๐ อยู่หรือเปล่า บางท่านก็จำได้ว่ามีอยู่กี่ใบ ถ้าจำไม่ได้ว่ามีสตางค์แล้วจะกลับบ้านได้อย่างไร

และจำได้ไหมว่านี่ ก.ไก่ ข.ไข่ จำได้ แต่ทำไมเล่าจึงจำได้ ก็เพราะเราเก็บ ก.ไก่ ข.ไข่ เอาไว้ เก็บเอาไว้ที่ไหน เก็บเอาไว้ในใจเรา เราเห็น ก.ไก่ ข.ไข่ เราก็จำได้เป็นอย่างดี จิตใจเก็บเอาไว้แล้วยังแสดงออกซึ่งความจำได้ด้วย

ด้วยเหตุดังกล่าวเราจะปฏิเสธว่าใจของเราเก็บอะไรไม่ได้นั้น ไม่ถูก ท่านทั้งหลายท่านจะกลับบ้านกลับถูกไหม ทำไมกลับถูกเล่า ขึ้นรถลงเรือตรงไหนก็รู้ กลับบ้านจนได้ ทั้งยังจำหน้าสามีหรือภรรยาก็ได้ด้วย เราจำเอาไว้ไหน ทำไมกลับบ้านแล้วรู้ว่าสามีของเราคนนี้ ภรรยาของเราคนนั้น ทำไมไม่ไปตู่สามีภรรยาผู้อื่นเขาเล่า

ไม่หรอกครับ เพราะจำได้ว่าสามีของใครภรรยาของใครจำไว้ในใจเก็บเอาไว้แล้วก็ยังแสดงออกมาได้อีกด้วย นอกจากจะเผลอไผลไปหลงผิดเอาน้องของภรรยาเข้าเพราะหน้าตาคล้ายกันหรืออาจจะแกล้งเผลอไปก็ได้ แน่นอน บาป บุญ ที่เก็บเอาไว้เป็นตัวการอุดหนุนให้แสดงออกมา

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 เม.ย. 2549 , 08:11:48 น.] ( IP = 58.9.140.178 : : )


  สลักธรรม 3

ท่านสาธุชนที่เคารพ อารมณ์เกิดขึ้นมาแล้วจะไม่เกิดบาปหรือบุญได้หรือ ไม่ว่าเกิดขึ้นทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ไม่ว่าจะเห็นรูป ได้ยินเสียงหรือคิดนึกก็ตาม จิตก็เก็บบาปเก็บบุญอยู่ทุกๆ วันจนนับไม่ไหว เมื่อแสดงพฤติกรรมต่างๆ ออกไป บาป-บุญที่ได้ทำมาแล้วก็ไปอุดหนุนอยู่ตลอดเวลา ท่านทั้งหลาย ลองคิดดูว่าเมื่อเวลาที่คนสอบไล่ เขาเอาอะไรมาสอบครับ เด็กสอบ ป.๑ ป.๒ หรือมัธยมก็ตาม เขาก็เอาของเก่าที่เรียนมาแล้วนั่นเองมาตอบ

ไม่เรียนมาและเก็บเอาไว้แล้วจะสอบได้อย่างไร แสดงว่ายกเอาของเก่าออกมา คำถามว่าอย่างไร จะตอบว่าอย่างไร ต้องเอาที่เรียนมาแล้วทั้งนั้น คิดไม่ออกนั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งเพราะกำลังของการเก็บไม่หนักแน่นเพียงพอ แสดงว่าในใจมีบุญบาปเก็บเอาไว้แล้วก็เอาออกมาใช้ได้เสมอ

ด้วยเหตุนี้อารมณ์ของเราที่เกิดอยู่ตามทวารต่างๆ ที่เกิดอยู่ทุกวันก็เก็บและแสดงออกอยู่ตลอดเวลาไม่มีขาดสาย แม้แต่อำนาจกรรมของอดีตชาติที่ได้ทำมาแล้วก็มาสนับสนุนอยู่ไม่ขาดสาย เช่น ให้เป็นคนโลภมาก โลภน้อย โทสะมาก โทสะน้อย สันดานผู้ดีหรือสันดานผู้ร้าย เป็นคนเกียจคร้านหรือเป็นคนขยัน เป็นคนชอบดนตรีและการแสดงต่างๆ หรือมีนิสัยเป็นช่าง

ในทางจิตใจถ่ายทอดตามสายโลหิตของพ่อแม่ตามที่ชอบพูดๆ กันไม่ได้อย่างแน่นอน และสันดานผู้ดีสันดานผู้ร้ายจะมาจากมันสมองซึ่งเป็นรูป คือสสารและพลังงานจะได้หรือ ด้วยเหตุนี้เมื่อบุคคลใดใกล้จะถึงแก่ความตาย วิถีคือการทำงานของจิตก็เกิดขึ้นและการทำงานของร่างกายและจิตใจก็เป็นไปโดยพิสดาร

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 เม.ย. 2549 , 08:14:11 น.] ( IP = 58.9.140.178 : : )


  สลักธรรม 4

เมื่อบุคคลใกล้จะตาย อารมณ์สุดท้ายใกล้จะถึงความตายนั้นก็เกิดขึ้น ความจริงอารมณ์ก็เกิดขึ้นตลอดเวลาอยู่แล้ว แม้ใกล้จะถึงแก่ความตายหรือไม่ใกล้จะตายก็ตาม แต่ที่พูดกันว่าตอนใกล้จะถึงแก่ความตายแล้วมีอารมณ์เกิดขึ้น เพื่อจะได้เห็นอำนาจอารมณ์อะไรเล่าที่เกิดขึ้น ส่วนมากได้แก่อารมณ์ที่เรามีความสันทัดจัดเจน อารมณ์ที่เกิดขึ้นจากความชำนิชำนาญนั้นมีมากที่สุด และอารมณ์ที่ชำนาญมากที่สุดนั่นแหละ จะมาปรากฏเป็นอารมณ์ขึ้นเป็นภาพให้เห็น ได้ยิน หรือเป็นความรู้สึกในใจขณะใกล้ตาย

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่ชอบไปยิงนกหรือยิงสัตว์ในป่า ออกป่าล่าสัตว์อยู่เรื่อยๆ มานาน ไม่ทราบว่าฆ่าสัตว์ไปกี่ร้อยกี่พันตัว ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่เมื่อเวลาใกล้จะถึงแก่ความตาย ก็จะได้ยินเสียงร้อง ได้ยินเสียงดิ้นรนกระสับกระส่าย บ้างก็ทำเสียงเหมือนกับสัตว์ดิ้น บางทีก็ร้องด้วยเสียงอันดังเพราะเจ็บปวดมาก

คนฆ่าหมูอยู่ที่ต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง ฆ่าหมูอยู่ทุกวันทุกเข้ามืด แล้วเป็นอย่างไรเวลาใกล้จะถึงแก่ความตายแสดงอาการเหมือนหมูออกมาเรื่อยๆ ด้วยอาศัยความสันทัดจัดเจนที่เกิดเป็นบาปนั่นเอง เวลาใกล้จะตาย อารมณ์ที่เป็นบาปเหล่านั้นก็เกิดขึ้นเป็นไปตามเสียงหรือกิริยาอาการก็เป็นไปตามที่ได้ทำมา

ผู้ที่แสดงอาการเช่นนั้นก็หนีไม่พ้นที่จะไปเกิดไม่ดี คราวนี้คนชอบกินเหล้าทำจิตของตนให้ตกอยู่ในสภาพของโมหะ ความโง่ ความหลง ขาดความสำนึกรู้สึกตัวและบุญบาปก็มิได้เอาใจใส่แล้วมีโมหะคือ ความโง่ ความหลงเข้าครอบงำ ไม่เชื่อเรื่องบุญเรื่องบาป ผลของกรรม ตลอดจนการตายการเกิดใหม่

ดังนั้นเวลาใกล้จะตายก็มีโมหะร่วมด้วย ปะปนกับอารมณ์อื่นๆ อารมณ์ที่ดีก็นำเกิดเป็นเทวดาชั้นต่ำและเป็นมนุษย์เพราะเขามีบุญมาบ้าง แต่อารมณ์บาปที่เคยกินเหล้าเมายาก็เป็นบริวารเกิดเมื่อตอนใกล้จะตายด้วย จึงกลายเป็นคนปัญญาอ่อนแทนที่จะเกิดเป็นเทวดาและมนุษย์ที่สมบูรณ์ กลายเป็นปัญญามากหรือน้อย กลายเป็นคนพิกลพิการทางจิตใจ แต่ถ้าได้เบียดเบียนสัตว์ เช่น ฆ่าสัตว์บ่อยๆ เกิดขึ้นมาแล้วก็จะพิการทั้งร่างกายด้วย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 เม.ย. 2549 , 08:17:26 น.] ( IP = 58.9.140.178 : : )


  สลักธรรม 5

วันนี้ผมจะไม่พูดยืดยาวจนเกินไป เมื่อจุติแปลว่าดับลงแล้วก็ปฏิสนธิทันที แต่อารมณ์ที่จะเป็นตัวให้อำนาจหมายความว่า อารมณ์ที่ใกล้จะตาย เป็นตัวการทำให้เกิดการปฏิสนธินั้นเป็นบุญนำเกิดแต่มีบาปพัวพัน เมื่อบาปพัวพันดังนี้ก็แล้วแต่บาปชนิดไหน ถ้าเป็นบาปฆ่าสัตว์เวลาเกิดมาก็พิกลพิการตั้งแต่ปฏิสนธิหรือภายหลังปฏิสนธิก็ได้ ถ้าเป็นคนกินเหล้าเมายาเสพยาเสพติดก็มีโมหะอวิชชาเข้าครอบงำและอุดหนุนตอนใกล้จะตาย เวลาปฏิสนธิแล้วอำนาจดังกล่าวก็ทำให้จิตของคนนั้นเป็นคนปัญญาอ่อนตั้งแต่ขณะปฏิสนธิ หมายถึงในปฏิสนธิกาล(แก๊กแรก) เลยหรืออำนาจกรรมอาจจะกำหนดเอาไว้แล้วจึงเป็นภายหลังก็ได้

ที่ว่าอารมณ์เมื่อใกล้จะตาย มีความพัวพันกับบาปกับบุญอย่างไร ผมขอเขียนรูปให้ดูนะครับ ท่านทั้งหลายเห็นผมเขียนเป็นวงกลมเป็นแถวๆ ก็จะเห็นว่า จิตเกิดดับสืบต่อกันอย่างนี้ จิตที่เกิดดับสืบต่อกันเป็นแถวๆ อย่างนี้ถ้าหากว่าเราเปรียบเทียบการทำสมาธิกับคนที่กำลังดูหนังสือ เวลาอ่านหนังสือแล้วตั้งใจดูจำได้แม่นเพราะจิตแน่วแน่เป็นสมาธิเป็นแถวเป็นแนว เหมือนกับวงกลมทุกวง

แต่ถ้าอ่านหนังสือไปด้วยนึกถึงคู่รักไปด้วย( นึกถึงคู่รักก็คือมีวงกลมเล็กซ้อนอยู่ภายใน) อ่านหนังสือก็จำไม่ค่อยได้ ทำไมจึงจำไม่ค่อยได้ เพราะจิตไม่เป็นสมาธิ จิตเกิดขึ้นมาไม่เป็นแถวเป็นแนวในอารมณ์เดียวกัน เพราะเรื่องของคู่รักเข้ามาคั่นเสียจึงทำให้มีกำลังอ่อนลง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 เม.ย. 2549 , 08:19:52 น.] ( IP = 58.9.140.178 : : )


  สลักธรรม 6

ด้วยเหตุนี้คนใกล้จะตายก็เหมือนกัน ถ้าจิตของเขาเป็นแถวเป็นแนวไม่มีอะไรมาคั่นเป็นฝ่ายบุญมีกำลังมาก การปฏิสนธิก็ดีมาก แต่ถ้าหากว่าจิตกินเหล้าเมายาเสพยาเสพติดมา(วงกลมเล็กสลับกันไป) บุคคลผู้นี้จิตของเขาก็ไม่ได้เดินเป็นแถวเป็นแนวก็ไม่มีกำลังเพียงพอเสียแล้ว อำนาจของการกินเหล้าเมายาทำให้กำลังอำนาจของจิตที่เป็นแถวเป็นแนวนั้นตกไป กำลังอ่อนไปเราพูดกันในทางธรรมะว่า มีอกุศลเป็นบริวารทำให้การกเกิดเป็นคนหรือเกิดเป็นเทวดาชั้นต่ำพิกลพิการ ทั้งนี้รวมทั้งการเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกายที่เกิดด้วยจิตอกุศลวิบากด้วย

ในทำนองเดียวกันนี้เองถ้าหากผู้ใดชอบไปทำผิดในกาม เช่น ผิดกามในบุตรสาวของเขา(หรือมีผู้ปกครอง) มิได้รับอนุญาตจากพ่อแม่ของเขา หาโอกาสทำมิดีมิร้ายกับบุตรสาวของเขา ก็ชื่อว่าผิดในกามแล้วหรือไปทำผิดทางเพศกับภรรยาของผู้อื่นทั้งชายและหญิงก็ได้ชื่อว่าผิดในกาม แม้ผู้รับใช้ที่อยู่ในบ้าน ด้วยเหตุดังนี้ เมื่อเวลาที่ใกล้จะถึงแก่ความตายอำนาจของการผิดในกามเข้ามาพัวพันปะปนอารมณ์ที่ดีที่เกิดต่อๆ กันไปเป็นแถวนั้น กำลังของการปฏิสนธิก็ตกทันทีเพราะอกุศลที่ผิดกามได้เข้ามาพัวพัน

การปฏิสนธิดังกล่าวนี้เราเรียกว่ามีกำลังน้อย จะปฏิสนธิเป็นเทวดาชั้นสูงไม่ได้ต้องเป็นชั้นต่ำ จะปฏิสนธิเป็นมนุษย์ที่สูงส่งทางจิตใจก็ไม่ได้ เราเรียกจิตชนิดนี้ว่า อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก เพราะกุศลนำเกิดแต่กุศลนี้มีกำลังอ่อนด้วยมีบาปผิดในกามเป็นบริวาร กุศลคือบุญนำเกิดแต่เป็นมนุษย์และเทวดาชั้นต่ำจึงชื่อจิตว่า อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก(เป็นกะเทยในปฏิสนธิ)

ด้วยเหตุนี้ ทันที่ที่ตายลงไปแล้วปฏิสนธิก็เป็นคนปัญญาอ่อนหรือเป็นคนพิกลพิการ หรือเป็นกะเทยหรือเป็นหลายอย่างรวมกันก็ได้แล้วแต่ที่ได้ทำมา และถ้าเกิดเป็นคนก็จะต้องอาศัยเหตุ ๓ ประการ คือ

๑. หญิงต้องมีประจำเดือนกำลังงาม (กำลังงามในที่นี้ไม่ใช่กำลังเห็น)
๒. ต้องมีการสมสู่ของบิดามารดา (หรือการผสมเทียม)
๓. ต้องมีสัตว์(ที่ได้ตายแล้ว) เข้าปฏิสนธิ

รวมหมดอย่างย่อที่สุดมีเหตุ ๓ ประการด้วยกัน ในขณะนี้เองที่ จิต เจตสิก กรรมชรูปจะเกิดขึ้นทันทีพร้อมกัน สำหรับรูปนั้นเป็นรูปปรมาณูหมายความว่า อำนาจกรรมของคนที่ได้ตายแล้วมาผันแปรเซลล์ของบิดามารดาคือ สเปอรมาโตโซ กับโอวั่มรวมกัน อย่างไรก็ดีก็จะเกิดเป็นคนขึ้นมาไม่ได้ จะต้องมีสัตว์เข้าปฏิสนธิด้วย(ตามข้อ ๓) สัตว์ที่เข้าปฏิสนธินี้มีอำนาจกรรมไปผันแปร "รูป" ที่รวมกันแล้วของพ่อแม่ อำนาจของกรรมทำรูปทางธรรมะเรียกว่า กรรมชรูป เป็นปรมาณู

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 เม.ย. 2549 , 08:35:31 น.] ( IP = 58.9.140.178 : : )


  สลักธรรม 7

ท่านสาธุชนที่เคารพ คำว่า ปรมาณูนั้นมาจากเมล็ดข้าวเปลือก ๑ เม็ดแยกออกไป ๘๒ ล้าน ๓ แสนเศษ ปรมาณูนี้ยังเป็นรูปหยาบมี ๑๒ ประเภท (ยังมีรูปที่ละเอียดกว่านี้อีก ๑๖ ประเภท) รูปทุกรูปเคลื่อนไหวอยู่เสมอเพราะมีอำนาจอุณหเตโช คือความร้อนเข้าไปผันแปรทำให้เคลื่อนที่ได้และปรมาณูทั้งหลายไม่ติดกันเพราะมีช่องว่างระหว่างปรมาณูเรียกว่า ปริจเฉทรูป และปรมาณูทั้งหมดย่อมมีธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ สี กลิ่น รส โอชะ และรูปที่เกิดจากอำนาจกรรมเข้าไปผันแปร

เช่นผันแปรปรมาณูทั่วร่างกายทั้งภายในและภายนอกให้เป็นเพศหญิงหรือเพศชายแล้ว มีชีวิตรูปควบคุมกลุ่มของรูปเหล่านั้นเอาไว้มิให้กระจัดกระจายออกไปจากกันรายละเอียดอื่นๆ นั้นยังมีอีกเป็นอันมาก

คราวนี้ปัญหาสำคัญก็อยู่ที่ว่า เพราะอำนาจกรรมที่ได้ทำเอาไว้ไปผันแปรรูปที่พ่อแม่สมสู่อยู่ด้วยกัน หากว่าผู้ตายนั้นเคยผิดในกามคือทำผิดในทางเพศเอาไว้มาก และจะต้องเป็นกะเทยแล้ว อำนาจของกรรมจะกำหนดให้เป็นไป วิธีกำหนดนี้แหละเป็นเรื่องใหญ่และในทางธรรมะแสดงเอาไว้ว่า พืชเชื้อย่อมมีอำนาจอยู่ในเม็ดพืชนั้น อำนาจของมันมีอยู่ที่ไหน อยู่ในเม็ดแต่เรามองเห็นหรือสัมผัสมันไม่ได้

มันมีอำนาจการทำให้เป็นต้นมะม่วงพิมเสน ทำให้ใบเหมือนมะม่วงพิมเสน ลูกก็เป็นมะม่วงพิมเสน ผลก็เปรี้ยวๆเป็นพิมเสนตั้งแต่มันเป็นเม็ด พอลงมือปลูกแล้วเราก็พูดได้เลยว่าพอโตขึ้นต้องเป็นพิมเสน ถ้าเราปลูกทุเรียนลงไป พอลงมือปลูกก็พูดได้ว่า โตขึ้นต้องเป็นทุเรียนชนิดไหน ทำไมเล่าจึงเป็นทุเรียนชนิดนั้นเพราะว่าอำนาจมีอยู่ภายในเม็ดกำหนดไว้เสร็จว่าต้องเป็นอย่างนี้

โดยทำนองที่ผมได้กล่าวมา ทันทีที่ปฏิสนธิอำนาจกรรมก็ได้ผันแปรเซลล์ของบิดามารดาโดยกำหนดไว้แล้วว่าผู้นั้นผู้นี้จะต้องเป็นกะเทย เพราะในขณะแรกเกิดเรียกว่า กลละ เป็นจุดเล็กๆ เท่ากับขนจามรีที่จุ่มในน้ำมันงาที่ใสสะอาดแล้วสลัดเสีย ๗ ครั้ง รูปปรมาณูที่เกิดขึ้นมา ๓ กลุ่มนี้เราเห็นมันไม่ได้ มีกายทสกะคือกลุ่มรูปอันเป็นที่ตั้งของประสาทกาย มีหทยสกะได้แก่กลุ่มรูปอันเป็นที่ตั้งของจิตใจ และภาวทสกะได้แก่กลุ่มรูปอันเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย

เพศหญิงและเพศชายมิใช่อวัยวะเพศเท่านั้น หากแต่เป็นปรมาณูทั่วร่างกายทั้งภายนอกและภายในมองเห็นมันไม่ได้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 เม.ย. 2549 , 08:45:19 น.] ( IP = 58.9.140.178 : : )


  สลักธรรม 8

กลุ่มรูปทั้งหลายเป็นปรมาณูทั้งนั้น แต่ละรูปประกอบขึ้นด้วยธาตุอะไร เรียนพระอภิธรรมแล้วจะมีรายละเอียดมาก คือตั้งแต่ปฏิสนธิขณะมีอะไรเกิดขึ้น แล้วอีก ๗ วันมีอะไรเกิดขึ้น พอถึง ๕ สัปดาห์มีปุ่มเกิดขึ้น ๕ ปุ่ม คือ ปุ่มศีรษะ ปุ่มแขน ๒ ปุ่ม และปุ่มขา ๒ ปุ่ม ปรากฏรวมเป็น ๕ ปุ่ม แล้วจะกลายเป็นศีรษะเป็นแขนเป็นขา แล้วต่อไปเมื่อประมาณ ๑๐ สัปดาห์ อำนาจของกรรมจึงจะผันแปรเซลล์ของบิดามารดาสร้างประสาทตา ประสาทหู ประสาทจมูก ประสาทลิ้นขึ้นต่อๆ กันไปโดยเร็วกว่าวินาที

มันจะเกิดขึ้นและผันแปรเปลี่ยนแปลงไปด้วยอำนาจของกรรมที่ได้ทำมาต่อๆ กันไปไม่ขาดสาย อำนาจกรรมจะกำหนดให้เป็นไปตั้งแต่เป็นน้ำใสจุดเล็กๆ ที่เรียกว่า ปฏิสนธิหรือว่าเป็นภายหลังจากปฏิสนธิแล้วก็ได้อำนาจกรรมกำหนดเอาไว้แล้วว่า จะต้องเป็นกะเทย เป็นคนปัญญาอ่อน หรือเป็นคนร่างกายพิกลพิการ อำนาจกรรมกำหนดตั้งแต่ยังเป็นกลละ เป็นน้ำใสๆ ยังไม่มีตัวตนเหมือนกับอำนาจของเม็ดมะม่วงพิมเสนที่กำหนดว่าจะต้องเป็นเม็ดมะม่วงพิมเสนจะมีรูปร่างอย่างไร จะต้องมีรสเปรี้ยว อำนาจนี้มันกำหนดเอาไว้ตั้งแต่มันยังเป็นเม็ดอยู่

ท่านทั้งหลายจะเห็นได้ว่าเมื่อบุคคลได้กระทำผิดทางเพศไว้มาก มีเจตนาอย่างไร เมื่อขณะทำผิดทางเพศปรารถนาเกี่ยวข้องในทางเพศที่เป็นทุจริตเพราะละเมิดอำนาจของผู้ปกครองของเขาเป็นทุจริตในทางเพศมีอำนาจเพียงพอที่จะส่งให้ปฏิสนธิได้

เปรียบอีกอย่างหนึ่งเหมือนเราฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเราฆ่าทำไม เราปรารถนาโดยปริยายที่จะให้มันเจ็บปวดให้มันตาย ให้มันอายุสั้น เพราะฉะนั้น เราเจตนาอย่างไรจะต้องได้อย่างนั้น อำนาจของเจตนาก็จะฝังเอาไว้ในจิตใจมีกำลังมากขึ้นๆ เพราะฆ่าสัตว์บ่อยๆ ไปเกิดชาติหน้าจะต้องเจ็บปวดบ่อยๆ จะต้องอายุสั้นและตายเสียก่อนถึงเวลาอันสมควร หรือไม่มีผู้ใดฆ่าก็ฆ่าตัวเองตาย โดยทำนองเดียวกันนี้เมื่อเวลาที่ปฏิสนธิขึ้นในชาติหน้า ถ้าทำผิดในทางเพศ อำนาจของเจตนาที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในทางเพศทำผิดในกามไว้มากมาย

ดังนั้นทันทีที่ปฏิสนธิร่างกายและจิตใจก็ผิดปกติแล้ว กำหนดเอาไว้ตั้งแต่เป็นกลละแล้ว พอเติบโตขึ้นมาก็แสดงออกซึ่งร่างกายพิกลพิการ แสดงออกซึ่งความเป็นเพศที่ผิดปกติ จะไปในสายทางไหนก็ได้ทั้งนั้น ตลอดจนคนไม่มีอวัยวะเพศก็ได้ เช่นคนไปตอนสัตว์โดยตัดอวัยวะเพศของสัตว์ต่างๆ เขาจะต้องมีอวัยวะเพศพิกลพิการหรือไม่มีอวัยวะเพศ มันจะกำหนดไว้ตั้งแต่เป็นกลละอย่างไรก็ดีทางทีก็เป็นภายหลังจากปฏิสนธิแล้วเมื่อใดก็ได้แล้วแต่อำนาจของกรรม

ด้วยเหตุดังนี้เองท่านทั้งหลายก็จะเห็นได้ว่า บรรดาบุคคลที่เขาทำผิดในทางเพศเมื่อเวลาเขาทำผิดลงไปนั้น อำนาจของอกุศลกรรมได้เก็บสะสมไว้ในใจของเขาเรื่อยๆไป ครั้นเวลาที่จะสิ้นชีวิตไปเกิดขึ้นในชาติหน้า อำนาจของกรรมก็ส่งให้ไปเป็นมนุษย์หรือเป็นเทวดาชั้นต่ำ เป็นเปรต อสุรกาย หรือเป็นสัตว์เดรัจฉานประเภทใดประเภทหนึ่ง(พวกร่างกายเป็นปรมาณู เช่น เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน อกุศลผิดกามเจือปนกับอกุศลโลภะหรือโมหะ) จิตนี้ชื่อว่า อุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบาก

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 เม.ย. 2549 , 08:49:48 น.] ( IP = 58.9.140.178 : : )


  สลักธรรม 9

ทันทีที่อำนาจของกรรมผิดในทางเพศกับกรรมชรูปก็ให้อำนาจทำให้เป็นรูปที่เกิดขึ้นมาวิปริตและบางทีก็เป็นในทางใจอย่างเดียวก็ได้ เป็นผู้ชายแต่ใจชอบเป็นหญิงหรือเป็นผู้หญิงแต่ใจชอบเป็นผู้ชาย และเจตนาผิดเกี่ยวกับเพศร่วมกับอกุศลอาจนำเกิดเป็นเปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉานได้

ท่านทั้งหลายที่จะเห็นได้ว่าบุคคลผู้ซึ่งเป็นกะเทยนั้นจะเป็นคนมีร่างกายหยาบเห็นได้หรือจะเป็นผีสางเทวดาตลอดจนสัตว์เดรัจฉานก็หนีอำนาจของกรรมไปไม่พ้น และอำนาจกรรมที่ทำไว้แล้วนี้ จะไปปรากฏผลให้ชัดแจ้งในอนาคตข้างหน้า (ชาติปัจจุบันมีกำลังอ่อนให้ผลได้ไม่มาก เป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรม) จึงต้องเกิดเป็นมนุษย์หรือเทวดา เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นกะเทยชาติเดียว หรือบางทีก็เป็นกะเทยตั้งหลายชาติก็ได้ เช่นเป็นเปรตกะเทยแล้วก็เป็นมนุษย์กะเทยอีก เป็นต้น แล้วแต่ได้มามากหรือน้อย

ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่กระทำบาปเพราะไม่เชื่อหรือเพราะไม่มีความเข้าใจในเรื่องชีวิตที่ลึกซึ้งแล้วไม่ยอมศึกษาไม่ทราบเลยว่าบาปนั้นเก็บสะสมไว้ในใจได้ บาปนั้นสามารถแสดงออกได้ทั้งในปฏิสนธิกาลและในปวัตติกาล คือในเวลาปฏิสนธิ(เกิด) พวกหนึ่ง อีกพวกหนึ่ง จะแสดงการเกิดเป็นกะเทยขึ้นมาภายหลังเรียกว่า ในปวัตติกาล เช่น ภิกษุภิกษุณีในครั้งพุทธกาลดังได้กล่าวมาแล้ว

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 เม.ย. 2549 , 08:52:07 น.] ( IP = 58.9.140.178 : : )


  สลักธรรม 10



ติดตามมาศึกษาต่อค่ะ ..กระบวนการของกรรมให้ผลที่ผูกพันต่อเนื่องและสลับซับซ้อนเป็นลูกโซ่อย่างน่ากลัว ...ทั้งการเกิด ภายหลังเกิด และตาย ..กราบของพระคุณท่านอาจารย์บุญมีผู้เมตตาค่ะ และขอบพระคุณพี่เณรด้วยนะคะที่นำมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟ [27 เม.ย. 2549 , 09:36:57 น.] ( IP = 203.172.117.78 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org