มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา (๓)






สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา (๓)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ท่านที่ได้ติดตามเรื่อง รูปธาตุ ในพระพุทธศาสนามาแล้วตั้งแต่ต้น ย่อมจะเห็นได้ว่า "ธาตุ" ที่ใช้กันในวิชาวิทยาศาสตร์นั้น แตกต่างกันกับคำว่า "ธาตุ" ที่ใช้ในทางธรรมอย่างไร ทั้งในคำแปล และในความหมายในทางวิทยาศาสตร์ เพราะเอาคำว่า "ธาตุ" ของพระพุทธศาสนาไปใช้ แล้วบัญญัติคำแปลและความหมายขึ้นมาใหม่

นอกจากนี้จะได้พบคำศัพท์ในธรรมะที่ไปซ้ำกับคำศัพท์ในวิชาวิทยาศาสตร์อีกคือ คำว่า อณูกับปรมาณูทางวิทยาศาสตร์เอาคำว่า อณู ปรมาณู ซึ่งเป็นภาษาบาลีไปใช้เหมือนกัน

คำว่า อณูและปรมาณู เป็นศัพท์ธรรมะที่ใช้กันมาแล้วหลายพันปีแล้ว คำแปลและความมุ่งหมายที่ใช้ก็เป็นไปในแนวทางที่จะแสดงถึงรูปธาตุ เพื่อให้ผู้ศึกษาได้เข้าใจถึงความจริงของรูปทั้งหลายว่า มิได้เป็นไปอย่างที่ตาได้เห็น หรือที่หูได้ยิน รูปทั้งหลายที่เรามองเห็นและสัมผัสได้มาจากหน่วยเล็กๆ ที่เรียกว่า อณู และปรมาณูทั้งนั้น

รูปทั้งหมดล้วนแต่ผันแปรเปลี่ยนแปลงไป ล้วนแต่เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่เป็นตัวเป็นตน คน สัตว์ ทั้งบังคับบัญชาไม่ได้ทั้งสิ้น ไม่ควรยึดมั่นถือมั่นในรูปนั้นว่าจริงแท้แน่นอน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 พ.ค. 2549 , 07:57:29 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.37 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ผู้บัญญัติศัพท์คำว่า อณู ปรมาณู ในวิชาวิทยาศาสตร์ ได้ตั้งความมุ่งหมายเน้นหนักไปสู่ความจริงของธรรมชาติในเรื่องของสสาร เพื่อเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ชีวิตในด้านต่างๆ แม้จะเป็นเรื่องของการย่อยรูปให้เล็กลงๆ เหมือนกันกับในทางธรรมก็ตาม แต่ปรมาณูก็อาจจะเล็กใหญ่กว่ากัน คำอธิบายไปสู่จุดมุ่งหมายปลายทางก็แตกต่างกันมาก

ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อผู้บรรยายธรรมะจะกล่าวถึงคำว่า ธาตุ อณู ปรมาณู (ยังมีคำอื่นอีกมาก) จึงต้องเพิ่มคำพูดขึ้นอีกทุกครั้งว่า พูดถึง ธาตุ อณู ปรมาณู ในทางพระพุทธศาสนา เพื่อมิให้ผู้ฟังหลงผิดไป ซึ่งจะทำให้บังเกิดความเข้าใจไปคนละทิศคนละทางได้ จึงได้ยากแก่การบรรยายเป็นอันมาก

สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ ล้วนเป็นการประชุมกลุ่มก้อนด้วยโมเลกุล (Molecule) และปรมาณู (Atom) ปรมาณูเป็นหน่วยที่เล็กที่สุด เป็นหน่วยมูลฐานของสสารต่างๆ เรื่องของปรมาณู นับวันก็จะมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นในชีวิตประจำวันอย่างหลีกหนีกันไม่พ้น ในสมัยก่อนเราต่างพากันหาว่า ธรรมชาตินั้นเจ้าเล่ห์มายา หลอกลวงสายตาของเราให้หลงใหลเข้าใจผิดต่างๆ แต่ความจริงนั้น ธรรมชาติได้แสดงตัวของมันอยู่ต่อหน้าต่อตาเราตลอดเวลา เราขาดปัญญาที่จะเข้าไปเห็นความลึกซึ้งของธรรมชาติเหล่านั้นเองต่างหาก

เมื่อนักวิทยาศาสตร์พูดถึงวัตถุทั่วไป ก็จะใช้คำว่า "สสาร" หรือ Matter คำว่า สสารหมายถึงเนื้อแท้ของสาร หรือวัตถุนั่นเอง สสารได้แก่ ของแข็ง ของเหลว และก๊าซ

เรื่องของปรมาณูนั้น เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ ขนาดของมันก็เหลือเชื่อ เช่นถ้าเราเอาน้ำหยดหนึ่งมาขยายให้โตเท่ากับโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ ปรมาณูในน้ำหยดนั้นจะโตเท่ากับลูกฟุตบอลเท่านั้นเอง หรือถ้าเอาปรมาณูของอ๊อกซิเจนมาวางเรียงแถว เรียงหนึ่ง ซึ่งยาวหนึ่งนิ้วฟุต ก็จะต้องใช้ปรมาณูเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า ๘ ล้าน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 พ.ค. 2549 , 07:58:16 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.37 )


  สลักธรรม 2

นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า สสารนั้นสร้างขึ้นมาจากปรมาณู แม้ว่าปรมาณูจะมองไม่เห็น ส่องกล้องดูไม่ได้ (ปรมาณูบางชนิดที่จับกลุ่มกันเป็นโมเลกุล หรือเรียงกันอยู่เป็นแถว หรือบางทีก็เป็นตัวๆ นั้น อาจมองเห็นได้โดยใช้กล้อง Electron microscope) แต่ทฤษฎีของปรมาณูนั้นก็ตั้งอยู่บนมูลฐานของข้อเท็จจริง การทดสอบด้วยวิธีการต่างๆ ของนักฟิสิกค์ สามารถทราบได้ถึงจำนวน น้ำหนัก และขนาดของมันทำให้เชื่อถือได้ว่าปรมาณูเกาะเกี่ยวยึดโยงกันอย่างมีระเบียบอย่างไร

ธาตุแต่ละอย่างประกอบไปด้วยปรมาณู ปรมาณูเป็นส่วนประกอบที่เล็กที่สุดของสสาร ปรมาณูเป็นอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า และปรมาณูทั้งหลายหาได้นิ่งอยู่เฉยๆ ไม่ หากแต่มีการเคลื่อนตัวหรือสั่นไหวอยู่ตลอดเวลา และการเคลื่อนไหวนั้นเอง ก่อให้เกิดความร้อนขึ้น ยิ่งถ้าทำให้มันเกิดความร้อนมากขึ้น การเคลื่อนไหวก็จะเพิ่มยิ่งขึ้น และถ้าหากสามารถเอาความร้อนออกไปจากปรมาณูให้หมดได้จริง จนอุณหภูมิถึงศูนย์องศาอนันต์แล้ว การเคลื่อนไหวก็จะชะงักลงทันที แต่อย่างไรก็ดี ยังไม่มีใครเอาความร้อนออกได้หมดจริงๆ นอกจากนี้ ปรมาณูของธาตุต่างๆ ย่อมจะมีน้ำหนักต่างกันด้วย

องค์ประกอบของปรมาณูนั้น ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์พบว่า ตัวที่เล็กที่สุดของธาตุใดๆ ก็ตามอันมีอยู่แล้วยังรักษาลักษณะ รักษาคุณสมบัติของธาตุนั้นๆ เอาไว้ได้ เรียกว่า ปรมาณูของธาตุนั้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 พ.ค. 2549 , 07:58:47 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.37 )


  สลักธรรม 3

ด้วยเหตุดังกล่าวนี้เองจึงมีปรมาณูของธาตุต่างๆ เช่น Hydrogen Oxygen Copper Uranium ฯลฯ ปรมาณูของ Hydrogen เป็นปรมาณูที่เบาที่สุด และปรมาณูของ Uranium หนักที่สุด

ปรมาณูทุกๆ ตัวมีหลายส่วนรวมกัน ประกอบด้วยแกนกลางที่แน่นทึบเรียกว่า นิวเคลียส (Neuleus) แล้วมีอิเล็คตรอน(Electron) หลายตัวห้อมล้อมนิวเคลียส และนิวเคลียสประกอบด้วยอนุภาคที่สำคัญสองชนิด คือโปรตอน (Proton) และนิวตรอน (Neutron) และทั้งสองชนิดนี้มีมวล (Mass) เกือบจะเท่าๆ กัน โปรตอนมีประจุไฟฟ้าบวก แต่นิวตรอนไม่มีประจุไฟฟ้าเลย สำหรับอิเล็คตรอนมีประจุไฟฟ้าลบ

ปรมาณูนั้น แต่อดีตเชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่เล็กที่สุด แบ่งแยกไม่ได้ แต่ความจริงปรากฏในปัจจุบันนี้ว่า ตัวปรมาณูมีส่วนประกอบซึ่งแยกออกเป็นอนุภาคได้

ลักษณะของปรมาณูนั้น มิได้หยุดอยู่นิ่งๆ เปรียบคล้ายกับจักรวาลของดาวนพเคราะห์ที่โคจรหมุนเวียนอยู่รอบๆ ดวงอาทิตย์ จึงเปรียบเหมือนดวงอาทิตย์เป็นนิวเคลียส ดาวนพเคราะห์ทั้งหลายที่วิ่งวนเวียนอยู่รอบๆ ดวงอาทิตย์เป็นอิเล็คตรอน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 พ.ค. 2549 , 07:59:15 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.37 )


  สลักธรรม 4

ในพระพุทธศาสนาได้สอนถึงการแยกรูปออกให้เล็กลงๆ ไปเป็นลำดับขนถึงอณู ปรมาณูเหมือนกัน แต่มิได้สอนให้ทำปรมาณูเพื่อช่วยในการผลิตสร้างสิ่งใดในทางสันติ หรือให้ทำลูกระเบิดปรมาณูเพื่อแก่การทำลายกันในเวลาเกิดสงคราม หากแต่สอนเรื่องปรมาณูเพื่อให้บังเกิดความเข้าใจในเรื่องของชีวิต เฉพาะอย่างยิ่งทางฝ่ายรูปธรรม เพื่อให้เข้าใจตามความเป็นจริง จริงๆ (ปรมัตถ์) เพื่อมิให้หลงผิดหรือละเมอเพ้อฝันจนเป็นเหตุให้ตั้งอยู่ในความประมาทในปัญหาของชีวิต แล้วยังเป็นหนทางที่จะเข้าไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้ชีวิตหลุดรอดไปจากความทุกข์ด้วย

ปรมาณูในพระพุทธศาสนาแยกจากเม็ดข้าวเปลือกให้เล็กลงๆ ไปเรื่อยๆ จนถึงปรมาณู

ดังคาถาจาปลินิคัณฑุ (อภิธานนัปปทีปิกา) คาถาที่ ๑๙๔ และคาถาที่ ๑๙๕ ในภูมิกัณฑ์ว่า

ฉตฺตึส ปรมาณูน เมโก ณุจ ฉตึ เต
ตชฺชรี ตาปี ฉตฺตึส รถเรณูจฺ ฉตึส เต
ลิกฺขา ตา สตฺต อูกา ตา ธญฺญมาโสติ สตฺเต

๓๖ ปรมาณู เป็น ๑ อณู
๓๖ อณูเหล่านั้น เป็น ๑ ตัชชารี
๓๖ ตัชชารีเหล่านั้น เป็น ๑ รถเรณู
๓๖ รถเรณูเหล่านั้น เป็น ๑ ลิกขา
๗ ลิกขา เป็น ๑ อูกา
๗ อูกาเหล่านั้น เรียกว่า ธัญญามาส

ถ้าจะกลับเสียก็ได้ดังนี้

๑ เม็ดข้าวเปลือก = ๗ อูกา
๑ อูกา = ๗ ลิกขา
๑ ลิกขา = ๓๖ รถเรณู
๑ รถเรณู = ๓๖ ตัชชารี
๑ ตัชชารี = ๓๖ อณู
๑ อณู = ๓๖ ปรมาณู


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 พ.ค. 2549 , 07:59:55 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.37 )


  สลักธรรม 5


มาศึกษาต่อค่ะ
ขอบคุณมากนะคะพี่เณรที่น่ารักของน้องๆ

โดย พี่ดา [3 พ.ค. 2549 , 09:15:42 น.] ( IP = 124.121.173.54 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณพี่เณรเป็นอย่างยิ่งค่ะ

โดย น้องอุ๊ [3 พ.ค. 2549 , 20:31:24 น.] ( IP = 125.25.136.68 : : )


  สลักธรรม 7

มาศึกษาตอนที่ ๓ ต่อครับ



ขอบคุณมากครับสำหรับเรื่องดีที่มีประโยชน์ครับผม


โดยเฉพาะเรื่องนี้คือเรื่องรูปปรมัตถ์ จะได้เข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตที่ลึกซึ้งครับผมขออนุโมทนาสาธุครับ

โดย ทับตะวัน [6 พ.ค. 2549 , 07:29:10 น.] ( IP = 58.9.138.99 : : )


  สลักธรรม 8



มาติดตามต่อค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ..ที่นำสิ่งที่เป็นประโยชน์มาฝากค่ะ

โดย เซิ่น [8 พ.ค. 2549 , 20:14:16 น.] ( IP = 58.8.50.152 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org