มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา (๗)






สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา (๗)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

รูปปรมัตถ์ ปริจเฉทที่ ๖

๑. เอตฺตาวตา วิภตฺตา หิ สปฺปเภทปฺปวตฺติกา
จิตฺต เจตสิกา ธมฺมา รูปนฺทานิ ปวุจฺจติ ฯ

๒. สมุทฺเทสา วิภาคา จ สมุฏฐานา กลาปโต
ปวตฺติกฺกมโต เจติ ปญฺจธา ตตฺถ สงฺคโห ฯ

๓. ภูตปฺปสาท วิสยา ภาโว หทย มิจฺจปิ
ชืวิตาหารรูเป หิ อฏฺฐารสวิธํ ตถา ฯ

๔. ปริจฺเฉโท จ วิญฺญตฺติ วิกาโร ลกฺขณนฺติ จ
อนิปฺผนฺนา ทสา เจติ อฏฺฐวีส วิธมฺภเว ฯ

๕. อิจฺเจวมฏสวิสติ วิธมฺปิ จ วิจกขนา
อชฺฌตฺติกาทิเภเทน วิภชฺชนติ ยถารหํ ฯ

๖. อฏฐารส ปณฺณรส เตรส ทฺวาทสาติ จ
กมฺมจิตโตตุกาหาร ชานิ โหนฺติ ยถากฺกมํ ฯ

๗. ชายมานาทิรูปานํ สภาวตฺตา หิ เกวลํ
ลกฺขณานิ น ชายนฺติ เกหิจีติ ปกาสิตํ ฯ

๘. กมฺมจิตฺโตตุกาหาร สมุฏฐานา ยถากฺกมํ
นว ฉ จตุโร เทฺวติ กลาปา เอกวีสติ ฯ

๙. กลาปนํ ปริจฺเฉท ลกฺขณตฺตา วิจกฺขณา
น กลปงฺค มิจฺจาหุ อากาสํ ลกฺขณานิจ ฯ

๑๑. อฏฺฐวีสติ กาเมสุ โหนฺติ ตวีส รูปิสุ
สตฺตตรเสว อสญฺญีนํ อรูเป นตฺถิ กิญจีปิ ฯ

๑๒.สทฺโท วิการโร ชรตา มรณญฺโจปปตฺติยํ
น ลพฺภนฺติ ปวตฺเตตุ น กิญฺจิปิ น ลพฺภนฺติ ฯ

๑๓.ปทมจฺจุตมจฺจนฺตํ อสงฺขตมนุตฺตรํ
นิพพานมิติ ภาสนฺติ วานมตฺตา มเหสโย ฯ

๑๔อิติ จิตฺตํ เจตสิกํ รูปํ นิพฺพานมิจฺจปิ
ปรมตฺถํ ปกาเสนฺติ จตุธาว ตถาคตา ฯ


อภิธรรมมัตถสังคหะ ปริจเฉทที่ ๖ นี้ พระอนุรุทธาจารย์ได้ประพันธ์เป็นคาถาสังคหะไว้รวม ๑๔ คาถา ดังได้แสดงไปแล้ว แต่เมื่อแปลออกมาเป็นภาษาไทย ก็ยากที่จะทำความเข้าใจได้ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ศึกษาในตอนต้นๆ มาก่อน ยิ่งถ้าจะทำความเข้าใจในส่วนที่ละเอียดลออลึกซึ้งให้มีความเข้าใจดี และมีความกว้างขวางตามสภาวธรรมก็ยิ่งจะยุ่งยากขึ้นไปอีก ได้ยากกับผู้ศึกษายิ่งนัก

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 พ.ค. 2549 , 07:38:18 น.] ( IP = 58.136.206.24 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ดังนั้น จึงต้องค้นหาคำอธิบายจากอรรถกาและฎีกา เป็นต้น เข้ามาช่วย แต่ถึงกระนั้นก็ยากที่จะศึกษาเอาด้วยตนเองได้ จึงจำเป็นต้องเอาวิชาการในทางโลก เฉพาะอย่างยิ่ง วิชาวิทยาศาสตร์เข้ามาประกอบด้วย เพื่อหวังว่าจะให้ผู้ศึกษาเข้าใจได้ง่ายขึ้น

ในเรื่องดังกล่าวนี้ ก็มักจะมีผู้ที่ไม่เคยศึกษาพระพุทธศาสนาเฉพาะอย่างยิ่งอภิธรรมปิฎกมาก่อนเลย กล่าวหาว่า เอาเรื่องทางโลกทางวิทยาศาสตร์เข้ามาปะปนกับธรรมะทำไม

แต่อย่างไก็ดี ขอให้ลองดูตัวบาลีกับคำแปลในอภิธรรมมัตถสังคหะปริจเฉท ๖ ก็จะเห็นว่า ถ้าไม่มีวิชาวิทยาศาสตร์เข้ามาอธิบายประกอบด้วยแล้วก็ยังไม่ใช่ง่ายๆ ยังหนีความอึดอัดใจไปไม่พ้น และขอให้สังเกตดูว่า หนังสือเล่มนี้ทั้งเล่มขยายความจากคาถาสังคหะที่เป็นตัวบาลีไม่กี่คาถาเลยจากจำนวนทั้งสิ้น ๑๔ คาถาด้วยกัน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 พ.ค. 2549 , 07:43:45 น.] ( IP = 58.136.206.24 : : )


  สลักธรรม 2

คาถาสังคหะที่ ๑

เอตฺตาวตา วิภตฺตา หิ สมฺปเภทปฺปวตฺติกา
จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา รูปนฺทาหิ ปวุจฺจติฯ


แปลเป็นใจความว่า ธรรมทั้งหลาย คือ จิตและเจตสิก เป็นไปโดยประเภท และปวัตติกาล ได้จำแนกแล้วโดยปริจเฉททั้ง ๕ มีประมาณเพียงเท่านั้น บัดนี้จักแสดงถึงรูปต่อไป

ปรมัตถธรรมนั้นมี ๔ ประการ คือ จิต เจตสิก รูป และนิพพาน ได้แสดงเรื่องจิตเจตสิกมาตั้งแต่ปริจเฉทที่ ๑ ๒ ๓ ๔ และ ๕ แล้ว สำหรับในปริจเฉทที่ ๖ ซึ่งจะได้บรรยายตาอไปนี้เป็นเรื่อง "รูป" และเรื่อง "นิพพาน" ต่อไป

จากปรมัตถทีปนีฎีกาแสดงเอาไว้ว่า รุปฺปนตีติ รูปํ ธรรมชาติที่แตกดับหรือผันแปรไปนั้น เรียกว่า รูป

จากวิภาวนีฎีกา ได้ขยายคำว่า รุปฺปน ไว้ดังนี้ รุปฺปนญฺเจตฺถ สีตาทิวิโรธิปจฺจยสมวาเย วิสทิสุปฺปติ เยว

ลำดับรูปที่เกิดก่อนและเกิดทีหลัง ขณะที่มีปัจจัยอันเป็นข้าศึก คือ ความเย็น เป็นต้น ยังให้แตกดับนั้น ลำดับรูปนั้นชื่อว่า รุปฺปน

สรุปแล้วก็คือ รูป ก็ได้แก่ธรรมที่ผันแปรแตกดับ ด้วยความเย็นหรือความร้อนนั่นเอง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 พ.ค. 2549 , 07:44:06 น.] ( IP = 58.136.206.24 : : )


  สลักธรรม 3

สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ ไม่ว่าพื้นแผ่นดิน ภูเขา ต้นไม้ โต๊ะ เก้าอี้ ร่างกายของคน หรือของสัตว์เดรัจฉาน ตลอดไปจนถึงรูปที่มองเห็นไม่ได้ด้วยสายตา ล้วนแต่อยู่ในฐานะเดียวกัน อย่างหนึ่งก็คือ ความไม่เที่ยงแท้แน่นอนต้องแตกดับหรือผันแปรเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ

ที่ว่ารูปแตกดับหรือผันแปรไปด้วยความเย็นหรือความร้อนนั้น หมายถึงรูปทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไปจากรูปเดิม คือ เปลี่ยนเป็นรูปใหม่เสมอไป แม้บางรูปเราจะต้องเห็นมันเปลี่ยนแปลงไปต่อหน้าไม่ได้ เพราะมันเปลี่ยนแปลงทีละน้อยๆ ก็จริง แต่มันก็จะต้องเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

เพราะว่ารูปทั้งหลายถูกประชุมกันขึ้นมาจากรูปอันเป็นหน่วยเล็กๆ ที่เราเรียกกันว่า ปรมาณู และปรมาณูนั้นต้องมีความร้อน และความร้อนนี่เองที่ทำให้ปรมาณูมิได้อยู่นิ่งๆ ได้แม้แต่สักวินาทีหนึ่ง ดังนั้น รูปจึงได้ชื่อว่า แตกดับหรือผันแปรเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ

ในทางวิทยาศาสตร์ พลังงาน (energy) คือความสามารถที่จะทำงานได้ ในสมัยก่อนเราเรียกกันว่า พลังงานนั้นมิได้เป็นสสาร เพราะว่าพลังงานชั่งไม่ได้ ตวงไม่ได้ ไม่ต้องการที่อยู่ เช่น แสง เสียง ไฟฟ้า เป็นต้น

ปัจจุบันเราได้พบความจริงใหม่ เพราะแท้จริงนั้น มวล (mass) และพลังงานเป็นสิ่งเดียวกัน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 พ.ค. 2549 , 07:48:56 น.] ( IP = 58.136.206.24 : : )


  สลักธรรม 4

Albert Einstein เป็นผู้ค้นพบในเรื่องมวลและพลังงาน ในการค้นพบครั้งนี้ถือกันว่าเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกทีเดียว ท่าน Einstein ได้แสดงว่า มวลก็คือ พลังงานที่ยึดกันอยู่เฉยๆ อย่างมั่นคง และในทางตรงกันข้าม พลังงานทั้งหลาย เช่น ความร้อน ความเคลื่อนไหว ไฟฟ้า เหล่านี้ ซึ่งก็คือมวลนั่นเอง แต่เป็นมวลที่อยู่ในลักษณะที่สลายตัวแล้ว

พลังงานที่ได้ยึดเอาอนุภาคต่างๆ (โปรตอน นิวตรอน) ให้รวมอยู่ด้วยกันได้ในตัวของปรมาณูนั้น มีพลังงานมากมาย ทั้งนี้ก็ได้จากการพิสูจน์ เมื่อปรมาณูแตกตัว(fission) เช่นตัวอย่าง พลังงานที่ออกมาจากระเบิดปรมาณู เป็นต้น

ทฤษฎีปรมาณูในทางวิทยาศาสตร์นั้นน่าอัศจรรย์ เพราะว่าพลังงานจากมวลสลายตัวเพียง ๑ กรัมเท่านั้น จะเท่ากับพลังงานที่โรงไฟฟ้าธรรมดาขนาดกลางทำงานเต็มที่ได้ถึง ๒๐๐ ชั่วโมง

ทฤษฎีของ Einstein ดังกล่าวมาแล้ว ได้รับการพิสูจน์ ได้รับการยืนยันจากบรรดานักวิทยาศาสตร์ทั่วๆไป แต่ไม่มีใครได้คาดคิดว่าสูตรอันวิเศษของเขานี้ จะได้รับการพิสูจน์จริงๆ ให้ปรากฏแก่สายตาโลกในลักษณะของระเบิดปรมาณู ที่อเมริกันทิ้งลงในญี่ปุ่นเมื่อหลายสิบปีต่อจากนั้นมา

พลังงานของปรมาณูนั้นน่าพิศวงยิ่งนัก จึงอยู่ในความสนใจเป็นอันมากของบรรดานักวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย จากสูตรของ Einstein ทำให้สามารถคำนวณได้ว่าพลังงานที่อยู่ในตัวของปรมาณูเล็กๆ ที่เรามองไม่เห็นมันนั้น มีกำลังอำนาจมหาศาลเพราะจากมวลหนักเพียง ๑ กรัม ถ้าเปลี่ยนมวล ๑ กรัมนี้เป็นพลังงาน ก็จะได้พลังงานถึง ๒๕ ล้านกิโลวัตต์

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 พ.ค. 2549 , 07:49:16 น.] ( IP = 58.136.206.24 : : )


  สลักธรรม 5

ความน่าอัศจรรย์ที่ยิ่งกว่าก็คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงเรื่องปรมาณูมานานมากกว่า ๒๕๐๐ ปีมาแล้ว แต่ ๒๕๐๐ ปีแห่งความหลัง ซึ่งเราคิดกันว่าเป็นเวลายาวนานมากอย่างเหลือเกินนั่นก็คือ ได้เปิดช่องโอกาสล่วงหน้าให้อย่างกว้างขวางและยาวนานที่สุดแก่บรรดาชาวโลกทั้งหลายที่จะได้ค้นคว้าหาความจริงจากธรรมชาติ เฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องปรมาณู แต่ในที่สุดก็มาลงในหลักการเดียวกันที่ว่า มวล (mass) และพลังงาน (energy) เป็นอันเดียวกัน โดยได้รับการพิสูจน์จนเป็นที่ยอมรับกันไปทั่วโลก เมื่อไม่นานมานี้เอง

แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนมานานกว่า ๒๕๐๐ ปีแล้ว ว่ามวลและพลังงานนั้นเป็นอันเดียวกัน โดยใช้คำว่า "เป็นรูป" เช่น

แสงสว่างที่วิทยาการทางโลกทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นพลังงาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าเป็น "รูป" เป็นต้น

นอกจากนั้นยังแสดงโดยพิสดารด้วยว่า แสงสว่าง นั้นคืออะไร เกิดขึ้นมาจากอะไร เกิดขึ้นมาได้อย่างไร และมีความเป็นไปประการใดบ้าง เป็นต้น

นั่นก็โดยอำนาจของสัพพัญญูแท้ๆ ซึ่งคนที่มิได้ศึกษาพระพุทธศาสนาโดยละเอียดเข้าใจผิดคิดว่า รูปก็คือ ร่างกายและข้าวของต่างๆ เท่านั้น แล้วยังคิดเลยเถิดไปอีกว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าออกไปสู่ป่แล้วไปนั่งคิด นั่งค้น เหมือนๆกันกับนักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งหลายลูบคลำวิชาการของตนอยู่บนโต๊ะ

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 พ.ค. 2549 , 07:49:48 น.] ( IP = 58.136.206.24 : : )


  สลักธรรม 6

มาติดตามอ่านต่อครับ และซาบซึ้งในพระสัพพัญญูของพระพุทธองค์มากๆเลยครับ ทำให้ชีวิตสัตวโลกได้มีโอกาสเข้าใจเรื่องราวของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นรูป หรือ นาม ได้อย่างชัดเจนเลยครับ



คุรั

โดย ทับตะวัน [7 พ.ค. 2549 , 19:55:20 น.] ( IP = 58.9.149.34 : : )


  สลักธรรม 7



มาติดตามต่อค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ..ที่นำสิ่งที่เป็นประโยชน์มาฝากค่ะ

โดย เซิ่น [8 พ.ค. 2549 , 20:16:39 น.] ( IP = 58.8.50.152 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org