| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
มรรค ๘
![]()
โพชฌงค์ ๗
มรรค ๘
มรรค แปลว่า ทาง
คำมคธเป็น มคฺค
คำสันสกฤต เป็น มารฺค
แต่ในภาษาไทยก็คงรูปศัพท์สํสกฤตไว้ เช่น ชลมารค = ทางน้ำ, สถลมารค = ทางบก
มรรคเป็นคำเรียกย่อ ๆ คำเต็มเป็นทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา แปลว่า ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ พระพุทธเจ้าตรัสอธิบายว่า มีอยู่ ๓ ทาง คือ
๑. หย่อนเกินไป เรียก กามสุขัลลิกานุโยค แปลว่า การประกอบตนให้ชุ่มอยู่ในกามสุข
๒. ตึงเกินไป เรียก อัตตกิลมถานุโยค แปลว่า การประกอบตนไว้ในความลำบากหรือการทรมานตนด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุสิ่งที่ประสงค์
๓. ทางสายกลาง เรียก มัชฌิมาปฏิปทา แปลว่า การปฏิบัติเพื่อทำลายอภิชฌาและโทมนัส (ความยินดีติดใจและความทุกข์ต่าง ๆ)
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [7 พ.ค. 2549 , 07:53:40 น.] ( IP = 58.136.206.24 : : )
สลักธรรม 1
การที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงทางและทรงชี้ทางแก่บรรพชิตเพราะต้องการให้ผู้ที่มุ่งออกจากทุกข์ซึ่งบวชอยู่ตระหนักว่า การที่ตนออกบวชก็เพื่อออกจากกาม หากยังเดินทางสุดคือกามสุขัลลิกานุโยค แม้กายจะออกจากกามแล้ว แต่ถ้าใจติดอยู่ก็ไม่ผิดอะไรกับไม้สดที่เปียกยาง ถึงจะไม่เปียกน้ำ ก็สีให้เกิดไฟไม่ได้, หรือถ้าหากยังเดินทางสุดคืออัตตกิลมถานุโยค ด้วยการทรมานตนให้ลำบาก ก็เป็นการเปล่าประโยชน์ เพราะไม่สามารถทำให้ใจพ้นจากกิเลสได้เลย
หนทางสายกลาง มีข้อปฏิบัติ ๘ ประการ แบ่งส่วนย่อ ๆ ในการอบรมหรือขัดเกลาเป็น ๓ พวก คือ
๑. ส่วนที่อบรมกายกับวาจา เรียกว่า ศีล มี ๓ ข้อ ๒. ส่วนที่อบรมจิตเรียกว่า สมาธิ มี ๓ ข้อ ๓. ส่วนที่อบรมทิฏฐิคือความเห็น เรียกว่า ปัญญา มี ๒ ข้อ
แสดงให้เห็นว่า ทางสายกลางนั้น มี มรรค ๘ เป็นทางสมบูรณ์ด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา
มรรค ๘ คือ สัมมาทิฏฐิ ปัญญาอันเห็นชอบ สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ สัมมาวาจา เจรจาชอบ สัมมากัมมันตะ ทำการงานชอบ จัดเข้าในศีล สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีวิตชอบ สัมมาวายามะ พยายามชอบ สัมมาสติ ระลึกชอบ จัดเข้าในสมาธิ สัมมาสมาธิ ตั้งใจมั่นชอบ โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [7 พ.ค. 2549 , 07:54:04 น.] ( IP = 58.136.206.24 : : )
สลักธรรม 2
ก่อนอื่นในเบื้องแรกเอาเรื่องปัญญา อันเป็นส่วนอบรมทิฎฐิ ความเห็นมาพูดก่อน เพราะต้องการให้มีเข็มทิศ คือ ความเห็น หรือความดำริ ให้มีระเบียบก่อน แล้วจึงค่อยพูดถึงเรื่องอื่นเหมือนการออกเรือ ถ้าไม่รู้ว่าจะไปทางไหนก่อน พายไปโดยไม่มีจุดมุ่งหมาย ก็ไร้ประโยชน์ ต่อจากนั้นก็พูดถึงการอบรมวาจา และอบรมจิตเป็นลำดับไป ตามทางมรรค ๘
๑. สัมมาทิฏฐิ ปัญญาอันเห็นชอบ หมายเอาเห็นอริยสัจ ๔
๒. สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ แบ่งออกเป็น ๓ คือ
ก. ดำริออกจากกามคุณ ที่เรียกว่า เนกขัมมะ ข. ดำริไม่พยาบาทปองร้ายผู้อื่น
ค. ดำริไม่เบียดเบียนผู้อื่น โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [7 พ.ค. 2549 , 07:54:18 น.] ( IP = 58.136.206.24 : : )
สลักธรรม 3
๓. สัมมาวาจา เจรจาชอบ แบ่งออกเป็น ๔ คือ
ก. เว้นจากการพูดปด ข. เว้นจากการพูดส่อเสียด คือยุยงให้เขาแตกร้าวกัน
ค. เว้นจากการพูดหยาบคาย ง. เว้นจากการพูดจาเหลวไหลไม่เป็นสาระ
๔. สัมมากัมมันตะ การงานชอบ แบ่งออกเป็น ๓ คือ
ก. เว้นจากการฆ่าหรือเบียดเบียนสัตว์ ข. เว้นจากการลักฉ้อ หรือคดโกง หรือแกล้งทำลายของของผู้อื่น ค. เว้นจากการประพฤติผิดในกาม โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [7 พ.ค. 2549 , 07:54:35 น.] ( IP = 58.136.206.24 : : )
สลักธรรม 4
๕. สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีวิตชอบ หมายถึงละจากมิจฉาชีพทั้งปวง
๖. สัมมาวายามะ พยายามชอบ แบ่งออกเป็น ๔ คือ
ก. เพียรระวังมิให้ความชั่วเกิดขึ้น ข. เพียรละความชั่วที่เกิดขึ้นมาแล้ว ค. เพียรทำความดีให้เกิดขึ้น ง. เพียรรักษาความดีที่เกิดขึ้นแล้วให้คงอยู่
๗. สัมมาสติ ระลึกชอบ แบ่งออกเป็น ๔ คือ
ก. ระลึกรู้สึกตัว ในเรื่องกาย และอิริยาบถของกาย ข. ระลึกรู้ตัวเมื่อรู้สึกสบายหรือไม่สบายหรือเฉย ๆ ค. ระลึกรู้ตัวว่าจิตกำลังเศร้าหมองหรือผ่องแผ้ว มีกิเลสหรือไม่มี
ง. ระลึกรู้ตัวว่ามีอารมณ์อะไรผ่านเข้ามาในใจ โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [7 พ.ค. 2549 , 07:54:49 น.] ( IP = 58.136.206.24 : : )
สลักธรรม 5
๘. สัมมาสมาธิ ตั้งใจชอบ คือทำจิตใจให้แน่วแน่ ด้วยการหาอารมณ์จับที่ไม่มีโทษเพื่อให้จิตใจยึด จะได้ไม่พร่า ไปหลายทาง อารมณ์นั้นต้องเป็นอารมณ์หยาบ
มรรค ๘ ข้อนั้น ควรทำให้เกิด ให้มีขึ้น เมื่อทำได้บริบูรณ์ ย่อมเป็นเหตุให้ถึงนิโรธ
คำว่ามรรค ๘ ไม่ใช่ว่าเป็นทาง ๘ สาย ความจริงเป็นทางสายเดียว แต่มีส่วนประกอบแปดอย่าง เหมือนเชือกเส้นเดียวแต่มี ๘ เกลียว หรือแก้วถ้วยเดียว แต่มีเครื่องประกอบ ๘ อย่าง
ดังนั้นพระองค์จึงประกาศความสำคัญของอริยสัจ ๔ ไว้ว่า เพราะไม่เห็นอริยสัจ ๔ ตามความเป็นจริง จึงท่องเที่ยวไปชาตินั้น ๆ ตลอดกาลนาน
![]()
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [7 พ.ค. 2549 , 07:55:03 น.] ( IP = 58.136.206.24 : : )
สลักธรรม 6ได้อ่านเรื่องมรรค ๘ ครั้งนี้ เกิดความชื่นใจมากเลยครับ อาจเป็นเพราะชีวิตที่ได้เรียนรู้ความจริงต่างๆจากพระอภิธรรมมาบ้างพอสมควร
พอได้อ่านหนทางอันจะนำออกจากวัฏฏะได้นี้ ยิ่งเห็นคุณค่าของการดำรงชีวิตในทางที่ควรดำเนินมากมายเลยครับผม
กราบขอบพระคุณหลวงพ่อครับ ที่พร่ำสอน ตักเตือนเสมอมาครับ
![]()
โดย พี่เณร [7 พ.ค. 2549 , 20:05:10 น.] ( IP = 58.9.149.34 : : )
สลักธรรม 7
กราบขอบพระคุณหลวงพ่อเจ้าค่ะโดย วรางคณา - [7 พ.ค. 2549 , 20:27:22 น.] ( IP = 203.188.37.202 : : )
สลักธรรม 8กราบขอบพระคุณหลวงพ่อค่ะ
โดย เซิ่น [8 พ.ค. 2549 , 20:34:48 น.] ( IP = 58.8.50.152 : : )
สลักธรรม 9กราบขอบพระคุณหลวงพ่อค่ะ โดย พี่ดา [9 พ.ค. 2549 , 13:23:16 น.] ( IP = 124.121.175.216 : : )
สลักธรรม 10เรียนถาม
การดำริออกจากกาม สำหรับผู้ที่มีคู่ครองอยู่ ควรทำใจและปฏิบัติอย่างไร
ขอบพระคุณค่ะโดย ฤดี [4 ก.พ. 2554 , 15:19:39 น.] ( IP = 115.31.134.55 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |