| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา (๑๑)
![]()
สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา (๑๑)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
มหาภูตรูป ๔ และอุปาทายรูป ๒๔
ในจำนวนรูป ๒๘ รูปนั้น แบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ ๒ ประเภทคือ มหาภูตรูป ๔ กับอุปาทายรูป ๒๔
มหาภูตรูป คืออะไร
"อุปาทินฺนานุปาทินฺนสนฺตาเนสุ สลกฺขณโต สสมฺภารโต จ มหนฺตานิ หุตฺวา ภวนฺติ ปาตุภวนฺตีติ = มหาภูตานิ"
รูปเหล่าใด มีความเป็นใหญ่และปรากฏชัดเจนโดยอาศัยลักษณะของตน และโดยสัณฐานของตนเอง ในสันดานแห่งสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ฉะนั้น รูปเหล่านั้นชื่อว่า มหาภูตรูป
หรือ "มหนฺตานิ หุตฺวา ภวนฺติ ปาตุภวนฺตีติ มหาภูตานิ" (ปรมัตถทีปนีฎีกา)
= รูปที่มีสัณฐานปรากฏเป็นที่เด่นชัดนั้นเรียกว่า มหาภูตรูป
มหาภูตรูป คือรูปที่เป็นใหญ่ และปรากฏชัดเจน และมีปรากฏอยู่ทั่วไปในโลกนั่นเอง
มหาภูตรูปได้แก่รูปอะไรบ้าง?
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [11 พ.ค. 2549 , 08:00:28 น.] ( IP = 58.136.209.159 : : )
สลักธรรม 1
ปฐวีธาตุ เป็นธาตุชนิดหนึ่ง เรียกกันว่าธาตุดิน มีลักษณะแข็ง(กกฺขฬลกฺขณา) ทั้งนี้เมื่อเปรียบกับธาตุที่เหลืออีก ๓ ธาตุ
จากวิสุทธิมัค์แสดงไว้ว่า โย อิมสฺมึ กาเย ถทฺธถาโว ขรภาโว วา อยํ ปถวี ธาตุ แปลว่า ธรรมชาติที่ทรงภาวะแข็งก็ดี ความกระด้างก็ดีที่มีอยู่ในกายนั้น เรียกว่า ปฐวีธาตุ
ปฐวีธาตุ คือ ธาตุดิน เป็นที่อาศัยของรูปอื่นๆ เหมือนพื้นแผ่นดินเป็นที่อาศัยของสิ่งมีชีวิต และไม่มีชีวิต
ยกเว้นปฐวีธาตุเสียแล้ว รูปร่างสัณฐาน สีสัน วรรณะ ก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้
และยกเว้นปฐวีธาตุเสียแล้ว รูปารมณ์ สัททารมณ์ คันธารมณ์ รสารมณ์ เตโชโผฏฐัพพารมณ์ วาโยโผฏฐัพพารมณ์ คือรูปอันได้แก่คลื่นแสง เสียง กลิ่น รส รู้สึกเย็นร้อน หรือหย่อนตึง ก็จะปรากฏเกิดขึ้นมาไม่ได้เลยเป็นอันขาด
ดังบาลีแสดงว่า สหชาตรูปานิ ปถนฺติ ป๖ฏฐหนฺติ เอตุถาติ = ปฐวี
แปลความว่า รูปที่เกิดร่วมกันทั้งหลายย่อมตั้งอยู่ในธรรมชาตินั้น ฉะนั้น ธรรมชาติอันเป็นที่ตั้งที่อาศัยของสหชาตรูปเหล่านั้น ชื่อว่า ปฐวี
สรรพสิ่งใดๆ ก็ดี ถ้ามีธาตุดินมากหรือเป็นประธานแล้ว ลักษณะอันปรากฏคือความแข็งก็จะสัมผัสรู้สึกได้ชัดเจน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ต้นไม้ ร่างกายของคนเป็นต้น แต่ถ้าหากว่า สรรพสิ่งใดๆ มีธาตุดินน้อย ลักษณะคือความแข็งนั้น ก็จะปรากฏไม่มาก ถ้าสัมผัสแล้วก็จะรู้สึก"อ่อน"
ความจริงนั้น คำว่า "อ่อน" ก็คือความรู้สึกว่าแข็งน้อยนั่นเอง ฉะนั้น เมื่อได้สัมผัสแล้วจะแข็งหรืออ่อนก็ตาม ธรรมชาตินั้นก็เรียกว่าปฐวีธาตุ คือธาตุดินทั้งสิ้นโดย พี่เณร...นำมาฝาก [11 พ.ค. 2549 , 08:01:19 น.] ( IP = 58.136.209.159 : : )
สลักธรรม 2
ตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ปฐวีธาตุ มีความแข็งเป็นลักษณะนั้น ถ้าไม่มีความเข้าใจ "อ่อน" เสียแล้ว ความแข็งแต่ลำพังอย่างเดียวก็จะปรากฏขึ้นมาให้เข้าใจไม่ได้ และการที่เราทราบว่า ปฐวีธาตุมีความแข็งเป็นลักษณะ ก็เพราะว่าเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับธาตุอื่นแล้ว ปฐวี คือธาตุดินนี้ ย่อมมีสภาพของความแข็งมากกว่าธาตุอื่น
ธาตุอื่นๆ คือธาตุที่เหลือทั้งหมดนั้น เมื่อสัมผัสเข้าแล้วไปม่สามารถทำให้ปรากฏความแข็ง(หรืออ่อน) ได้ แน่นอนนอกจากปฐวีธาตุแล้ว ธาตุอื่นๆ ทั้งหมดเมื่อสัมผัสเข้าจะมีความรู้สึกว่าแข็งหรืออ่อนย่อมไม่มีเลย เช่น ธาตุไฟ เป็นต้น กระทบถูกต้องเข้าแล้วจะรู้สึกว่าร้อน จะไม่รู้สึกแข็งหรืออ่อนเลยเป็นอันขาด
ตามธรรมดาวัตถุหรือของสิ่งใดก็ดี ย่อมมีความแข็ง(หรืออ่อน) ประจำตัวของมันอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้ เมื่อเราสัมผัสกับสิ่งนั้นเข้า เราจึงรู้สึกว่าได้กระทบของแข็ง(หรืออ่อน)เข้า แต่วัตถุหรือสิ่งของนั้นย่อมจะมีหลายธาตุด้วยกัน ดังนั้นเมื่อสัมผัสแล้วรู้สึกว่าแข็งก็เพราะเหตุที่วัตถุหรือสิ่งของนั้นมีปฐวีธาตุมาก แต่ถ้าเมื่อสัมผัสแล้ว รู้สึกว่าอ่อนก็ย่อมแสดงว่าสิ่งนั้นมีปฐวีธาตุน้อย หรือไม่เป็นปึกแผ่นโดย พี่เณร...นำมาฝาก [11 พ.ค. 2549 , 08:01:50 น.] ( IP = 58.136.209.159 : : )
สลักธรรม 3ตามธรรมดาพื้นแผ่นดินย่อมเป็นที่อาศัยของคน ของสัตว์ และของพืช หรือพูดได้ว่าเป็นที่รองรับของสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิตทั้งหลาย ถ้าพื้นแผ่นดินไม่มีเสียแล้วสิ่งทั้งหลายก็จะมีขึ้นไม่ได้ โดยทำนองเดียวกันนี้เอง ปฐวีธาตุหรือธาตุดิน ก็เป็นที่อาศัยของบรรดาธาตุหรือเป็นที่ตั้งของธาตุอื่น เช่น ให้ธาตุน้ำและธาตุลมอาศัยเป็นต้น
นอกจากนี้ ปฐวีธาตุหรือธาตุดิน ยังเป็นที่อาศัยเกิดของนามรูปพรรณสัณฐาน เช่น เห็นเป็นรูปลักษณะอย่างไร และทำให้เห็นเป็นสีสันวรรณะด้วย เป็นต้น
อนึ่ง ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาได้ตามทวารทั้ง ๕ เหล่านั้น ก็ล้วนแล้วแต่ได้อาศัยปฐวีธาตุเป็นตัวการสำคัญ ไม่ว่าแสง เสียง กลิ่น รส และสิ่งที่มากระทบกาย ตัวอย่างเช่น
อารมณ์ที่เกิดขึ้น ที่ก่อให้เกิดการ "เห็น" ก็จะต้องอาศัยรูปารมณ์ (รูป) ซึ่งมีธาตุดินรวมอยู่ด้วย อันได้แก่คลื่นของแสงที่สะท้อนจากรูปมากระทบกับจิตที่ประสาทตา
ความรู้สึกในการ "ได้ยิน" ก็ย่อมจะต้องอาศัยสัททารมณ์(รูป) ซึ่งมีธาตุดินรวมอยู่ด้วย อันได้แก่คลื่นของเสียงที่มากระทบกับจิตที่ประสาทหู
คันธารมณ์ (รูป) ที่มีธาตุดินรวมอยู่ด้วย อันได้แก่กลิ่นที่มากระทบกับจิตที่ประสาทจมูก รสารมณ์(รูป) ที่มีธาตุดินรวมอยู่ด้วย อันได้แก่รสที่มากระทบกับจิตที่ประสาทลิ้น
และเตโชโผฏฐัพพารมณ์ ธาตุไฟ (รูป) ที่มีธาตุดินรวมอยู่ด้วยมากระทบกับจิตที่ประสาทกายจึงรู้สึกร้อน และวาโยโผฏฐัพพารมณ์ ธาตุลม (รูป) ที่มีธาตุดินรวมอยู่ด้วยมากระทบกับจิตที่ประสาทกายจึงรู้สึกหย่อนหรือตึง
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [11 พ.ค. 2549 , 08:02:23 น.] ( IP = 58.136.209.159 : : )
สลักธรรม 4
มาศึกษาเรื่องรูปต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณมากค่ะโดย พี่ดา [11 พ.ค. 2549 , 08:23:53 น.] ( IP = 124.121.173.163 : : )
สลักธรรม 5เช่นกันครับ มารับรู้เรื่องราวของรูปต่อครับ ซึ่งละเอียดละออมากขึ้นครับ กราบขอบพระคุณมากครับผม
โดย ทับตะวัน [11 พ.ค. 2549 , 10:12:02 น.] ( IP = 58.9.144.62 : : )
สลักธรรม 6มาติดตามศึกษารายละเอียดเรื่องรูปต่อค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ
โดย เซิ่น [11 พ.ค. 2549 , 12:25:56 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |