มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา (๑๖)






สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา (๑๖)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา


๓. กสิณเตโช หรือ อารมฺมณเตโช ได้แก่ไฟที่เป็นนิมิต เช่นในการเพ่งไฟเพื่อการทำสมาธิกำหนดดวงไฟให้เกิดขึ้นเพื่อปรารถนาให้ดวงไฟนั้นปรากฏขึ้นในจิตใจอย่างแน่นหนามิให้หันเหไปยังทิศทางต่างๆ เช่น ในบริกรรมนิมิต อุคหนิมิต และปฏิภาคนิมิต

๔. ปกติเตโช หรือ สมมุติเตโช ได้แก่ไฟทั่วไป ที่บุคคลทั้งหลายรู้จักดีคือไฟที่ใช้หุงต้มอาหาร เป็นต้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 พ.ค. 2549 , 08:18:05 น.] ( IP = 203.113.16.241 : : 203.113.67.37 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ตามธรรมดาร่างกายของสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ และจะอาศัยอยู่ ณ แห่งหนตำบลใด ก็ย่อมจะประกอบขึ้นด้วยธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม เป็นประจำทั้ง ๔ ธาตุ

ความสัมพันธ์ของธาตุทั้ง ๔ นี้แม้ว่าจะขาดไปเสียอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้เลยก็ดี แต่ธาตุทั้ง ๔ นี้ก็ย่อมจะมีมากน้อยกว่ากันบ้าง แต่ถึงแม้สัตว์ที่ดำรงคงชีวิตอยู่ และเจริญขึ้นนั้นย่อมจะอาศัยธาตุทั้ง ๔ เหล่านี้ก็จริง แต่บางธาตุย่อมมีประสิทธิภาพเป็นพิเศษเหนือธาตุอื่นๆ ทั้งนี้ก็เพราะว่า ธาตุไฟ เฉพาะอย่างยิ่ง อุสมาเตโชฃ่วยทำให้ความอบอุ่นช่วยให้ชีวิตของสัตว์ เกิดกำลังงานและเป็นไปได้ตลอดชั่วอายุขัย หรือจนกว่าสัตว์นั้นๆ จะถึงแก่ความตาย ถ้าขาดอุสมาเตโชเสียแล้ว ร่างกายของสัตว์ย่อมจะคงชีวิตอยู่ไม่ได้ก็จะกลายเป็นซากศพไป

นอกจากนี้ก็มีธาตุไฟ คือ ปาจกเตโช ที่กระทำหน้าที่ย่อยหรือละลายอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ให้แก่สัตว์ ตั้งแต่ในปากเป็นต้นไปจนถึงทางทวารหนัก ซึ่งถ้าสัตว์ทั้งหลายขาดปาจกเตโชเสียแล้ว สัตว์นั้นๆ ก็จะถดถอยกำลังลง และถึงแก่ความตายนเวลาไม่ช้า

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 พ.ค. 2549 , 08:19:38 น.] ( IP = 203.113.16.241 : : 203.113.67.37 )


  สลักธรรม 2

เรื่องนี้ก็มีมาในพระสูตรว่า

เมื่อพระภิกษุสงฆ์จำนวนมาก ได้มาประชุมกันอยู่ในธรรมสภานั้น ได้พากันหารือถึงพระชนม์ชีพของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นย่อมมีมหากุศลให้ได้ตรัสรู้พระสัพพัญญุตญาณ เมื่ออำนาจของกรรมที่ส่งเกิดเท่ากัน พระชนมายุจะเท่ากันหรือไม่?

ได้เกิดเป็นปัญหาที่อภิปรายกันขึ้น ณ ที่นั้น แต่ปัญหานี้ย่อมเกี่ยวเข้าไปถึงปุพเพนิวาสานุสติญาณ การระลึกถึงชาติก่อนได้ จึงเป็นการยากที่จะอภิปรายกันให้เข้าไปใกล้ชิดกับความจริง ดังนั้น เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาถึงธรรมสภาแล้ว พระภิกษุเหล่านั้นจจึงพากันถวายอภิวาท แล้วก็ทูลถามปัญหาที่กำลังอภิปรายกันอยู่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้ตรัสว่า ปัญหานี้ย่อมจะขึ้นอยู่กับเตโชธาตุ พระภิกษุทั้งหลายจึงต่างพากันทูลขอให้ทรงเทศนาต่อไป

ด้วยเหตุดังนี้ พระบรมศาสดาจึงได้ทรงแสดงถึงลำดับพระชนมายุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายตั้งแต่ในอดีต โดยพระองค์ได้อรรถาธิบายว่า

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 พ.ค. 2549 , 08:20:07 น.] ( IP = 203.113.16.241 : : 203.113.67.37 )


  สลักธรรม 3

การที่พระชนมายุแตกต่างกันนั้น ก็เนื่องจากบุคคลในอดีตเหล่านั้นต่างก็มีจิตตั้งมั่นอยู่ในพรหมวิหารธรรม มีเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา พร้อมทั้งเพิ่มพูนกุศลกรรมบถ ๑๐ มีทาน ศีล ฯลฯ เป็นต้น พร้อมทั้งดินฟ้าอากาศก็เป็นปกติ ดังนั้นพืชพันธุ์ธัญญาหารก้อุดมสมบูรณ์ด้วยโอชะ อันจะยังประโยชน์ให้แก่ร่างกายของบุคคลเป็นอันมาก ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม ที่ร่วมประชุมกันเป็นร่างกายของบุคคลเหล่านั้น ก็จะได้อาหารที่สมบูรณ์ไปด้วยโอชะ ย่อมปราศจากโรคภัยเบียดเบียน ย่อมเจริญและมีอายุยืนนาน

แต่ถ้าหากว่าความประพฤติของบุคคลทั้งหลายมิได้เป็นไปดังกล่าว ความประพฤติกลับผิดไปตรงกันข้ามกับที่กล่าวมาแล้ว ดินฟ้าอากาศก็ผันแปร วิปริตแปรปรวน พืชพันธ์ธัญญาหารก็ขาดความอุดมสมบูรณ์ โอชะก็จะหย่อนลง ก็ย่อมจะก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บและอายุก็จะถดถอยน้อยลง

แต่อย่างไรก็ดี กรรมของสัตว์เหล่าใดแม้จะสูงส่งเพียงใดก็ดี ก็ย่อมจะไม่อาจบรรลุความผันแปรของเตโชธาตุไปได้ ด้วยเหตุดังนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายแม้จะมีพระสัพพัญญุตญาณก็ไม่อาจลุธรรมนิยาม(ธรรมดาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า)ไปได้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 พ.ค. 2549 , 08:20:50 น.] ( IP = 203.113.16.241 : : 203.113.67.37 )


  สลักธรรม 4

ในพระสูตรมหาวารแสดงว่า

อุตุโภชนวเสน อายุ หายติปิ วฑฺฒติ
อายุจะสั้นหรือยาวนั้น ย่อมแล้วแต่สภาพของเตโชและอาหาร

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 พ.ค. 2549 , 08:21:25 น.] ( IP = 203.113.16.241 : : 203.113.67.37 )


  สลักธรรม 5

อรรถ ๔ ประการของเตโช

อุณฺหตฺลกฺขณามีความร้อนเป็นลักษณะ
ปริปาจนรสามีการสุกงอมเป็นกิจ
มทฺทวานุปฺปาทนปจฺจุปฏฺฐานามีการทำให้อ่อนนิ่มเป็นผล
อวเสสธาตุตฺตยปทฏฐานามีธาตุทั้ง ๓ ที่เหลือเป็นเหตุใกล้

โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 พ.ค. 2549 , 08:22:13 น.] ( IP = 203.113.16.241 : : 203.113.67.37 )


  สลักธรรม 6


มาศึกษาต่อค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา [16 พ.ค. 2549 , 11:21:32 น.] ( IP = 124.121.174.236 : : )


  สลักธรรม 7

มาติดตามต่อค่ะ..จะได้มีความรู้ความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น
ขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น [16 พ.ค. 2549 , 12:43:47 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org