มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การเข้าใจไตรลักษณ์คือการเข้าใจในโลกธรรม




การเข้าใจไตรลักษณ์คือการเข้าใจในโลกธรรม


พระพุทธศาสนามิได้เป็นทั้งทุกขนิยม การมองโลกในแง่ร้าย
และสุขนิยม (Optimistic) การมองโลกในแง่ดี
แต่พุทธศาสนาเป็นสัจจ เพราะพุทธศาสนาได้มองโลกในแง่แห่งความเป็นจริงเป็นสัจจธรรม คือมองทุกอย่างในสภาพแห่งความเป็นจริง พุทธศาสนาจะสอนแต่ในเรื่องของสัจจธรรม สิ่งที่เป็นจริงตามธรรมชาติ
คำว่าทุกข์ในความหมายที่ใช้กันทั่ว ๆไป หมายถึงความทุกข์ทรมาน ความเจ็บปวด ความโศกเศร้า ความเสียใจเป็นต้น และพระพุทธองค์มิได้ปฏิเสธความสุข และมีในพระสูตรหลายแห่งที่พระองค์ตรัส เกี่ยวกับความสุขเช่น ความสุขในการครองเรือน ความสุขในการไม่เป็นหนี้ ความสุขในชีวิตของนักพรต ความสุขในการออกบวช ความสุขทางอายตนะ ความสุขทางกาย ความสุขทางใจ เป็นต้น แต่ความสุขเหล่านี้ได้รวมอยู่ในความทุกข์ เหมือนกับเราพูดถึงอุณหภูมิของดินฟ้าอากาศ คือพูดแต่เรื่องของความร้อน ไม่ได้พูดถึงความเย็นเลย แต่ความเย็นก็อยู่ในความร้อนนั่นเอง หรือ ความเย็นก็คือความร้อนน้อยนั่นเอง ดังนั้น ความสุขก็คือ ความทุกข์น้อย ความหมายก็คงอย่างเดียวกัน
ทุกขัง คือ ความทุกข์ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ ซึ่งเกิดเพราะการเปลี่ยนแปลงไม่คงที่ เราสามารถแบ่งความทุกข์ออกได้เป็น ๒ อย่างคือ
๑.ทุกขเวทนา คือ ความทุกข์ยากลำบาก ที่เกิดขึ้นในสิ่งที่มีชีวิตทุกประเภท
๒.ทุกขลักษณะ คือ สภาวะที่ทนอยู่ไม่ได้



ทุกขเวทนา หมายถึง ความยากลำบาก ซึ่งเกิดจากความเจ็บปวดทางร่างกาย ทางจิตใจ โรคภัย ไข้เจ็บเบียดเบียน ทุกข์ประเภทนี้มีอยู่ ๑๐ ประการคือ
๑. สภาวะทุกข์ คือ ทุกข์ที่มีประจำอยู่ในสสารทุกประเภท ซึ่งได้แก่ เกิด แก่ ตาย
๒.ปกิณณกทุกข์ ได้แก่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ได้แก่ ความโศกเศร้า ความเสียใจ ความคับแค้นใจ ความน้อยใจ ความทุกข์ใจ
๓.นิพัทธทุกข์ ได้แก่ทุกข์ที่เกิดเป็นประจำ วันละหลาย ๆ ครั้ง ได้แก่ความร้อน ความหนาว ความหิว ความกระหาย การปวดอุจจาระ ปัสสาวะ เป็นต้น
๔.พยาธิทุกข์ ได้แก่ทุกข์ที่เกิดเพราะโรคภัยเบียดเบียน
๕.สันตาปทุกข์ ได้แก่ทุกข์ที่เกิดเพราะความเร่าร้อน เพราะไฟคือ ราคะ ความกำหนัด โทสะ ความโกรธฉุนเฉียว โมหะ การหลงงมงายสิ่งเหล่านี้ทำให้เร่าร้อนอยู่ภายใน
๖.วิปากทุกข์ ได้แก่ทุกข์ที่เกิดเพราะการถูกลงอาญา ถูกลงโทษทัณฑ์
๗.สหครทุกข์ ได้แก่ทุกข์ที่เกิดพร้อมกันกับสุข ซึ่งเกิดเพราะโลกธรรม ๔ อย่าง คือ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์ โลกธรรมนี้จะสับเปลี่ยนกันเกิดขึ้น ไม่มีอะไรที่ถาวรยั่งยืนอยู่ตลอดไปได้
๘.อาหารปริเยฏฐิทุกข์ ได้แก่ทุกข์เพราะการทำมาหากิน การทำมาหาเลี้ยงชีพ
๙.วิวาทมูลทุกข์ ได้แก่ทุกข์เพราะการทะเลาะวิวาทกัน โต้เถียงกัน ชกต่อยกัน
๑๐.ทุกขขันธ์ ได้แก่ทุกข์รวบยอด คือทุกข์เพราะมีขันธ์ห้า ถ้าไม่มีขันธ์ห้าทุกข์ทั้งหมดจะไม่มี


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 พ.ค. 2549 , 09:20:24 น.] ( IP = 58.8.33.49 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ความทุกข์ ความสุขที่เกิดขึ้น เป็นผลจากการขัดแย้ง
กันระหว่างอุปาทานการยึดมั่น ถือมั่น กับสภาพความเป็นจริงที่จิตรับรู้เข้ามาจนทำให้เกิดเวทนาขึ้น
ในทุกข์ทั้ง ๒ อย่างนี้ ทุกขเวทนาเป็นสิ่งที่ทรมานร่างกายและจิตใจของมนุษย์มากที่สุด เพราะเพียงแต่เราประสบกับสิ่งที่ไม่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์ พลัดพรากกับสิ่งที่ตนรักตนชอบ ก็เป็นทุกข์ ต้องการสิ่งใด ไม่สมความตั้งใจ ไม่สมความปรารถนาก็เป็นทุกข์ เมื่อเกิดความทุกข์แล้ว ความเศร้าโศกเสียใจ ความพิไรรำพัน ความคับแค้นใจ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นสายใยแห่งความทุกข์ทั้งมวล ดังนั้น ความขัดแย้งทางจิตใจจึง ถือว่าเป็นสัจจธรรมสมบูรณ์



ทุกขลักษณะ ทุกข์ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็น ทุกขเวทนา เป็นทุกข์ในอริสัจจ์ซึ่งมีอยู่ในสิ่งที่มีชีวิตทุกประเภท ไม่มีการยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น ทุกชีวิตจะต้องตกอยู่ในสภาพแห่งความทุกข์นี้เหมือนกัน แต่ ทุกขลักษณะเป็นความที่ทนอยู่ไม่ได้ในสภาพเดิม ได้แก่ ทุกข์ที่เกิดขึ้น เพราะการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ซึ่งจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนไม่มีการยกเว้น และเกิดอยู่ตลอดเวลา โดยไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก หนุ่มสาว หรือแก่เฒ่า ไม่เลือกว่าเป็นโต๊ะ เป็นกระดาน เป็นหิน เป็นทราย แม้เราไม่อยากให้มันเปลี่ยนแปลง แต่มันก็เปลี่ยนแปลงไป ตามธรรมชาติ ธรรมดาของมันเราห้ามมันไม่ได้ เราบังคับมันไม่ได้ เหมือนกับเรายิงลูกศรขึ้นไปในอากาศ เราอยากให้มันหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่อยากให้มันวิ่งต่อไปอีก มันจะไม่เป็นไปตามความคิดของเรามันจะวิ่งไปตามแรงดัน พอหมดแรงดันมันก็ยังไม่หยุดมันจะต้องกลับลงมาอีก สรุปแล้วก็คือเราบังคับมันไม่ได้ มันก็จะไปตามแรงดัน และแรงดึงนั้น การทนอยู่ไม่ได้ของสสารทุกประเภทก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน คือ เป็นสภาพที่ไม่คงที่ ไม่คงทน ไม่ถาวร มันจะผุพัง มันจะเสื่อมและโทรมไปตามสภาพของมัน จึงถือว่าเป็นสัจจธรรมของธรรมชาติ นั่นก็คือความทุกข์


โดย tvb (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 พ.ค. 2549 , 09:22:13 น.] ( IP = 202.93.62.122 : : )


  สลักธรรม 2


เมื่อเราได้ศึกษาเรื่องไตรลักษณ์จนเข้าใจดี ถึงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน จะทำให้เราเข้าใจเรื่องโลกธรรม ๘ ได้เป็นอย่างดี เพราะทุกสิ่งทุกอย่างจะมีของคู่กันเสมอ เมื่อสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นอีกสิ่งหนึ่งก็จะดับไปไม่สามารถเกิดขึ้นในขณะเดียวกันได้ คือไม่สามารถคงทนอยู่ในสภาพใดสภาพหนึ่งได้ตลอดไป คือ เมื่อมีลาภ อาจจะเสื่อมลาภ เมื่อมียศ อาจจะเสื่อมยศ มีนินทา มีสรรเสริญ มีสุข มีทุกข์ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่คนจะปรารถนาในทางที่คนชอบใจเท่านั้นให้เกิดขึ้นกับชีวิตตนและญาติมิตร เมื่อไม่ได้อย่างที่หวังไว้ก็จะเป็นทุกข์ สิ่งต่าง ๆ ในทางพระพุทธศาสนาจะเกิดขึ้นเป็นไปตามเหตุปัจจัย หรือเป็นไปตามกรรมที่ส่งผลอย่างแน่นอนและถูกต้องไม่อาจห้ามได้ เมื่อเราเข้าใจกฎเกณฑ์ของไตรลักษณ์อย่างถูกต้อง โลกธรรมที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับชีวิตเวลาไหนก็จะไม่เป็นทุกข์ โลกธรรมที่ดีเกิดขึ้นก็ไม่หลงละเริง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเช่นนั้นเอง



โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 พ.ค. 2549 , 09:24:31 น.] ( IP = 202.93.62.122 : : )


  สลักธรรม 3


ขอบคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา [16 พ.ค. 2549 , 11:23:18 น.] ( IP = 124.121.174.236 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org