| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา (๑๙)
![]()
สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา (๑๙)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
ในพระพุทธศาสนาแบ่งรูปอันได้แก่สสารและพลังงานออกไปเป็น ๒ ส่วน คือ มหาภูตรูปส่วนหนึ่ง และอุปาทายรูปอีกส่วนหนึ่ง
มหาภูตรูป เป็นรูปที่ปรากฏเป็นใหญ่เป็นประธานในบรรดารูปทั้งหลาย เป็นรูปที่ปรากฏชัดเจน หรือเป็นพื้นฐานรองรับของรูปทั้งหลาย มหาภูตรูปมี ๔ ได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม ดังได้กล่าวมาแล้ว
ส่วนอุปาทายรูปได้แก่รูปที่จะต้องอาศัยมหาภูตรูปเกิดจึงจะเกิดได้ หรือจะต้องมีมหาภูตรูปเป็นแดนเกิด มหาภูตรูปเป็นที่รองรับ เพราะอุปาทายรูปนั้นไม่มีความสามารถที่จะเกิดได้โดยลำพังของตนเอง เช่น จักขุปสาทะ ได้แก่ประสาทตา เป็นต้น ประสาทตาก็จะต้องอาศัยตั้งอยู่บนมหาภูตรูป หาไม่แล้วก็จะเกิดประสาทตาขึ้นมาไม่ได้เลยเป็นอันขาด
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [19 พ.ค. 2549 , 07:38:45 น.] ( IP = 203.172.117.56 : : )
สลักธรรม 1
อุปาทายรูป มี ๒๔ ประเภท
อุปาทายรูป หมายถึงรูปที่เกิดขึ้นโดยมหาภูตรูป ดังบาลีว่า
"มหาภูตานํ อุปาทาย ปวตฺตํ รูปนฺติ = อุปาทายรูปํ"
รูปที่เกิดขึ้นโดยอาศัยมหาภูตรูป ฉะนั้นจึงชื่อว่า อุปาทายรูป
อุปาทายรูป ๒๔ ได้แก่ ปสาทรูป ๕ วิสยรูป ๔ ภาวะรูป ๒ หทยรูป ชีวิตรูป อาหารรูป ปริจเฉทรูป วิญญัติรูป ๒ วิการรูป ๓ ลักขณรูป ๔
ปสาทรูป ๕
๑. จักขุปสาทรูป ได้แก่ ความใสที่รับรูปารมณ์ได้
๒. โสตปสาทรูป ได้แก่ ความใสที่รับสัทธารมณ์ได้
๓. ฆานปสาทรูป ได้แก่ ความใสที่รับคันธารมณ์ได้
๔. ชิวหาปสาทรูป ได้แก่ ความใสที่รับรสารมณ์ได้
๕. กายปสาทรูป ได้แก่ ความใสที่รับโผฏฐัพพารมณ์ได้
วิสยรูป ๔ (รูปที่เป็นอารมณ์)
๖. รูปารมณรูป รูปคือตัวการที่ทำให้เห็นเป็นสีได้
๗. สัททารมณรูป เสียงต่างๆ
๘. คันธารมณรูป กลิ่นต่างๆ
๙. รสารมณรูป รสต่างๆ
ภาวรูป ๒
๑๐. อิตถีภวะรูป ได้แก่ รูปที่แสดงความเป็นหญิง
๑๑. ปุริสภาวรูป ได้แก่ รูปที่แสดงความเป็นชายโดย พี่เณร...นำมาฝาก [19 พ.ค. 2549 , 07:43:08 น.] ( IP = 203.172.117.56 : : )
สลักธรรม 2
หทยรูป ๑
๑๒. หทยรูป คือ รูปอันเป็นที่ตั้งที่ของจิต
ชีวิตรูป ๑
๑๓.ชีวิตรูป คือ รูปที่รักษากรรมชรูป
อาหารรูป ๑
๑๔. อาหารชรูป คือ รูปที่ทำให้อาหารชรูปเกิด
ปริจเฉทรูป ๑
๑๕. ปริจเฉทรูป คือ รูปที่คั่นระหว่างรูป
วิญญัติรูป ๒ (พฤติกรรมที่แสดงออกทางกายทางวาจา)
๑๖. กายวิญญัติรูป คือ การเคลื่อนไหวของกาย
๑๗. วจีวิญญัติรูป คือ การเคลื่อนไหวของวาจา
วิการรูป ๓
๑๘. ลหุตารูป ได้แก่ ความเบาของนิปผันนรูป
๑๙. มุทุตารูป ได้แก่ ความอ่อนของนิปผันนรูป
๒๐. กัมมัญญตารูป ได้แก่ ความควรแก่การงานของนิปผันนรูป
ลักขณรูป ๔
๒๑. อุปจยรูป ได้แก่ ความเกิดขึ้นของนิปผันนรูป
๒๒. สันตติรูป ได้แก่ ความสืบต่อของนิปผันนรูป
๒๓.ชรตารูป ได้แก่ ความแก่หรือสลายตัวของนิปผันนรูป
๒๔. อนิจจตารูป ได้แก่ ความดับของนิปผันนรูปโดย พี่เณร...นำมาฝาก [19 พ.ค. 2549 , 07:43:41 น.] ( IP = 203.172.117.56 : : )
สลักธรรม 3ปสาทรูป ๕
ปสาทรูป ๕ ได้แก่
จักขุปสาทรูป = ประสาทตา
โสตปสาทรูป = ประสาทหู
ฆานปสาทรูป = ประสาทจมูก
ชิวหาปสาทรูป = ประสาทลิ้น
กายปสาทรูป = ประสาทกาย
ปสาท
การอธิบายเรื่องการถ่ายรูปในปัจจุบันนี้ เป็นเรื่องเล็กน้อย เป็นกลไกที่ง่ายมาก วิธีใช้ก็สะดวก เด็กๆ ทั้งหญิง ชาย ต่างพากันถือกล้องถ่ายรูปไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อเก็บภาพที่เห็นว่าสวยงามถูกใจเอาไว้ดูเล่น เป็นกล้องถ่ายรูปรูเข็ม มีเลนส์นูนอยู่ข้างหลังรูเข็ม แล้วมีกระจกขัดฝ้า หรือฟิล์มถ่ายรูปเป็นจอเลนส์จะก่อให้เกิดภาพขึ้น แล้วเราก็เลื่อนจอเข้ามาหรือเลื่อนออกไป เพื่อหาโฟกัสภาพให้แสงตกลงบนจอแล้วเอาจอออก เอากระจกหรือฟิล์มถ่ายรูปวางแทนลงไป เลนส์เป็นตัวการทำให้เกิดภาพขึ้นใกล้จอเมื่อจะถ่าย
เราอาจจะจัดให้ขนาดของแสงเข้าในเลนส์นั้นโตหรือเล็กตามต้องการ ส่วนชัตเตอร์ เมื่อยังไม่ถ่ายภาพนั้นปิดอยู่ ถ้าจะถ่ายก็เปิดแว้ปขึ้นให้แสงเข้าไป ต่อจากนั้นก็เอากระจกหรือฟิล์มไปแช่ในตัวยาที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า "น้ำยาล้างรูป" แล้วก็จะได้ภาพที่ตรงกันข้ามกับภาพจริง คือส่วนสีดำในภาพจะเป็นสีขาว แต่ส่วนสีขาวจะกลับเป็นสีดำในเนกาตีฟ แล้วจึงเอาฟิล์มหรือกระจกนี้ไปอัดพิมพ์กับกระดาษโปรไมด์อีกครั้งหนึ่ง ก็จะได้ภาพที่ต้องการโดย พี่เณร...นำมาฝาก [19 พ.ค. 2549 , 07:44:20 น.] ( IP = 203.172.117.56 : : )
สลักธรรม 4ส่วนภาพที่นัยน์ตาของเราเห็นนั้น ก็คือภาพที่เกิดขึ้นบน Retina โดยเลนส์ ซึ่งเปลี่ยนแปลงขนาดหนาหรือบางได้ เป็นภาพหัวกลับ อาศัยม่านตาบังคับปริมาณของแสงให้เข้าตามากหรือน้อย โดยเปลี่ยนแปลงขนาดของช่องตาดำ แสงสว่างจะผ่านคอเนียผ่านเลนส์ มาตกลงบนเรตินา จึงทำให้เกิดเพทนาการเกี่ยวกับแสง แสงผ่านรูเข็มมาตกลงบนฉากหลังรูเข็มก็คือที่เราเห็นเป็นจุดดำที่เรียกว่า Pupil และฉากก็คือเรติน่านั่นเอง ซึ่งห่างจาก Pupil หลายมิลลิเมตร ต่อจากนี้ภาพก็จะตรึงตราอยู่แล้วก็รายงานไปยังสมอง(ทางโลก)
เมื่อได้ตั้งคำถามขึ้นว่า นัยน์ตาของคนนั้นมีความสามารถเห็นได้อย่างไร ? ผู้ที่มีความรู้ในเรื่องนี้ก็จะอธิบายถึงเรื่องแสง และรื่องของนัยน์ตา และวิธีที่แสงมาตก เมื่ออธิบายแล้วก็จะยกเรื่องของกล้องถ่ายรูปออกมาแสดง เริ่มตั้งแต่แสงมาตก จนถึงปรากฏเป็นภาพ เหมือนภาพถ่าย วิทยาการในทางโลกจะอธิบายเป็นแบบเดียวกันนี้ไม่ว่าที่ไหน
ความจริงการอธิบายว่า "เห็น" ได้อย่างไร โดยยึดเอากล้องถ่ายรูปเป็นหลักหรือเทียบเคียงนั้น ก็นับว่าเป็นการดี เป็นการทำให้เข้าใจได้ง่าย แต่ก็หาได้เข้าถึงความจริงในเรื่อง "เห็น" นี้ โดยจะทำให้ท่านผู้ศึกษาเข้าใจได้จริงๆ ไม่ เพราะกล้องถ่ายรูปเป็นการทำให้เกิดเป็นภาพขึ้นเท่านั้น มิใช่เป็นการ "เห็น"
คำว่าประสาทก็เหมือนกัน ในทางโลกหมายถึงระบบประสาทตั้งแต่เล็กที่สุด ที่มองไม่เห็นด้วยสายตาไปจนถึงใหญ่ ที่นายแพทย์เอาคีมบีบออกมาเป็นเส้นๆ ได้ ซึ่งคำว่าประสาทนี้ก็มาจากคำบาลี คือ "ปสาท" แล้วมากำหนดกฏเกณฑ์ความหมายขึ้นเสียใหม่จนไม่เหมือนคำศัพท์ดั้งเดิมโดย พี่เณร...นำมาฝาก [19 พ.ค. 2549 , 07:44:53 น.] ( IP = 203.172.117.56 : : )
สลักธรรม 5
ตามหลักของปรมัตถธรรม คำว่า "ปสาท" นั้นแปลว่า ความใส คือความใสที่มีความสามารถรับกระทบอารมณ์ได้
ตามธรรมดากระจกก็ดี กระดานก็ดี หรือแผ่นโลหะก็ดี เมื่อได้เช็ดล้างขัดถูเสียให้เรียบร้อยแล้วก็จะเป็นมันและขึ้นเงา เมื่อขึ้นเงาแล้วก็สามารถที่จะรับภาพของแสงที่สะท้อนออกมาจากวัตถุต่างๆ ให้มาปรากฏอยู่บนกระจก กระดาน หรือบนแผ่นวัตถุนั้นๆ ได้ ภาพนั้นจะปรากฏอยู่บนกระจก กระดาน หรือบนแผ่นวัตถุนั้นๆ ได้ ภาพนั้นจะปรากฏชัดเจนแจ่มแจ้งเพียงใดก็แล้วแต่จะถูให้มันขึ้นเงาเพียงไหน
ปสาท คือ ประสาทตา หู จมูก ลิ้น และประสาทกาย ก็เหมือนกัน ในปรมัตถธรรม เพ่งเอาความใสที่วัตถุ คือประสาทนั้นๆ สามารถรับอารมณ์ที่มากระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ได้
ประสาทตา หู จมูก ลิ้น กาย ประกอบด้วยรูปอะไรบ้างนั้น ท่านจะได้ศึกษาต่อไปในภายหลัง แม้มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ก็จะทราบได้ตลอดไปจนถึงการทำงาน "เห็น" โดยพิสดารอย่างไรก็มีคำอธิบาย ในขณะนี้เพียงแต่ทราบหยาบๆ ไปก่อนว่า ประสาทตา หู จมูก ลิ้น กาย นั้นประกอบไปด้วยปรมาณูควบคุมกันอยู่อย่างพิสดารมองเห็น หรือถูกต้องไม่ได้ทั้ง ๕ ทวาร
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [19 พ.ค. 2549 , 07:45:32 น.] ( IP = 203.172.117.56 : : )
สลักธรรม 6อาจารย์อธิบายได้ชัดเจนจริงๆครับ เรื่องรูปนั้นมีกลไกมากมายนะครับ มีมากรูปด้วย ซึ่งถ้าไม่ได้ศึกษาแล้วก็จะไม่มีทางเข้าใจได้เลยจริงๆครับผม
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย ทับตะวัน [19 พ.ค. 2549 , 08:33:51 น.] ( IP = 58.9.141.146 : : )
สลักธรรม 7มาติดตามศึกษาเรื่องรูปต่อค่ะ
ขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ
โดย เซิ่น [19 พ.ค. 2549 , 13:28:05 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
สลักธรรม 8
มาศึกษาต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์อย่างสูงค่ะโดย พี่ดา [19 พ.ค. 2549 , 17:05:28 น.] ( IP = 124.121.172.224 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |