มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


นำกุศลมาฝาก (1)





นำกุศลมาฝาก ตอนที่ 1


วันวิสาขบูชาปีนี้ ได้มีโอกาสเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย
เพื่อร่วมงานพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ยกฉัตร และสมโภช “พระสัมพุทธบรมธาตุเจดีย์ศรีเชียงราย”
ณ วัดพระธาตุปุยคำ ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย
ซึ่ง พระเมธีวรญาณ กรรมการกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างพระเจดีย์

ทัวร์ครั้งนี้มีสมาชิก 9 คน โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร เป็นหัวหน้าทีม เดินทางออกจากมูลนิธิในวันที่ 12 พ.ค. 49 เวลาประมาณ 6.00 น ถึงเชียงใหม่ประมาณ 4 โมงเย็น เข้าบ้านพักที่แม่แตง และออกไปไหว้พระ เวียนเทียนที่ วัดเจดีย์เจ็ดยอด ใกล้ๆ บ้านพัก

ตามประวัติของวัดนี้มีว่า…
วัดเจ็ดยอด หรือ วัดเจดีย์เจ็ดยอด เป็นชื่อวัดที่คนทั่วไป เรียกตาม ลักษณะ เครื่องยอดส่วนบนของหลังคาพระวิหารที่ปรากฏมาแต่เดิมในวัดนี้ ซึ่งก่อสร้างเป็น พระสถูปเจดีย์ มีจำนวน เจ็ดองค์เจ็ดยอด ด้วยกัน
วัดเจ็ดยอด หรือ วัดมหาโพธาราม เป็นวัดโบราณ ที่ พระเจ้าติโลกราช พระราชาธิบดี องค์ที่ ๒๒ แห่งพระราชวงศ์มังราย สร้างขึ้นเป็นอาราม ตั้งแต่ พ.ศ. ๑๙๙๙

ในอาณาจักรล้านนา วัดเจ็ดยอดมีความสำคัญยิ่ง ทางพระพุทธศาสนา กล่าวคือ พ.ศ. ๒๐๓๐ พระเจ้าติโลกราช โปรดให้จัดการประชุม พระเถรา นุเถระ ทั่วทุกหัวเมืองในอาณาจักรล้านนา แล้วทรงคัดเลือก ได้ พระธรรม ทิน เจ้าอาวาสวัดป่าตาล ผู้เจนจัดในพระบาลี เป็นฝ่ายสงฆ์ พระเจ้าติโลก ราช ทรงรับเป็น ประธานฝ่ายคฤหัสถ์ ทำการสังคายนา พระไตรปิฎก ครั้งใหญ่เป็นลำดับที่ ๘ นับเนื่องจากที่ได้ทำมาแล้ว ทั้งในประเทศอินเดีย และศรีลังกา รวมแล้ว ๗ ครั้ง การสังคายนาที่ได้ทำ ณ วัดมหาโพธารามนี้ นับว่าเป็นการสังคายนา พระไตรปิฎก ครั้งแรกในประเทศไทย

โดย วยุรี [19 พ.ค. 2549 , 19:46:59 น.] ( IP = 203.113.16.241 : : 203.113.39.6 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


ต่อมาวัดเจดีย์เจ็ดยอดได้กลายสภาพเป็นวัดร้าง ไม่มีภิกษุพำนักอาศัย มีที่ควรสันนิษฐานว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๙ หัวเมืองต่างๆ ในแคว้นล้านนา เผชิญกับยุทธภัยทั่วไปหมด ครั้งนั้น สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงประกาศให้ทิ้งเมืองเชียงใหม่ เนื่องจากมีกำลังไม่เพียงพอ ที่จะรักษาเมือง และพม่าก็ยกมารุกรานเนืองๆ พระภิกษุ สามเณรและพลเมือง จึงพากันอพยพไปอยู่ตามหัวเมือง อื่นหมดสิ้น

ครั้นถึงสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระเจ้าบรมราชากาวิละ ได้เป็นเจ้าผู้ครอง นครเชียงใหม่ ตามพระบรมราชโองการของ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา โลกมหาราช เมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๙ เมืองเชียงใหม่ได้กลับตั้งเป็นบ้านเมืองขึ้น อีกครั้งหนึ่ง กระนั้นก็ดี บรรดาวัดวาอาราม ทั้งที่อยู่ภายในกำแพงเมือง และนอกเมือง ก็ยังมีสภาพเป็นวัดร้างจำนวนมาก
วัดเจ็ดยอด หรือ วัดมหาโพธารามเอง ก็เป็นวัดร้างมาโดยลำดับ เพิ่งมีพระภิกษุสามเณรมาจำพรรษา เมื่อไม่นานมานี้เอง

….เมื่อเข้าไปไหว้พระสวดมนต์เสร็จ ท่านอาจารย์ก็นำอธิษฐานขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คุ้มครองพวกเราเพื่อดำเนินชีวิตไปให้ถึงซึ่งโพชฌงค์ 7 จากนั้นก็ลงมาเวียนเทียน

ตอนที่ไปถึงวัดนั้น โฆษกกำลังพูดถึงวันวิสาขบูชาว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง
…ตอนประสูติทรงดำเนินไป 7 ก้าว ซึ่งหมายถึงว่าพระองค์จะทรงประกาศธรรมไปถึง 7 แว้นแคว้น ฟังตอนนั้นแล้วทำให้เกิดความสงสัยว่า 7 แว้นแคว้นนั้นมีอะไรบ้าง จึงกลับมาค้นคว้า ได้ข้อมูลมาแต่เพียงว่า…

ชมพูทวีป ซึ่งหมายถึงประเทศอินเดียมี 16 แคว้น(รัฐ) ซึ่งใน 16 นี้มีแคว้นใหญ่ๆ ที่มีพระเจ้าแผ่นดินเป็นประมุขอยู่ 8 แคว้น

อย่างไรก็ตาม จากการค้นคว้าในครั้งนี้ก็ทำให้เห็นความสำคัญของเลข 7 ที่ได้ฟังมาจากวัด 7 ยอด และท่านอาจารย์ก็ได้นำอธิษฐานเพื่อถึงโพชฌงค์ 7 นั้น
….ทำให้รู้สึกว่า เลข 7 นี้มีความเกี่ยวข้องกับวันวิสาขบูชามากจริงๆ

โดย วยุรี [19 พ.ค. 2549 , 19:51:45 น.] ( IP = 203.113.16.241 : : 203.113.39.6 )


  สลักธรรม 2


เลข 7 กับการประสูติ


เวลาสายใกล้เที่ยง อันประกอบด้วยวิสาขฤกษ์ ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6
พระนางเจ้าสิริมหามายา ทรงประสูติพระราชโอรส ประกอบด้วยปุริสลักษณะ มีบุญญาธิการมาก
ขณะที่พระมหาบุรุษประสูติจากพระครรภ์ยังมิทันถึงพื้นปฐพี ท้าวมหาพรหมทั้งสี่จากชั้นสุทธาวาสรองรับพระวรกายด้วยข่ายทอง ขณะนั้นท่อน้ำอุ่นและน้ำเย็นหลั่งลงมาจากอากาศโสรจสรงองค์พระมารดาและพระบรมโพธิสัตว์ จากนั้นท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ก็รับพระกุมาร(องค์พระบรมโพธิสัตว์)จากท้าวมหาพรหมแล้วนางนมก็รับต่อไป …

องค์พระบรมโพธิสัตว์เสด็จลุกขึ้นประทับยืนบนพื้นปฐพีด้วยพระบาททั้งสองแล้วทอดพระเนตรไปทั่วทั้งสิบทิศ จึงหันพระพักตร์ไปยังทิศอุดรเสด็จดำเนินด้วยพระบาทไป 7 ก้าวแล้วทรงเปล่งอาสภิวาจาด้วยพระสุรเสียงอันไพเราะว่า

“เราเป็นผู้เลิศ เป็นผู้ประเสริฐที่สุด เป็นผู้เจริญที่สุดในโลก การเกิดของเราครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ภพใหม่ไม่มีอีกแล้ว”

การเสด็จดำเนินไป 7 ก้าวนั้น เป็นบุพนิมิตว่า พระองค์จะได้สัตตรัตนสัมโพชฌงค์ 7 ประการ

อนึ่งในวันที่พระบรมโพธิสัตว์ประสูตินั้น มีมนุษย์ สัตว์ และสิ่งของที่เป็น สหชาติมงคลบังเกิดขึ้นในวันเดียวกันรวม 7 ประการ คือ
1. พระนางพิมพาราชเทวี
2. พระอานนท์ พุทธอุปัฏฐาก
3. กาฬุทายี อำมาตย์
4. นายฉันนะ ผู้ติดตามวันออกบวช
5. ม้ากัณฐกะ พระราชพาหนะประจำพระองค์
6. ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้
7. ขุมทรัพย์ 4 มุมเมือง

โดย วยุรี [19 พ.ค. 2549 , 19:55:47 น.] ( IP = 203.113.39.6 : : )


  สลักธรรม 3


เลข 7 กับการตรัสรู้


หลังจากที่พระบรมโพธิสัตว์ทรงกำจัดหมู่มารจนพ่ายแพ้หมดสิ้นแล้ว ทรงเจริญสมาธิภาวนาตั้งแต่ ปฐมยาม แห่งราตรีด้วยพระทัยมั่น ทรงบรรลุ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ระลึกชาติหนหลังของพระองค์ได้
ครั้นล่วงเข้าสู่ มัชฌิมยาม
ทรงบรรลุจุตูปปาตญาณ
รู้การจุติและการปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย
พอล่วงเข้าสู่ ปัจฉิมยาม สมัยใกล้รุ่งทรงพระญาณลงพิจารณาปัจจยาการในปฏิจจสมุปบาทโดยอนุโลมและปฏิโลม ขณะนั้นเป็นเวลาแสงทองแห่งอรุณรุ่งทอแสงขึ้นจับขอบฟ้า พระบรมโพธิสัตว์ก็ ทรงบรรลุอาสวักขยญาณ ตรัสรู้เป็นพระสัพพัญญูเจ้า ดับสูญสิ้นอาสวกิเลสเป็นสมุทเฉทปหานใน วันวิสาขปุรณมีขึ้น 15 ค่ำ ดิถีเพ็ญกลางเดือน 6 ปีระกา ก่อนพุทธศักราช 45 ปี พระพุทธองค์ทรงเปล่งพระพุทธสีหนาทเป็นปฐมอุทานว่า

“…ตถาคตท่องเที่ยวไปในสงสารหาประมาณมิได้ สืบเสาะแสวงหานายช่างผู้สร้างเรือน กล่าวคือผู้สร้างนามรูป ทนทุกข์ทรมานจนแล้วจนเล่า …นี่แน่ะ นายช่างผู้สร้างเรือนให้ตถาคต บัดนี้เราได้พบท่านแล้ว เห็นตัวท่านแล้ว แต่นี้ต่อไป ท่านไม่สามารถจะทำเรือนให้เราได้อีกแล้ว ทั้งกลอนเรือนและช่อฟ้าเราได้หักทำลายจนสิ้นแล้ว จิตของเราพ้นจากสังขารทั้งสามที่ปรุงแต่งให้เกิดในภพใหม่ สันดานของตถาคตสูญสิ้นจากตัณหาโดไม่เหลือเศษแล้ว…”

หลังจากที่ทรงตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ทรงประทับอยู่ในสถานที่ 7 แห่ง แห่งละ 7 วัน สถานที่เหล่านั้นจึงมีชื่อว่า “สัตตมหาสถาน” คือ
1. ต้นพระศรีมหาโพธิ์ - ทรงเสวยวิมุตติสุข 7 วัน
2. อนิมิสเจดีย์ - ทอดพระเนตรต้นพระศรีมหาโพธิ์โดยไม่กระพริบตลอดสัปดาห์ประหนึ่งเป็นการขอบคุณที่ให้ร่มเงาในการบำเพ็ญเพียรจนได้บรรลุพระโพธิญาณ
3. รัตนจงกรมเจดีย์ – ดำเนินจงกรมเป็นเวลา 7 วันระหว่างต้นพระศรีมหาโพธิ์กับอนิมิสเจดีย์
4. รัตนฆรเจดีย์ – ทรงพิจารณาพระไตรปิฎก 7 วัน เมื่อพระองค์พิจารณาพระอภิธรรมปิฎกมาถึงมหาปัฏฐานซึ่งมีปัจจัย 24 นั้น ฉัพพรรณรังสีก็บังเกิดขึ้นแผ้สร้านออกมาจากพระวรกายเป็นสายรุ้งแวดล้อมไปโดยรอบ
5. อชปาลนิโครธ – ทรงขับธิดามาร และแก้ปัญหาให้แก่หุหุกพราหมณ์
6. สระมุจจลินท์ – ประทับเสวยวิมุตติสุขใต้ต้นมุจจลินท์ ตลอด 7 วันฝนตกมุจจลินท์นาคราชเกิดศรัทธาจึงเลื้อยเป็นวงรอบพระพุทธองค์เป็นขนดได้ 7 รอบ แล้วแผ่พังพานอยู่เหนือพระเศียรเพื่อป้องกันลมและฝนให้พระพุทธองค์
7. ราชายตนะ ทรงเสวยวิมุตติสุข ณ ที่นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายในกาลนั้นท้าวสักกะได้นำผลสมออันเป็นทิพยโอสถลงมาจากเทวโลกมาถวาย และพ่อค้าสองพี่น้องคือ ตปุสสะ และภัลลิกะได้ถวายสัตตุก้อนและสัตตุผงให้พระองค์ได้ทรงเสวย

โดย วยุรี [19 พ.ค. 2549 , 20:00:50 น.] ( IP = 203.113.39.6 : : )


  สลักธรรม 4


เลข 7 กับการปรินิพพาน


“ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราตถาคตจักเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด”

เป็นพระดำรัสสุดท้ายของสมเด็จพระผู้มีพระภาคที่ทรงประทานแด่พระภิกษุสงฆ์และพุทธบริษัทในกาลที่สุดแห่งพระชนม์ชีพ นับเป็นการรวบรวมพระโอวาททั้งปวงที่ได้ประทานมาตลอด 45 พรรษาลงใน “ความไม่ประมาท”

เมื่อประทานปัจฉิมโอวาทเสร็จสิ้น จากนั้นพระพุทธองค์มิได้ตรัสอะไรอีกเลย ทรงทำปรินิพพานบริกรรมด้วยอนุปุพพวิหารสมาบัติทั้ง 9 โดยอนุโลมตั้งแต่ปฐมฌานไปจนถึงเนวสัญญานาสัญญายตนะฌาน แล้วทรงเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติที่ 9 อยู่จนถึงเวลาที่ทรงกำหนด จากนั้นก็ทรงถอยออกจากสมาบัติโดยปฏิโลมเป็นลำดับไปจนถึงปฐมฌาน ต่อจากนั้นทรงออกจากปฐมฌานเข้าทุติยฌาน ออกจากทุติยฌานเข้าตติยฌาน ออกจากตติยฌานเข้าจตุตฌาน

เมื่อออกจากจตุตฌานแล้ว ก็เสด็จปรินิพพาน ณ ปัจฉิมยามแห่งราตรีวิสาขปุรณมี เพ็ญเดือน 6 นั่นเอง

หลังจากทรงปรินิพพาน ในวันที่ 7 มัลลกษัตริย์ทั้งหลายพร้อมใจกันอัญเชิญพระสรีรศพไปพระนครทางทิศใต้ของพระนครเพื่อทำการถวายพระเพลิงแต่ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย ทั้งนี้พระอนุรุทธะได้ให้เหตุผลว่า เทพยดาต้องการให้อัญเชิญพระบรมศพเข้าเมืองทางประตูด้านทิศเหนือก่อน แล้วอัญเชิญออกจากพระนครทางทิศตะวันออก จากนั้นอัญเชิญพระสรีระไปประดิษฐานถวายพระเพลิง ณ มกุฏพันธนเจดีย์…

ครั้นปฏิบัติตาม พระบรมศพจึงถูกอัญเชิญไปอย่างง่ายดาย แต่เมื่อมัลลกษัตริย์ทั้ง 4 นำเพลิงเข้าไปจุดที่พระจิตกาธานทั้งสี่ทิศ แต่ก็ไม่สามารถจุดติดได้ทั้งๆที่มีเชื้อเพลิงเป็นอย่างดี ครั้งนี้พระอนุรุทธะได้แจ้งว่าเทพยดามีความประสงค์ให้คอยพระมหากัสสปะก่อน ตราบใดที่พระมหากัสสปะยังไม่มานมัสการ เพลิงก็จุดไม่ติดตราบนั้น

และเมื่อพระมหากัสสปะได้มากราบนมัสการพระบาทของพระสรีรศพแล้ว พระเพลิงก็เกิดขึ้นเองที่จิตกาธานด้วยอานุภาพของเทพยดา เผาพระพุทธสรีระพร้อมทั้งคู่ผ้า 500 ชั้น กับทั้งหีบทองและจิตกาธานไปจนหมดสิ้น ยังเหลือสิ่งที่พระเพลิงมิได้เผาไหม้ด้วยพุทธานุภาพที่ทรงอธิษฐานไว้ นั่นคือ ผ้าที่ห้อหุ้มพระบรมศพชั้นใน 1 ผืน ชั้นนอก 1 ผืน และพระธาตุ 7 องค์

พระธาตุ 7 องค์ที่ยังคงอยู่เป็นปกติ มิได้แตกกระจัดกระจายไป คือ พระเขี้ยวแก้ว 4 พระรากขวัญ 2 และพระอุณหิส(กระดูกส่วนศีรษะ) 1

ส่วนพระธาตุที่เหลือจากนั้นแตกออกมีขนาดต่างๆกันเป็น 3 ขนาด
1. ขนาดใหญ่ เท่าเมล็ดถั่วแตก
2. ขนาดกลาง เท่าเมล็ดข้าวสารหัก
3. ขนาดเล็ก เท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาด
การที่พระบรมสารีริกธาตุมีขนาดเล็กต่างกันสามขนาดนั้นเป็นไปตามพุทธประสงค์เพื่อให้พุทธบริษัทนำไปบรรจุในสถูปสำหรับกราบไหว้บูชา อันจะมีผลนำไปสู่สุคติภพนั่นเอง

มัลลกษัตริย์ได้นำพระบรมสารีริกธาตุใส่หีบทอง อัญเชิญเข้าประดิษฐานในศาลาท่ามกลางพระนครกุสินารา มีมหรสพสมโภชตลอด 7 วัน อีกทั้งจัดขบวนทัพอันยิ่งใหญ่คุ้มครองรักษาเพื่อมิให้ใครมาแย่งชิงไปได้

โดย วยุรี [19 พ.ค. 2549 , 20:07:31 น.] ( IP = 203.113.16.241 : : 203.113.39.6 )


  สลักธรรม 5


เมื่อพระเจ้าอชาตศัตรูและกษัตริย์เมืองต่างๆ ทราบข่าวปรินิพพานของพระบรมศาสดา ต่างก็ส่งราชทูตมาขอส่วนแบ่งพระบรมสารีริกธาตุพร้อม ยกกองทัพมารวม 7 กองทัพด้วยกัน ต่างร้องประกาศให้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุมิฉะนั้นจะเกิดสงครามแย่งชิง

ตอนนั้นโทณพราหมณ์ซึ่งเป็นอาจารย์ของกษัตริย์ทั้งหลายได้เข้าระงับการวิวาทด้วยการขอให้แบ่งออกเป็น 8 ส่วนเท่าๆ กันกษัตริย์ทั้งหลายเห็นด้วยและขอให้โทณพราหมณ์เป็นผู้ดำเนินการแบ่งพระธาตุ

ส่วนพระเจ้าอชาตศัตรู ก่อนที่จะอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุไปสู่นครราชคฤห์ ทรงมีบัญชาให้ประดับสองข้างทางอย่างสวยงาม ให้ตั้งร้านอาหารไปตลอดเส้นทาง 125 โยชน์ อัญเชิญพระหีบทองบรรจุพระบรมสารีริกธาตุขึ้นราชรถ ในระหว่างทางถ้ามีดอกไม้บานที่ใดก็รับสั่งให้หยุดขบวนแล้วจัดงานสมโภชฉลองจนกว่าดอกไม้จะร่วง ด้วยเหตุนี้พระองค์จึง ใช้เวลาเดินทางนานถึง 7 ปี 7 เดือน 7 วัน ก็ยังไม่ถึงนครราชคฤห์ ประชาชนพากันเดือดร้อน เรื่องนี้รู้ถึงบรรดาพระขีณาสพ จึงช่วยกันคิดหาอุบายแก้ไข จนทำให้พระเจ้าอชาตศัตรูรีบอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุกลับถึงนครราชคฤห์ ในอีก 7 วันต่อมา

….นี่เพียงแค่วัดแรกที่ท่านอาจารย์พาเวียนเทียนในวันวิสาขบูชาเท่านั้นนะ

….แล้วจากข้อมูลที่นำมาเล่า….ท่านเห็นด้วยหรือไม่ว่า เลข 7 นี้เป็นเลขที่สำคัญจริงๆ

….จึงรีบนำเรื่องนี้มาลงให้ทัน …โดยเฉพาะวันเสาร์ที่ 20 พ.ค.นี้เป็น วันอัษฎมีบูชา ซึ่งเป็นวันคล้ายวันถวายพระเพลิงพระสรีรศพของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย

….ขอกุศลจงบังเกิดแก่ทุกท่านโดยทั่วหน้า จนสามารถบรรลุซึ่งสัมโพชฌงค์ 7 ตามที่ท่านอาจารย์อธิษฐานให้กับสมาชิกทุกๆ ท่านในวันวิสาขบูชาที่วัดเจดีย์เจ็ดยอด จ.เชียงใหม่ ด้วยนะคะ

สำหรับคราวหน้าจะมีเลขดีจากพระธาตุเจดีย์ศรีเชียงราย จังหวัดเชียงรายมาฝากพี่ๆ น้อง อีกค่ะ

โดย วยุรี [19 พ.ค. 2549 , 20:20:12 น.] ( IP = 203.113.39.6 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณพี่วยุรีมากค่ะ
ที่นำสิ่งที่ดีงามมาฝาก
และปลุกจิตให้ผู้อื่นเกิดกุศลร่วมกัน
และทำให้นึกพุทธประวัติของพระองค์ที่เปี่ยมด้วย
พระมหากรุณาธิคุณค่ะ
เลข 7 มีความสำคัญอย่างยิ่งค่ะ

โดย น้องอุ๊ [19 พ.ค. 2549 , 22:10:11 น.] ( IP = 125.25.133.89 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลที่ได้กระทำด้วยค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [20 พ.ค. 2549 , 10:14:53 น.] ( IP = 58.9.99.79 : : )


  สลักธรรม 8

ได้ความรู้ใหม่ๆ เพียบเลยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย jiab [20 พ.ค. 2549 , 20:57:25 น.] ( IP = 203.113.16.241 : : 203.113.76.72 )


  สลักธรรม 9

ขอร่วมอนุโมทนาในกุศลครั้งนี้ขอรับ
โดยไม่ทราบว่าจะเป็นการรบกวนหรือไม่ หากคราวใด ๆ ต่อไปในโอกาสหน้า ถ้าจะกรุณาช่วยแจ้งงานบุญแบบนี้ให้ข้าพผู้น้อย ปู้ต่ง ได้มีโอกาสขอร่วมกิจกรรมสายธรรมเช่นนี้ ด้วยขอรับ
หากไม่รังเกียจ ข้าผู้น้อยขอน้อมรับเมตตาแห่งสายธรรม กรุณาช่วยแจ้งมายัง
ouikum@hotmail.com
เพื่อขอโอกาสให้ข้าผู้น้อยได้มีโอกาสขอร่วมบุญด้วยคนขอรับ
ขอขอบพระคุณในเมตตาธรรมมา ณ. โอกาสนี้

โดย ปู้ต่ง [21 พ.ค. 2549 , 11:50:35 น.] ( IP = 58.64.108.108 : : )


  สลักธรรม 10


ขอบพระคุณอาจารย์วยุรีมากค่ะ
ที่พาพวกเราไปร่วมงานบุญงานกุศลที่เชียงใหม่ด้วย

อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [22 พ.ค. 2549 , 09:16:53 น.] ( IP = 124.121.173.28 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org