มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา (๒๕)






สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา (๒๕)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

๒. สัททารมณ์ มีวจนัตถะว่า


"สทฺทียติ อุจฺจารี ยตีติ = สทฺโท" รูปใดที่เปล่งออกมาได้ ฉะนั้น รูปนั้นชื่อว่า สัททะ

"สปฺปติ โสตวิญเญยฺยภาวํ คจฺฉตีติ= สทฺโท" รูปใดย่อมถึงสภาพที่ทำให้โสตวิญญาณรู้ได้ ฉะนั้น รูปนั้นชื่อว่า สัททะ

ข้อแรกของวจนัตถะนี้ หมายถึงเสียงของคนหรือสัตว์ อันเป็นสิ่งที่มีชีวิตที่เปล่งออกมา เช่นเสียงที่คนพูด เสียงที่สัตว์ร้อง เป็นต้น

ในข้อหลังของวจนัตถะนี้ หมายรวมถึงเสียงของสิ่งซึ่งมีชีวิตและจากสิ่งที่ไม่มีชีวิตด้วย หากแต่ว่าสิ่งเหล่านี้ เป็นอารมณ์ของโสตวิญญาณคือได้ยินเสียงนั่นเอง เช่น เสียงลมพัด เสียงฟ้าร้อง เป็นต้น

สัททะ คือเสียงมากระทบโสตปสาท ก่อให้เกิดโสตวิญญาณ คือการได้ยินเสียง
หรือจะพูดว่าสัททะอันได้แก่เสียงนี้ มาเป็นอารมณ์ให้แก่โสตวิญญาณ
ฉะนั้น ธรรมชาติที่มากระทบกับโสตปสาททำให้ได้ยินเสียง หรือตัวการที่มาเป็นอารมณ์ให้แก่จิตทางโสตปสาทนั้นเรียกว่า สัททารมณ์

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 พ.ค. 2549 , 09:36:23 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ในวิทยาการทางโลกแสดงว่า เสียง หมายถึงความสั่นสะเทือนของอากาศ ฉะนั้น ในที่ที่ไม่มีอากาศเสียงก็จะมีไม่ได้ และเสียงนั้นเราพูดกันว่าเป็นคลื่น เป็นการพูดให้เข้าใจได้ง่ายๆ แน่ละย่อมไม่เหมือนคลื่นในน้ำ

ในพระพุทธศาสนาจัดเสียงไว้เป็น รูป ไม่ใช่เป็นนาม และเสียงนี้จะวิ่งเข้าไปกระทบหูโดยตรงก็หามิได้ หากแต่มีความเกิดดับสลับซับซ้อนกันไป จึงใช้คำว่า สันตติ เหมือนกับรูปารมณ์ อันได้แก่คลื่นแสง คือการสืบต่อ ซึ่งท่านจะได้ศึกษาความละเอียดต่อไป

ลักษณะ รส ปัจจุปัฏฐาน และปทัฏฐานของสัททารมณ์


โสตปฏิหนฺนลกฺขณํ มีการกระทบโสตปสาท เป็นลักษณะ
โสตวิญฺญาณสฺส วิสยภาวรสํ มีการทำอารมณ์ให้โสตวิญญาณ เป็นกิจ
ตสฺเสว โคจรปจฺจุปฏฺฐานํ มีการเป็นอารมณ์ของโสตวิญญาณ เป็นผล
จตุมหาภูตปทฏฺฐานํ มีมหาภูตรูปทั้ง ๔ เป็นเหตุใกล้ให้เกิด

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 พ.ค. 2549 , 09:37:57 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

๓. คันธารมณ์ มีวจนัตถะว่า


"คนฺธยาติ อตฺตโน วตฺถํ สูเจตีติ = คนฺโธ" รูปใดแสดงที่อาศัยของตนให้ปรากฏ ฉะนั้น รูปนั้นชื่อว่า คันธะ

คันธารมณ์ เป็นรูปที่แสดงที่อาศัยของตนให้ปรากฏ ฉะนั้น รูปนั้นชื่อว่า คันธะ

คันธารมณ์ เป็นรูปที่แสดงถึงที่ตั้งของตนให้ปรากฏว่าตนอยู่ ณ ที่ใด


เช่น ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมก็ดี หรือกลิ่นเหม็นก็ดี น้ำหอมกลิ่นต่างๆ ก็ดี เมื่อผู้ใดได้สูดกลิ่นของมันเข้าแล้ว ก็ย่อมจะมองหาว่ามันอยู่ที่ไหน แล้วก็จะตรงไปยังที่นั้นได้ถูกต้อง ทั้งจะทราบด้วยว่ามันเป็นกลิ่นของดอกไม้หรือกลิ่นของน้ำหอม

แมลงหลายชนิดที่จมูกรู้สึกกลิ่นได้ไว แม้กลิ่นนั้นจะไม่มาก และมาจากระยะทางไกลๆ มันก็จะดั้นด้นค้นหาไปจนพบต้นตอที่ส่งกลิ่นนั้นในเวลาไม่ช้า

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 พ.ค. 2549 , 09:38:48 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

คันธารมณ์นั้น แม้จะอยู่ไกลถึงไหนๆ ก็ตาม มันก็จะแผ่กระจายขยายตัวของมันออกโดยรอบทิศ และไปให้ไกลที่สุดเท่าที่มันจะมีโอกาสไปได้ เสมือนหนึ่งว่า มันพยายามกระจายข่าว หรือกระจายคุณภาพของมันให้คนและสัตว์ทั้งหลายได้ปรากฏพร้อมทั้งแสดงที่ตั้งอยู่ของมันด้วย แต่อย่างไรก็ดี มันก็ต้องอาศัยวาโยธาตุ คือธาตุลมเป็นตัวการสำคัญที่จะพามันไป

คันธารมณ์นั้น ในพระพุทธศาสนาถือว่าเป็นรูปไม่ใช่นาม แต่สามารถกระทบกับประสาทจมูกก่อให้เกิดความรู้สึกในกลิ่นต่างๆ ได้ และอยู่ในฐานที่ไปโดยอำนาจของสันตติ คือการสืบต่อๆ กัน มิใช่วิ่งไปกระทบโดยตรง

คันธารมณ์หมายถึงกลิ่น ที่จะมากระทบกับฆานปสาท ก่อให้เกิดฆานวิญญาณรู้อารมณ์ทางจมูก คือได้กลิ่น หรือคันธะ คือกลิ่น ที่จะมาเป็นอารมณ์ให้แก่จิตทางฆานปสาท ทำให้ได้กลิ่น เรียกว่า คันธารมณ์


ลักษณะ รส ปัจจุปัฏฐาน และปทัฏฐานของคันธารมณ์

ฆานปฏิหนฺนลกฺขณํ มีการกระทบฆานปสาท เป็นลักษณะ
ฆานวิญฺญาณสฺส วิสยภาวรสํ มีการทำอารมณ์ให้แก่ฆานวิญญาณ เป็นกิจ
ตสฺเสว โคจรปจฺจุปฏฺฐานํ มีการเป็นอารมณ์ของฆานวิญญาณ เป็นผล
จตุมหาภูตปทฏฺฐานํ มีมหาภูตรูปทั้ง ๔ เป็นเหตุใกล้ให้เกิด

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 พ.ค. 2549 , 09:39:28 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

๔. รสารมณ์ มีวจนัตถะว่า


"รสียติ อสฺสาทียตีติ = รโส" รูปใด ชิวหาวิญญาณพึงยินดีพอใจ ฉะนั้น รูปที่เป็นที่พอใจของชิวหวิญญาณนั้น ชื่อว่า รส

ตามธรรมดาบุคคลทั้งหลายถึงจะเป็นสัตว์เดรัจฉานก็ตาม ย่อมมีความปรารถนาในสิ่งที่ดีที่ตนชอบ แม้รสที่จะสัมผัสกับลิ้น ก็ต้องการแต่รสที่ดีที่ตนชอบใจที่จะลิ้มเท่านั้น เหตุไฉนในบาลีนี้ จึงได้แสดงว่า รสนั้นหมายถึงชิวหาวิญญาณพึงพอใจ

ความจริงในที่นี้มิได้หมายถึงบุคคลโดยเฉพาะ ถ้าหมายถึงบุคคลโดยเฉพาะแล้วก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ เป็นการตรงกันข้ามกับความจริงใจของบุคคลทั้งหลาย ด้วยรสที่ไม่ดี ที่ไม่ชอบใจนั้น บุคคลย่อมหันหลังให้

เมื่อเอาสิ่งหนึ่งสิ่งใดใส่ลงในปาก ไม่ว่าของสิ่งนั้นจะดีหรือไม่ดี จอชอบหรือไม่ชอบ จะเป็นอาหารหรือไม่เป็นอาหารก็ตาม เช่น เค็มจัด เผ็ดจัด จืดชืดไม่มีรส ฝาดหรือขมที่เราไม่มีความปรารถนาเลยแม้แต่สักนิด แต่เมื่อมันมากระทบกับลิ้นเข้าแล้ว ชิวหาวิญญาณ การรู้อารมณ์ทางลิ้นคือรู้รส ก็จะเกิดขึ้นทันทีห้ามไม่ได้เลย

การแสดงของชิวหาวิญญาณนั้นมีความยินดีพอใจอย่างที่สุดที่จะลิ้มรสนั้นๆ โดยไม่เลือกว่าจะเป็นอะไร หรือจะพูดว่า จะเป็นรสอะไรก็ช่าง เมื่อมาถูกลิ้นเข้าแล้วก็จะต้องเกิดชิวหาวิญญาณรู้รสขึ้นทันที

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 พ.ค. 2549 , 09:40:06 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 5

รสารมณ์นั้น ในพระพุทธศาสนาถือว่าเป็นรูป ไม่ใช่นาม แต่มีความสามารถกระทบกับประสาทลิ้น ก่อให้เกิดความรู้สึกในรสต่างๆ ได้ และอยู่ในฐานะเป็น สันตติ คือการสืบต่อๆ กันไป

รสะ คือรสมากระทบกับชิวหาประสาท ก่อให้เกิดชิวหาวิญญาณ คือรู้รส
หรือจะพูดว่า รสนี้มาเป็นอารมณ์ให้แก่ชิวหาวิญญาณ
ฉะนั้น ธรรมชาติที่มากระทบกับชิวหาปสาททำให้รู้ หรือตัวการที่มาเป็นอารมณ์ให้แก่จิตทางชิวหาปสาทนั้น เรียกว่า รสารมณ์


ลักษณะ รส ปัจจุปัฏฐาน และปทัฏฐานของรสารมณ์

ชิวฺหาปฏิหนฺนลกฺขณํ มีการกระทบชิวหาปสาท เป็นลักษณะ
ชิวฺหาวิญฺญาณสฺส วิสยภาวรสํ มีการทำอารมณ์ให้แก่ชิวหาวิญญาณ เป็นกิจ
ตสฺเสว โคจรปจฺจุปฏฺฐานํ มีการเป็นอารมณ์ของชิวหาวิญญาณ เป็นผล
จตุมหาภูตปทฏฺฐานํ มีมหาภูตรูปทั้ง ๔ เป็นเหตุใกล้ให้เกิด

อนึ่งคำว่า รส นั้น ยังแบ่งออกเป็นอีก ๔ ประเภท คือ
๑. ธัมมรส = มรรคจิตตุปบาท ๔ โลกียกุศลจิต ๑๗ อกุศล ๑๒ = ๓๓
๒. อัตถรส = ผลจิตตุปบาท ๔ โลกียวิปนาจิต ๓๒ = ๓๖
๓. วิมุตติรส = พระนิพพาน
๔. อายตนรส = เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ขม ฝาด

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 พ.ค. 2549 , 09:43:13 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 6


มาศึกษาเรื่องรูปต่อค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ

โดย พี่ดา [25 พ.ค. 2549 , 16:06:16 น.] ( IP = 124.121.172.136 : : )


  สลักธรรม 7

มาเพิ่มเติมความรู้เรื่องรูปครับ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ


โดย พี่เณร [25 พ.ค. 2549 , 18:14:42 น.] ( IP = 58.9.142.215 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ
อารมณ์เหล่านี้ต่างก็กระทบกับเราทุกๆวัน

แต่ก็น้อยครั้งที่เราจะสำรวจอารมณ์ต่างๆให้เกิดความชัดเจน
เราล้วนตกอยู่กับพอใจและไม่พอใจกับอารมณ์เหล่านี้เสียมากกว่า
จึงปิดบังความจริง และไม่สามารถเข้าใจในความจริงเหล่านี้ได้
การอธิบายจึงช่วยให้เกิดความเข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

โดย น้องอุ๊ [25 พ.ค. 2549 , 18:27:33 น.] ( IP = 221.128.110.20 : : )


  สลักธรรม 9

มาศึกษารายละเอียดรูปแต่ละประเภทต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ


โดย เซิ่น [25 พ.ค. 2549 , 21:29:27 น.] ( IP = 58.8.45.9 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org