| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา (๒๙)
![]()
สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา (๒๙)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
ตามเหตุผลที่ได้ยกตัวอย่างขึ้นมา ก็ย่อมแสดงให้เห็นได้ว่ามโนภาพย่อมจะเกิดขึ้นทุกๆ ครั้งที่เห็นรูป ทุกๆ ครั้งก็ย่อมแฝงอยู่ด้วยมโนภาพที่มาจากอดีต และมโนภาพของคนทั้งหลาย หรือของสัตว์เดรัจฉาน ก็ย่อมจะสร้างสมอบรมมาแตกต่างกัน ดังนั้นจะหาความจริงจากการที่เห็นรูปนั้นโดยแท้จริงให้เหมือนกันไปหมดหาได้ไม่
อันที่จริงเรามักจะหลงไปว่าเป็นความจริง ตามที่เราเห็นหรือตามที่เราได้ยินอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เช้าจนเย็น เพราะเราตกอยู่ในฐานะที่ได้รับการอบรมมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยเหมือนๆ กัน ให้รู้จักคน สัตว์ ขาว ดำ แดง และสิ่งของต่างๆ แต่ครั้นเราไปต่างจังหวัดไกลๆ เช่น ภาคเหนือ ภาคอิสาน หรือภาคใต้ เราจึงได้รู้ว่าคนทั้งหลายในที่นั้นสร้างมโนภาพไม่เหมือนกับเราเสียแล้ว ความเข้าใจของเขากับของเราเข้ากันไม่ได้ทั้งหมด
เราเคยได้ธนบัตรซึ่งเราเรียกกันทั่วไปว่า แบ็งค์หรือเงิน แล้วก็เอาไปซื้อสิ่งของต่างๆ ตามที่เราปรารถนา แต่ครั้นเราไปอยู่ที่อินโดนีเซีย หรือยุโรป เราพูดคำว่าเงินเขาไม่รู้เรื่อง และเขาก็จะไม่ยอมรับแบ็งค์หรือเงินของเราเพื่อซื้อสิ่งของต่างๆ ด้วย ดังนั้นเราจึงได้เห็นว่า แบ็งค์ หรือเงินนั้นหาได้มีจริงๆ ไม่ เพราะถ้ามีจริงๆ แล้วทำไมใครๆ จึงไม่ยอมรับกันโดยทั่วไปเล่า
เราหลงใหลแบ็งค์ว่าเป็นจริงเป็นจัง แล้วช่วงชิงซึ่งกันและกันจนถึงรบราฆ่าฟันกันตายแต่เมื่อเอาไปให้สุนัข มันก็ไม่แยแสแม้สักนิดเดียว เพราะสู้กระดูกชิ้นเล็กชิ้นหนึ่งก็ไม่ได้ แต่กระดูกชิ้นเล็กๆ นี่เองที่ทำให้สุนัขมันขบกัดฟัดเหวี่ยงกันจนแทบว่า จะล้มตายลงไป ทั้งๆ ที่กระดูกก็มิได้มีเนื้อติดอยู่เลยแม้แต่เล็กน้อย
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 พ.ค. 2549 , 07:21:15 น.] ( IP = 58.9.94.153 : : )
สลักธรรม 1เราเห็นคน และรู้ว่าเป็นคนผู้หญิงทั้งสวยเสียด้วย รูปร่างก็ขาวนวล สูงระหง แต่เด็กเล็กๆ ตลอดจนสัตว์เดรัจฉาน ก็มีตาสามารถเห็นได้ ทั้งมีจิตใจ มีความรู้สึกมีความนึกคิดได้เหมือนกันด้วย แต่หาได้เห็นเป็นคนไม่ หาได้เห็นเป็นผู้หญิงไม่ สวยหรือไม่สวยก็ไม่เข้าใจ ขาวนวลเป็นอย่างไรก็ไม่รู้จัก
ด้วยเหตุนี้เราจึงได้ทราบความจริงอันเป็นปรมัตถ์ว่า ผู้มีตามองเห็นนั้น หาได้มีแววไม่ เพราะเห็นแต่เป็นรูปซึ่งอาจไม่เหมือนกัน หรือเห็นแต่รูปพรรณสัณฐานเท่านั้น หาได้เห็นคน สัตว์ อย่างใดไม่ ฉะนั้น จึงไม่มีคน ไม่มีผู้หญิง ไม่มีสวย หรือขาวนวลอะไรเลย มิได้มีจริงๆ เป็นแต่เราคิดสร้างภาพของเราขึ้นมาเองเท่านั้น เด็กหรือสัตว์เดรัจฉานหาได้คิดเช่นนี้ไม่ ตกลงเราคิดเอาสิ่งที่ไม่มีมาคิดให้มันมีขึ้นเอาเองแท้ๆ ทั้งๆ ที่มันมิได้มีจริงๆ เลยแม้แต่สักเล็กน้อย
เพราะรูปารมณ์อันได้แก่คลื่นของแสงที่มากระทบตาก็หาใช่ว่าจะเป็นคน เป็นสัตว์ เป็นหญิง เป็นชาย ด้วน ผอม สวย หรือไม่สวยมิได้ ทั้งความรู้สึก "เห็น" นั้นเป็นผล อันเกิดขึ้นมาได้เพราะอาศัยเหตุทำให้เกิดขึ้นมาแล้วก็ดับไปเท่านั้นเอง ทนอยู่สักวินาทีก็ยังไม่ได้
เหตุให้เกิด "เห็น" มี ๔ ประการ คือ
๑. รูปารมณ์ ได้แก่คลื่นของแสง
๒. จักขุปสาทะ ได้แก่ประสาทตา
๓. อาโลกะ ได้แก่แสงสว่าง
๔. มนสิการ ได้แก่เจตสิกที่น้อมนำให้จิตเกิดขึ้น (ซึ่งก็ได้แก่จิตนั่นเอง)
เหตุสี่ประการดังกล่าวแล้วเป็นเหตุทำให้ "ผล" คือ "เย็น" เกิดขึ้น แล้วทั้งเหตุและทั้งผล ก็ดับสิ้นไปต่อหน้าในพริบตา หาได้มีอะไรหลงเหลืออยู่ไม่ แต่เราทั้งหลายมีความพิสมัยมโนภาพลมๆ แล้งๆ ของตนเองไปตามกัน จึงได้รบราฆ่าฟันกันตาย เพื่อช่วงชิงสิ่งที่ตนหลงใหลใฝ่ฝันโดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 พ.ค. 2549 , 07:21:35 น.] ( IP = 58.9.94.153 : : )
สลักธรรม 2
ขอให้ท่านที่ได้ติดตามมาได้ลองพิจารณาดูตามที่บรรยายพร้อมทั้งยกตัวอย่างขึ้นมาหลายตัวอย่าง ก็จะเห็นได้ว่า เราตกอยู่ในความหลงผิดอย่างไร เพราะเมื่อเกิดจักขุวิญญาณ "เห็น" ขึ้นมาแล้วก็จะ "เห็น" เฉยๆ เท่านั้นก็หาไม่ แต่เรากลับไปเห็นว่า เป็นคน เป็นสัตว์ เป็นหญิง เป็นชาย สวยหรือไม่สวย แล้วยึดมั่นเอามาเป็นจริงๆ จังๆ อันเป็นสาเหตุก่อให้เกิดความยินดีชอบใจอันเป็นโลภะ หรือความไม่ยินดีไม่ชอบใจไม่พอใจอันเป็นโทสะ
และความเป็นไปของจิตทั้ง ๒ คือ ความโลภหรือความโกรธนี้ เกิดขึ้นมาได้ก็เพราะมีธรรมชาติอันหนึ่งเข้ามาขวางกั้นปิดบังความจริงที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าเสีย จึงได้ทำให้เราหลงผิดคิดไปเอง หรือสร้างจินตนาการขึ้นมาแท้ๆ โดยอาศัยมโนภาพเก่าๆ ที่เราได้เก็บเอาไว้แล้วยกขึ้นมาใหม่ นั่นก็คืออำนาจของโมหะหรืออวิชชาที่เรากำลังศึกษาอยู่นั่นเอง มาครอบงำจิตใจเอาไว้เสีย ทำให้เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์
เปรียบเหมือนไฟฟ้าเปิดสวิทซ์อยู่ เราก็จะเห็นแสงสว่างสาดออกไปทั่วห้อง ในขณะนี้เราก็จะตกอยู่ในความหลงใหลเข้าใจผิดอยู่อย่างหนึ่ง เพราะมองดูหลอดไฟแม้ดูอยู่นานตั้งหลายนาทีก็ตาม แต่ก็ยังเห็นมันสว่างอยู่ตลอดเวลาที่เราดูอยู่หาได้ดับลงไม่ อันแท้จริงไฟฟ้านี้เป็นไฟสลับ มีไฟมาจุดหลอดให้สว่างถึงวินาทีละมากมาย ติดๆ กัน ต่อๆ กันไปเรื่อยๆ แต่อำนาจสายตาของเรานั้น มีกำลังความสามารถน้อยไม่อาจดูได้ทันความเร็วของกระแสไฟฟ้า หาได้เห็นความดับที่เกิดขึ้นจากกระแสไฟที่ไหลติดต่อกันไม่ขาดสายไม่
ดังนั้น แม้ว่ามันจะมีไฟไหลมาจุดหลอดให้สว่างถึงวินาทีละมากมายก็ตาม เราก็ไม่มีความสามารถเห็นความดับที่เกิดขึ้นสืบต่อๆ กันไปแต่กลับเห็นว่ามันสว่างไสวอยู่ตลอดเวลาเป็นไฟดวงเดียวเป็นดวงแรกตั้งแต่เริ่มต้นดูมาจนถึงบัดนี้โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 พ.ค. 2549 , 07:21:50 น.] ( IP = 58.9.94.153 : : )
สลักธรรม 3
ในเรื่องของจิตใจนั้น ก็ยิ่งจะเห็นได้ง่ายขึ้นอีก ว่าเราจะมัวหลงผิดแล้วเกิดโมหะเกิดอวิชชาต่อหน้าต่อตาเราได้อย่างไร เพราะความรวดเร็วของจิตที่เกิดดับสืบต่อกันอยู่นั้น รวดเร็วยิ่งกว่าไฟฟ้าตั้งแสนตั้งล้านเท่า อาศัยความเร็วของจิตดังกล่าวทำไมเราจึงไม่หลงใหลเข้าใจผิดต่อปรากฏการณ์ที่อยู่ต่อหน้า เหตุใดโมหะหรืออวิชชาจึงจะไม่เกิดขึ้นมาทำให้เราตกอยู่ในความหลงใหลไม่เข้าใจ โดยยึดเอาเรื่องเก่าๆ หรือจินตนาการขึ้นมาจากอดีตเอามาร่วมตัดสินว่าเป็นปัจจุบัน เพราะนอกจากนามที่มีการเกิดดับโดยรวดเร็วแล้ว แม้รูปอันได้แก่คลื่นแสงที่มากระทบจิตที่ประสาทตานั้นก็เกิดดับสืบต่อกันโดยรวดเร็วมากมายอย่างเหลือเกินเหมือนกัน
เมื่อสัตว์ทั้งหลายตกอยู่ภายใต้อำนาจโมหะ หรืออวิชชาที่เกิดอยู่ต่อหน้า ดังกล่าวแล้ว พฤติกรรมต่างๆ ที่แสดงออกจึงเป็นไปตามอำนาจของโมหะอวิชชาที่มาสนับสนุน ความรัก ความโกรธ โลภ หลง มัวเมาอะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้โดยง่ายแล้วเกิดอยู่ทุกวันๆ และวันละนับไม่ไหว แล้วจะไม่ให้บังเกิดความร้อนรนกระวนกระวายไปทั่วกันกระไรได้ จึงได้ชื่อว่ามีโมหะหรืออวิชชาครอบงำ เพราะเหตุเกิดอยู่ที่หน้าที่ตาก็หาได้เห็นไม่ ทั้งนี้ก็เพราะไม่มีปัญญาที่จะดู
ในเรื่องของความรวดเร็ว ถ้ายกเอาการฉายภาพยนตร์มาบรรยายก็คงจะทำให้มีความเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น
เมื่อเราดูภาพยนตร์ เราเห็นมันพูดได้ แสดงกิริยาอาการต่างๆ ได้ เราก็เผลอไผลเข้าใจว่ามันจริงจัง ดังนั้นจึงเห็นคนดูหัวเราะกันดังลั่นเมื่อตัวแสดงภาพยนตร์นั้นทำตลก หรือใครๆ ต่างก็พากันชื่นชมยินดีที่เห็นพระเอกนางเอกที่จากกันไปนาน ทั้งตกทุกข์ได้ยากแทบจะเอาชีวิตไม่รอดได้มาพบกัน และบางทีถ้าถึงบทโศกเศร้าผู้ดูทั้งหลายต่างก็พากันหน้าตาหมองคล้ำ บางคนควักผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาจนน้ำตาเปียกชุ่ม เพราะเรื่องราวเหล่านั้นเข้าไปสั่นสะเทือนหัวใจอย่างเหลือเกินโดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 พ.ค. 2549 , 07:22:05 น.] ( IP = 58.9.94.153 : : )
สลักธรรม 4แท้จริง เขาเล่นให้เราดูหลอกๆ เขาหลอกเอาสตางค์ของเราแท้ๆ ทั้งเราก็มิได้ดูภาพที่เคลื่อนไหวอะไรเลยแม้แต่สักนิด เราเกิดความหลงใหลภาพนิ่งๆ ที่เขาฉายมาปรากฏต่อหน้าเหล่านั้นเพราะดูไม่ทันต่างหาก ด้วยเหตุที่ภาพแต่ละภาพบนฟิล์มเปลี่ยนไปโดยเร็ว
ในการฉายภาพยนตร์ ผู้ดูมิได้เห็นภาพแต่ละภาพบนฟิล์มเคลื่อนที่เลย เป็นภาพนิ่งๆ ทั้งนั้น แต่ละภาพๆ ท่าทางต่างๆ กันเล็กน้อย ใน ๑ วินาที ภาพในฟิล์มจะถูกเปลี่ยนไปถึง ๑๖ ภาพ ด้วยเหตุนี้ ภาพหนึ่งจะยังตรึงตาอยู่จนกว่าแสงจากภาพต่อไปจะฉายลงบนเรตินา (Retina) ของดวงตา เครื่องฉายภาพยนตร์แสดงรูปบนฟิล์มด้วยอัตราความเร็วที่พอเหมาะ คือฟิล์มจะอยู่กับที่ในขณะที่ฉายแสง แล้วเลื่อนฟิล์มต่อไปอีกรูปหนึ่งในขณะที่แสงถูกตัดออก
ในเรื่อง รูปารมณ์ อันได้แก่คลื่นแสง ได้บรรยายไปโดยย่อแล้ว ต่อจากนี้ไปจะได้บรรยายสัททารมณ์ อันได้แก่คลื่นแสียงโดยย่อต่อไป
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 พ.ค. 2549 , 07:22:18 น.] ( IP = 58.9.94.153 : : )
สลักธรรม 5
มาศึกษาเรื่องสสารและพลังงานในพระพุทธศาสนาต่อค่ะ
นอกจากเข้าใจเรื่องของรูปารมณ์แล้ว
ยังทำให้เห็นถึงความร้ายกาจของโมหะอวิชชานะคะ
ทำให้มือบอดไปหมดจริงๆ
กราบขอบพระคุณอาจารย์อย่างสูงค่ะโดย พี่ดา [29 พ.ค. 2549 , 09:24:21 น.] ( IP = 124.121.171.21 : : )
สลักธรรม 6มาศึกษาเพิ่มเติมความรู้ในเรื่องของรูปต่อครับผม ยิ่งละเอียดลึกซึ้งไปตามลำดับครับท่านอาจารย์ที่เคารพ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับผม.
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย ทับตะวัน [29 พ.ค. 2549 , 09:24:53 น.] ( IP = 58.9.136.136 : : )
สลักธรรม 7มาศึกษาหาความรู้เรื่องรูปต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณค่ะโดย เซิ่น [29 พ.ค. 2549 , 20:15:49 น.] ( IP = 58.8.51.26 : : )
สลักธรรม 8ด้วยความเคารพในธรรมค่ะ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะโดย น้องอุ๊ [29 พ.ค. 2549 , 21:36:52 น.] ( IP = 61.47.123.245 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |