| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา (๓๐)
![]()
สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา (๓๐)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
เสียงนั้นมีมากมายหลายอย่างเหลือเกิน ไม่ว่าจะไปอยู่ ณ สารทิศใดในโลกนี้ ก็หนีเสียงไปไม่พ้น เสียงมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง เป็นเสียงของคน ของสัตว์ และเป็นเสียงของสิ่งที่ไม่ใช่คน และไม่ใช่สัตว์ เป็นเสียงที่เราชอบบ้าง และไม่ชอบบ้าง เช่น เสียงคนพูด เสียงนกร้อง เสียงดนตรี เสียงคลื่น และเสียงพายุ เป็นต้น
ผู้ที่ไม่เคยได้ศึกษาเล่าเรียนในเรื่องของเสียง ก็มีความสามารถตอบคำถามได้ว่า เสียงนั้นคืออะไร เขาก็จะตอบว่า เสียงก็คือ "ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่มาทำให้ได้ยิน"
คำตอบนี้จะว่าผิดก็ไม่ได้ แต่ก็แน่ละจะทำให้ผู้ฟังเข้าใจแล้วได้เหตุผลข้อเท็จจริงก็ไม่ได้เหมือนกัน ทั้งๆ ที่มันเกิดอยู่ต่อหน้าต่อตา
ถ้าเป็นคำตอบของนักวิทยาศาสตร์ เขาก็จะตอบว่า เสียงนั้นเป็นผลมาจากการสั่นสะเทือนของอากาศ ซึ่งจะเนื่องมาจากวัตถุใดๆ ก็ได้ทั้งนั้น ที่ทำให้เกิดคลื่นมากระทบกับหูของเรา
คนที่กำลังดีดจะเข้เป็นเพลงเขมรไทรโยคอันไพเราะ ก็เพราะสายของจะเข้นั้นสั่นสะเทือนไปกระทบกับอากาศ ทำให้อากาศสั่นสะเทือน แล้วจึงทำให้เกิดเสียง ถ้าเอามือกดลงไปบนสายของจะเข้ เสียงเพลงที่กำลังอ้อยอิ่งอยู่นั้นก็จะสะดุดหยุดลงทันที
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [30 พ.ค. 2549 , 08:26:18 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.39 ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
ถ้าเอาไม้ไปตีกลอง หรือตีระฆัง มันก็จะดังขึ้น เสียงก้องและกังวานออกไปทั่วทิศ ในขณะนี้จะเห็นว่าหน้ากลองและระฆังมันสั่น ถ้าเราเอามือกดแรงๆ วางลงไปบนกลอง หรือจับระฆังเอาไว้ให้แน่น เสียงก็จะหยุดลงไปในทันใด
การสั่นสะเทือนทำให้เกิดคลื่นในอากาศ คลื่นในอากาศมากระทบหูของเราแล้ว เราทราบผลของการสั่นสะเทือนนั้น นั่นคือ ได้ยินเสียง
อนึ่ง เรื่องการสั่นสะเทือนอันเป็นการเกิดผลคือเสียงนั้น ไม่เพียงแต่เกิดได้ในอากาศเท่านั้น การสั่นสะเทือนเกิดขึ้นได้ทั้งในของเหลวและของแข็ง ตัวอย่างในของเหลว เช่น ในน้ำ ถ้าไปเคาะหิน หรือตี หรือทุบวัตถุใดในน้ำ ก็จะเกิดการได้ยินในขณะดำน้ำ เพราะมีคลื่นมาตามอนุภาคของน้ำ หรือของแข็ง เช่น ถ้าเอาหูแนบกับพื้นดินก็จะได้ยินเสียงควบม้า ซึ่งแม้จะอยู่ห่างไกลออกไปได้ เป็นต้น
สำหรับการสั่นสะเทือนที่ทำให้เกิดผลเป็นเสียงนี้ การชัดเจนขึ้นอยู่กับตัวกลางที่มีความสั่นสะเทือน ผ่านในแก๊สเช่นในอากาศจะสู้ในของเหลวเช่นน้ำไม่ได้ และในของเหลวจะสู้ในของแข็งไม่ได้
เมื่อมีเสียงเกิดขึ้น นั่นแสดงว่าเทหวัตถุกำลังสั่น ถ้าเป็นการสั่นอย่างสม่ำเสมอก็จะได้ยินเป็นเสียงดนตรี ถ้าสั่นไม่สม่ำเสมอก็จะได้ยินเป็นเสียงอึกทึก คลื่นในอากาศเป็นตัวกลางที่กระทบหูของเรา เราจึงได้ยินเสียง ด้วยเหตุดังนี้เอง ในสูญญากาศไม่มีอากาศสั่นสะเทือน ดังนั้นจึงไม่มีเสียง
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [30 พ.ค. 2549 , 08:26:59 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.39 )
สลักธรรม 2
เสียงไม่เหมือนแสงที่เดินทางไปได้ทั่วทุกหนทุกแห่ง แม้ในสูญญากาศก็ตาม ดังนั้น ในที่ๆ สูงขึ้นไปจากโลกนี้มากๆ อากาศก็เบาบางลงไป เราพูดกันไม่ค่อยจะได้ยิน
อย่างไรก็ดี เราพูดกันว่าความสั่นสะเทือนของอากาศนั้นเป็น "คลื่น" แต่เสียงก็หาได้เหมือนกับคลื่นในน้ำไม่ เพราะมิได้นูนขึ้นหรือยุบลง หากแต่มันเลื่อนไปข้างหน้าถอยไปข้างหลัง เหมือนเรากำมือแล้วก็แบมือออก แต่ถ้าเสียงดัง อนุภาคของอากาศก็ยิ่งเคลื่อนไปข้างหลัง กลับมาข้างหน้าในระยะทางมากเข้า
อัตราความเร็วของแสงนั้น ๑๘๖,๐๐๐ ไมล์ ต่อวินาที แต่อัตราความเร็วของเสียงในยามคลื่นลมสงบนั้นเพียง ๑,๑๐๐ ฟุต ต่อวินาที หรือประมาณหนึ่งส่วนห้าไมล์ ต่อวินาที แต่ถ้าอุณหภูมิเพิ่มขึ้น มันก็จะเพิ่มความเร็วมากกว่านี้
ความเร็วของแสงกับความเร็วของเสียงต่างกันมากดังนี้เอง เราจึงได้เห็นฟ้าแลบก่อนแล้วจึงจะได้ยินเสียงฟ้าร้องในภายหลัง
อัตราความเร็วของเสียงในอากาศประมาณ ๑,๑๐๐ ฟุต ต่อวินาที แต่ถ้าเสียงไปในน้ำแล้ว อัตราความเร็วก็เพิ่มขึ้นเป็น ๕,๐๐๐ ฟุต ต่อวินาที
สำหรับความรู้สึกได้ยินนั้น ก็เพราะเสียงทำให้เยื่อของแก้วหูสั่นด้วยความถี่เท่ากับความถี่ของเสียงที่เกิดขึ้น การสั่นนี้จะสั่นสั่งทอดต่อๆ กันไปยังหูส่วนในโดยผ่านกระดูกเล็กๆ หลายชิ้นในหูส่วนกลาง การสั่นนี้จะเร้าเซลล์ของคอเคลีย และยูตริเกลให้รู้สึกการเร้าที่ได้รับนี้จะผ่านประสาทสำหรับการได้ยินไปสู่สมอง สมองก็แปลอาการเร้านั้นว่าเป็นเสียงอะไรต่อไป(ทางวิทยาศาสตร์)
เสียงนั้นเกิดจากการสั่นสะเทือนของอากาศ เสียงของคนที่พูดหรือร้องเพลงก็โดยทำนองเดียวกัน
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [30 พ.ค. 2549 , 08:27:29 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.39 )
สลักธรรม 3
กำลังเปลี่ยนแสียง
ใครๆ ก็อยากมีเสียงดีๆ ด้วยกันทั้งนั้น บางคนถึงขนาดฝึกดัดเสียงกินน้ำมะนาว หรืออมยาอมเพื่อให้เสียงสดใส แะไรเป็นสาเหตุให้เสียงเปลี่ยนได้ ก็น่าสงสัยอยู่
เสียงที่เราได้ยินนี้ เกิดจากการสั่นสะทือนของเส้นเสียง (Vocal cord) ภายในลำคอเปรียบเสมือนสายของไวโอลินอย่างดี แต่เส้นเสียงของเราดีกว่าสายไวโอลินมาก เพราะเราสามารถบังคับกล้ามเนื้อให้เส้นเสียงหย่อนหรือตึง เพื่อให้เกิดเป็นเส้นเสียงต่ำหรือสูงได้ตามต้องการ ระดับเสียงที่เส้นเสียงของคนทำได้ มีถึง ๑๗๐ ระดับ คือตั้งแต่ความถี่เสียงต่ำสุดประมาณ ๘๐ ครั้งต่อวินาที จนถึงระดับสูงสุดประมาณ ๑,๐๐๐ ครั้งต่อวินาที
เด็กๆ มีเส้นเสียงสั้น เสียงของเด็กจึงมีระดับสูงแหลมคล้ายผู้หญิง เมื่อเด็กโตขึ้นเส้นเสียงจะยาวขึ้นด้วย โดยเฉลี่ยแล้วเสียงของผู้ชายจะยาวขึ้นมากกว่าเส้นเสียงของผู้หญิง ด้วยเหตุนี้ผู้ชายจึงมีเสียงทุ้มกว่าผู้หญิง เป็นที่น่าสังเกตว่า เด็กที่กำลังโตเป็นหนุ่มจะมีเสียงแหบผิดปกติ จนบางคนไม่กล้าที่จะพูดออกมา เพราะไม่กล้าที่จะยอมรับว่าเป็นเสียงของตนเอง หรือเกรงว่าคนอื่นจะรู้ว่าตัวกำลังแตกเนื้อหนุ่ม เรื่องนี้น่าจะโทษธรรมชาติที่ทำให้เส้นเสียงของผู้ชายขณะเปลี่ยนวัยเป็นหนุ่มยาวขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเท่ากับของผู้ใหญ่
เนื่องจากสายเสียงของแต่ละคนมีความยาวไม่เท่ากัน เสียงของแต่ละคนจึงมีระดับต่างกันเป็นช่วงๆ ด้วย ในทางดนตรีเราแบ่งเสียงของผู้ชายออกเป็นกลุ่ม คือ เบส บาริโทน และเทเนอร์ ส่วนของผู้หญิงแบ่งออกเป็น อัสโตเมซโซ-โซปราโน และโซปราโน
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [30 พ.ค. 2549 , 08:30:01 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.39 )
สลักธรรม 4
ผู้ที่มิได้ศึกษาธรรมะในขั้นละเอียด หรือไม่ได้ศึกษาพระอภิธรรมมา ก็มักจะมีความเข้าใจผิดคิดเอาง่ายๆ ว่า พระพุทธศาสนาเป็นจิตนิยม พระพุทธศาสนานั้นสอนแต่ในเรื่องจิตใจ เช่นเรื่องศีลธรรมจรรยาหรือความประพฤติเท่านั้น และบางคนดูหมิ่นพระพุทธศาสนาเห็นว่าเป็นการสอนของคนโบราณที่ล้าสมัย แล้วมีแต่เรื่องผีสางนางไม้และเทวดาที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ด้วยเหตุนี้เองจึงเห็นเป็นการสมควรที่จะแสดงการทำงานของรูปที่มากระทบกับจิตใจ และนามคือจิตใจที่รับกระทบในขณะที่เกิดการเห็น การได้ยินโดยย่อพอให้ได้เห็นเป็นหนทาง ว่าในขณะที่เห็นหรือได้ยินนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงถึงเรื่องการทำงานของมันไว้อย่างไร เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เอาไปเปรียบกับวิทยาการในทางโลกทางวิทยาศาสตร์
ถ้าจะแสดงการทำงานของจิตใจโดยละเอียดแล้วก็จะต้องใช้เวลาในการบรรยายเป็นเดือนๆ ฉะนั้น จึงขอแสดงแต่โดยย่อเฉพาะการทำงานของจิตที่เรียกชื่อว่า ตทนุวัตติกมโนทวารวิถี หรืออนุพันธกมโนทวารวิถีที่เกิดขึ้นทางจักขุทวารเพียงทวารเดียวเท่านั้น
วิถีที่จะแสดงต่อไป เป็นวิถีทางมโนทวารที่ต่อจากทางปัญจทวารวิถี คือการทำงานทางใจที่ต่อมาจากการทำงานทางตา เหมือนเราตั้งคำถามว่า เห็นรูปได้อย่างไร ขอให้แสดงการเห็นรูปได้มาตามลำดับ
ตทนุวัตติกมโนทวารวิถี หรือ อนุพันธกมโนทวารวิถีนั้น เป็นการแสดงโดยเป็นปรมัตถ์อันเป็นความจริงแท้แน่นอน แต่ก็เป็นการแสดงที่นำไปสู่บัญญัติ อันเป็นความจริงโดยสมมุติตามโวหารที่ชาวโลกเข้าใจกัน
ว่าโดยปรมัตถ์ คน สัตว์ หญิง ชาย อ้วน ผอม ขาว ดำ สวย ไม่สวย โต๊ะ เก้าอี้ ดิน น้ำ หาได้มีจริงๆ ไม่ ถ้าจะมีก็เพราะเราทั้งหลายสมมุติให้มันมีขึ้นมาเอง
ความจริงความรู้เรื่องปรมัตถ์และบัญญัติจะเกิดขึ้นมาได้ก็เพราะอาศัยจิตใจเกิดขึ้นมาตามทวารต่างๆ ทั้ง ๖ ทวารนั่นเอง ถ้านอนหลับสนิทเสียแล้ว ความจริงอะไรก็เกิดขึ้นมาไม่ได้ทั้งนั้น สิ่งทั้งหลายก็จะเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่มีใครมารับรู้หรือรับรองความจริงอะไรเลย
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [30 พ.ค. 2549 , 08:31:10 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.39 )
สลักธรรม 5
ความจริงที่เป็นปรมัตถ์อันเกิดขึ้นทางทวารทั้ง ๖ นั้น เกิดขึ้นมาอยู่ทุกๆ อารมณ์ และทุก ๆ ทวาร แต่ผู้เสวยอารมณ์หาได้พิจารณาด้วยโยนิโสมนสิการ คือการทำใจให้แยบคายไม่ ดังนั้นจึงได้ถูกโมหะอวิชชาเข้าครอบงำเสียทุกครั้งไป จึงได้บังเกิดความหลงใหลกับมโนภาพหรือจินตนาการที่สร้างขึ้นมาแล้วก็แสดงพฤติกรรมต่างๆ ออกไปตามความหลงใหลนั้นอยู่ทุกวันทุกคืน
ความรู้สึกเมื่อ "เห็นรูป" นั้นก็มีแต่เหตุกับผล มีแต่รูปกับนามเท่านั้นเอง แต่ผู้เห็นไปจินตนาการให้เป็นไปต่างๆ นานามากมาย เพราะเข้าถึงความจริงอันเป็นปรมัตถ์ไม่ได้
จักขุวิญญาณ คือ "เห็น" อันเป็นผลจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยเหตุ ๔ ประการ ได้แก่
๑. รูปารมณ์ ได้แก่คลื่นของแสง
๒. จักขุปสาทะ ได้แก่ประสาทตา
๓. อาโลกะ ได้แก่แสงสว่าง
๔. มนสิการ ได้แก่มนสิการเจตสิก (เกิดร่วมพร้อมกับจิต ทำให้จิตตรงต่อารมณ์ที่มากระทบ)
จิต "เห็น" เกิดขึ้น ในขณะนี้ยังไม่เห็นเป็นอะไรทั้งสิ้น รู้สึกเห็นเฉยๆ เท่านั้นโดย พี่เณร...นำมาฝาก [30 พ.ค. 2549 , 08:32:42 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.39 )
สลักธรรม 6![]()
กล่าวโดยย่อ "เห็น" ก็มีแต่รูปกับนามเท่านั้นคือ คลื่นแสงกับประสาทตาเป็นรูป และเห็นเป็นนาม (เกิดขึ้นในขณะปัจจุบัน) หรือมีแต่เหตุกับผลเกิดขึ้นเท่านั้นเอง
ว่าโดยปรมัตถ์ อันเป็นความจริงแท้ก็มีแต่รูปกับนามเท่านั้น หาได้มีคน สัตว์ หญิง ชาย ที่ไหนไม่
ว่าโดยปัญจทวารวิถีแล้ว วิถีหนึ่งมีรูปอันได้แก่คลื่นของแสงเกิดขึ้น รูปเดียว เกิดขึ้นมาแล้วก็สลายตัวไป (อุปปัจจย สันตติ ชรตา อนิจจตา) เท่านั้น และมีนามคือจิตใจเกิดขึ้น ๑๗ ขณะใหญ่ ถ้านับเป็นขณะเล็กได้ ๕๑ ขณะ แล้วก็ตั้งอยู่ไม่ได้ ในทันใดนั้นก็สลายตัวไปโดยรวดเร็วเช่นเดียวกัน (อุปาทะ ฐีติ ภังคะ)
ทั้งรูปทั้งนามดับไปหมดแล้ว แต่เห็นว่าเป็นอะไรยังไม่ได้ ต่อไปจึงเป็นการงานของจิตที่เกิดขึ้นทางมโนทวารวิถีต่อไป
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [30 พ.ค. 2549 , 08:35:05 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.39 )
สลักธรรม 7ตทนุวัติกมโนทวารวิถี(อารมณ์ทางใจ) ที่เกิดต่อจากจักขุทวารวิถี (คือ อารมณ์ทางตา) มีจำนวน ๔ วิถี คือ
๑. อตีตัคคหณวิถี
๒. สมูหัคคหณวิถี
๓. อัตถัคคหณวิถี
๔ . นามัคคหณวิถี
เราเห็นรูปได้เลยในทันทีทันใดที่มองดู แต่แม้จะรวดเร็วประการใด เพราะอาศัยอำนาจสัพพัญญุตญาณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ก็สามารถแยกการงานของมันออกเป็นขั้นเป็นตอน เป็นลำดับโดยละเอียด เพื่อหวังให้ผู้ศึกษาที่มีปัญญา และปรารถนาจะหาความจริงได้มีความเข้าใจ แต่การอธิบายก็เป็นไปอย่างช้าๆ เพียงในอารมณ์เดียว แบบฉายหนังช้า (Slowmotion)
การเกิดขึ้นของจิต "เห็น" มีการงานเป็นลำดับดังต่อไปนี้
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [30 พ.ค. 2549 , 08:35:42 น.] ( IP = 203.113.16.250 : : 203.113.67.39 )
สลักธรรม 8วันนี้ได้อ่านไปด้วย และดูภาพประกอบไปด้วย นึกตามไปด้วยเห็นชัดเจนครับในสิ่งที่ท่านอาจารย์อธิบายมาครับ และพอที่จะเข้าใจมากขึ้นแล้วในเรื่องรูปครับผม
แต่ก็ต้องนึกทบทวนบ่อยๆครับ เพราะเรื่องรูปเป็นธรรมะที่ลึกซึ้งจริงๆครับผม
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับโดย ทับตะวัน [30 พ.ค. 2549 , 10:04:38 น.] ( IP = 58.9.141.198 : : )
สลักธรรม 9
อ่านไปอ่านมาอย่างกับว่ากำลังเรียนวิชาวิทยาศาสตร์อยู่
ขอนอบน้อมสักการะ กราบระลึกถึงพระคุณของพระบรมศาสดาพระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า ที่ทรงหยั่งรู้ทุกสิ่งทุกอย่างหาใดเปรียบ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงค่ะโดย พี่ดา [30 พ.ค. 2549 , 10:53:45 น.] ( IP = 124.121.173.175 : : )
สลักธรรม 10ได้ความรู้และรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องรูปหลายๆ อย่างค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะโดย เซิ่น [30 พ.ค. 2549 , 21:47:24 น.] ( IP = 58.8.44.238 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |