| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ชีวิตของผู้ประเสริฐ
สลักธรรม 2
พระพุทธศาสนาถือว่าเรื่องมนุษย์ เป็นปรากฏการณ์ชีวิตอย่างหนึ่งที่มีอยู่ในโลกโดยเป็นชีวิตที่มีศักยภาพสูง เป็นผู้สามารถฝึกฝนอบรมตนได้ และเมื่อได้รับการพัฒนาแล้วก็จะเป็นผู้ประเสริฐสูงสุด พระพุทธศาสนาจึงให้ความสำคัญเกี่ยวกับมนุษย์มาก แม้กระทั่งแสดงว่า โลกอยู่ในตัวมนุษย์หรือมนุษย์เป็นโลก ๆ หนึ่ง เช่นในโรหิตัสสสูตร พระพุทธเจ้าตรัสว่า เราย่อมบัญญัติโลก เหตุเกิดของโลก และปฏิปทาให้ถึงความดับแห่งโลกลงในอัตภาพอันมีประมาณวาหนึ่ง มีสัญญาและใจนี้เท่านั้น ดังนั้นหากจะวิเคราะห์ในแง่ของปรัชญาก็อาจให้คำตอบว่ามนุษย์คือใครได้ในแง่ของสมมติสัจและปรมัตถสัจ ในแง่ความจริงขั้นสมมตินั้นอาจตอบได้ว่า มนุษย์เป็นผู้ชาย เป็นผู้หญิง เป็นเด็ก เป็นผู้ใหญ่ สูง ต่ำ ดำ ขาว เป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ เป็นคำจำกัดความแล้วแต่จะคิดเอาตามแต่ละชาติภาษาไป ส่วนมนุษย์ในแง่ความจริงขั้นปรมัตถ์นั้นเป็นเพียงกระบวนธรรม ล้วน ๆ ที่เกิดขึ้น ดับลง เพราะการรวมกันเข้าของเหตุปัจจัย ไม่มีใครสร้างขึ้น หรือเกิดขึ้นเพราะแรงดลบันดาลของใคร ไม่มีตัวตน สัตว์ บุคคล เรา เขา ดังนั้นมนุษย์หรือตัวตนแท้ ๆ ไม่มี
ฐานะของความเป็นมนุษย์ในธรรมชาติ
หลักคำสอนที่อธิบายถึงปรากฏการณ์ต่าง ๆ ตามธรรมชาติ โดยแสดงถึงกฏที่อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ หรือสภาวะธรรมต่าง ๆ ตามธรรมชาติ กระบวนการทั้งหมดล้วนเป็นไปตามกระแสแห่งปัจจัย ดังภาษิตของพระอัสสชิว่า ธรรม (ปรากฏการณ์) เหล่าใดเกิดแต่เหตุ พระตถาคตทรงแสดงเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น และความดับแห่งธรรมเหล่านั้น การอธิบายถึงความจริงที่อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์เช่นนี้ เท่ากับเป็นการวางกฏเกณฑ์สากล เพื่อแสดงถึงความเป็นไปของทุก ๆ สิ่งในจักวาล กฏพื้นฐานดังกล่าวนี้ถือเป็นการจัดวางสิ่งทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ พืช และสรรพสิ่งในธรรมชาติ
โดย ธีระ [1 มิ.ย. 2549 , 15:34:06 น.] ( IP = 58.8.33.232 : : )
สลักธรรม 3
ดังนั้น สถานะความมีอยู่ของสรรพสิ่งรวมถึงมนุษย์นั้น มีอยู่ในฐานะเป็นปัจจัยสัมพันธ์กัน คือ ความสัมพันธ์และความเป็นเหตุเป็นปัจจัยเนื่องอาศัยกันของสิ่งนั้น ๆ มีการเกิดขึ้น ดำรงอยู่ และแตกสลายไป เป็นปรากฏการณ์ในรูปของกระแสแห่งองค์ประกอบที่สืบเนืองกัน ความเป็นไปของธรรมชาติเช่นนี้ โดยทั่วไปมักรู้จักในชื่อของ กฎ แนวความคิด เรื่องกฏนี้ปรากฏในคัมภีร์ชั้นพระไตรปิฎก โดยใช้คำว่า นิยาม ดังพุทธพจน์ในธัมมนิยามสูตรว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะตถาคตอุบัติขึ้นก็ตาม ไม่อุบัติขึ้นก็ตาม ธาตุ (หลัก) นั้น คือความตั้งอยู่ตามธรรมดา ..ก็คงตั้งอยู่อย่างนั้นเอง ตถาคตตรัสรู้ บรรลุธาตุนั้นว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา ครั้นแล้วจึงบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก ทำให้เข้าใจง่าย
จะเห็นว่า หลักความจริงตามคำสอนของพระพุทธศาสนานั้น แสดงไว้ว่า สิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของ เป็นรูปธรรม หรือนามธรรม เป็นเรื่องวัตถุ หรือจิตใจ ทั้งชีวิตและโลกธรรมชาติแวดล้อมตัวมนุษย์อยู่ก็ตาม สรรพสิ่งดังกล่าวล้วนเป็นไปตามธรรมดาแห่งเหตุปัจจัย เป็นเรื่องของปัจจัยสัมพันธ์ ธรรมดาของธรรมชาติที่ว่านี้ มองด้วยสายตายของมนุษย์ เรียกว่า กฏธรรมชาติ เรียกในภาษาบาลีว่า นิยาม แปลว่า กำหนดที่แน่นอน แนวทางที่แน่นอน หรือความเป็นไปอันมีระเบียบแน่นอน เพราะปรากฏให้เห็นว่า เมื่อมีเหตุปัจจัยอย่างนั้น ๆ แล้วก็จะมีความเป็นอย่างนั้น ๆ แน่นอน
โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี [1 มิ.ย. 2549 , 15:37:07 น.] ( IP = 58.8.35.25 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |