
มนุษย์ คือ กระบวนการของการเกิดขึ้นและดับไปของทุกข์ ดังความใน วชิราสูตร ว่า
ความจริงทุกข์เท่านั้นย่อมเกิด ทุกข์ย่อมตั้งอยู่และเสื่อมสิ้นไป นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ เป็นความสืบต่อกันแห่งสังขารธรรมล้วน ๆ กระบวนการแห่งธรรมนี้เกิดขึ้นและดับลงตามเหตุปัจจัย ดังนั้นตราบใดที่ยังมีเหตุปัจจัย ตราบนั้นกระบวนการแห่งธรรมหรือกระบวนการแห่งชีวิตมนุษย์ก็ยังดำเนินต่อไป เมื่อเหตุปัจจัยดับสิ้นลงเมื่อใด กระบวนธรรมก็ดับลงเมื่อนั้น ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยเป็นตัวกำหนด
ในแง่นี้พระพุทธศาสนามองมนุษย์ในฐานะเป็นเพียงการประชุมกันของเหตุปัจจัย หรือองค์ประกอบต่าง ๆ และเมื่อองค์ประกอบเหล่านั้นถูกแยกออกจากกันไป ความเป็นมนุษย์ก็ไม่มี
หรือ พระพุทธศาสนาวิเคราะห์มนุษย์โดยแบ่งส่วนประกอบที่สำคัญออกเป็น ๒ ส่วน คือ
รูปกับนาม หรือ กายกับจิต ส่วนที่เป็นร่างกายเรียกว่ารูป และส่วนที่เป็นจิตใจเรียกว่านาม องค์ประกอบทั้งสองส่วนนี้จะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไปไม่ได้ หากขาดส่วนใคส่วนหนึ่งไปความเป็นมนุษย์มีชีวิตที่สมบูรณ์ก็จะสิ้นสุดลง มนุษย์ตามความหมายในแง่นี้จึงหมายถึงการรวมกันเข้าของส่วนกายกับจิต โดยอาจอุปมามนุษย์กับท่อนไม้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจชัดเจนขึ้น มนุษย์กับท่อนไม้อาจจะเหมือนกันในแง่ของกายภาพ หมายถึงทั้งสองต่างก็เป็นสสาร ต่างก็ตกอยู่ภายใต้กฎของธรรมดาด้วยกันคือ ไม่ยั่งยืน แปรเปลี่ยนทำลาย และไร้แก่นสาร พระพุทธศาสนาถือว่ามนุษย์ต่างจากท่อนไม้ เพราะท่อนไม้ไม่อาจเคลื่อนไหวด้วยตัวของมันเองได้ต้องอาศัยแรงผลักดันของสิ่งอื่นภายนอก ส่วนมนุษย์สามารถเคลื่อนไหวไปมาได้ มีความรู้สึก มีความคิด มีความต้องการ มีเหตุมีผล เพราะมนุษย์มีจิตเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง จิตเป็นอสสาร มันจึงทำให้มนุษย์มีชีวิตที่แตกต่างจากท่อนไม้ ซึ่งท่อนไม้มีองค์ประกอบที่เป็นสสารอย่างเดียว ส่วนมนุษย์ประกอบด้วยส่วนสำคัญ ๒ ส่วนคือ กายและจิต
หรือ