มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา (๓๔)






สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา (๓๔)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ท่านอาจจะตั้งคำถามผมว่า ก็วิชาอะไรเล่าเป็นความจริงที่ควรเรียนให้รู้ และวิชาอะไรบ้างที่ไม่ควรเรียนให้รู้ ใคร ๆ เขาก็พยายามเล่าเรียนหาวิชาความรู้ใส่ตัว บางคนใช้เวลาศึกษาหาความรู้ต่าง ๆ มาเกือบตลอดชีวิต แล้วจะกล่าวหาว่าไม่เรียนรู้ความจริงที่ควรจะรู้กระไรได้

ก็จริงอยู่ เราเรียนรู้ในวิชาการต่าง ๆ มาสารพัด เราเรียนรู้ตั้งแต่เรื่องในโลกไปจนถึงนอกโลก ตลอดไปจนถึงดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ แต่ตัวของเราเองนั้นยังศึกษาเข้าไปไม่ถึง

เราเรียนรู้เรื่องราวของมหาสมุทรที่สุดลึก เรื่องของยอดเขาที่สูงสุด เราอุตส่าห์เรียนเรื่องอันไกลแสนไกลไปในห้วงอากาศ ไปจนถึงในสากลจักรวาล แต่เราก็หาได้รู้จักไม่ว่า ตัวของเราเองนั้นคือใคร เรารู้จักแต่ชื่อว่า เราชื่ออะไรเท่านั้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 มิ.ย. 2549 , 10:23:15 น.] ( IP = 58.9.93.235 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เราเรียนรู้ในสาขาวิชาการต่าง ๆ ได้ปริญญาตัวเดียว ไปจนถึงปริญญาเป็นแถว ๆ ได้ปริญญาทั้งในประเทศและนอกประเทศ ได้รับคำสรรเสริญเยินยอ ได้รับเกียรตินิยม ได้รับยกย่องจากคนค่อนโลก แต่เราก็ยังไม่ทราบอยู่อย่างหนึ่งที่อยู่ติดชิดกับเราเอง คือยังไม่ทราบว่าชีวิตคืออะไร

เมื่อเรายังไม่เข้าใจในเรื่องของชีวิต ในเรื่องของตัวเองเช่นนี้ เราก็หมดปัญญาที่จะแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตได้ ความปรารถนาที่จะให้ความทุกข์สะดุดหยุดลง จึงยังเป็นหนทางที่ไกลแสนไกล หนทางนั้นยังอยู่สุดหล้าฟ้าเขียวทีเดียว

แม้เราจะได้เรียนรู้ในวิชาสารพัดอย่าง แม้เราจะได้ค้นคว้าหาความจริงจากปรากฏการณ์ในโลกและนอกโลกมากมาย แต่เมื่อขาดความรู้ในเรื่องของชีวิตเสียงอย่างเดียวแล้วหนทางเดินก็จะเป็นไปตามบิญตามกรรม เหมือนเรือที่ขาดหางเสือลอยละล่องอยู่ในกระแสน้ำ เราก็จะทำสิ่งใดตามที่ใจปรารถนา หรือทำไปตามอำนาจที่มาเร้าและทำไปตามที่เคยชำนิชำนาญมา อันเป็นบาปบ้าง บุญบ้างตามเรื่อง ความเวียนเกิดเวียนตายจึงได้เกิดขึ้นชาติแล้วชาติเล่าตามแต่ชีวิตจะหมุนเวียนไปทางไหน หนทางพ้นทุกข์จึงไม่มีหวังว่าจะสดุดหยุดลงไปได้เลย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 มิ.ย. 2549 , 10:23:46 น.] ( IP = 58.9.93.235 : : )


  สลักธรรม 2

ด้วยเหตุดังนี้เอง ผู้ที่มิได้ศึกษา ผู้ที่มิได้คิดพิจารณาในปัญหาของตัวเอง ถึงความเป็นมาและที่จะเป็นไปของชีวิต ไม่ทราบว่าตายแล้วจะเกิดได้หรือไม่ เกิดได้หรือไม่เกิดเพราะเหตุใด ผลของการกระทำที่เป็นบาปบ้าง บุญบ้างนั้นจะติดตามผู้กระทำไปได้หรือเปล่ามีเหตุผลประการใดบ้าง ดังนี้ จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ไม่รู้ความจริงที่ควรจะรู้ จึงหนีความเป็นโมหะหรืออวิชชาไปไม่ได้

ตามที่ผมได้แสดงมาแล้ว ท่านก็จะเห็นได้ว่า เรียนรู้ในวิชาอะไรสารพัดวิชาไม่ว่าจะเป็นเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ไสยศาสตร์ หรือโหราศาสตร์ ทั้งไม่ว่าจะศึกษามากมายก่ายกองสักเท่าใด แม้จะได้ดีกรียาว ๆ สักแค่ไหน ไม่เฉพาะแต่เรื่องภูตผีปีศาจ หรือโหราศาสตร์ซึ่งบุคคลส่วนมากเข้าใจกันเท่านั้น ถ้าวิชาการใดเป็นไปเพื่อการอยู่หลักนอนให้สบาย หรือวิชาการใดเป็นไปเพื่อความอยากใหญ่ มิได้เป็นไปเพื่อรู้แจ้งเห็นจริงในเรื่องของชีวิต ทั้งการศึกษาในวิทยาการเหล่านั้น มิได้เป็นไปเพื่อจะบรรเทาผลร้ายจากการเวียนว่ายตายเกิด หรือพ้นจากทุกข์แล้ว การศึกษานั้นหรือวิชานั้นก็ได้ชื่อว่ายังมิได้ถูกพัฒนาไปในหนทางที่ควรจะเป็นไป ดังนั้น จึงหนีโมหะหรืออวิชชา หรือเดรัจฉานวิชาไปไม่ได้ เป็นวิชาการที่ควรรู้ยังไม่ได้

วิทยาการอะไรในทางโลก เรียนไปแล้วก็เป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ เรียนไปแล้วก็จะได้ช่วยให้เป็นคนเฉลียวฉลาด เป็นคนมีเหตุผล ใช้สำหรับเป็นบันไดเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จในอาชีพเพื่อให้ได้รับความสุขแบบโลก ๆ ได้ในชีวิตเป็นขั้น ๆ ไป และช่วยให้การดำรงอยู่ของชีวิตขึ้นก้าวหน้าขึ้นเป็นสำคัญ ก็เป็นเรื่องที่สมควรจะศึกษาเป็นอย่างยิ่ง พระพุทธศาสนามิได้ติเตียนแต่ประการใด ทั้งสนับสนุนเป็นอย่างมากด้วย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 มิ.ย. 2549 , 10:24:27 น.] ( IP = 58.9.93.235 : : )


  สลักธรรม 3

อย่างไรก็ดี วิทยาการในทางโลกมิได้ช่วยให้พ้นไปเสียจากทุกข์ ทั้งหาได้ทำให้ทุกข์ถูกประหาณออกไปจริงจังได้เลยแม้แต่น้อยไม่ และมิได้ทำให้การเกิดแก่เจ็บตายสะดุดหยุดลงแต่ประการใดด้วย จึงหนีความทุกข์ยาก หรือหนีความลำบากไม่พ้น ทั้งจะไม่มีวันพ้นทุกชาติ ๆ จากวิทยาการเหล่านั้นด้วย ยกเว้นแต่จะได้ศึกษาเรื่องของชีวิตเสียให้เข้าใจ ศึกษาในเรื่องของตนเองให้แตกฉาน ดังนั้น ในพระพุทธศาสนาจึงได้แสดงเอาไว้ว่า ความจริงที่ควรจะรู้หาได้ศึกษาไม่ มัวหลงเตลิดเพลิดเพลินเข้าไปศึกษาเรื่องที่ไกลจากชีวิตออกไป ๆ จนถึงนอกฟ้าป่าหิมพานต์ หรือไกลออกไปในสากลจักรวาลโดยมิได้เฉลียวใจแล้วหันหลังกลับมาดูของตัวเองเลย

นักโหราศาสตร์ท่านหนึ่ง พูดกับผมด้วยความน้อยใจว่า ผมนับถือพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาก และกราบไว้บูชาอย่างเสมอทุก ๆ วัน แต่ผมไม่ชอบอยู่อย่างหนึ่งท่านแสดงว่า โหราศาสตร์นั้นเป็นเดรัจฉานวิชา

ผมจึงได้ถามเขาว่า คุณคิดว่าวิชาโหราศาสตร์อย่างเดียวเท่านั้นหรือที่เป็นเดรัจฉานวิชา คุณเข้าใจว่าวิชาโหราศาสตร์เป็นวิชาของสัตว์เดรัจฉานใช่ไหม และคุณคิดว่าพระองค์ท่านหมายถึงวิชาโหราศาสตร์ว่าเป็นวิชาที่โง ๆ แบบสัตว์เดรัจฉานอันไม่ควรที่จะศึกษากระนั้นหรือ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 มิ.ย. 2549 , 10:24:44 น.] ( IP = 58.9.93.235 : : )


  สลักธรรม 4

คำว่าเดรัจฉานวิชา จะได้มุ่งหมายแสดงว่า เป็นแต่เฉพาะวิชาโหราศาสตร์ ไสยศาสตร์ หรือวิชาที่ว่าด้วยการบนบานศาลกล่าว เรื่องเทวดาและภูตผีปีศาจเท่านั้นก็หามิได้ แม้วิชาเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์เป็นต้น ก็ถูกครอบคลุมอยู่ด้วยเหมือนกัน ได้ชื่อว่าเป็นเดรัจฉานวิชาด้วยกันทั้งนั้น

เมื่อว่าตามความหมายของพุทธศาสนา ชีวิตของสัตว์เดรัจฉานนั้นมีคติอยู่ ๓ ประการ คือ เป็นไปเพื่อกิน เพื่อนอน เพื่อเสพเมถุน ส่วนเด็กเล็ก ๆ นั้นก็มีคติอยู่ ๓ ประการเหมือนกัน คือ เป็นไปเพื่อกิน เพื่อนอน เพื่อเล่น ดัวยเหตุดังกล่าวนี้เองคำว่าเดรัจฉานวิชาจึงมิได้หมายถึงวิชาของสัตว์เดรัจฉานโดยตรง หากแต่เป็นวิชาการที่เป็นไปเพื่อกิน เพื่อนอน เพื่อเสพเมถุน ส่วนเรื่องบุญ เรื่องบาป ความดี ความชั่วเรื่องกรรม เรื่องผลของกรรม เรื่องชีวิตภายหลังความตายเหล่านี้เป็นต้น ไม่ได้คิด ไม่ได้เชื่อ ไม่สนใจ ทั้งมิได้ค้นคว้าศึกษา หรือไม่ยอมพิจารณาให้บังเกิดความเข้าใจเสียเลย

อีกนัยหนึ่ง เดรัจฉานวิชานั้น หมายถึงวิชาการต่าง ๆ ที่เมื่อศึกษาแล้วไม่สามารถใช้วิชาเหล่านั้นเป็นหนทางนำเข้าไปสู่ความลึกซึ้งของเรื่องชีวิต มิได้เป็นหนทางสายตรงไปสู่พระนิพพาน คือการทำลายกิเลสเครื่องเศร้าหมองเร่าร้อนของตนเอง หากแต่เป็นตัวการที่ขวงกั้นต่อมรรค ผล และนิพพาน อันเป็นการศึกษาที่สนับสนุนให้กิเลสเกิดมากขึ้น สนับสนุนให้การเวียนว่ายตายเกิดให้ดำเนินต่อไปโดยหาที่สุดได้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 มิ.ย. 2549 , 10:25:55 น.] ( IP = 58.9.93.235 : : )


  สลักธรรม 5

อย่างไรก็ตาม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็มิได้ทรงห้ามว่าอย่าได้ไปศึกษาวิชาการใด ๆ เลย นอกจากหนทางพ้นทุกข์นี้เท่านั้น พระองค์ท่านมิได้ทรงสอนให้ปิดประตูขังตัวเองโดยมิให้ผู้ใดพากเพียรศึกษาค้นคว้าเพิ่มพูนวิชาการต่าง ๆ ให้แก่ตนเอง เพื่อจะได้เป็นผู้มีความรู้เพื่อจะได้มีความฉลาดมีความสามารถที่จะรักษาตนเองได้และเพื่อจะได้อยู่เย็นเป็นสุขมีชีวิตราบรื่นต่อไปในโลก พระองค์ท่านสนับสนุนทุก ๆ อย่าง ไม่ว่าในการศึกษาเล่าเรียนและการประพฤติปฏิบัติในอันจะนำมาซึ่งประโยชน์ให้แก่ตนเอง และแก่ผู้อื่น ทรงสอนให้ขยันหมั่นเพียร สอนให้รู้จักตั้งตัว สอนให้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตลอดจนสอนให้ทำบุญให้ทานรักษาศีลเจริญภาวนา เพื่อประโยชน์ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า

เมื่อมีโอกาสสมควร ทั้งผู้รับคำสั่งสอนก็พร้อมอยู่แล้ว พระองค์ก็ทรงสอนวิชาที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตอันเป็นปรมัตถประโยชน์ เป็นวิชาที่จะนำให้เข้าถึงหนทางไปสู่มรรค ผล นิพพาน ทั้งแสดงให้ทราบว่า อย่าได้หลงติดอยู่ในวิทยาการทั้งกลาย แบบโลก ๆ ดังกล่าวมาแล้ว พระองค์ทรงสอนให้รู้ความจริงเอาไว้ เพื่อจะมิให้หลงใหลเข้าใจผิดไปว่า วิชาการทั้งหลายเหล่านั้นประเสริฐขั้นสุดยอด เพราะวิชาการเหล่านั้นไม่สามารถช่วยตนเองให้พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด หรือพ้นไปจากทุกข์โดยเด็ดขาดแท้จริงได้ ถ้าผู้ใดไม่เชื่อโดยเห็นว่าเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ ไม่ย่อมเข้ามาค้นคว้าหาความจริง ผู้นั้นก็จะได้ชื่อว่า ไม่รู้ความจริงที่ควรรู้

พระองค์ทรงชี้ถึงคุณภาพของวิชาที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตว่ามีประโยชน์เหลือหลายเพื่อมิให้หลงติดใจไปกับวิชาที่ทำให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ไม่ได้ เพราะวิชาการต่าง ๆ นั้นเป็นไปเพื่อกิน เพื่อนอน เพื่อเสพเมถุน ซึ่งหนทางนั้นขวางกับมรรถผล และท่านก็ควรจะทราบด้วยว่า ในขณะนี้เรากำลังเรียนอะไร เรามิได้กำลังเรียนธรรมะที่จะก่อประโยชน์ในชาตินี้หรือชาติหน้า หากแต่ว่าในขณะนี้ เรากำลังเรียนปรมัตถประโยชน์อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ดังนั้น เนื้อความก็ย่อมจะละเอียดลออด้วยต้องอาศัยความคิดพิจารณา ซึ่งผิดกับคำสอนทั่วไปอันเป็นประโยชน์ในชาตินี้และชาติหน้าอยู่บ้างจนอาจเป็นเหตุให้กระทบกระเทือนใจสำหรับท่านนักวิชาการบางท่านเข้าก็ได้

ตามหลักปรมัตถธรรมนั้น โมหะได้แก่อะไร

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [3 มิ.ย. 2549 , 10:26:10 น.] ( IP = 58.9.93.235 : : )


  สลักธรรม 6

มาศึกษาต่อค่ะ...กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [6 มิ.ย. 2549 , 19:01:30 น.] ( IP = 58.8.46.94 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org