| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความฝัน..โดยท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร (๑๑)
ความฝัน
โดย. ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ (๑๐) อ่านที่นี่
ขณะนอนหลับ จิตใจทำอะไร ?
ภวังคจิต คือการนอนหลับนั้น ผู้นอนหลับไม่มีความรู้สึกตัวในเรื่องอะไรแม้แต่เล็กน้อย เพราะในขณะนอนหลับจิตเป็นทวารวิมุติพ้นจากการออกมารับอารมณ์ทางประตูต่างๆ คือ ไม่ออกมารับอารมณ์ทางประตูตา, หู, จมูก, ลิ้น, กาย และใจ แต่อย่างใด
การนอนหลับเป็นเรื่องของจิตใจ ฉะนั้น วิทยาการในทางโลกจึงก้าวเข้าไปได้แสนยากยิ่ง ด้วยเหตุนี้ จนถึงบัดนี้ เราก็ยังไม่ทราบกันเลยว่า การนอนหลับนั้นจิตใจมันทำอะไรกันบ้าง เมื่อกำลังนอนหลับอยู่นั้นจิตใจหลับไปจริงๆ ตามความเข้าใจของคนทั้งหลายหรือเปล่า ?
ผมได้กล่าวมาแล้วว่า ขณะนอนหลับจิตกำลังเป็นภวังค์อยู่นั้น จิตก็มีอารมณ์และเกิดดับสืบต่อกันไปอยู่เรื่อยๆ มิได้หยุดหย่อนเลย ส่วนเหตุผลอะไรจึงทำให้จิตเกิดขึ้นแล้วทำไมมันจึงได้เกิดสืบต่อกันได้นั้นเป็นเรื่องใหญ่ แต่การศึกษาพระอภิธรรมให้เข้าใจ ก็จะได้เหตุผลข้อเท็จจริงพร้อมบริบูรณ์ (สำหรับผู้ต้องการศึกษาเบื้องต้น โปรดศึกษาจากวารสาร ชีวิต กับ แสงสว่างของชีวิต) ผมจะขออธิบายเพียงเล็กน้อยพอเป็นแนวทางเท่านั้น
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [5 มิ.ย. 2549 , 06:28:26 น.] ( IP = 58.8.45.8 : : )
สลักธรรม 1ตามหลักสภาวธรรมกำหนดเอาไว้ว่า ธรรมชาติของสิ่งใดในโลกนี้ไม่ว่าอะไรทั้งสิ้นมันจะเกิดขึ้นเองเป็นเองโดยตัวของมันเองนั้นไม่มีเลย ไม่มีพระพรหม หรือพระผู้เป็นเจ้าดลบันดาลสิ่งใดขึ้นมาได้ ไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนมีอำนาจเสกสรรปั้นแต่งให้เกิดอะไรได้โดยผิดธรรมชาติ (การแสดงอำนาจจิตบางสิ่งบางอย่างมิได้ผิดไปจากธรรมชาติ) สรรพสิ่งทั้งหลายไม่ว่ารูปว่านาม เกิดขึ้นเป็นขึ้นมาโดยอาศัยเหตุปัจจัยทั้งสิ้น
ในเหตุบางอย่าง มันแอบแฝงซ่อนเร้นอยู่อย่างลึกซึ้งเกินไปจนก่อให้เกิดนักโมเมศาสตร์ขึ้นมาจนถึงแสดงว่าจิตใจนั้นเป็นอมตะ ไม่มีเกิด ไม่มีดับ ไม่มีวันตาย จิตใจนั้นเป็นสิ่งกายสิทธิ์หรือเป็นกายทิพย์ที่สามารถล่องลอยไปไหนก็ได้ หรือเมื่อหลับลงไปก็จะมีเจตภูตออกจากร่างกายท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ ตามชอบใจ และบางคนก็กล่าวว่า เมื่อคนหรือสัตว์ตายลงจิตก็จะล่องลอยออกจากร่าง เรียกว่า สัมภเวสี ท่องเที่ยวไปหาที่เกิดใหม่ ตามบุญตามบาปที่ได้ทำเอาไว้โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [5 มิ.ย. 2549 , 06:29:08 น.] ( IP = 58.8.45.8 : : )
สลักธรรม 2ตามสภาวธรรม จิตใจมิได้เป็นอมตะ ไม่มีวันตาย หากแต่เกิดดับอยู่เสมอมิได้หยุดหย่อนโดยรวดเร็ว
ทั้งยังให้เหตุผลอีกเป็นอันมากว่า ทำไมมันจึงเกิด ทำไมมันจึงดับ ดังนั้น จิตใจมิได้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะล่องลอยไปไหนได้ตามชอบใจ เมื่อคนตายลงจิตก็มิได้ล่องลอยออกจากร่างไปหาที่เกิดใหม่ตามที่บางท่านเข้าใจ (โปรดอ่านเรื่องชีวิตภายหลังความตาย หรือตายแล้วเกิดได้อย่างไร)
จิตจะเกิดขึ้นมาได้นั้นจะต้องมีเหตุมีปัจจัยมาช่วยปรุงแต่งให้มันเกิดขึ้นมา ครั้นเมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว หมดเหตุหมดปัจจัย หมดกำลังส่ง มันก็จะสลายตัวไป
เช่นการได้ยินก็จะต้องมีเหตุมาประชุม จิตได้ยินจึงจะเกิดขึ้นมาได้ เช่นจะต้องมีสัททารมณ์อันได้แก่คลื่นเสียง (อายตนะภายนอก) ต้องมีโสตะปสาท ได้แก่ประสาทหู (อายตนะภายใน) ต้องมีอากาสะ ช่องว่างในหู และมีเจตสิกเข้ารับ รวม ๔ ประการที่เป็นเหตุตื้นๆ นอกจากนี้ยังมีเหตุที่ลึกซึ้งอีกเป็นอันมากในเรื่องการได้ยินเพียงอย่างเดียวนี้ตลอดไป จนถึงการงานของชีวิตที่ทำต่อเนื่องกันจนการได้ยินบังเกิดขึ้นโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [5 มิ.ย. 2549 , 06:30:14 น.] ( IP = 58.8.45.8 : : )
สลักธรรม 3จิตได้ยินจะต้องมีเหตุมาประชุมดังกล่าวแล้ว จิตที่คิดนึกจะเกิดขึ้นมาได้ก็จะต้องมีเหตุเหมือนกัน คือมี ทวาร, อารมณ์ และจิตเจตสิกประชุมกัน คือ มีหทยวัตถุอันเป็นที่อาศัยเกิดของจิต มีอารมณ์ซึ่งได้แก่อารมณ์เก่า หรือกรรมเก่าที่เก็บอยู่ภายในจิตเข้ามากระทบกับจิต หาไม่แล้วจะเกิดอารมณ์ไม่ได้เลย
เช่นเราเห็นรู้ว่าเป็นสีแดง เราก็จะต้องมีสีแดงที่เรารู้อยู่แล้วเข้าใจแล้ว ที่เก็บอยู่ในจิตเข้ามาร่วมการงานด้วย หรือเรารู้สึกโกรธ เราก็จะต้องเอาของเก่า หรือกรรมเก่า ซึ่งได้แก่ความโกรธที่เก็บอยู่ในจิตนั้นเข้ามาร่วมประชุมด้วย หาไม่แล้วความรู้เรื่องสีแดงและความโกรธจะเกิดขึ้นมาไม่ได้เลย ดังนี้เป็นต้น
คนที่นอนหลับนั้นจิตใจมิได้หลับไปด้วยตามร่างกาย ดังที่เราเห็นร่างกายอยู่นิ่งๆ จิตใจจะเกิดรับอารมณ์และสลายตัวไปอยู่เรื่อยๆ และอารมณ์ที่มากระทบก่อให้จิตเกิดในขณะนอนหลับนั้นก็เป็นอารมณ์ที่ได้มาตั้งแต่ปฏิสนธิ เป็นอารมณ์เก่าในอดีต ทั้งในขณะที่จิตเกิดขึ้นนี้ก็มีเจตสิกประกอบอยู่ด้วยตามสมควร เพื่อสนับสนุนการงานของจิตที่กำลังเกิดอยู่นั้น ขณะนี้มีการงานที่ทำแต่ละอย่าง แต่ละหน้าที่มากมาย แต่เราไม่รู้สึกสำนึกตัวเลยแม้แต่น้อยโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [5 มิ.ย. 2549 , 06:31:14 น.] ( IP = 58.8.45.8 : : )
สลักธรรม 4หลายสิ่งหลายอย่างในร่างกายของเราเคยศึกษากันว่า อยู่ในอำนาจของจิตใจ เช่น กล้ามเนื้อ มีหรือเท้า เราจะสั่งให้ทำงานก็ได้ สั่งให้ไม่ทำงานก็ได้ แต่อวัยวะอื่น เช่น หัวใจก็ดี กระเพาะอาหารก็ดี เราจะสั่งให้มันทำงานไม่ได้ เพราะอยู่นอกอำนาจของจิตใจ
แต่อย่างไรก็ดี เราก็จะต้องมีจิตเกิดขึ้นควบคุมการทำงานของร่างกายให้ดำเนินไปได้อย่างแน่นอน หาไม่แล้วร่างกายก็จะไม่ต่างอะไรกับซากศพ ทั้งนี้ไม่ว่าจะในเวลาหลับหรือเวลาตื่น เหตุการณ์เหล่านี้เราไม่อาจสำนึกรู้ได้ (การงานของร่างกายบางอย่าง เช่น เหงื่อออกตามปรกติ หรือน้ำอาหารที่ดูดซึมเข้าไปภายในลำไส้ซึ่งเป็นไปโดยอัตโนมัติ)
บัดนี้ ประเด็นสำคัญก็ยังมีอยู่ต่อไปว่า เมื่อเกิดนอนไม่หลับขึ้นมา มีตัวการสำคัญอะไรบ้างเล่า ที่มาคอยกระตุ้นเตือนวิตกเจตสิกให้ยกขึ้นสู่อารมณ์ต่างๆ ให้ทำงานอยู่เสมอจนนอนหลับไม่ลง เราจะมีหนทางอะไรบ้างที่จะทำลายมันเสีย เมื่อต้องการจะนอนหลับเมื่อใด ก็จะนอนหลับได้สมดังความปรารถนา
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [5 มิ.ย. 2549 , 06:33:27 น.] ( IP = 58.8.45.8 : : )
สลักธรรม 5มาศึกษาต่อค่ะ ...ขอบพระคุณในคำอธิบายที่ทำลายโมเมศาสตร์....
โดย น้องกิ๊ฟ [5 มิ.ย. 2549 , 14:55:07 น.] ( IP = 203.172.117.101 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |