| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ปกิณณกาภิธรรมปุจฉาพยากรณ์ (๕)
![]()
ตอนที่ผ่านมา
ปกิณณกาภิธรรมปุจฉาพยากรณ์ (๕)
โดย พระครูศรีโชติญาณ (พระมหาแสวง โชติปาโล)
ถาม ถ้าผู้ปฏิบัติจะกำหนดแต่ทุกขเวทนาอย่างเดียว จะชื่อว่าเป็นการรู้ทุกขอริยสัจจะได้ไหม? หรือจะเป็นเหตุทำให้เห็นทุกขอริยสัจจะได้ไหม? ตอบ ได้เหมือนกัน ขอแต่ให้ผู้ปฏิบัติจงพยายามกำหนดรู้ทุกขเวทนานี้ ให้เห็นว่าเป็นทุกข์จริงๆ เถิด ก็สามารถจะเห็นความจริงของทุกข์นั้นได้ แต่เดี๋ยวนี้เท่าที่สัตว์ทั้งหลายไม่เห็นอย่างนั้น ก็เพราะไม่พยายามกำหนดให้เห็นตามความเป็นจริงของทุกขเวทนานั้น จึงได้พากันแก้ทุกข์นี้อยู่แทบทุกคนไป เพราะไม่ได้พิจารณาเห็นทุกข์นั้น ว่าเป็นของจริงฯ
ถาม การกำหนดทุกขเวทนา แล้วสามารถรู้ความจริงของทุกข์นั้นได้ มีใครเป็นตัวอย่าง? ตอบ มีตัวอย่างมากมาย เช่นพระเถระที่ปวดท้องมาก ได้เสวยทุกขเวทนาอย่างหนัก ท่านก็ได้พยายามกำหนดรู้ทุกขเวทนานั้นให้รู้ตามความเป็นจริงของเวทนานั้น ผลที่สุด..ท่านก็สิ้นใจพร้อมกับการสำเร็จพระอรหันต์ อย่างนี้เรียกว่าพระอรหันต์ผู้เวทนาสมสีสี แม้ถึงพระเถระองค์อื่นๆ ที่ได้สำเร็จเพราะการกำหนดทุกขเวทนานี้ก็ยังมีอีกมาก เช่น พนะโคธิกะ เป็นต้นฯ
โดย ศาลาธรรม [19 มิ.ย. 2549 , 06:24:35 น.] ( IP = 58.9.92.39 : : )
สลักธรรม 1
ถาม โยคีบุคคลผู้รู้อยู่แล้วว่า รูปนามนี้เป็นทุกข์มิใช่หรือ? ก็เมื่อเป็นเช่นนั้นจะไปดูรูปนามทำไม? เพราะยิ่งดูแล้วก็ยิ่งเห็นแต่ทุกข์? ตอบ ใช่! รู้อยู่แล้วว่ารูปนามเป็นทุกข์ แต่เท่าที่จำเป็นต้องดู ก็เพื่อจะให้เกิดความรู้ ความเห็น ตามความเป็นจริงของรูปนามนั้น จะได้หายตื่นหายหลง ละทิฏฐิผิดๆ ออกเสียได้ฯ
ถาม สักกายทิฏฐิและทิฏฐิที่ผิดอย่างหนักๆ จะพึงละได้อย่างไรบ้าง ตอบ ทิฏฐิที่ผิดอย่างหนักและอย่างกลางจะละได้ด้วยการศึกษา เล่าเรียน ให้รู้เท่าถึงเหตุผลต้นปลายของสภาวธรรมนั้นๆ แต่ทิฏฐิอย่างละเอียดที่นอนเนื่องอยู่ในจิตสันดานไม่สามารถละได้ ทิฏฐิอย่างละเอียดนี้จะต้องละด้วยการเจริญวิปัสสนา แต่วิธีละทิฏฐิที่ผิดๆ ทั้งสองวิธีนี้เป็นเพียง ตทังคปหาณ คือ ละได้ด้วยองค์คือการศึกษา และละได้ด้วยองค์คือ การเจริญวิปัสสนา เพียงชั่วขณะที่ความรู้ยังมีอยู่เท่านั้น แต่ถ้าวิปัสสนาเสื่อม หรือความรู้นั้นลืมไปเมื่อไร ทิฏฐิผิดก็เกิดกำเริบขึ้นอีกได้ ฉะนั้น ผู้ประสงค์จะละทิฏฐิให้เด็ดขาด จะต้องเจริญวิปัสสนาให้ถึงขั้นมรรคผลจึงจะละได้ฯ โดย ศาลาธรรม [19 มิ.ย. 2549 , 06:25:10 น.] ( IP = 58.9.92.39 : : )
สลักธรรม 2
ถาม การเห็นทุกข์ในอิริยาบถเก่า กับการเห็นทุกข์ในอิริยาบถใหม่ ต่างกันอย่างไร? ตอบ ต่างกันอย่างนี้คือ การเห็นทุกข์ในอิริยาบถเก่านั้น คือเห็นทุกขเวทนา หมายความว่า ในอิริยาบถทั้ง ๔ มีอิริยาบถยืนเป็นต้น ถ้าหากตั้งอยู่นานๆ โดยมิได้ผลัดเปลี่ยนก็ย่อมเกิดทุกขเวทนา มีปวดเป็นต้น แต่การเห็นทุกข์ในอิริยาบถใหม่ไม่ได้เห็นอย่างนั้น แต่เห็นโดยความเป็นสังขารทุกข์ฯ
ถาม ทุกข์ในเวทนามีเท่าไร อะไรบ้าง? ตอบ มี ๓ คือ (๑)ทุกขเวทนา เป็นทุกขทุกข์ (๒) สุขเวทนา เป็นวิปริณามทุกข์ (๓)อุเบกขาเวทนา เป็นสังขารทุกข์ โดย ศาลาธรรม [19 มิ.ย. 2549 , 06:25:40 น.] ( IP = 58.9.92.39 : : )
สลักธรรม 3
ถาม เมื่อทราบแล้วว่าตัณหาเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ ผู้ต้องการจะถอนตัณหานั้น จะถอนได้อย่างไร? ในขณะไหน? ตอบ วิธีถอนตัณหานั้น ผู้ปฏิบัติจะต้องใช้สติกำหนดรูปนามให้เห็นตามความเป็นจริง และจะต้องพิจารณาเห็นทุกข์ในขณะเปลี่ยนอิริยายถ โดยความเป็นสังขารทุกข์ คือขณะที่จะเปลี่ยนอิริยาบถนั้นมีสุขสัญญาคือความสำคัญหมายว่า ถ้าเปลี่ยนอิริยาบถเสียได้จะเป็นสุข ผู้ปฏิบัติจะต้องมีวิปัสสนาปัญญาเห็นความสุขซึ่งเกิดแต่การผลัดเปลี่ยนอิริยาบถนั้น โดยความเป็นวิปริณามทุกข์ คือ มีอันจะต้องแตกดับไปเสมอ เมื่อผู้ปฏิบัติเกิดวิปัสสนาปัญญา ถึงอุทยัพพยญาณ พิจารณาเห็นสุขเวทนา โดยความเป็นวิปริณามทุกข์ คือมีอันจะต้องแตกดับไปเสมอขึ้นเช่นนี้แล้ว ตัณหาก็ไม่มีที่จะจับจึงชื่อว่าละตัณหาเสียได้เป็นลำดับไปฯ โดย ศาลาธรรม [19 มิ.ย. 2549 , 06:26:02 น.] ( IP = 58.9.92.39 : : )
สลักธรรม 4
ถาม คำ ๓ คำ คือ ทุกขตา ทุกขลักษณะ และทุกขานุปัสสีนี้ มีความหมายต่างกันอย่างไร? ตอบ ขันธ์ ๕ หรือรูปนาม เรียกว่า ทุกขตา ความดับของขันธ์ หรือความแปรของขันธ์ หรือถ้าจะเรียกง่ายๆ เรียกว่า ลักษณะของขันธ์ นี้แหละเป็นทุกขลักษณะ ส่วนทุกขานุปัสสีนั้น หมายถึง ตัววิปัสสนา ปัญญาที่เข้าไปเห็นขันธ์ ๕ โดยความเป็นทุกข์ฯ
ถาม ขณะเห็นรูปนามเป็นทุกข์ เป็นความไม่พอใจ จัดเป็นปฏิฆะมิใช่หรือ ก็เมื่อเป็นเช่นนั้นผ๔ปฏิบัติจะพึงปฏิบัติอย่างไร จึงจะหายไปได้? ตอบ จริงอยู่ ขณะแรกเห็นรูปนามเป็นทุกข์รู้สึกไม่พอใจเป็นปฏิฆะ แต่เมื่อได้พยายามใช้สติกำหนดไปๆ จนวิปัสสนามีกำลังแก่กล้าขึ้น ปฏิฆะนั้นก็ดับไปหมดไม่สามารถจะทรงอยู่ได้ฯ
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย ศาลาธรรม [19 มิ.ย. 2549 , 06:26:16 น.] ( IP = 58.9.92.39 : : )
สลักธรรม 5
อ่านแล้วยิ่งเห็นประโยชน์ของการศึกษาเล่าเรียน
เพราะอย่างน้อยก็ช่วยละทิฏฐิที่ผิดๆอย่างหยาบๆและกลางๆได้ แม้จะเป็นแค่ ตทังคปหาณ ก็ยังดี
ขอบคุณมากค่ะ
โดย พี่ดา [19 มิ.ย. 2549 , 09:13:08 น.] ( IP = 124.121.173.123 : : )
สลักธรรม 6ขอบพระคุณค่ะ
ยิ่งอ่านยิ่งรู้ว่าน่าเสียดายที่ไม่เคยตั้งคำถามเช่นนี้กับท่านเลย
ทั้งๆที่ท่านเป็นขุมทรัพย์อันมหาศาล
มีคำอธิบายที่ให้คำตอบได้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย
การรู้จักทุกข์ในครั้งนี้ละเอียดจริงๆ
และการละสักกายทิฏฐิอย่างเราๆนี่..ชั่วคราวจริงๆ
น่ากลัวนะคะถ้าทิฏฐิกำเริบบ่อยๆ โดยไม่เท่าทัน
โดย น้องอุ๊ [19 มิ.ย. 2549 , 14:48:20 น.] ( IP = 202.28.181.9 : : 10.6.129.65 )
สลักธรรม 7มาติดตามศึกษาสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ..ที่นำมาฝาก
โดย เซิ่น [19 มิ.ย. 2549 , 20:33:24 น.] ( IP = 58.8.50.9 : : )
สลักธรรม 8ขอบพระคุณมากค่ะ
ท่านพระครูศรีโชติญาณท่านได้ให้คำอธิบายเกี่ยวกับทุกข์ไว้อย่างละเอียดจริงๆค่ะ
ทำให้ได้รู้จักทุกข์ที่แตกต่างกันไป
ท่านเป็นปราชญ์เมธีแห่งพระอภิธรรมที่น่าสักการะยกย่อง
ขอน้อมกราบระลึกในพระคุณท่านด้วยความเคารพยิ่งค่ะโดย ธัญธร [24 มิ.ย. 2549 , 17:43:28 น.] ( IP = 203.188.43.82 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |