มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความฝัน..โดยท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร (๑๘)




ความฝัน
โดย. ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ (๑๗) อ่านที่นี่

ผมขอเล่าเรื่องให้ท่านฟังอีกสักหนึ่งเรื่อง เพื่อเป็นการสนับสนุนเรื่องภวังคจิตสักเล็กน้อยก่อนที่จะได้พูดถึงเรื่องความฝัน เรื่องนี้เกิดขึ้นในต่างประเทศ

มีนักวิทยาศาสตร์ทางฝ่ายจิตกลุ่มหนึ่ง เขาเพียรพยายามจะทดสอบว่าในเวลานอนหลับนั้นมันมีงานอะไรกัน วิธีการของเขาก็ใช้เครื่องไฟฟ้าที่เขาค้นคว้าขึ้นมาได้ ต่อสายเอามาติดไว้เข้าที่ศีรษะและที่ต่างๆของร่างกาย แต่เพราะเขาเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของสมองว่ามันเป็นตัวการสำคัญ เขาก็เอาสายไฟจากเครื่องไฟฟ้าติดเข้ากับศีรษะของพวกอาสาสมัครที่เข้ามาแข่งขันเพื่อชิงรางวัลเป็นพิเศษ เพื่อจะหาผู้ชนะว่าใครเป็นผู้อดนอนได้มากกว่าเพื่อน แล้วผู้นั้นก็จะเป็นผู้ชนะและได้รับรางวัล

สำหรับรางวัลก็มากโขอยู่ ผู้สมัครจึงมีมาก พวกอาสาสมัครเหล่านี้จำทำอะไร จะกินอะไร จะดื่มเหล้าชนิดไหน จะสนุกสนานกันสักเพียงใดก็ตามใจ ขออย่างเดียวว่าอย่านอนหลับเท่านั้นเอง ทั้งนี้ ตลอดคืน ตลอดวัน ตลอดเวลาที่กำลังอยู่ในระหว่างการทดลองนี้ เขาปรารถนาจะทดสอบว่าใครจะอดนอนเก่งที่สุดในบรรดาผู้แข่งขันทั้งหมดนั้นและเครื่องไฟฟ้าจะบอกอะไรให้บ้าง

นักวิทยาศาสตร์ฝรั่งชอบค้นคว้ากันจริงๆ ท่านนักศึกษา คราวก่อนก็ค้นคว้าหนหนึ่งแล้ว โดยเอาสุนัขมาฝูงหนึ่งขังไว้คอกที่ ๑ อีกฝูงหนึ่งขังไว้คอกที่ ๒ ฝูงหนึ่งเขาให้กินอาหารให้อยู่ตามปรกติ แต่ว่าทำเสียงและทำอะไรๆทุกอย่างเพื่อไม่ให้มันนอนหลับ ทั้งพยายามเอาเครื่องมือต่างๆช่วยเพื่อทำให้มันไม่นอนหลับด้วย ส่วนอีกฝูงหนึ่งที่เหลือนั้นตรงกันข้าม ให้นอนได้ตามชอบใจ แต่ให้อดอาหาร ให้ดื่มแต่น้ำเท่านั้น การแข่งขันสุนัขทั้ง ๒ ฝูงนี้ใช้เวลาหลายวัน ผลปรากฏว่า สุนัขฝูงที่อดอาหารยังไม่ตาย แสดงว่าการอดอาหารนั้นทนได้หลายวัน แต่สุนัขฝูงที่อดนอนแพ้ไปอย่างง่ายดาย คือ ตายก่อนเกือบหมด แสดงว่าการอดนอนนี้เป็นเรื่องสำคัญจริงๆ

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 มิ.ย. 2549 , 06:38:26 น.] ( IP = 58.8.45.18 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

การทดลองกับคนที่เข้าแข่งขันการอดนอนทน ซึ่งผมกำลังเล่าอยู่ก็เหมือนกัน เขาอยากจะทราบว่าคนจะอดนอนได้สักกี่วัน และไฟฟ้าที่ติดไว้ที่ศีรษะจากเครื่องไฟฟ้าจะบอกอะไรให้ทราบบ้าง เขาจึงได้หาคนมาแข่งขัน และให้เงินรางวัลด้วย ในที่สุดเขาก็ได้ข้อมูลออกมาจากเครื่องมือวิทยาศาสตร์ แสดงว่าผู้ชนะอดนอนได้นานที่สุดเป็นเวลาหลายวันหลายคืนนั้น มิได้อดนอนตลอดเวลา ผู้อดนอนได้นานที่สุดถึงจะเป็นผู้ชนะก็จริง แต่เครื่องมือมันบอกว่า มีหลับชนิดสั้นๆ ปะปนอยู่ จนหลอกใครนั้นหลอกได้ แต่จะหลอกเครื่องมือวิทยาศาสตร์นั้นไม่ได้

นักวิทยาศาสตร์อ่านจากเครื่องไฟฟ้าบอกว่า มันมีหลับสั้นๆ อยู่ตลอดเวลา ทุกๆ คนที่เข้าแข่งขันมีการหลับสั้นๆ กันทั้งนั้น เพราะเครื่องไฟฟ้ามันบอกให้ แต่ในจำนวนที่หลับระยะสั้นๆนี้ ผู้ใดทนได้นานกว่าเพื่อนก็เป็นผู้ชนะไป ดังนั้นก็แสดงให้เห็นว่าคนเรานี้ไม่ใช่ว่าจะนอนหลับได้แต่เวลายาวนานเท่านั้น แม้เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วทั้งๆกำลังตื่นอยู่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเวลานอนหลับในเวลาตื่นก็หาไม่ ก็มีเวลานอนหลับอยู่ในระหว่างตื่นเหมือนกัน แต่ว่าการนอนหลับนี้จังหวะมันสั้นมากเท่านั้นเอง

ด้วยเหตุนี้ ท่านนักศึกษาก็จะเห็นได้ว่า นักวิทยาศาสตร์แม้ว่าจะเป็นวิชาการทางโลกก็ยังย่างกรายเข้ามาใกล้ความจริงตามหลักปรมัตถธรรมบ้างเหมือนกัน ที่มาใกล้ก็คือสามารถรู้ความจริงเหมือนกับพระอภิธรรมในข้อที่ว่ามีการนอนหลับระหว่างตื่นอยู่เสมอ

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 มิ.ย. 2549 , 06:40:31 น.] ( IP = 58.8.45.18 : : )


  สลักธรรม 2

ปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำส่วนมาก ก็มีผู้ทดลองมีผลออกมาเหมือนกันว่า โดยมากมันก็มิได้นอนหลับจริงๆ หากแต่มันก็หลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่ตลอดเวลา

เมื่อท่านนักศึกษาได้ทำความเข้าใจแล้วว่า จิตของบุคคลจะต้องมีภวังค์ คือ การนอนหลับจังหวะสั้นๆ ยาวๆ ตามแต่เหตุ ดังนี้แล้ว

ผมสมมติว่า ถ้าท่านนักศึกษานอนหลับอยู่ แล้วผมเอาไม้ไปเคาะเข้าที่แขน นั่นแสดงว่าร่างกายเกิดผัสสะ ได้แก่การกระทบไม้เข้าแล้ว ก็จะต้องตื่นขึ้นมา ถ้าไม่ตื่นผมก็จะเคาะให้แรงขึ้นอีก ดังนี้เรียกว่า มีผัสสะ คือ การกระทบทางกาย (การกระทบกายเป็นการถูกต้องโดยตรงและเห็นได้ชัดเจน)

ตามหลักของสภาวธรรมก็เหมือนกัน บุคคลใดก็ตาม จะเกิดอารมณ์เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้รู้รส ได้สัมผัสถูกต้อง คิดนึก ต้องมีผัสสะ คือการกระทบ ถ้าไม่มีผัสสะแล้วจะเกิดมีการเห็น การได้ยิน นึกคิด ฯลฯ ได้หรือ ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเมื่อไม่มีรูปมากระทบ ตาก็เห็นไม่ได้ และถ้าไม่มีเสียงมากระทบหูก็จะได้ยินไม่ได้ และถ้าไม่มีเรื่องมากระทบใจจะคิดนึกได้อย่างไรเล่า ก็ย่อมนึกคิดไม่ได้อยู่เอง

ดังนั้นท่านนักศึกษาจะต้องทำความเข้าใจเอาไว้ ในเวลาที่มีอารมณ์เกิดขึ้นจะต้องมีผัสสะ คือ การกระทบเสมอไป ถ้าไม่มีการกระทบแล้วจะมีจิตเกิดขึ้นมาไม่ได้เลยเป็นอันขาด เช่นไม่มีเสียงมากระทบหูก็ไม่ได้ยิน ไม่มีกลิ่นมากระทบจมูกแล้ว จะมีความรู้สึกกลิ่นขึ้นมาไม่ได้ และไม่มีเรื่องอะไรมากระทบใจแล้วก็คิดนึกก็ไม่ได้เหมือนกัน

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 มิ.ย. 2549 , 06:40:57 น.] ( IP = 58.8.45.18 : : )


  สลักธรรม 3

ถ้าเรานอนหลับสนิท เมื่อโดนเคาะแรงๆ ก็จะต้องตื่นขึ้น แต่ถ้าเป็นคนขี้เซานอนหลับสนิทแล้วโดนเคาะเบาๆ จะตื่นหรือ ก็ไม่ตื่นขึ้นมา ที่ไม่ตื่นก็เพราะว่ากระทบกระเทือนเข้าไปถึงจิตยังไม่ได้ ความเป็นภวังค์ก็ยังคงเป็นภวังค์ต่อไป จิตก็ไม่สามารถเกิดขึ้นรับอารมณ์ขึ้นมาได้ ด้วยเหตุดังนี้เอง อารมณ์ที่มากระทบจึงต้องมีกำลังเพียงพอจึงจะได้ ก็หากกำลังไม่เพียงพอ จิตก็จะไม่เกิดขึ้น หรือยกตัวอย่างเช่น ในตอนกลางวันมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างสามีภรรยา พอถึงตอนกลางคืนเรื่องทะเลาะเบาะแว้งก็ยังเก็บอยู่ในใจ คือ เรื่องราวที่ทะเลาะกันแม้จะผ่านไปก็ตาม มันยังเก็บอยู่ และเรื่องราวเหล่านั้นมันกระทบใจอีกได้

ด้วยเหตุนี้ ถ้าเรื่องที่มีอยู่ในใจเหล่านั้นกระทบแรงมาก มันก็ทนอยู่ไม่ได้ ผัสสะกระทบแรงแล้วจะต้องตื่นอย่างแน่นอนจึงทำให้นอนไม่หลับ แต่ถ้าเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ หยุมหยิมนิดๆ หน่อยๆ ตั้งแต่ตอนเช้าเลิกกันไปแล้ว พอถึงกลางคืนก็นอนหลับสบาย เพราะเรื่องมีกำลังน้อยก็จะกระทบได้เหมือนกัน กระทบกระเทือนได้เล็กน้อยเท่านั้น แต่เราง่วงนอนมาก การกระทบนั้นก็เอาชนะความง่วงไม่ได้ จึงไม่สามารถที่จะทำให้ตื่นลืมตาอยู่บนที่นอนเหมือนเด็กนอนขี้เซา เขย่านานๆ ยังไม่ตื่นได้ง่ายๆ เป็นต้น

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 มิ.ย. 2549 , 06:41:28 น.] ( IP = 58.8.45.18 : : )


  สลักธรรม 4

ผมได้กล่าวมาแล้วว่า ถ้าเรานอนหลับเมื่อมีอารมณ์มากระทบทางทวารกาย เช่นมีใครเอาไม้มาเคาะ เพราะเหตุที่ร่างกายมีประสาทรับสัมผัส จิตก็จะเกิดขึ้นรับการกระทบ ณ ตำแหน่งที่รับการสัมผัสนั้น แต่ถ้าการกระทบนั้นไม่แรง หรือง่วงมากนอนขี้เซามาก เราก็จะตกอยู่ในฐานะหลับๆ ตื่นๆ

ถ้าเป็นฝีหรือเป็นหนองที่ร่างกาย รู้สึกปวด ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นที่ร่างกายนั่นคือ จิตใจได้กระทบกับความปวดเข้าแล้ว ถ้าเจ็บปวดมากก็จะตื่นขึ้นมาทันที ถ้าเจ็บปวดน้อยก็หลับๆ ตื่นๆ เป็นการแข่งขันกันระหว่างความเจ็บปวดกับความง่วงเหงาหาวนอน ถ้าเจ็บปวดมากจริงๆ เจ็บปวดก็จะได้ชัยชนะ โดยทำนองเดียวกันนี้เมื่อมีแก๊สในกระเพาะอาหารหรือในลำไส้มาก มากระทบประสาทอยู่เรื่อยๆ จึงนอนไม่ค่อยหลับ

ด้วยเหตุนี้ ก็จะเห็นได้ว่า ตัวการที่มากระทบกับจิตจะต้องมีกำลังเพียงพอ ถ้าตาของเราดี แต่ว่าคลื่นแสงไม่สะท้อนเข้ามากระทบ มันก็ไม่เห็น หรือหูของเรานี้ก็ดี แต่เสียงไม่เข้ามากระทบ มันก็จะไม่ได้ยิน โดนทำนองเดียวกันนี้ ถ้ามีเรื่องอยู่ภายในใจแล้ว ถ้ามันไม่กระทบกับใจเราก็คิดไม่ได้ และกระทบเล็กน้อย มันก็ขึ้นพ้นจากภวังค์ไม่ไหว

เช่น กำลังดูโทรทัศน์อยู่ แม้มีเสียงจากที่อื่นจะมากระทบหูก็ไม่ได้เอาใจใส่เลยจึงไม่ได้ยิน เพราะเรื่องในทีวีกำลังสนุกมาก หรือมีคนมาเรียกร้องเรา ทำไมเล่าจึงไม่ได้ยินก็เพราะว่าจิตกำลังจดจ่อกับการดู กำลังสนุกสนานรื่นเริงกับภาพยนตร์ในทีวีอยู่ ดังนั้นแม้เสียงจะดังมากระทบหูก็ไม่หันไป ที่ไม่หันไปก็เพราะว่ากำลังของเสียงที่มากระทบนั้นอ่อนสู้กับอารมณ์ที่เรากำลังสนุกอยู่ไม่ได้ ถ้าเป็นเสียงฟ้าผ่าในที่ๆไม่ห่างไกล แน่ละเราจะต้องหันไปเอาใจใส่อย่างแน่นอน

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 มิ.ย. 2549 , 06:41:50 น.] ( IP = 58.8.45.18 : : )


  สลักธรรม 5

ด้วยเหตุนี้ ท่านนักศึกษาก็ได้หลักการจากสภาวธรรมอีกข้อหนึ่ง ถ้าอารมณ์มากระทบมีกำลังไม่เพียงพอก็ไม่สามารถก่อให้เกิดความรู้สึกขึ้นมาได้ เช่นไม่ก่อให้เกิดเห็น ได้ยิน เป็นต้น และในเรื่องคิดนึกก็เหมือนกัน ถ้าอารมณ์นั้นมีกำลังไม่เพียงพอ ก็ไม่สามารถทำให้เกิดอารมณ์รู้สึกคิดนึกขึ้นมา บางครั้งบางคนนอนหลับไม่สนิท เพราะอารมณ์เก่าที่อยู่ในใจซึ่งเป็นบาปและบุญ เรียกว่าเป็นกรรมเก่านั่นเอง มากระทบจิตของเราเข้า และเมื่อมากระทบ และกระทบหลายครั้งเข้าเราจึงหลับๆ ตื่นๆ เนื่องจากมันกระทบไม่แรงจนเกินไป เราจึงไม่ตื่นขึ้นจนรู้สึกตัวได้ ดังนี้เป็นต้น

แต่อย่างไรก็ดี ถ้าอารมณ์นั้นกระทบแรง หรือเหตุการณ์นั้นมีกำลังมาก แม้จะเป็นเรื่องที่ดีที่น่าตื่นเต้น เช่น คนถูกล๊อตเตอรี่รางวัลใหญ่ๆ ก็จะนอนไม่ค่อยหลับเพราะเงินมันกระทบเอาๆๆเลยตื่นอยู่ตลอดเวลาจนดึกจนดื่น ทั้งนี้ก็เพราะว่ากำลังของเงินที่ถูกล๊อตเตอรี่รางวัลใหญ่มันมากระทบ แต่ก็ถูกได้รับรางวัลนิดหน่อย ได้เงิน ๑๐๐ - ๒๐๐ บาท มันก็ไม่กระทบกระเทือนเท่าใด หรือกระทบก็ไม่แรง ก็เลยนอนหลับไป

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 มิ.ย. 2549 , 06:42:19 น.] ( IP = 58.8.45.18 : : )


  สลักธรรม 6

ผมขอยกตัวอย่างขึ้นมาอีกสักตัวอย่างหนึ่ง เพื่อให้ท่านได้เห็นในเรื่องการกระทบชัดเจนจริงๆ

มีสุภาพสตรีผู้หนึ่ง มีสามีและมีบุตรชายคนหนึ่ง ซึ่งในขณะนี้บุตรชายอายุได้ ๑๘ ปี กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ทุกๆคนในครอบครัวนี้ก็อยู่กันเป็นปรกติดีทุกอย่าง เพราะมีรายได้รายจ่ายพอสมควรแก่อัตภาพไม่ฝืดเคือง บุตรชายก็มีความประพฤติดี ทั้งรักใคร่กลมเกลียวกันดี แต่ในคราวเคราะห์ร้ายคราวหนึ่ง สามีและบุตรชายได้ขับรถยนต์ไปธุระที่ต่างจังหวัด เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้น เพราะรถยนต์ที่ซื้อมาใหม่ๆ ที่ขับไปนั้นได้ชนเข้ากับรถสิบล้ออย่างจัง ทั้งสามีและบุตรสุดที่รักร่างกายเหลวแหลกไม่มีชิ้นดี เสียชีวิตในทันทีทั้งสองคน

เรื่องนี้เป็นเหตุให้ภรรยาต้องเสียใจ ต้องเสียน้ำตาไปมากมาย ต้องร้องไห้อยู่หลายวัน เป็นลมสลบลงไปก็หลายครั้ง แม้เวลาจะล่วงเลยต่อมานานแล้ว เป็นปี ความทุกข์ระทมขมขื่น ความเศร้าหมองของจิตใจก็ได้เข้ามาครอบงำอยู่เป็นประจำ กินไม่ได้นอนไม่หลับ จนร่างกายซูบผอมลงเป็นอันมาก เฝ้าแต่ครุ่นคิดเสียใจ เฝ้าแต่มีอารมณ์อันเลวร้ายมารบกวนจนถึงต้องไปโรงพยาบาลโรคประสาท เพราะระงับดับความเร่าร้อนที่มารบกวนใจไม่ไหว อดคิดถึงเรื่องราวและภาพที่แสนจะน่าหวาดเสียวของสามีและบุตรสุดที่รักไม่ได้ เมื่อได้มาศึกษาพระธรรม เมื่อมีความรู้ความเข้าใจในปัญหาของชีวิตมากขึ้น จึงค่อยคลายความทุกข์ลงไป เพราะพบประตูซึ่งเป็นหนทางออกที่ดีที่สุด ไม่มีประตูไหนเลยจะเทียบเทียมได้

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 มิ.ย. 2549 , 06:42:43 น.] ( IP = 58.8.45.18 : : )


  สลักธรรม 7

บัดนี้ปัญหาจึงเกิดขึ้นมาว่า ความครุ่นคิดแต่เรื่องเลวร้าย จึงเกิดขึ้นมาในจิตใจอยู่เสมอตลอดเวลา บังคับอย่างไรก็ไม่ไหว ถ้าจะตอบ ก็ต้องตอบว่าเพราะเรื่องราวเหล่านั้นเป็นเรื่องร้ายแรงของชีวิต จึงอดคิดไม่ได้ คำตอบนี้แม้จะไม่ผิด แต่ก็คงจะไม่ตรงเป้าหมายได้เหตุผลจริงๆ นัก ถ้าจะตอบว่าเนื่องด้วยเหตุการณ์ทั้งหลายในอดีตที่ได้มีความผูกพันรักใคร่กันมา กับเหตุการณ์ที่สามีและบุตรชายสุดที่รักต้องตายลงไปในอุบัติเหตุอย่างน่าหวาดเสียวในครั้งนี้ (อกุศลกรรม) ได้ฝังประทับเอาไว้ภายในจิตใจ มิได้สูญหายไปไหน และมันได้กระทบใจออกมาอยู่เสมอให้เกิดเป็นอารมณ์ขึ้น

และที่ยับยั้งมันไม่ได้ก็เพราะอารมณ์เหล่านั้นมีกำลังมากอย่างเหลือเกิน ทั้งตนเองก็มิได้ศึกษาหาหนทางที่จะสกัดกั้นอย่างไร หรือมิได้เตรียมตัวเตรียมใจต่อสู้ให้พร้อมเอาไว้ ดังนั้นจึงตกอยู่ในฐานะเสียเปรียบต่อศัตรู มันจึงจู่โจมกระทบกระเทือนใจ จึงตกเป็นผู้พ่ายแพ้อย่างง่ายดาย พูดให้สั้นๆ ก็คือ อารมณ์ต่างๆ เหล่านั้นมีกำลังมากมากระทบใจอยู่เสมอ ผู้ที่มิได้ฝึกจิตมาให้ดีพอ จึงต้องพ่ายแพ้ต่ออารมณ์ที่มากระทบนั้น

ท่านนักศึกษาก็จะเห็นได้ว่า จิตจะเกิดขึ้นมาได้นั้นต้องมีการกระทบ ตามหลักการที่มีอยู่ ดังนี้ ในการฝันทุกครั้ง จึงหนีจากการกระทบของอารมณ์ไม่ได้เลย

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 มิ.ย. 2549 , 06:43:19 น.] ( IP = 58.8.45.18 : : )


  สลักธรรม 8


ชีวิตเราต้องต่อสู้กับอารมณ์ตลอดเวลา แม้ยามนอนก็ยังมีอำนาจมากระทบใจอีก

กราบขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา [23 มิ.ย. 2549 , 11:16:12 น.] ( IP = 124.121.171.112 : : )


  สลักธรรม 9

โดย น้องกิ๊ฟ [23 มิ.ย. 2549 , 22:27:08 น.] ( IP = 58.9.95.8 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org