มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความฝัน..โดยท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร (๒๓)




ความฝัน
โดย. ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ (๒๒) อ่านที่นี่

ธาตุกำเริบ ธาตุในที่นี้อย่าพูดว่าธาตุคือน้ำย่อยอาหารไม่ดีในกระเพาะอาหาร และในลำไส้มีแก๊สมาก แล้วไปกระทบกระเทือนระบบประสาท ทำให้เกิดความฝันแต่อย่างเดียว อาจจะเป็นธาตุอย่างอื่นก็ได้ เช่นเป็นโรคที่เกี่ยวกับโลหิต ความดันโลหิต หรือเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ ถ้ามันมากระทบกระเทือนระบบประสาทแล้ว ก็กระเทือนไปถึงจิตใจทำให้เกิดฝันได้ ก็เรียกว่าธาตุทั้งนั้น

ถ้าความฝันเกิดจากอำนาจของธาตุ จะเป็นแก๊สหรือเป็นโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ โลหิต หรือเกี่ยวกับปอด ฯลฯ ถ้ามากระทบกระเทือนก่อให้เกิดความฝันขึ้นแล้ว ฝันนี้จะไม่จริงเลย เป็นฝันเหลวไหลเลอะเลือน

ในต่างประเทศเขาเคยทดลองคนฝัน เขาได้เอาลวดอีเลคโทรดต่อกับเครื่องมาติดที่ศีรษะและร่างกาย ติดไว้หลายๆแห่งเพื่อจะทดสอบ ก็ปรากฏว่าผู้ที่นอนหลับทั้งหลาย บางทีเข็มแสดงปรากฏการณ์ต่างๆ เป็นพฤติกรรมที่แสดงออก เพราะอำนาจของจิต เวลามันทำการมันก็ถึงสมอง เมื่อเวลาสมองทำงานมันจะแสดงให้เห็นชัดเจน เขาก็รู้แล้วว่าคนนี้ฝันหรืออย่างน้อยก็หลับไม่สนิท เพราะมันไม่เป็นปรกติเหมือนภวังคจิต นอนหลับสนิททีเดียว นักวิทยาศาสตร์ฝ่ายจิตเขารู้ว่าจิตของบุคคลที่หลับนั้นไม่ได้หลับจริงๆ มันทำงานได้ แสดงออกทางร่างกายหรือทางหน้าตาได้ แต่ไม่ทราบว่ามันทำการงานอะไรเท่านั้น

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [30 มิ.ย. 2549 , 06:49:28 น.] ( IP = 58.8.44.212 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

บรรดาบุคคลผู้ซึ่งฝัน ก็คือการสร้างมโนภาพขึ้นทางมโนทวาร จิตใจได้สร้างภาพขึ้น แต่ภาพที่สร้างขึ้นนั้นมาจากบุพพนิมิต คืออำนาจกรรมมากระทบบ้าง จากอำนาจของจิตที่เรียกว่าจิตอาวรณ์บ้าง อำนาจของเทวดามาสังหรณ์บ้าง แล้วอำนาจของธาตุบ้าง หรืออำนาจของภายนอกที่ไม่เกี่ยวกับธาตุโดยตรงก็ได้

เช่นตัวอย่างที่ผมได้ยกมาเมื่อสักครู่นี้ เช่นนักวิทยาศาสตร์เขาได้เอาเครื่องทดลองต่างๆ เข้ากระทบคนไข้ กระทบร่างกายคนไข้แล้วคนไข้ก็สร้างภาพนิมิตขึ้น เช่นเอาน้ำไปรดที่มือ หรือเอาน้ำไปหยดๆ ที่มือ ความรู้สึกที่มือเย็นๆ ความรู้สึกว่าน้ำนั้นมี แต่ในขณะนั้นจิตไม่ได้ออกมาทำความรู้สึกเต็มตัวทางปัญจทวาร สร้างมโนภาพขึ้นว่ากำลังลุยน้ำ เพราะอำนาจของการกระทบนั้นมันไปสร้างภาพลุยน้ำ บางทีเอาความร้อนเข้าไปถูกต้อง ก็สร้างภาพเหมือนไฟ ว่าไฟไหม้ เอะอะๆ ลุกขึ้นมาดังนี้เป็นต้น

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [30 มิ.ย. 2549 , 06:49:58 น.] ( IP = 58.8.44.212 : : )


  สลักธรรม 2

ฉะนั้นสิ่งที่ไปกระทบร่างกายทั้งหมด นอกจากภายในแล้วยังกระทบภายนอกอีกอันทำให้เกิดความฝันได้เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้ การกระทบจากภายในก็ตาม หรือจากภายนอกก็ตาม ที่มากระทบด้วยสาเหตุต่างๆ กันดังกล่าวแล้ว จะเอาจริงไม่ได้

ปัญหาต่อไปมีว่า เหตุใดความฝันจึงเป็นความจริงขึ้นมาได้ ถ้าความฝันไม่เป็นความจริงก็ไม่น่าสงสัยอะไร เพราะแล้วแต่เหตุหรือเรื่องราวที่มากระทบมันร้อยแปดพันอย่าง แต่ทำไมเล่ามันจึงเป็นความจริงขึ้นมาได้ ที่ผมเคยเล่าให้ท่านนักศึกษาฟังว่า ในอังกฤษที่เขาได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับความเร้นลับในเรื่องต่างๆ มีถึง ๑๐ กว่าหัวข้อ

และมีอยู่หัวข้อหนึ่งเป็นหัวข้อที่เกี่ยวกับความฝัน ถ้าสมาชิกคนใดฝันแล้วให้จดบันทึกเอาไว้ เมื่อบันทึกแล้วก็ต้องคอยบันทึกอีกเมื่อความจริงปรากฏ หรือความจริงไม่ปรากฏภายในเวลาอันสมควร คือมาลงในหมายเหตุว่าเรื่องที่ฝันที่บันทึกไว้แล้วนั้นเป็นเรื่องจริง หรือเหลวไหลประการใด

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [30 มิ.ย. 2549 , 06:50:12 น.] ( IP = 58.8.44.212 : : )


  สลักธรรม 3

ผลปรากฏว่าในจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่ได้บันทึกความฝันไว้นั้นเป็นความจริงกันเป็นอันมาก ดังนั้นบรรดาฝรั่งนักจิตวิทยาทั้งหลายก็พากันคิด พากันค้น ว่าเหตุไฉนความจริงถึงได้ปรากฏขึ้นมาได้ แต่ปัญหาบางอันที่เขาต้องทิ้งไปก็คือ อำนาจของกรรมกับเทพสังหรณ์ เพราะเขาได้ไม่รู้จักว่า กรรมคืออะไร เทวดาคืออะไร มีจริงหรือไม่ เพราะพวกนักจิตวิทยาเขาไม่เข้าใจเรื่องกรรม และไม่เชื่อเรื่องเทวดากันอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ทราบจึงตัดอันนี้ออกไป เมื่อตัดทิ้งออกไปเสียแล้วถึงจะค้นเข้าไปอย่างไรก็ไม่เจอะ

จนเดี๋ยวนี้เขาก็ยังค้นไม่พบอะไร รวมเวลาก็นานปีมาแล้วสมาคมนี้ที่ตั้งขึ้นมาจนบัดนี้ ยังไม่ทราบว่าความฝันคืออะไร แล้วก็ยังไม่ทราบว่า ความฝันที่เท็จหรือจริงได้นั้นเพราะเหตุอะไร สำหรับคนไทยเราที่ว่าเทวดามาทำให้ฝันเป็นเรื่องจริง เราก็เชื่อ แต่ที่เป็นบุพพนิมิตนั้นทำไมถึงเป็นจริงขึ้นมาได้

อำนาจของกรรมทำให้รู้ความจริงล่วงหน้าได้อย่างไร บุคคลใดที่ถึงคราวจะร่ำรวยใหญ่โตแล้ว บางคนมีอำนาจของกุศลกรรมที่ทำไว้ในอดีตมาสร้างภาพให้ปรากฏเป็นนิมิตขึ้น แต่เมื่อถึงคราวที่โชคร้ายหรือเคราะห์ร้ายจะล่มจม ก็สร้างภาพนี้ขึ้นมาด้วยอำนาจของอกุศลกรรมเช่นเดียวกัน

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [30 มิ.ย. 2549 , 06:50:36 น.] ( IP = 58.8.44.212 : : )


  สลักธรรม 4

เมื่อตั้งคำถามว่า คนเราเมื่อนอนหลับแล้ว ทำไมจึงได้ตื่นตรงกับเวลาที่ได้ตั้งใจเอาไว้ เช่นจนที่ตั้งใจว่าจะตื่นตี ๔ หัดอยู่ไม่นาน ถึงตี ๔ ก็จะตื่นขึ้นมาทุกครั้ง

เมื่อเรามีเหตุการณ์ที่สำคัญมากเกิดขึ้น จำเป็นจะต้องไปต่างจังหวัดโดยทางรถไฟ แต่สถานีรถไฟก็อยู่ห่างไกล ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องตื่นขึ้นมาตั้งแต่เวลาตี ๔ หาไม่แล้วจะไม่ทันรถไฟแน่นอน แล้วความเสียหายใหญ่หลวงก็จะเกิดขึ้น ในคืนเช่นนี้ เรามักจะตื่นขึ้นมาก่อนตี ๔ ทั้งนี้เกิดขึ้นได้เพราะอำนาจของเจตนาที่ได้ตั้งเอาไว้อย่างแรงก่อนที่จะเข้านอนมากระทบกับใจ แต่เจตนาดังกล่าวนี้ทราบได้อย่างไรเล่าว่าเวลาเท่าใด เพราะกำลังนอนหลับอยู่แท้ๆ

เราเรียนพระอภิธรรมมาแล้วเราก็ทราบว่า เพราะอำนาจของเจตนานั่นเองเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ต้องตื่นขึ้นมาได้ อำนาจของเจตนา คือ อำนาจของกรรมนั่นเองที่ไปกระทบกับจิตจึงได้เกิดอารมณ์แล้วตื่นขึ้นมา แต่เหตุไฉนเล่า ตัวเจตนาหรือตัวกรรม ซึ่งก็ไม่เป็นตัวเป็นตนอะไร เห็นก็ไม่ได้ สัมผัสทางกายก็ไม่ได้ ทำไมจึงได้มีความรู้ได้ว่า เวลานั้นตี ๔ แล้ว จึงมากระทบใจทำให้ตื่นขึ้น เพราะในขณะนั้นก็นอนหลับสนิทจิตเป็นภวังค์

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [30 มิ.ย. 2549 , 06:50:59 น.] ( IP = 58.8.44.212 : : )


  สลักธรรม 5

ทั้งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็เพราะการฝึกจนเกิดความสันทัดจัดเจน เมื่อฝึกฝนเป็นอย่างดีแล้ว กรรมก็จะกระทบกับจิตตามเวลาที่กำหนดเสมอ แต่ถ้าไม่ได้ฝึกเอาไว้แล้วจะตื่นตรงตามเวลาไม่ได้ มักจะตื่นเร็วกว่าเวลาที่ได้ตั้งใจไว้ เพราะมีความตั้งใจแรงมาก

ดังนั้น เราจึงได้พูดว่า อำนาจของกรรมที่ทำบาปทำบุญเอาไว้นี่แหละมาสร้างนิมิตให้ปรากฏให้รู้ได้ว่าถึงคราวจะต้องตายแล้ว บางทีมันก็ฝันว่าได้พบกับเหตุการณ์ที่เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างร้ายแรงที่สุด แต่ถึงคราวจะมีลาภ ก็เกิดความฝันเสียก่อนก็ได้

ท่านนักศึกษา ผมก็คิดว่าได้บรรยายเรื่องความฝัน และเหตุของความฝัน ๔ ประการไปแล้วพอสมควร คงจะทำให้ท่านพอได้เห็นเป็นแนวทางได้บ้าง ต่อไปนี้ผมจะขอกล่าวถึงความฝันว่า ผู้ที่ฝันนั้นจะต้องเกิดอยู่ในภูมิไหนบ้าง และใครที่ไม่ฝันเลย

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [30 มิ.ย. 2549 , 06:52:13 น.] ( IP = 58.8.44.212 : : )


  สลักธรรม 6

อ่านแล้วก็ยิ่งเข้าใจ เพราะบ่อยครั้งที่ตั้งใจตื่นเองโดยไม่ใช้นาฬิกาปลุก และเวลาก็ไม่พลาดไปจากที่ตั้งใจไว้เลย ...

ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [30 มิ.ย. 2549 , 09:47:31 น.] ( IP = 203.172.117.61 : : )


  สลักธรรม 7



คุรั

โดย พี่เณร [30 มิ.ย. 2549 , 12:46:03 น.] ( IP = 58.9.140.73 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย น้องอุ๊ [30 มิ.ย. 2549 , 17:58:57 น.] ( IP = 125.25.152.176 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org