มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ฐานของชีวิต เป็นเรือนใจของคนดีทั้งหลาย




..คุณธรรมทั้ง 4 ประการ
อันได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา
มีความสำคัญ

จึงน่าจะศึกษาให้เกิดความเข้าใจในโครงสร้างหลักของธรรมทั้ง 4 ประการนี้

พร้อมทั้งลักษณะอาการ ผลที่ปรากฏภายในจิต แรงกระตุ้นให้เกิดธรรมแต่ละข้อที่ท่านแสดงไว้ในวิสุทธิมรรคด้วย

เพื่อให้สามารถมองเห็นธรรมเป็นกระบวนการได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ดังนี้

เมตตา คือ คุณธรรมที่มีอยู่ในคนที่เป็นมิตรกันนั้น

มีความเป็นไปโดยอาการคิดเกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ เป็นลักษณะ

มีการนำประโยชน์อันมีลักษณะเกื้อกูลเข้าไปให้ เป็นสิ่งสัมผัสได้

มีการนำความอาฆาตออกไปจากจิต เป็นผลปรากฏแก่จิต

มีการมองคนอื่น สัตว์อื่น ในแง่ดี เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดขึ้น

ใจที่สามารถระงับความพยาบาทออกไปจากใจได้จึงเป็นเมตตาที่ถูกต้อง ในขณะเดียวกัน หากใจยังมีความเสน่หา ความรักที่เกี่ยวกับตัณหาอยู่ ความเมตตาจะเกิดขึ้นหาได้ไม่

กรุณา คือ คุณธรรมที่เมื่อเห็นความทุกข์เกิดขึ้นแก่คนอื่นแล้วทำความหวั่นใจ ต้องการจะช่วยเหลือให้เขาหลุดพ้นจากความทุกข์

มีความคิดที่จะปลดเปลื้องคน สัตว์ ที่ประสบความทุกข์ ให้พ้นจากความทุกข์ เป็นลักษณะ

มีความทนไม่ได้ต่อความทุกข์ของผู้อื่น เป็นรส คือ สิ่งที่ตนสัมผัสได้

มีการมองเห็นคน สัตว์ ผู้ที่กำลังถูกความทุกข์ครอบงำอยู่ เป็นตัวกระตุ้นให้เกิด

การที่สามารถขจัดความเบียดเบียนออกไป เป็นความสมบูรณ์ของกรุณา และถ้าใจยังมีความโศกอยู่ ความกรุณาจะปรากฏไม่ได้

มุทิตา คือ คุณธรรมที่เป็นเหตุบันเทิงแห่งสาธุชน มีความบันเทิงใจในความสมบูรณ์ของผู้อื่น เป็นลักษณะ

มีความไม่หึงหวง เป็นรส คือสิ่งที่จิตสัมผัสได้

มีความสามารถขจัดเสียซึ่งความริษยาในความสุขสมบูรณ์ของคนอื่น เป็นเครื่องปรากฏ

มีการมองเห็นความสุขสมบูรณ์ของคนอื่น เป็นแรงผลักดันให้เกิดขึ้น

ดังนั้น จิตที่มีมุทิตาจริง ตนจะต้องเห็นความบันเทิงใจ เมื่อเห็นความสุขสมบัติของคนอื่นปรากฏภายในจิตของตน และในขณะนั้น ความไม่ยินดี ความริษยา จะต้องไม่มีอยู่ด้วย

อุเบกขา คือ คุณธรรมที่เป็นเหตุให้หยุดความขวนขวาย คือ การทำใจเป็นกลางๆ

มีใจรู้สึกเป็นกลางๆ ต่อคน ต่อสัตว์ทั้งหลาย เป็นลักษณะ

มีการมองเห็นความเสมอกันของสัตว์ทั้งหลาย เป็นรส คือจิตสัมผัสได้ ใจในขณะนั้นสามารถสงบความยินดียินร้ายลงไปได้ เป็นเครื่องปรากฏ

มีความเห็นชอบในกฎแห่งกรรม ว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของของ ตนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดขึ้น

เพราะฉะนั้น ในขณะที่ใจรู้สึกเป็นกลางๆ ต่อสัตว์ที่เป็นไปตามกรรมอยู่ในขณะนั้นจะต้องไม่มีความรู้สึกยินดียินร้ายอยู่ด้วย และต้องไม่เป็นความวางเฉยโดยไม่รู้อะไร ทั้งใจก็ไม่เกาะอิงกามคุณด้วย การเจริญอุเบกขาจึงทำได้ยากมาก เพราะใจคนสะสมความยินดียินร้ายในแต่ละวันมากเหลือเกิน

คุณธรรมทั้ง 4 ประการนี้เป็นฐานของชีวิต เป็นเรือนใจของคนดีทั้งหลาย
...........

โดย เทพธรรม [20 มี.ค. 2545 , 00:35:43 น.] ( IP = 203.170.174.83 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail


  สลักธรรม 1


โค๊ด 6666FF
หรือ [font color
ขอบพระคุณค่ะที่ทำให้ได้มาทบทวนโครงสร้างของใจว่า เรามีเหตุแห่งพรหมวิหาร มากน้อยแค่ไหน
แต่ก็ยังอยากจะทราบว่าการวางใจที่เป็นอุเบกขาได้จริงๆ จะรู้ได้อย่างไร ใครบ้างที่มีสิทธิที่จะวางใจที่เป็นอุเบกขาที่แท้จริง

โดย อัญชลี สมโสภณ [20 มี.ค. 2545 , 22:00:08 น.] ( IP = 203.113.39.7 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org