มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


น้อยใจง่าย..ทำอย่างไรดีค่ะ




สวัสดีค่ะ ดิฉันขอคำแนะนำด้วยค่ะคือว่า

ทำไมถึงต้อง มีความรู้สึก ขี้น้อยใจกับคนที่อยู่รอบข้าง ทั้ง ๆ ที่คนที่อยู่ใกล้ตัวเค้าก็รัก เค้าก็ห่วง แต่พอเวลา เค้าไม่สนใจ เราก็ต้องรู้สึกน้อยใจ หรือว่าโกรธ และอีกอย่าง เวลาที่เรื่องเล็กน้อย ๆ ก็ชอบเก็บเอามาคิด เอามาทะเลาะกัน และที่สำคัญ เป็นคนที่มีทิฐิสูง ต้องให้เค้ามาง้อก่อน ทั้ง ๆที่เค้าไม่รู้ตัวว่าเราโกรธเค้า เค้าก็ไม่มาง้อเรา เลยทำให้เรายิ่งโกรธไปใหญ่ อยากได้ข้อคิด หรืออะไรก็ได้ ที่ทำให้เราคิดในแง่ดีเสมอ ขอบคุณมากค่ะ


โดย วรพรรณ [20 มี.ค. 2545 , 00:56:10 น.] ( IP = 203.170.174.83 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail


  สลักธรรม 1



คนเราถ้าไม่โกรธกันเสียได้จะเป็นสุขมาก เพราะความโกรธนั้นเป็นศัตรูของใจเราเป็นตัวทุกข์อย่างมาก ถ้าเราโกรธแล้วไม่มีอะไรดีเลยในโลกนี้ มีแต่ของเสีย มีแต่ของที่ไม่สวยไม่งาม ฉะนั้นความโกรธจึงเป็นความทุกข์อย่างยิ่ง

เหมือนที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ไม่ควรโกรธเลย ความโกรธนั้นเหมือนไฟไหม้เผาตัวเอง ไม่มีความสุข เร่าร้อนอยู่สม่ำเสมอจะกินก็ร้อน จะนั่งก็ร้อน จะนอนก็ร้อน จะเดินก็ร้อน จะพูดคุย จะทำการงานอะไรก็ร้อน ร้อนเพราะความโกรธมาเผาใจเรา แม้แค่นิดเดียวก็ร้อนดังนั้น จงชนะความโกรธดีกว่าชนะคนอื่น การชนะคนอื่นนั้นเราก็ไม่หมดโกรธ เราก็ยังเป็นคนโกรธมากขึ้น ยิ่งโกรธเป็นทวีคูณไปมากยิ่งกว่าเดิม ยิ่งเพิ่มความทะเยอทะยาน ความมักใหญ่ใฝ่สูง มีทิฏฐิมานะมากยิ่งขึ้น หรือความถือตัวมากขึ้น

ดังนั้นจึงว่าความโกรธนั้นยิ่งเพิ่มความชั่วให้แก่ใจเรา ไม่ได้ทำความดีให้แก่ใจเราเลย ฉะนั้นผู้ปฏิบัติธรรมจึงรู้ว่า ความโกรธนั้นควรฆ่าให้ตายเสีย อย่าไปฆ่าคนอื่น ควรทำลายความโกรธเสีย หรือควรรู้ทันด้วยสติและปัญญา ความโกรธถ้าไม่รู้ทันด้วยสติปัญญานั้นก็จะไม่มีอะไรที่จะมาดับความโกรธได้ ฉะนั้นจึงต้องเพียรทำหรือคอยรู้จักเขาคือความโกรธ โกรธเมื่อไร ก็รู้จักว่าเขาโกรธเรื่องอะไร เหตุที่ทำให้โกรธนั้นเพราะอะไร..? เพราะเราคิดว่าเขาไม่ดี เขาพูดไม่ดี เขาทำอะไรไม่ถูกใจ เมื่อความโกรธมาเป็นนายเรา เราก็คิดจะเป็นนายคนอื่น คิดจะข่มขู่คนอื่นให้คนอื่นนั้นกลัวเรา

ความโกรธนั้นเปรียบเหมือนสุนัข ที่เวลามันกินอาหารแล้วมันก็กัดกัน มันไม่ได้กัดกันเพราะว่ามันโกรธกัน เช่น เวลามันอยู่ด้วยกันมันก็รักกัน เลียกันไปเลียกันมา หยอกกันไปหยอกกันมา รักกันกลมเกลียวเพราะมันมีเมตตา ตอนมันยังไม่ได้กินอาหารสุนัขบางตัวมันก็รักกัน เราก็ต้องเปรียบเป็นสุนัขไทยก็แล้วกัน เพราะว่าถ้าเปรียบสุนัขฝรั่งถ้าเขาฝึกไว้ดีแล้วมันก็ไม่กัดกัน เวลาได้แย่งอาหารกัน อาหารจะเป็นอาหารดีหรือไม่ดีก็ตาม เพียงแค่ก้างปลา หัวปลาทูหรือกระดูกมันก็จะกัดกัน ยิ่งกระดูกนี่ยิ่งแย่งมาก เพราะว่าเป็นความหวงแหนของเขา นั่นแหละคือความโกรธ เกิดความโลภขึ้นมา พอเกิดความโกรธก็กัดกัน ยิ่งเพียงหัวปลาหัวเดียวหรือเพียงกระดูกเพียงท่อนเดียวก็กัดกันอยากให้สุนัขกัดกันก็เท่านั้นเอง เพียงแค่เอากระดูกหรือเพียงแค่เศษอาหารให้กินมันก็กัดกันแล้ว แต่เมื่อเลิกกินแล้วมันก็ไม่กัดกัน มันก็อยู่ด้วยกันแบบพี่แบบน้อง

ฉะนั้นคนเราที่ทะเลาะกันก็คือแย่งความเป็นใหญ่หรือแย่งความคิดที่ว่าตัวเองเป็นเจ้าของ ตัวเองเป็นนาย ตัวเองสำคัญ คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่กว่าเขา แต่แท้ที่จริงแล้วคนเรามีธาตุธรรมเสมอกัน ไม่มีใครจะเกินเลยกันได้ มนุษย์เรานี้มีกินเท่ากันนอนเท่ากัน ใช้ชีวิตไม่ต่างกันไม่มีใครจะวิเศษกล่าวกัน บุญกุศลก็สามารถทำได้เท่ากัน ดังนั้นเราจึงเปรียบความโกรธเหมือนสุนัขแย่งอาหาร แย่งกระดูกกัน มันไม่รู้เรื่องอะไรเลย มันกัดกันเดี๋ยวก็มาดีกัน ทั้งๆ ที่เจ็บตัวโดยความโกรธ

เขาเปรียบสุนัขเป็นครูได้เหมือนกัน ทำให้เกิดปัญญา เป็นปุคคลาธิษฐานได้ว่า นี่แหละเวลาโกรธก็เหมือนสุนัขกัดกันอย่างนี้ คนเราเวลาโกรธก็ทะเลาะกันอย่างนี้ แล้วเดี๋ยวก็มาตกลงดีกัน ถ้าดีกันไม่ได้ก็ให้เจ้าของไล่ บางตัวก็กัดกันเสียจนไม่ฟัง ก็ต้องเอาน้ำไล่หรือจับแยก คนเราเวลาโกรธก็เหมือนกัน ทะเลาะกันแย่งทรัพย์สมบัติกันฟ้องร้องกัน ตีกัน ฆ่ากัน ด่ากัน ขึ้นโรงขึ้นศาล หากรรมการพิพากษาให้แยกกัน ให้ประนีประนอมหรือว่าตกลงความถูกผิดกัน นี่ก็เป็นเพราะความโกรธ ความโลภ จึงต้องมีกรรมการคอยห้าม

แต่ที่จริงถ้าไม่โกรธกันมีอะไรเกิดขึ้น..? ถ้าไม่โกรธก็ดีกัน มีอะไรก็มาแบ่งกันกิน สุนัขที่กัดกันไม่ใช่ว่าจะได้กินดีนะ บางตัวก็ร้องครวญครางเจ็บไปเลย แข้งขาเจ็บ กินอะไรไม่ได้เพราะกัดกัน บางทีของนั้นก็หกหล่นเสียหายไปแล้ว ไม่ได้กินของดีของสะอาด หลวงพ่อสงค์ ท่านเปรียบเทียบว่า เวลาเจ้าของให้กินอะไรมันก็รักเจ้าของ ซื่อสัตย์ต่อเจ้าของŽ สุนัขนี้เป็นสัตว์ที่ซื่อสัตย์ จริงใจต่อเจ้าของ และก็ปกป้องเจ้าของไม่ให้คนอื่นเข้ามาใกล้ เวลาเจ้าของตีก็ร้อง เอ๋ง เอ๋ง วิ่งร้องลั่นไปตามใต้ถุนบ้าน มันไม่โกรธเจ้าของ พอหายเจ็บมันก็กับมาเลีย

มาประจบเจ้าของ ต้องการให้เจ้าของรักมันต่อ เมื่อกี้มันรู้ว่าเจ้าของไม่ชอบมันเกลียดมัน ก็กลับมาเลียเจ้าของมันไม่ได้โกรธเจ้าของ

สุนัขก็เป็นครูของความโกรธได้เหมือนกัน ใครทำใจได้อย่างสุนัขบ้าง ที่ไม่โกรธคนด่า ไม่โกรธคนว่า ไม่โกรธคนตี ไม่โกรธคนมาทำร้ายเรา นี่คือใจของสุนัขที่ไม่โกรธเจ้าของ ถ้าทำไม่ได้ก็สู้สุนัขไม่ได้ บางคนก็เปรียบเทียบอย่างนั้น ว่าสุนัขเป็นสัตว์ที่ไม่โกรธเจ้าของ อาจจะงอนนิดหน่อยน้อยใจบ้างก็เป็นเรื่องของสุนัข แต่ว่าความจริงแล้วเขาก็รักซื่อสัตย์ ดังนั้นสัตว์ถึงแม้ไม่ประเสริฐแต่บางครั้งจิตของเขาก็อยู่ในภูมิที่ไม่ปรุงแต่งไปในทางเลวร้ายที่คิดจะฆ่าเจ้าของ ไม่คิดจะแก้แค้นเจ้าของ ไม่คิดจะมาผูกพยาบาทอะไรแต่ว่ากลับรักเจ้าของมากยิ่งขึ้น ซื่อสัตย์มากขึ้นอีก นี่คือจิตของสุนัข ที่มันมีความโกรธแต่มันโกรธเพียงบางอย่างเท่านั้นเอง มันกลับไม่โกรธเจ้าของ มันโกรธกันเองด้วยการแย่งกันกินแต่ไม่นาน พอเลิกแล้วก็ดีกัน..

โดย สังฆธรรม [20 มี.ค. 2545 , 05:51:32 น.] ( IP = 203.170.128.117 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org