มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปกิณณกาภิธรรมปุจฉาพยากรณ์ (๑๙)







ตอนที่ผ่านมา

ปกิณณกาภิธรรมปุจฉาพยากรณ์ (๑๙)
โดย พระครูศรีโชติญาณ (พระมหาแสวง โชติปาโล)


ถาม จักขุทวาร กับ จักขุวัตถุนั้น ต่างกันอย่างไร?

ตอบ จักขุทวาร หมายถึง ประตูที่เกิดของจิตทางตา ๔๒ ดวง ส่วนจักขุวัตถุนั้น เป็นที่เกิดของจิตได้เพียง ๒ ดวง คือ จักขุวิญญาณ ๒ ดวงเท่านั้น ฯ

โดย ศาลาธรรม [7 ก.ค. 2549 , 08:02:04 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ถาม คำที่ว่า หิริกับศรัทธา ท่านจัดเป็นตัวทาน นั้นคือ จัดอย่างไร?

ตอบ จัดอย่างนี้คือ เมื่อหิริความอายมีขึ้นในกาลใด ก็เชื่อว่าเป็นเหตุให้สังวรณ์ในศีล อันเป็นตัวอภัยทานโดยตรง ฉะนั้นในมงคลสูตร ท่านจึงเรียกหิริว่าเป็นตัวทาน ส่วนศรัทธาที่ท่านจัดเป็นทานนั้น ก็เพราะเป็นเครื่องสำหรับให้ทานฯ

โดย ศาลาธรรม [7 ก.ค. 2549 , 08:04:28 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2

ถาม คำว่า กายลหุตา กับ จิตตลหุตานั้น ต่างกันอย่างไร?

ตอบ ต่างกันอย่างนี้คือ กายลหุตาได้แก่ สภาพที่ทำให้หมู่ของเจตสิกเบาจากอกุศล ส่วนจิตตลหุตานั้น คือ สภาพที่ทำให้จิตเบาจากอกุศล ถ้าจะอุปมาแล้ว เหมือนกับมีคนผู้หนึ่งเอามือประคองสำรับเดินไปทำบุญ เท้าเป็นผู้เดิน ไม่ใช่เป็นผู้แบก สำรับมือเป็นผู้แบก ผู้นั้นจะไปทำบุญให้สำเร็จได้ ก็ต้องอาศัยมือและเท้าทั้ง ๒ คู่ ฉันใด แม้ธรรม ๒ ประเภทนี้ก็ฉันนั้น คือ มือท่านอุปมาเหมือนกายลหุตาซึ่งเป็นผู้ประคองหมู่เจตสิกให้เบาจากอกุศลส่วนเท้าทั้ง ๒ ท่านอุปมาเหมือนจิตตลหุตาซึ่งเป็นผู้เดินไปทำบุญรวมความว่า ทำงานร่วมกันในจิตมหากุศลดวงเดียวแยกกันไม่ได้ ฯ

โดย ศาลาธรรม [7 ก.ค. 2549 , 08:04:49 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3

ถาม ในทุกขอริยสัจจก็มีทั้ง อนิจฺจํ ทุกฺขํ และอนตฺตา ทำไมท่านจึงจัดเป็นทุกขสัจจ์เฉพาะทุกฺขํ เท่านั้น ที่อนิจฺจสัจจ์ และอนตฺตาสัจจ์ ทำไมจึงไม่จัดไว้บ้างเล่า?

ตอบ เท่าที่ท่านไม่จัดไว้ ก็เพราะลักษณะทั้ง ๒ นั้นไปรวมอยู่ในทุกข์ทั้งหมด และทุกข์นี้สัตว์ทั้งหลายเห็นได้ง่ายกว่าลักษณะทั้งสองนั้น ถึงบาลีก็มีรับรองไว้แล้วว่า สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจาติ อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขาติ อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาติ อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข จะเป็นสังขารหรือธรรมก็ตามรวมอยู่ในทุกข์ทั้งนั้น ฉะนั้นจัดไว้อย่างเดียวก็เหมือนจัดหมด ฯ

โดย ศาลาธรรม [7 ก.ค. 2549 , 08:05:10 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4

ถาม ตัณหานั้นมีชื่ออย่างไรบ้าง?

ตอบ มีชื่ออย่างนี้ คือ นันทิ-ราคา-โลภ-กาม-อิจฉา-ตัณหา-ตสิตา-เอชา-ชาลินี-วิสัตติกา-ฉันโท-ชฎา-นิกันตยา-สา-สิพพินี-ภวเนตติ-อภิชฌา-วนโถ-วานํ-อาลัย-ปิหา-มโนรถ-ภิลาส-โทหฬา-อากงฺขา-รุจิ-ลลาลสา ฯ

โดย ศาลาธรรม [7 ก.ค. 2549 , 08:05:29 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 5

ถาม ความปรารถนาอยากได้นิพพานเป็นตัณหาหรือไม่เป็นเพราะเหตุไร?

ตอบ เป็นก็ได้ เพราะบุคคลบางคนปรารถนาอยากได้สุขที่เกิดจากพระนิพพานก็มีฯ

โดย ศาลาธรรม [7 ก.ค. 2549 , 08:05:50 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 6

ถาม อวิชชา กับ ตัณหา ทั้งสองนี้จัดเป็นสมุทัยเหมือนกัน แต่เวลาจะปหานทำไมจึงต้องปหานตัวตัณหาเล่า?

ตอบ เป็นความจำเป็น เพราะอวิชชาเป็นตัวเหตุในอดีต ท่านอุปมาเหมือนบิดา ส่วนตัวตัณหานี้เป็นตัวเหตุในปัจจุบัน ท่านอุปมาเหมือนบุตร การจะปหานจำต้องปหานบุตร เพราะตระกูลคือขันธ์จะสืบต่อไปอีกนานก็เพราะอาศัยบุตรเป็นผู้สืบ เมื่อบุตรถูกปหานแล้วก็เป็นอันหมดผลต่อไป เหตุนั้นจึงจำต้องฆ่าตัวตัณหาก่อน ฯ

โดย ศาลาธรรม [7 ก.ค. 2549 , 08:06:19 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 7

ถาม โลภ โทสะ และโมหะ ก็เป็นกิเลสสำคัญแต่ละตัว ทำไมท่านจึงจัดแต่ตัณหาคือโลภเป็นตัณหาเพียงตัวเดียวเท่านั้น?

ตอบ การที่พระพุทธองค์จัดตัณหาเป็นสมุทัยเพียงตัวเดียวเท่านั้น ก็เพราะตัณหานี้เป็นตัวเหตุปัจจัย การที่ภพชาติจะมีต่อไปตัณหาเป็นผู้ต่อไว้ ตัณหานี้ท่านอุปมาเหมือนบุตร การจะสืบตระกูลบิดาไม่ได้สืบ บุตรต่างหากเป็นผู้สืบต่อไป พระพุทธองค์มีพระพุทธประสงค์จะกำจัดทุกข์ข้างหน้า ซึ่งไหลมาแต่ตัวตัณหาเป็นต้นเหตุจึงจัดตัณหาไว้ว่าเป็นสมุทัย และตัณหานี้มีอารมณ์มาก ตัณหานี้สมาธิฆ่าไม่ได้ เพราะตัณหามีสุขเป็นอาหาร ฉะนั้น จึงจำต้องฆ่าด้วยปัญญา เพราะปัญญากำหนดรู้ทุกข์ ฯ

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม [7 ก.ค. 2549 , 08:06:44 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 8

มาศึกษาต่อค่ะ..ขอบคุณมากค่ะ

โดย เซิ่น [7 ก.ค. 2549 , 20:23:03 น.] ( IP = 58.8.48.2 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบคุณมากค่ะ
มาศึกษาต่อด้วยความเคารพ
และก็ยังยกย่องสรรเสริญท่านพระครูในทุกๆคำตอบ
ท่านเป็นบัณฑิต และผู้รู้อย่างมากมาย

โดย น้องอุ๊ [8 ก.ค. 2549 , 08:40:18 น.] ( IP = 221.128.110.105 : : )


  สลักธรรม 10

มาศึกษาต่อค่ะ
ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา [9 ก.ค. 2549 , 07:44:42 น.] ( IP = 58.9.137.212 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org