| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ปกิณณกาภิธรรมปุจฉาพยากรณ์ (๒๒)
![]()
ตอนที่ผ่านมา
ปกิณณกาภิธรรมปุจฉาพยากรณ์ (๒๒)
โดย พระครูศรีโชติญาณ (พระมหาแสวง โชติปาโล)
ถาม กิจของอริยสัจจ์ ๔ ตามบาลีท่านจัดได้อย่างไรบ้าง?
ตอบ ท่านจัดไว้อย่างนี้คือ
๑. ปริญเญยฺยกิจ = นามญฺ จ รูปญฺจ ๒. ปหาตพฺพกิจ = อวิชฺชา จ ภวตณฺหา จ ๓. สจฺฉิกาตพฺพพกิจ = วิชฺชา จ วิมุตฺติ จ ๔. ภาเวตพฺพกิจ = สมโถ จ วิปสฺสนา จ
ในกิจทั้ง ๔ นี้ ถ้าเป็นโลกีย์มีเพียง ๒ กิจเท่านั้น คือ กิจ ๒ เบื้องต้น ถ้าเป็นโลกุตตรกิจ ๔ จึงจะสมบูรณ์ โดย ศาลาธรรม [11 ก.ค. 2549 , 11:44:50 น.] ( IP = 58.9.97.105 : : )
สลักธรรม 1
ถาม ในนิโรธอริยสัจจะ ท่านจัดเอาพระนิพพานเป็นองค์ธรรม แต่ทำไปในบาลีนี้จึงหมายเอาวิชชา และวิมุตติเล่า?
ตอบ ความจริงท่านก็หมายถึงนิพพานนั้นเอง เพราะวิชากล่าวคือมรรค ๔ ก็มีพระนิพพานเป็นอารมณ์ ส่วนวิมุตติท่านก็หมายถึงเอา อริยผล ๔ ซึ่งมีพระนิพพานเป็นอารมณ์เหมือนกันฯ โดย ศาลาธรรม [11 ก.ค. 2549 , 11:45:09 น.] ( IP = 58.9.97.105 : : )
สลักธรรม 2
ถาม ในวิถีจิตทางมโนทวาร บางวิถีก็มีอดีตภวังค์ บางวิถีก็ไม่มีอตีตภวังค์ เมื่อเป็นเช่นนี้จะทำความเข้าใจอย่างไร?
ตอบ ในวิถีทางมโนทวารนั้น ถ้าหากวิถีใดมีอารมณ์บัญญัติและเนื่องมาจากปัญจทวาร คือหมายความว่า อารมณ์มากระทบทางปัญจทวารรับอารมณ์จนสุดวิถีแล้วก็ขึ้นทางวิถีมโนเสมออารมณ์นี้โดยมาเป็นบัญญัติอารมณ์ เช่น มีใครเอาไฟมาจี้เกิดความร้อนก็เป็นทุกข์ เวทนาก็เป็นโทมนัสสเวทนาว่าไม่ควรจะเอาไฟมาจี้เราอย่างนี้ การที่จะรู้บัญญัติว่าไฟนั้น ก็เพราะว่าวิถีทางมโน คือพอวิถีทางปัญจทวารดับลงแล้ว ก็ขึ้นอดีตภวังค์ทางมโนทวารทีเดียว แต่การมณ์จะชัดหรือไม่นั้ แล้วแต่ทางปัญจทวารกระทบแรงและค่อย ส่วนใจที่นึกถึงธัมมารมณ์โดยตรง โดยไม่ต้องอาศัยการกระทบทางปัญจทวาร อย่างนี้ไม่มีอดีตภวังค์ มีแต่ภวังคจลนะเรื่อยไปจนสุดวิถี แต่จะเป็นวิภูตารมณ์หรืออวิภูตารมณ์นั้น ต้องแล้วแต่นึกหรือคิดได้ชัดเจนหรือไม่ชัด ส่วนวิถีฝันก็ใช้วิถีทางมโนทั้ง ๒ นี้เหมือนกัน ฯ โดย ศาลาธรรม [11 ก.ค. 2549 , 11:45:22 น.] ( IP = 58.9.97.105 : : )
สลักธรรม 3
ถาม มหากุศลให้วิบาก ๑๖ คือ มหาวิบาก ๘ และกุศลวิบาก ๘ แต่มหาวิบาก ๘ ให้ผลได้ทั้งปฏิสนธิและปวัตติ ส่วนกุศลวิบากให้ได้แต่ปวัตติอย่างเดียว เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะทราบได้อย่างไรว่าการให้ผลในปวัตติกาลเป็นวิบากของอย่างไหน คืออย่างไหนเป็นผลของกุศลวิบาก อย่างไหนเป็นผลของมหาวิบาก?
ตอบ ทราบไม่ได้โดยภายนอก แต่จะพึงทราบได้โดยกิจของจิต ยกตัวอย่างเช่น ขณะที่เราได้เห็นพระพุทธรูปหรือเห็นแก้วแหวนเงินทอง การเห็นนั้นก็จัดเป็นวิบากจิต ทำทัสสนะกิจแต่เมื่อวิถีจิตแล่นไปถึงชวนะก็เกิดชอบใจ แต่พอถึงตทาลัมพนะมหาวิบากก็ทำตทาลัมพนะกิจ เป็นมหาวิบากให้ผลขณะทำตทาลัมพนะกิจนั้นทราบได้อย่างนี้ฯ
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย ศาลาธรรม [11 ก.ค. 2549 , 11:45:49 น.] ( IP = 58.9.97.105 : : )
สลักธรรม 4ขอบพระคุณมากค่ะ โดย น้องอุ๊ [11 ก.ค. 2549 , 17:44:14 น.] ( IP = 125.25.153.91 : : )
สลักธรรม 5ขอบพระคุณค่ะ โดย เซิ่น [12 ก.ค. 2549 , 12:47:24 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |