มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปกิณณกาภิธรรมปุจฉาพยากรณ์ (๒๓)







ตอนที่ผ่านมา

ปกิณณกาภิธรรมปุจฉาพยากรณ์ (๒๓)
โดย พระครูศรีโชติญาณ (พระมหาแสวง โชติปาโล)


ถาม อวิชชาจะมาเกิดบังทุกข์ได้ จะต้องอาศัยอะไรเกิด?

ตอบ อวิชชา ที่จะเกิดบังทุกข์ได้นั้นจะต้องอาศัยอริยาบถเกิด เมื่ออวิชชาเกิดแล้ว สุขสัญญาจึงเกิดขึ้น เป็นเหตุให้เปลี่ยนอิริยาบถ สุขสัญญา ความสำคัญว่าถ้าได้ผลัดเปลี่ยนอิริยาบถเสียได้ จะเป็นการดีนี้เกิดในลำดับแห่งอวิชชา แต่เกิดภายหลัง ท่านจึงจัดเป็นปัจจุยุบันนะธรรมคือเป็นผล ความจริงก็เกิดพร้อมกับจิตเหมือนกัน แต่เป็นผลของอวิชชาในขณะจิตนั้นฯ

โดย ศาลาธรรม [12 ก.ค. 2549 , 09:30:34 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ถาม ทำไมนวกนิบาติจึงพูดจำกัดไว้ว่า พระผู้เป็นเจโตวิมุติฆ่าตัณฆาอันเป็นมูลที่ ๒ ส่วนปัญญาวิมุติละก็ฆ่าอวิชชาเป็นมูลที่ ๑ หรือพระพุทธองค์ทรงมีเหตุผลอย่างไร?

ตอบ ความจริงการฆ่ากิเลสของพระอริยะผู้เจโตและปัญญานั้น จะฆ่ามูลใดก็ตาม ก็เป็นอันขาดหมดทั้ง ๒ มูล มิใช่ว่าพระอริยะผู้ปัญญาวิมุติฆ่าอวิชชาแล้วจะเหลือตัณหาก็หามิได้ หรือผู้ฆ่าตัณหาแล้วจะเหลืออวิชชาอยู่ก็หามิได้ แต่เพราะเป็นลีลาเทศนาของพระพุทธองค์นั้นประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่ง พระอริยะผู้เจโตวิมุติท่านได้ฌาน ละกามฉันทะอันเป็นตัวตัณหาด้วยวิกขัมภนปาหนอันเป็นบุพพภาคมาก่อน พระองค์จึงจัดพระผู้เจโตวิมุติว่า ฆ่ามูลที่ ๒ ส่วนปัญญหาวิมุติท่านได้ได้ฌานมาก่อน ก็ไม่สามารถละกามฉันทะได้ แต่เมื่อท่านมาบำเพ็ญวิปัสสนา พอวิปัสสนาเกิด ก็กำจัดความไม่รู้คืออวิชชาอันเป็นเบื้องต้นทีเดียว เหตุนี้พระองค์จึงจัดปัญญาวิมุติว่าฆ่าอวิชชาอันเป็นมูลที่ ๑ ฯ

โดย ศาลาธรรม [12 ก.ค. 2549 , 09:31:12 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2

ถาม เอกัคคตาเจตสิก เวลาเป็นสมาธินทรีย์เข้ากับจิตอะไรได้บ้าง? และเข้ากับจิตอะไรไม่ได้บ้าง? และการที่เข้าได้และไม่ได้นั้น เพราะเหตุอะไร?

ตอบ เอกัคคตาเจตสิก ที่เป็นสมาธินทรีย์เข้าได้กับจิตทุกดวง แต่เว้นจิต ๑๗ ดวงคือ :- ทวิปัญญจวิญญาณ ๑๐ มโนธาตุ๓ สันตีรณะ ๓ วิจิกิจฉาโมหะ ๑ อธิบาย เท่าที่เอกัคคตาที่เป็นสมาธินทรียน์ เว้นทวิปัญญจวิญญาณ ๑๐ ก็เพราะทวิปัญญจวิญญาณ ๑๐ นี้เมื่อเกิดไม่มีวิริยะเกิดด้วย เป็นจิตไม่มีกำลังจึงต้องเสีย เท่าที่เอกัคคตาที่เป็นสมาธินทรีย์เว้นโมนธาตุก็เพราะมโนธาตุนี้ไม่มีวิริยะเกิดด้วยเป็นจิตเกิดขณะเดียวไม่มีกำลังเหมือนกัน ส่วนสันตีระ ก็มีนัยเหมือนมโนธาตุนั้นแล เท่าที่เอกัคคตาที่เป็นสมาธินทรีย์ เว้นโมหะวิจิกิจฉา ก็เพราะวิจิกิจฉาตัวนี้ไม่มีอธิโมกข์เกิดด้วย ธรรมดาจิตที่ไม่มีอธิโมกข์คือการเลือกอารมณ์ หรือตัดสินอารมณ์อยู่ด้วย จะไปหาความแน่นอนจับอารมณ์ติดมาจากไหน เหตุนั้นจึงเว้นวิจิกิจฉาเสีย แต่เท่าที่สมาธินทรีย์ไปมีได้ในอุทธัจจะนั้น ก็อ่อนที่สุด มีก็เหมือนไม่มี ฯ

โดย ศาลาธรรม [12 ก.ค. 2549 , 09:31:40 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3

ถาม เมื่อพูดตามสัมปโยคนัย วิริยะเจตสิกไม่เกิดในทวิปัญญสวิญญาณ ก็หมายว่าวิริยะไม่เกิดในกายวิญญาณด้วย ก็เมื่อเป็นเช่นนี้กายิกวิริยะความเพียรทางกายจะมีได้อย่าง ?

ตอบ ข้อนั้นไม่เกี่ยว วิริยะเจตสิกนี้เป็นสัมปยุตตธรรมกับเจตนา ๒๙ ดวง ซึ่งเกิดทางกาย - วาจา และทางใจต่างหาก แต่จะเป็นบุญหรือบาปนั้นต้องแล้วแต่เจตนา

คือหมายความว่า เมื่อเจตนาดวงใดมาเกิดทางกายแล้วมีวิริยะเกิดด้วยในที่นั้น ความเพียรคือวิริยะในที่นั้นเรียกว่า กายิกวิริยะ ถ้าความเพียรคือวิริยะดวงใจเกิดกับเจตนาทางใจ ความเพียรคือวิริยะในที่นั้นเรียกว่าเจตสิกวิริยะ ส่วนกายวิญญาณนั้น มีหน้าที่รับรู้ เย็น ร้อน อ่อน แข็ง เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับความเพียรเลย

โดย ศาลาธรรม [12 ก.ค. 2549 , 09:32:27 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4

ถาม ในศีล ๕ มีอารมณ์ต่างกันอย่างไร?

ตอบ ต่างกันอย่างนี้คือ :- (มาในสังคยุตบาลี) ปาณา มี สัตว์ เป็นอารมณ์ อทินนา มี วัตถุเป็นอารมณ์ กาเม มี สังขาร เป็นอารมณ์ มุสา มี บัญญัติ เป็นอารมณ์ สุรา มี รส เป็นอารมณ์

โดย ศาลาธรรม [12 ก.ค. 2549 , 09:33:00 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 5

ถาม ศีล ของผู้เข้าวิปัสสนา ๆ ปรากฏแล้วกับศีลของผู้เข้าวิปัสสนา แต่วิปัสสนายังไม่เกิดและศีลของผู้ไม่ได้เข้าวิปัสสนาต่างกันอย่างไร?

ตอบ ต่างกันอย่างนี้ :- ศีลของผู้มิได้เข้าวิปัสสนานั้นไม่สามารถจะเป็นบาทให้เกิดสมาธิและปัญญาได้ เพราะมีบัญญัติเป็นอารมณ์ และอารมณ์หลายอย่างไม่สามารถจะจับให้เป็นหนึ่งแน่ได้ ส่วนศีลของผู้เข้าวิปัสสนาทั้งที่มีวิปัสสนาเกิดและยังไม่เกิดมีอารมณ์คือรูปนามเป็นสภาวะเหมือนกัน ศีลทั้ง ๒ อย่างนี้สามารถเป็นบันไดให้เกิดสมาธิและปัญญาได้ จะต่างกันก็แต่เพียงว่า ศีลของผู้ที่เข้าวิปัสสนาแต่วิปัสสนายังไม่เกิดนั้นยังไม่สมบูรณ์ด้วยสมาธิและปัญญาเท่านั้น แต่ศีลของผู้ที่มีวิปัสสนาเกิดแล้วนั้น เป็นศีลที่สมบูรณ์ทั้งสมาธิและปัญญา ฯ

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม [12 ก.ค. 2549 , 09:33:26 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 6

มาหาความรู้ต่อค่ะ.. ขอบคุณมากค่ะ

โดย เซิ่น [12 ก.ค. 2549 , 14:25:36 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณมากค่ะ
ยิ่งอ่านก็ยิ่งได้ความรู้
และต้องกล่าวอนุโมทนากับท่านพระครูทุกครั้ง
ท่านมีความรู้ได้ทุกแง่มุม
และอธิบายได้ชัดเจนจริงๆ

โดย น้องอุ๊ [12 ก.ค. 2549 , 20:38:28 น.] ( IP = 61.47.99.153 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org