มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อาจารย์สอนให้คิดเป็น





อาจารย์สอนให้คิดเป็น


วันอาสาฬหบูชาในปีนี้ ได้รับความรู้สึกดีๆ มากมายโดยเฉพาะคำสอนของท่านอาจารย์ที่ได้ให้หลังจากใส่บาตร ที่ถนนอุทยานหน้าพุทธมณฑลสถานเสร็จ ทำให้อดคิดถึงพี่ๆ น้องๆ ไม่ได้จึงต้องนำมาเล่าสู่กันฟัง

หลายๆ ครั้งที่เราคิดว่า สิ่งที่เราทำอยู่นี้ เราคิดถูกแล้ว
แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี เราจึงรู้ว่า มันไม่ใช่ ?


อย่างเช่นในอดีต เคยคิดว่าผู้ที่เข้ามา(ปฏิบัติ)ทางธรรม จะต้องสมถะ แล้วเราก็ตีความหมายของคำว่าสมถะไปที่อาการและเครื่องแต่งกาย

หลายท่านคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “แหม…พระองค์นี้ดูสมถะดีจริง” เพราะอะไร…แค่เห็นพระนุ่งห่มจีวรสีกลัก เดินเหินสำรวมเท่านั้น (ทั้งๆ ที่คำว่า สมถะ ในพจนานุกรมแปลว่า ความสงบจิต มักน้อย แม้ในพระอภิธรรมเมื่อกล่าวถึง สมถกรรมฐาน ย่อมหมายถึง ที่ตั้งแห่งการงาน(ปฏิบัติ)เพื่อให้เกิดความสงบจิต)

ดังนั้น พอเราเข้ามาปฏิบัติจึงเน้นไปที่เครื่องแต่งกายเสียมากกว่าอย่างอื่น จะเห็นได้ว่าพอมีการปฏิบัติ คนส่วนใหญ่จะใส่ชุดสีขาว

โดย วยุรี [13 ก.ค. 2549 , 11:19:11 น.] ( IP = 58.9.98.119 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



แต่เมื่อได้พบอาจารย์บุษกร ท่านทำให้เรารู้สึกว่า…มันไม่ใช่ เพราะท่านเน้นให้เรารู้ว่า ทุกอย่างอยู่ที่ใจ การชำระกิเลสเป็นเรื่องของงานทางใจ ไม่ได้อยู่ที่เครื่องแต่งกาย

แต่บางครั้งอาจจำเป็น หากสังคมส่วนใหญ่ประพฤติปฏิบัติ เช่นสวมชุดขาวในวันวิสาขบูชา หรือวันสำคัญทางศาสนาเป็นต้น

มีเรื่องเล่าให้ฟัง….เกือบสิบปีที่แล้ว อาจารย์บุษกรไปแจกทุนให้กับนักเรียนโรงเรียนทวีธาภิเศก (เพราะอาจารย์ท่านได้ตั้งทุนการศึกษาไว้ให้นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ) วันนั้นอาจารย์แต่งตัวสวยมาก จนครูๆ ที่โรงเรียนงงกันเป็นแถวพร้อมมีคำถาม…นี่หรือ…อาจารย์สอนธรรมะ ทำไมยังสวย…เขาคงนึกว่าผู้ที่มาทางนี้ต้องไม่แต่งตัวแล้ว ต้องสมถะมีชุดอยู่แบบเดียว สีเดียว นี่ไง ดูจากภายนอก นั่นเป็นเรื่องหลายปีมาแล้ว

แต่วันอาสาฬหบูชานี้ อาจารย์ก็ทำให้เรารู้สึกว่า เรายังมีความคิดผิดๆ อีกหลายเรื่อง เพราะวันนั้นพอใส่บาตรเสร็จ ก่อนเดินกลับ อาจารย์หันไปมองกลุ่มชนที่มากันอย่างเนืองแน่น ดูอาจารย์ยิ้มอย่างมีความสุข แล้วพวกเรา ( ๙ คน) ก็ตั้งวงสนทนากันที่ริมฟุตบาทถนนอุทยานนั่นแหละ

โดย วยุรี [13 ก.ค. 2549 , 11:23:41 น.] ( IP = 58.9.98.119 : : )


  สลักธรรม 2



อาจารย์บอกว่า วันนี้พวกเราโชคดีที่ยังได้เห็นภาพเช่นนี้ ซึ่งบอกให้รู้ว่าพระพุทธศาสนาของเรายังเฟื่องฟูอยู่ มีผู้ศรัทธามาทำกุศลกันอย่างล้นหลาม (จนเหมือนกับว่าแย่งกันใส่บาตร แล้วพระท่านก็มีแค่บาตรเดียว ย่ามเดียว จึงต้องเทใส่ถุงที่มีเจ้าหน้าที่หิ้วตามมา)

ซึ่งพวกเราหลายๆ คนเห็นสภาพเช่นนี้แล้ว เกิดอกุศลจิต ทำให้ไม่อยากมาใส่บาตร

แล้วที่สำคัญปีหนึ่งก็มีวันอาสาฬหบูชาเพียงแค่วันเดียว หากพลาดโอกาสนี้ไป เราต้องคอยถึง ๓๖๕ วัน กว่าจะถึงวันอาสาฬหบูชาอีกครั้ง

ฟังแล้ว ตื้นตันใจ…เห็นคุณค่าของการกระทำกุศลในวันนั้น เป็นอย่างมาก


โดย วยุรี [13 ก.ค. 2549 , 11:28:01 น.] ( IP = 58.9.98.119 : : )


  สลักธรรม 3



ยิ่งตอนอาจารย์นำแผ่เมตตาและอธิษฐาน ทำให้เกิดความรู้สึกว่า การที่เราได้มาอยู่ท่ามกลางคนมากมาย แล้วที่สำคัญคนเหล่านั้นล้วนมีแต่กุศล เพราะทุกคนมีจิตใจจดจ่อที่จะใส่บาตรกันทั้งสิ้น

แค่นี้ก็เท่ากับเป็นการสร้างทางให้ไปพบกับคนที่มีจิตใจฝักใฝ่ในเรื่องบุญกุศล เป็นการปฏิเสธการพบกับคนพาลสันดานหยาบ แล้วสักวันหนึ่งในอนาคต ไม่แน่ว่าเราก็อาจจะได้ใส่บาตรพระพุทธองค์พร้อมพระอรหันตสาวกที่ตามเสด็จมาเป็นจำนวนมากก็ได้

อาจารย์เล่าว่า หลวงพ่อเสือเองท่านก็บอกว่า ที่วัดไผ่สามกอ เมื่อถึงเทศกาลก็เป็นเช่นนี้ มีคนจำนวนมามาใส่บาตร ก็ต้องเทใส่ภาชนะเช่นกัน

ฉะนั้นเวลาทำกุศลอย่าให้ตนเองขาดทุน ต้องคิดให้เป็น คิดให้ถูก นั่นคือ มองที่เจตนา และสำรวมในการกระทำที่ตนเอง อย่าไปมองที่ผู้อื่น พระท่านจะเทใส่ถุง จะหอบหิ้วหลายถุง หรือจะเก็บเฉพาะซองปัจจัยใส่ย่าม แต่ไม่เอาหนังสือธรรมะที่เราถวายไป….นั่นเป็นเรื่องของท่าน

แต่เรื่องที่เราสำคัญกว่า ต้องรู้ว่าเรามีเป้าหมายอะไร จะเอากุศลหรืออกุศล

อาจารย์ยังย้ำให้พวกเราฟังว่า หากทำแค่นี้ไม่ได้ แล้วเวลาที่ปฏิบัติวิปัสสนาแล้วจะดูตนเองได้ยาก

ทำให้นึกย้อนหลังไป เพราะเคยคิดเหมือนกันว่า ชอบที่จะปฏิบัติตนเดียว ไม่อยากคลุกคลีกับหมู่คณะ ซึ่งมีหลายท่านเช่นกันที่คิดเช่นนี้ พอใครชักชวนให้ไปที่ๆ มีคนมากมายก็จะปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่า ไม่ชอบคนเยอะ

มาถึงตอนนี้ รู้แล้วว่า บางเรื่อง บางเวลา เราสมควรไปเป็นอย่างยิ่ง



อย่างเช่นวันอาสาฬหบูชาในปีนี้ นอกจากได้ใส่บาตรแล้ว ยังได้เลี้ยงอาหารปลา พร้อมทั้งได้รับเลี้ยงอาหารจากท่านอาจารย์ และที่สำคัญยังได้รับสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง นั่นก็คือ อาจารย์สอนให้คิดเป็น



















โดย วยุรี [13 ก.ค. 2549 , 11:36:52 น.] ( IP = 58.9.98.119 : : )


  สลักธรรม 4

มาร่วมอนุโมทนากับกุศลของทุกท่านค่ะ

และขอบพระคุณพี่วยุรีค่ะที่นำเรื่องราวดีๆมาฝาก
พร้อมได้เห็นบรรยากาศที่น่าชื่นใจ

ยังไงก็ได้ร่วมทำกุศลในถนนสายเดียวกันนะคะ

โดย น้องอุ๊ [13 ก.ค. 2549 , 22:50:12 น.] ( IP = 125.25.145.194 : : )


  สลักธรรม 5

การได้มีโอกาสไปทำบุญร่วมกับอาจารย์ และได้รับคำสอนเพื่อให้ "คิดให้เป็น คิดให้ถูก" ทำให้จิตเกิดกุศลมากยิ่งขึ้นค่ะ

ขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

อนุโมทนากับพี่วยุรีด้วยค่ะ..ที่ได้นำมาเล่าสู่กันฟัง

โดย เซิ่น [13 ก.ค. 2549 , 23:01:57 น.] ( IP = 58.8.47.242 : : )


  สลักธรรม 6

มาอ่านข้อคิดที่ดีๆ แก่ชีวิต และอนุโมทนากับทุกๆ ท่านค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [14 ก.ค. 2549 , 09:07:27 น.] ( IP = 203.172.117.63 : : )


  สลักธรรม 7


อนุโมทนากับทุกๆท่านค่ะ

ขอบคุณพี่วยุรีมากค่ะ

แม้ไม่ได้มีโอกาสไปร่วมงานบุญในครั้งนี้ แต่เมื่อได้อ่านและเห็นภาพประกอบ ก็รู้สึกว่าได้ไปร่วมทำบุญในครั้งนี้ด้วย

พร้อมได้ข้อคิดที่ดี คือคิดให้ถูก คิดให้เป็น
แต่ก่อนก็เคยคิดเช่นนี้เหมือนกันคือไม่ชอบไปทำบุญตักบาตรวันสำคัญต่างๆ เพราะคนเยอะมากดูจะเกิดอกุศลเสียมาก เมื่อได้ข้อคิดจากท่านอาจารย์เลยทราบว่าเราคิดผิดมาตลอด

และได้มีโอกาสคุยกับท่านอาจารย์อีกครั้ง ได้ข้อสรุปอีกว่า

  • ....ให้มองให้เป็นมงคลสมัย คนจะมากอย่างไร ก็แล้วแต่ ปีหนึ่งก็มีเพียงครั้งเดียว
  • ........ผู้ที่มาใส่บาตรมาในมงคลสมัย
  • ....ในสมัยพุทธกาลก็มีพระสงฆ์มากมายเช่นนี้ เราต้องสร้างความคุ้นเคยในการเห็นพระมากมายเช่นนี้
  • ....คนที่มานั้นก็มีคนที่มีกุศลจิตมากกว่าอกุศล
  • ....มองให้ดี คิดให้ดี ขณะที่เดินออกมาจากบริเวณที่ใส่บาตรนั้น เรากำลังเดินสวนกับความไม่ดี คือภาพต่างๆ ที่เห็นเจ้าหน้าที่โกยของใส่บาตรลงถุง คนเบียดกันใส่บาตร ไม่มีความเป็นระเบียบ เป็นต้น
  • ....ข้าวของต่างๆที่มีมากมายนั้น ก็แสดงให้เห็นถึงกุศลจิตของประชาชนที่มีมาก
  • ....เหตุการณ์แบบนี้จะไม่มีให้เห็น ต้องรออีก ๓๖๕ วัน

    กราบขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ

  • โดย พี่ดา [14 ก.ค. 2549 , 11:29:31 น.] ( IP = 124.121.173.105 : : )


      สลักธรรม 8

    คุค่ะ

    โดย ดวงชีวัน [14 ก.ค. 2549 , 12:15:19 น.] ( IP = 58.9.144.135 : : )


      สลักธรรม 9

    กราบขอบพระคุณสำหรับข้อคิดที่ดีๆค่ะ

    โดย ปราณี [14 ก.ค. 2549 , 18:27:36 น.] ( IP = 210.1.22.20 : : )


      สลักธรรม 10

    เพิ่งจะมาเห็นกระทู้นี่ของพี่วยุรี ไม่ทราบอ่านข้ามไปได้อย่างไร ต้องตามมาเก็บตกค่ะ

    อนุโมทนากับทุกท่านค่ะ ที่ได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรในวันอาสาฬหบูชา

    ขอบพระคุณพี่วยุรีที่กรุณาถ่ายทอดคำแนะนำสั่งสอนของท่านอาจารย์ให้พี่ๆน้องได้ทราบค่ะ

    อาจารย์ท่านสอนให้มองในแง่ดี คิดให้เป็นมองให้ถูก เพื่อรักษาใจให้อยู่กับกุศลให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆ

    จะขอจดจำและนำไปเป็นแบบอย่างในการทำกุศลและในชีวิตประจำวันค่ะ

    โดย ธัญธร [23 ก.ค. 2549 , 17:09:09 น.] ( IP = 203.114.99.127 : : )

    ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
    จาก : *
    Code :
    กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
    อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
    รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
    รายละเอียด :
    Icon Toy
    Special command

    * *
    กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

    คำเตือน
    • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

    ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

    [ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

    ลานภาพ

    อบรมวิปัสสนา

    ค้นหา

    ค้นหา-GooGle

    สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org