| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ถามเรื่องการเจริญสติครับ
บางคนคิดว่าเมื่อสติยังไม่มั่นคง ก็จะต้องอยู่ลำพังคนเดียว เพื่อเจริญสติ ถูกไหมครับ
โดย โคจรธรรม [14 ก.ค. 2549 , 09:00:40 น.] ( IP = 58.9.141.207 : : )
สลักธรรม 1สวัสดีค่ะคุณโคจรธรรม
ขณะที่มีสติระลึกรู้ลักษณะของนามธรรมหรือรูปธรรมนั้น ก็เป็นการอยู่ลำพังกับลักษณะของสภาพธรรมนั้นแล้วค่ะ
ขณะนั้นลักษณะของสภาพธรรมนั้นเท่านั้นที่ปรากฏชัด การอยู่ผู้เดียวในการปฏิบัติธรรมนั้น ไม่ใช่เรื่องสถานที่
ถึงแม้ว่าจะอยู่กับคนมาก ๆ ก็ระลึกรู้ลักษณะของนามธรรมและรูปธรรมได้นะคะ เราไม่ต้องหยุดกระทำกิจประจำวันเพื่อเจริญสติ เพราะสภาพธรรมทุกชนิดที่ปรากฏทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นั้นเป็นสติปัฎฐานได้ทั้งสิ้น
ด้วยเหตุนี้ถึงแม้ว่าจะอยู่กับคนมาก ๆ ก็เป็นการอยู่ลำพังกับนามธรรมและรูปธรรมที่ปรากฏในขณะนั้นได้ ซึ่งถ้าเราจะไปอยู่ในที่โดดเดี่ยวเพื่อเจริญสติ ก็อาจจะไม่ได้อยู่ลำพังกับนามธรรมและรูปธรรมก็ได้ เราอาจจะอยู่กับความปรารถนา นามธรรมและรูปธรรมได้คะโดย พี่ดอกแก้ว [14 ก.ค. 2549 , 09:04:50 น.] ( IP = 58.9.141.207 : : )
สลักธรรม 2ขอบคุณมากๆครับที่ตอบผมมาได้ความเข้าใจครับ.....นั้นผมขอถามต่อนะครับว่า...
ทราบว่า สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบเป็นมัคค์องค์หนึ่งในมัคค์มีองค์ ๘ สัมมาสังกัปปะคิดเรื่องนามและรูปหรือ? ครับผมโดย โคจรธรรม [14 ก.ค. 2549 , 09:05:49 น.] ( IP = 58.9.141.207 : : )
สลักธรรม 3ค่ะเป็นคำถามที่น่าสนใจนะค่ะ สัมมาสังกัปปะ เป็นเจตสิกธรรมดวง (ประเภท) หนึ่งซึ่งได้แก่วิตกเจตสิกค่ะ
ภาษาอังกฤษมักจะแปลว่า "applied thought" ลักษณะของวิตกเจตสิกนั้นไม่เหมือนกับที่เราใช้คำว่า "คิด" ตามที่เราพูดกัน
ในวิสุทธิมัคค์ (ปฐวีกสิณนิเทส) แสดงลักษณะของวิตกเจตสิก ดังนี้ "วิตกนี้นั้น มีอันจรดลงซึ่งจิตในอารมณ์เป็นลักษณะ มีอันกระทบก่อนและอันกระทบโดยทั่ว ๆ ไปเป็นรส (กิจ) มีการนำจิตไปสู่อารมณ์เป็นเครื่องปรากฏ"
วิตกซึ่งเป็นสัมมาสังกัปปะในมัคค์มีองค์ ๘ เกิดพร้อมกับสัมมาทิฏฐิ (ความเห็นชอบ) และสัมมาสติ (การระลึกชอบ) สัมมาสังกัปปะเกิดกับจิตที่ระลึกรู้ลักษณะของนามและรูปที่ปรากฏทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เรารู้ว่าวิตกนำจิตไปสู่อารมณ์ สัมมาสังกัปปะในมัคค์มีองค์ ๘ นำจิตไปสู่นามธรรมและรูปธรรมที่เป็นอารมณ์
ในขณะนั้น วิตกเจตสิกเกิดร่วมกับจิตและดับร่วมกับจิต สัมมาสังกัปปะเกิดกับจิตที่รู้ลักษณะของนามธรรมและรูปธรรม การรู้ลักษณะของอารมณ์ที่ปรากฏไม่เหมือนกับการคิดเรื่องสภาพธรรมที่ดับไปแล้ว สัมมาสังกัปปะละมิจฉาสังกัปปะซึ่งเป็นการดำริผิดค่ะโดย พี่ดอกแก้ว [14 ก.ค. 2549 , 09:08:56 น.] ( IP = 58.9.141.207 : : )
สลักธรรม 4ขอบคุณมากครับ ที่กรุณาตอบปัญหาธรรมให้แก่ผมครับ
โดย โคจรธรรม [14 ก.ค. 2549 , 09:09:57 น.] ( IP = 58.9.141.207 : : )
สลักธรรม 5ทำอย่างไรให้มีสติในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ หรือโดนนินทาว่าร้ายเรื่อย ๆ
โดย ปูชิ [14 ก.ค. 2549 , 09:12:42 น.] ( IP = 58.9.141.207 : : )
สลักธรรม 6สวัสดีครับคุณปูชิ
เรื่องการถูกนินทาสรรเสริญเป็นของเก่า พระศาสดาตรัสไว้ในเรื่องอตุลอุบาสกว่า
อตุละ ข้อนั้นเขาเคยประพฤติกันมาตั้งแต่โบราณทีเดียว ชนทั้งหลายติเตียนทั้งคนนิ่ง ทั้งคนพูดมาก ทั้งคนพูดน้อยทีเดียว ด้วยว่าผู้อันเขาพึงติเตียนอย่างเดียวเท่านั้น หรือว่าผู้อันเขาพึงสรรเสริญอย่างเดียวไม่มีเลย
แม้พระราชาทั้งหลาย คนบางพวกก็นินทา บางพวกก็สรรเสริญ แผ่นดินใหญ่ก็ดี พระจันทร์และพระอาทิตย์ก็ดี ธาตุมีอากาศเป็นต้นก็ดี คนบางพวกนินทา บางพวกสรรเสริญ
แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ประทับนั่งแสดงธรรมในท่ามกลางบริษัท ๔ บางพวกนินทา บางพวกสรรเสริญ ก็การนินทาและสรรเสริญของพวกอันธพาลไม่เป็นประมาณ แต่ผู้ที่ถูกบัณฑิตผู้มีปัญญาติเตียน จึงชื่อว่าเป็นอันติเตียน ผู้อันบัณฑิตสรรเสริญแล้ว ชื่อว่าเป็นดังนี้แล้ว
"อตุละ การนินทาและสรรเสริญนั่นเป็นของเก่า นั่นมิใช่เป็นเหมือนมีในวันนี้
ชนทั้งหลายย่อมนินทาผู้นั่งนิ่งบ้าง....ย่อมนินทาผู้พูดมากบ้าง
ย่อมนินทาผู้พูดพอประมาณบ้าง... ผู้ไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก..คนผู้ถูกนินทาโดยส่วนเดียว หรือว่าอันเขาสรรเสริญโดยส่วนเดียวไม่ได้มีแล้ว จักไม่มี และไม่มีอยู่ในบัดนี้โดย พี่เณร [14 ก.ค. 2549 , 09:18:19 น.] ( IP = 58.9.141.207 : : )
สลักธรรม 7
หากว่าวิญญูชนใคร่ครวญแล้วทุกๆ วัน สรรเสริญผู้ใด ซึ่งมีความประพฤติไม่ขาดสาย มีปัญญา ผู้ตั้งมั่นด้วยปัญญาและศีล ใครเล่าย่อมควรเพื่อติเตียนผู้นั้น ผู้เป็นดังแท่งทองชมพูนุท แม้เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายก็สรรเสริญเขา ถึงพรหมก็สรรเสริญแล้ว."
ทำเหตุไว้อย่างไร ก็ย่อมต้องได้รับผลอย่างนั้น จึงควรหมั่นระลึกเสมอว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตคือผลผลิตของกรรมที่ได้กระทำไว้เอง แล้วก็หยุดการตอบโต้ที่เป็นการสร้างเหตุอกุศลต่อไป
การถูกนินทาอาจมาจากอกุศลกรรมบถอย่างน้อยสองประการนี้ที่นำมาเป็นตัวอย่าง คือ ปิสุณวาจา และผรุสวาจา
ปิสุณวาจา หมายความว่า คำพูดที่ให้แตกแยก ได้แก่ การพูดส่อเสียด เจตนาให้แตกความสามัคคี ผู้ที่กระทำบาปในข้อนี้จะได้รับผลในภายหลังคือ ชอบตำหนิตนเอง มักถูกกล่าวหาโดยไม่เป็นจริง ถูกบัณฑิตติเตียนเสมอ แตกกับมิตรสหาย
ผรุสวาจา หมายความว่า คำพูดที่หยาบ ได้แก่ การด่าและการแช่ง ผู้ที่กระทำบาปในข้อนี้จะได้รับผลในภายหลังคือ พินาศในทรัพย์ ได้รับฟังแต่เรื่องไม่สบายใจ มีกายและวาจาหยาบ ตายด้วยอาการหลงใหล
พระพุทธองค์สอนให้แผ่เมตตาแก่ผุ้ที่กล่าวร้ายเหล่านั้น
หัดทำใจและยอมรับความจริงว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมดับลงอย่างแน่นอน เสียงนินทาก็ต้องดับไป และก็ควรดับความไม่พอใจที่ใจของตนด้วย อย่าฟุ้งซ่านกับเสียงที่ผ่านไปแล้วเพราะไม่มีอยู่จริงในขณะนี้ ยึดถือมากก็ทุกข์มาก คิดอย่างนี้บ่อยๆก็จะดีขึ้น แล้วอย่าลืมแผ่เมตตาให้ตนเองด้วยครับ.โดย พี่เณร [14 ก.ค. 2549 , 09:22:55 น.] ( IP = 58.9.141.207 : : )
สลักธรรม 8ได้ประโยชน์จากคำถาม-คำตอบทุกข้อ
กราบขอบพระคุณที่ให้ประโยชน์ค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [14 ก.ค. 2549 , 09:46:10 น.] ( IP = 203.172.117.63 : : )
สลักธรรม 9
กราบขอบพระคุณค่ะ
และ
อนุโมทนากับทุกๆท่านค่ะโดย พี่ดา [14 ก.ค. 2549 , 14:28:18 น.] ( IP = 124.121.171.131 : : )
สลักธรรม 10ได้รับความรู้จากการถาม-ตอบ
ขอบพระคุณค่ะโดย เซิ่น [14 ก.ค. 2549 , 22:55:53 น.] ( IP = 58.8.48.161 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |