| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ป่วยแต่ไม่ทุกข์ (ก็ยังได้)
สลักธรรม 1
แต่ไม่นานมานี้ นักวิทยาศาสตร์ผู้หนึ่งลองใช้วิธีใหม่ แทนที่จะคิดค้นตัวยาที่ควบคุมแทรกแซงระบบประสาท หรือการส่งข้อมูลความเจ็บปวดไปที่สมอง เขาหันมาทำงานกับจิตของผู้ป่วย โดยเบี่ยงเบนความสนใจของผู้ป่วยไปยังภาพที่ทำให้รู้สึกเย็นสบายและเพลิดเพลิน
วิธีการก็คือให้ผู้ป่วยใส่แว่นคอมพิวเตอร์ แว่นนี้จะทำให้ผู้ป่วยเห็นภาพเหมือนจริงจากจอคอมพิวเตอร์ราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริง ๆ ภาพเหมือนจริงที่ว่าก็คือภาพภูเขาซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะ ใช่แต่เท่านั้น ภาพนั้นยังเคลื่อนไหวขึ้นอยู่กับการควบคุมคันบังคับในมือของผู้ป่วย แว่นนี้สามารถทำให้ผู้ป่วยมีความรู้สึกราวกับกำลังเล่นสกีหิมะ อยู่ในบรรยากาศที่เย็นเฉียบ
ผลที่เกิดขึ้นก็คือความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนจากแผลไฟไหม้ลดลงไปมาก ยิ่งกว่านั้นแผลยังหายเร็วกว่าปกติ
กรณีนี้น่าสนใจก็เพราะว่า สมองของผู้ป่วยยังรับรู้ความเจ็บปวดอยู่ เพราะระบบประสาทยังถ่ายทอดความเจ็บปวดเหมือนเดิม แต่ตัวผู้ป่วยกลับรู้สึกเจ็บปวดน้อยมาก นั่นเป็นเพราะใจของผู้ป่วยไปสนใจกับสิ่งที่น่าเพลิดเพลิน พูดง่าย ๆ คือ ใจไม่มีที่ว่างให้ความเจ็บปวดแทรกเข้ามาได้ จะเรียกว่าจิต "วาง" ความเจ็บปวดเอาไว้ชั่วคราวก็ได้โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [15 ก.ค. 2549 , 20:02:56 น.] ( IP = 58.9.145.94 : : )
สลักธรรม 2
การระงับปวดด้วยการแก้ที่ใจ แทนที่จะไปจัดการกับระบบประสาท (หรือมิติทางกายภาพ) เป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่สำหรับการแพทย์แผนใหม่ แม้วิธีระงับปวดด้วยแว่นคอมพิวเตอร์จะแพงและไม่สามารถเอาไปใช้ให้แพร่หลายได้ แต่มันก็มีคุณค่าอย่างมากตรงที่ชี้ว่า สุขภาวะกับจิตใจนั้นเป็นเรื่องที่ไม่อาจแยกจากกันได้ ความเกี่ยวโยงนั้นไม่ได้อยู่ตรงที่จิตใจอาจเป็นสาเหตุแห่งความเจ็บป่วยเท่านั้น
แม้แต่ความทุกข์จากความเจ็บป่วยก็ยังขึ้นอยู่กับจิตใจด้วย นั่นหมายความว่าถึงจะป่วย (กาย) แต่ไม่ทุกข์ (ใจ) ก็ได้
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผู้ป่วยมะเร็งเป็นอันมาก มีความสุขมากกว่าคนปกติเสียอีก
ทุกวันนี้มีความเจ็บป่วยมากมายหลายชนิดที่ยังรักษาให้หายไม่ได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าแพทย์จะ "จนตรอก" ยังมีบางสิ่งที่แพทย์ทำได้บางสิ่งที่ว่านี้ ไม่ได้หมายถึงการยืดลมหายใจของผู้ป่วยท่ามกลางความทุกข์ทรมาน
ที่สำคัญกว่านั้นก็คือช่วยให้เขาไม่ทุกข์ ด้วยการใส่ใจกับจิตใจของเขา หรือสนับสนุนให้เขาสามารถดูแลจิตใจตนเองได้ จนความเจ็บป่วยทางกายทำอะไรเขาไม่ได้.
คัดลอกมาจากhttp://www.khonnaruk.com/html/verandah/sh/sh_24.html
![]()
![]()
![]()
โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [15 ก.ค. 2549 , 20:07:28 น.] ( IP = 58.9.145.94 : : )
สลักธรรม 3ขอบพระคุณมากค่ะ
อ่านเรื่องนี้แล้วดูจะตรงกับหน้าที่ที่ต้องกระทำบ่อยๆ
การเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อย้ายอารมณ์ไปอยู่กับเรื่องอื่นๆ ที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวด
และผลลัพธ์ที่ทำให้หลายๆคนมีความสุขได้
โดยไม่สนใจต่อความเจ็บปวดบนความทุกข์ทางกาย
เราก็จะเห็นรอยยิ้มบนทุกขเวทนาเหล่านั้นได้
และนี่ก็เป็นข้อสังเกตได้ว่า กายทุกข์แต่ใจไม่ทุกข์ก็ได้
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นรางวัลเล็กๆสำหรับชีวิตการทำงานของเรา
เพราะอย่างน้อยก็ช่วยให้ใครสักคนพ้นจากความทุกข์ได้ขณะหนึ่งก็ยังดี
และเราก็ดีใจที่เห็นเขามีความสุขได้บ้างโดย น้องอุ๊ [15 ก.ค. 2549 , 21:34:30 น.] ( IP = 125.25.149.68 : : )
สลักธรรม 4เป็นตัวอย่างที่แสดงว่า แม้กายป่วย แต่จิตใจไม่ป่วย ได้
ขอบพระคุณค่ะโดย เซิ่น [16 ก.ค. 2549 , 19:48:03 น.] ( IP = 58.8.44.33 : : )
สลักธรรม 5เมื่อมีความทุกข์ใจเกิดขึ้นก็เบี่ยงเบนไปหาอารมณ์ที่ทำให้เกิดความสุขแทน ความทุกข์ใจก็หยุดลง แต่ก็เป็นความสุขเพียงชั่วคราว ฉะนั้นจะต้องเพียรเจริญสติเจริญปัญญาเพื่อหยุดทุกข์โดยสิ้นเชิง โดย น้องฟู [18 ก.ค. 2549 , 19:06:17 น.] ( IP = 203.113.38.6 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |