มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บทธรรมนำชีวิต..ตอนทางแก้ทุกข์ใจ





โดย.พระธรรมกิตติวงศ์


ทุกข์อย่างนี้แก้ไขได้โดยต้องทำใจให้ได้ เข้าใจชีวิตให้ถูก ให้รู้จักพอเป็น ให้จมเป็น ทำได้แค่นี้ก็ไม่ต้องทุกข์ต่อไป

แต่ถ้ายังทำใจไม่ได้ ยังไม่เข้าใจเรื่องของชีวิต ยังไม่พอ ยังจมไม่ลงอยู่ ก็จะยังเป็นทุกข์ทางใจ เป็นทาสของความคิดร่ำไป

ความรู้สึกนั้นจะกัดกร่อนจิตใจให้เสื่อมถอยให้พร่องลงไปทุกขณะ ทำให้เครียด ทำให้คิดมาก ทำให้กลุ้มใจ ทำให้อยู่อย่างไม่เป็นสุขตลอดเวลาที่ใจยังตัดความรู้สึกนึกคิดอย่างนั้นไม่ได้

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [17 ก.ค. 2549 , 07:07:07 น.] ( IP = 58.9.138.57 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

ขอบพระคุณมากครับ ในเรื่องที่นำมาแนะนำเรื่องการแก้ทุกข์ที่เกิดทางใจครับ

แต่ถึงกระนั้นก็มีบางเรื่องที่เกิดทุกข์ใจขึ้นได้ ที่เนื่องจากความไม่เข้าใจหรือเอาแต่ความรู้สึกของตนเองเป็นที่ตั้งนะครับ เราจะทำอย่างไรดีจึงแก้ไขใจไม่ให้ทุกข์ได้ครับ

เพราะบางครั้งจิตใจของเราเองก็ไม่พร้อมเป็นผู้ให้เลยครับ เพราะอาจอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องการ เพียงความสงบใจเท่านั้นและยังไม่พร้อมแก้ไขใจให้ใคร หรือเรียกว่าขณะนั้นตนเองยังต้องการเพียงการแก้ใจตนเองอยู่ โดยที่ไม่พร้อมแก้ใจให้ใคร

แต่คนอื่นไม่รู้วาระของใจเรา กลับเป็นส่วนเพิ่มเติมความทุกข์ใจให้เรา โดยที่เราไม่สามารถผู้ให้เขาเข้าใจได้นะครับ
ช่วยแนะนำด้วยครับผม.

โดย ทับตะวัน [17 ก.ค. 2549 , 07:16:40 น.] ( IP = 58.9.138.57 : : )


  สลักธรรม 2

สวัสดีครับคุณทับตะวัน

ปัญหาที่คุณบอกเล่ามานั้น พี่เณรเห็นใจนะครับ ที่คุณต้องมีความรูสึกอึดอัดเสมือนพูดไม่ออกบอกไม่ถูกนะครับ ยิ่งถ้าเป็นความรู้สึกส่วนตัวที่กำลังตกอยู่ภายใต้อารมณ์ที่คุณเองก็ยังไม่พร้อมจะรับฟังปัญหาจากคนอื่นๆ หรือไม่พร้อมที่จะเป็นผู้รับฟัง หรือเพียงอยู่ร่วมในที่ๆคนอื่นๆต้องการให้คุณอยู่ด้วยเพียงเพื่อความสบายใจเขา เพราะคุณเองก็ยังตกอยู่ในภาวะจิตใจที่ไม่พร้อม (ใจตนเองก็ยังแย่อยู่)นั้นน่าเห็นใจนะครับ

พี่เณรคิดว่าถ้าเหตุการนั้นๆ คุณไม่สามารถทำอะไรได้ แม้การบอกกล่าวถึงสภาพจิตใจคุณแล้วละก็ คุณก็ต้องใช้ขันติเป็นที่พึ่งไว้ครับเพราะขันตินั้น ช่วยให้สามารถอดทนต่อความทุกข์ใจที่เกิดขึ้นได้นะครับ

และพี่เณรคิดว่า ในไม่ช้าเรื่องต่างๆก็จะผ่านไปได้เองครับ เพียงเรารักษาใจเราให้ดีไว้นั้น เป็นการกระทำที่ถูกต้องแล้วครับผม

โดย พี่เณร [17 ก.ค. 2549 , 07:30:58 น.] ( IP = 58.9.138.57 : : )


  สลักธรรม 3

ขอบพระคุณพี่เณรมากครับ ที่ช่วยตอบคำถามและชี้ทางออกให้ครับ

แต่กระผมใคร่เรียนถามอีกนิดนะครับว่า ถ้าเรื่องแบบเดิมๆนี้ เกิดขึ้นซ้ำๆซากๆละครับเราจะมีวิธีอย่างไรดีครับ เพราะถ้าเราจะใช้แต่ความอดทนๆอยู่ฝ่ายเดียว โดยที่เราไม่มีโอกาสชี้ชัดให้ผู้อื่นเห็นว่าเรายังไม่พร้อมแล้วนั้น เหตุการแบบนี้ก็จะมีมาอีกได้เสมอนะครับ เพราะเขาไม่เพียรพยายามที่จะเข้าใจเรานะครับ และเลือกกระทำในสิ่งที่ใจเขาต้องการโดยไม่ล่วงรู้ถึงใจเราว่าเราต้องการอะไรในขณะนั้นนะครับ.

โดย ทับตะวัน [17 ก.ค. 2549 , 07:36:06 น.] ( IP = 58.9.138.57 : : )


  สลักธรรม 4

โอโห...ปัญหาหนักนะครับนี่ พี่เณรชักกลุ้มใจไปด้วยแล้วซิครับ

เรื่องนี้ดูจะยากนะครับ กับการที่จะทำให้ใครเข้าใจเรานะครับ เพราะถ้าเขาเข้าใจได้เสียอย่างเดียว เขาก็จะเกรงใจเราแน่นอนแต่เพราะความที่เขาไม่เข้าใจ หรือไม่ยอมเข้าใจนี้ซิครับ ทำให้โลกแห่งการอยู่ร่วมกันนั้น มีแต่เรื่องและปัญหามากมายจริงๆเลยครับ

นี่ก็เป็นมูลเหตุที่ชี้ชัดได้อีกอย่างหนึ่งว่า ชีวิตเป็นทุกข์ไงครับ จึงควรเร่งรีบชำระกิเลสอาสวะให้หมดไปโดยเร็วเพื่อไม่ต้องมีชีวิตที่เวียนว่ายตายเกิดไงครับ จบสิ้นแน่ปัญหาแห่งทุกข์ทั้งหลายนะครับ

และสิ่งที่ทำได้ระหว่างทางชีวิตก็คือ มีความอดทน ฝึกฝนสติปัญญา คิดพิจรณาให้ถูกตามสภาวะความจริงที่เราต้องได้รับอยู่นะครับ คือ..

ที่กระทบคือวิบาก
แต่ที่กระทำนั้นคือกรรม


และมองอารมณ์คนอื่นๆที่เข้ามา เหมือนคลื่นลูกเล็ก หรือลูกใหญ่ ที่โถมเข้ามาท้าแรงใจของเรานั่นเองนะครับ และขอเพียงให้เรามีแรงใจที่มั่นคงด้วยขันติธรรมเข้าไว้ และก้าวเดินต่อไปด้วยศรัทธา

ชีวิตแต่ละคนก็ไม่มีเวลานานมากมายหรอกนะครับ เราไม่ตายจากเขา เขาก็ตายจากเราไป ก็แค่นั้นเอง เพียงละครฉากสั้นๆนะครับคุณทับตะวัน



โดย พี่เณร [17 ก.ค. 2549 , 07:51:20 น.] ( IP = 58.9.138.57 : : )


  สลักธรรม 5

ต้องขอบพระคุณอย่างมากเลยครับพี่เณร ที่บอกทางสว่างให้ครับ

และจะพยายามอดทนต่ออารมณ์ที่เข้ามาสู่ชีวิตให้ได้มากขึ้นครับ ดีมากเลยนะครับในข้อคิดที่ว่า เราไม่ตายจากเขา เขาก็ตายจากเราไป ก็แค่นั้นเอง เพียงละครฉากสั้นๆซึ่งเป็นความจริงที่สุดเลยครับ

แต่การที่เราจะหยุดใจเลิกคล่องแวะไปในในเรื่องต่างๆที่ผ่านเข้ามานี้นั้น ห้ามใจยากนะครับ เพราะเมื่อรับฟัง รับรู้มาแล้วก็กลับมาคิดนึกกลุ้มใจเป็นประจำครับ ทำให้เกิดโรคเก่าๆขึ้นมาอีกครับ นั่นก็คือโรคเบื่อนะครับผม

ยิ่งชีวิตของผมนั้น มีเรื่องที่ต้องแก้ปัญหาให้กับคนอื่นๆ ไม่ใช่เพียง ๔ - ๕ คนนะครับมีมากกว่านั้น ทั้งปัญหาการศึกษา ปัญหาสุขภาพ ตลอดจนปัญหาครอบครับ บางครั้งรู้สึกว่าตนเองนั้นหมดเวลาดูแลใจตนเองไปเลย จะมีก็เพียงตอนกลับเข้าบ้านเท่านั้นครับ

จึงรู้สึกไปกับเพลงที่ว่า..บ้านคือวิมานของเรา..ได้เลยครับ แต่บ้างเวลาความอึดอัดคับใจก็คืบคลานมาถึงเรือนชานเข้าอีกนะครับ แต่เมื่อพี่เณรได้บอกทางให้แล้ว ผมก็จะพยายามกระทำที่ใจให้ถึงที่สุดครับผม

กราบขอบพระคุณพี่เณรอีกครั้งครับ และที่อดชื่นใจไม่ได้ก็คือ การได้ศึกษาเล่าเรียนมาในการฝึกตนให้เป็นคนดี ตามหลักธรรม ทำให้ผมมีความสามารถเข้าใจในสภาพธรรมได้บ้าง และมีจิตที่พร้อมยอมรับรู้ เรื่องราวที่พี่เณรสอนมานั้นได้(คือเข้าใจ)ดีนะครับ

เพราะถ้าขาดความเข้าใจเสียแล้ว ชีวิตอับเฉากับอารมณ์แน่เลยนะครับพี่เณร.

โดย ทับตะวัน [17 ก.ค. 2549 , 09:56:07 น.] ( IP = 58.9.142.187 : : )


  สลักธรรม 6

ด้วยความยินดีครับ คุณทับตะวัน พี่เณรพร้อมที่จะช่วยแก้ไขเสมอ ถ้าโอกาสเหมาะสม

ที่ต้องพูดเช่นนี้ก็เพราะ พี่เณรเองก็ต้องอาศัย ความพร้อม เวลา และโอกาส ด้วยนะครับ เพราะใช่ว่าพี่เณร จะมีความสามารถช่วยแก้ไขปัญหาให้คุณทับตะวันได้ตลอดไปนะครับ

ก็เพราะเหตุที่ว่า คนเรานั้นต้องมีเวลาสำหรับการงานของชีวิตตนเองด้วย เพื่อสะสางงาน สะสางใจของตนนั่นเอง ซึ่งในขณะนี้พี่เณรเอง ก็กำลังมีเวลาให้แก่การตอบคำถามตามกำลังที่ตนมีนะครับ พอดีคุณทับตะวันถามเข้ามาในเวลาที่พี่เณรมอบให้พอดี พี่เณรถึงตอบได้อย่างสบายๆนะครับ

แต่ถ้าหากการถามของคุณทับตะวันนั้น อยู่ในเวลาที่พี่เณรไม่พร้อมตอบ คือมีงานอื่น เรื่องอื่นที่พี่เณรต้องทำแล้วละก็ พี่เณรคงตอบให้ไม่ได้เหมือนกันครับ

ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างนั้น ต้องดูที่ความเหมาะสมประกอบด้วยนะครับคุณทับตะวัน เมื่อเราทำอะไรๆด้วยความเหมาะสม ดูเวลา ดูโอกาส ดูแม้กระทั่งใจเขาใจเราได้ละก็ พี่เณรว่า ปัญหากลุ้มใจ หนักใจกันคงน้อยมากๆเลยนะครับคุณทับตะวัน

แต่ทุกวันนี้คนเราไม่ค่อยจะนึกถึงใจเขา แต่ทำตามใจเรากันส่วนมาก ความยุ่งยากจึงมีมากจริงๆครับ

แต่อย่างไรพี่เณรก็ขอเป็นกำลังใจให้ ในการใช้ชีวิตดำเนินไปตามทางแห่งความถูกต้องชอบธรรมนะครับคุณทับตะวัน.


โดย พี่เณร [17 ก.ค. 2549 , 10:10:54 น.] ( IP = 58.9.142.187 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณทุกๆท่านค่ะ

อ่านการสนทนาธรรมได้ประโยชน์มากๆ ค่ะ

เป็นการแก้ทุกข์ที่เกิดขึ้นทางใจนั้น ต้องอาศัยหลักธรรมหลายๆ ข้อ ที่จะช่วยรักษาใจไว้ให้ดี

แม้จะแก้ไขให้ปัญหาคลี่คลายลงไปได้ แต่ก็จะมีเรื่องใหม่เข้ามาให้เราแก้ไขอีก ไม่จบสิ้น จึงเป็นสิ่งที่ชี้ว่า...ชีวิตเป็นทุกข์

โดย เซิ่น [17 ก.ค. 2549 , 12:32:30 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 8


คารวะท่านพี่เณร และสวัสดีคุณทับตะวันครับ


เณรจิ๋วได้อ่านการถามตอบธรรมะของท่านทั้งสองแล้วก็ได้รับประโยชน์ไปหลายอย่างเลยครับ


อย่างหนึ่งก็คือ ได้กลับมาทบทวนตัวเองว่า เราได้ให้พื้นที่ทางความคิดกับคำว่า"ใจเขาใจเรา"มากน้อยแค่ไหน บางครั้งเราหวังที่จะให้ "เขา"มาเข้าใจ"เรา"มากจนเกินกว่าที่"เรา"จะพยายามเข้าใจ"เขา" หรือเปล่า จริงอยู่ว่าผู้ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น"ผู้ให้"นั้นย่อมพร้อมที่จะ"ให้"ด้วยความเมตตาเสมอ แต่ "ผู้ให้"เองก็ย่อมจะต้องการเวลาส่วนตัวในการสงบใจ เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเป็น"ผู้ให้"ได้อย่างสมบูรณ์ต่อไปด้วยเหมือนกัน


การพยายามเข้าใจผู้อื่นนั้นอาจจะยากมากก็จริง แต่เณรจิ๋วก็จะพยายามใช้ธรรมะขัดเกลาจิตใจตัวเองและพยายามปลูกฝังให้ตัวเองเป็นคนที่เข้าใจ "จิตใจของผู้อื่น" ให้ได้เหมือนอย่างที่พี่เณรบอกไว้นะครับ

อนุโมทนากับพี่เณรและคุณทับตะวันด้วยครับ

โดย เณรจิ๋ว [17 ก.ค. 2549 , 16:26:56 น.] ( IP = 161.200.50.200 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณคุณทับตะวัน และพี่เณรมากค่ะ
อ่านไปก็พยายามนึกว่าอะไรคือทางแก้ไขที่ดีที่สุด

เมื่อบุคคลหนึ่งคาดหวังว่า เราจะเป็นที่พึ่งได้
และผู้ให้ไม่พร้อมที่จะเป็นผู้ให้ได้ตลอดเวลา

มันเป็นเรื่องยากจริงๆ

แต่ยังไงเชื่อว่าหัวใจของผู้ที่เคยให้ย่อมมีความเมตตาอยู่เสมอ

เพียงแต่ขอความเป็นตัวเองมาสลับคั่นบ้าง
เพื่อเติมพลังให้จิตตนเอง

แต่ยังไงน้องอุ๊คงต้องฝึกจิตของตนให้มากขึ้น
หัดเข้าใจผู้อื่นให้มาก
หัดพึ่งตัวเอง หัดดูตนเอง ปลอบและแก้ปัญหาด้วยตนเองได้

ขอบพระคุณค่ะที่ยกรูปแบบปัญหามาให้ฝึก

โดย น้องอุ๊ [17 ก.ค. 2549 , 16:59:54 น.] ( IP = 221.128.90.149 : : )


  สลักธรรม 10

ขอบคุณทุกๆท่านที่เข้ามาอ่านครับ และขออนุโมทนากับความตั้งเจตนาไว้ดีแล้ว ในการที่จะเพียรพยายามกระทำทุกอย่างแบบเรียกว่ามีสติคิดให้รอบคอบก่อนทำ ไม่ทำอะไรตามใจตนเองเกินงามนะครับ

การที่เราจะสามารถเป็นผู้ประพฤติดี ประพฤติชอบและไม่กระทำสิ่งใดพลาดง่ายๆในการที่จะทำให้ผู้อื่นต้องทุกข์ใจนั้น จริงแล้วเป็นเรื่องไม่ยากเลยนะครับพี่เณรว่า..

เพียงลดความปรารถนาของตนเองเองลงให้มากเท่านั้นเองครับ ไม่ว่าจะเป็นความปรารถนาในสิ่งต่างๆ หรือปรารถนาในความต้องการสุขใจที่เกี่ยวข้องกับคนอื่นหรือสิ่งของก็ตาม ถ้าเราหมั่นระลึกว่า..

เขากับเราไม่เหมือนกัน สุขเขาสุขเรายิ่งไม่เหมือนกันเลย สิ่งที่เราสุขสิ่งเดียวกันนั่นละครับอาจเป็นทุกข์สำหรับเขาได้ และสิ่งที่เราชอบหรือต้องการเขาอาจไม่ชอบและไม่ต้องการก้ได้นะครับ

เมื่อทำใจได้จะสบายจริงๆ นั่นหมายถึงตัวเราเองจะได้ไม่ต้องเสียใจในสิ่งที่ตนเองคาดหวัง และไม่ต้องมานั่งแก้ไขอะไรๆ อีกทั้งยังมีจิตใจเบิกบานได้ทุกสถานที่ ก็เพราะเรานั่นรู้จักความจริงของชีวิตและคิดถูก จึงไม่เอาชีวิตไปผูกกับใครและสิ่งใดให้ทุกข์นั่นเองครับผม.

ขอบคุณทุกคนเลยนะครับ และพี่เณรก็จะเป็นกำลังใจให้ตลอดไปด้วย ในการก้าวเดินไปในเส้นทางแห่งความดีนะครับ.

โดย พี่เณร [18 ก.ค. 2549 , 08:44:43 น.] ( IP = 58.9.140.183 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org