| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ปกิณณกาภิธรรมปุจฉาพยากรณ์ (๓๐)
![]()
ตอนที่ผ่านมา
ปกิณณกาภิธรรมปุจฉาพยากรณ์ (๓๐)
โดย พระครูศรีโชติญาณ (พระมหาแสวง โชติปาโล)
ถาม ขณะพระอริยะทำผลสมาบัติ กิเลสของพระอริยะผู้อเสขะก็หมดแล้วมิใช่หรือ ? ถ้ากระนั้นมีวิรตีไปเพื่ออะไร ?
ตอบ ใช่ ! เท่าที่มีวิรตีไว้อีกนั้น ก็หาได้มีไว้เพื่อฆ่ากิเลสอย่างใดอย่างหนึ่งก็หาไม่ แต่เพราะผลจิตฝ่ายโลกุตตรนั้นรับอารมณ์คือนิพพาน ต่อมาจากโลกุตตรมรรคจึงมีวิรตีติดมาด้วย วิรตีที่เกิดในผลจิตนี้เรียกว่าโลกุตตศีล ซึ่งมีอุปมาดุจเจ้าหน้าที่หลังจากปราบข้าศึกสงบแล้ว ก็คอยดูแลชมความสุขที่ประชาชนกำลังเสวยอยู่ฉะนั้น ฯ
โดย ศาลาธรรม [20 ก.ค. 2549 , 07:25:19 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 1
ถาม วิรตีเจตสิกทั้ง ๓ นั้น ไม่เกิดกับวิบากมิใช่หรือ ? แต่ทำไมจึงไปเกิดในโลกุตตรวิบากได้เล่า ?
ตอบ เท่าที่เกิดได้นั้น ก็เพราะมีลักษณะที่จะพึงเกิดได้หลายอย่าง คือ :- ๑. โลกุตตรวิบากนั้นมีอยู่ในวิถีเดียวกับมรรค ๒. มีอารมณ์คือนิพพานอย่างเดียวกันกับมรรค ๓. อยู่ในชวนะเดียวกันกับมรรค ๔. มีกิจเหมือนกันกับมรรค เว้นแต่ผลจิตของอาทิกรรมิกอริยบุคคลนั้น มีความสุขน้อยกว่าผลจิตซึ่งเกิดขึ้นในขณะทำผลสมาบัติเท่านั้น อุปมาผลซึ่งเกิดขึ้นหลังจากมรรคนั้น มีความสุขไม่ต่างอะไรกับการต่อสู้กับข้าศึก ขณะต่อสู้กับข้าศึก เหมือนกับมรรคทำการประหารกิเลส เมื่อทราบว่าข้าศึกที่ต่อสู้นั้นตายรู้สึกสบายใจ แต่ความสบายนั้นก็ไม่สู้จะสนิทนัก เพราะข้าศึกเพิ่งจะตายไป ใจยังรู้สึกตุ๋ม ๆ ต่อม ๆ อยู่ เหมือนผลเกิดในลำดับมรรค แต่ความสุขสบายซึ่งเกิดมีแก่ผู้ที่ห่างไกลข้าศึกมานานแล้วนั้น เป็นความสุขที่สงบหาสิ่งใดที่จะเทียบไม่ได้ เหมือนผลซึ่งเกิดแก่พระอริยะผู้เข้าชมผลสมาบัติฉันนั้น มีความสุขมาก ประหนึ่งเทพเสวยทิพยสมบัติก็ปานกัน ฯ
โดย ศาลาธรรม [20 ก.ค. 2549 , 07:30:45 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 2
ถาม มรรคจิตเป็นทุกขสัจจะด้วยหรือเปล่า ? ถ้าไม่เป็นแล้วจะถูกนิโรธดับด้วยหรือไม่ เพราะตามหลักก็ดับทุกขสัจจะกับสมุทัยสัจจะเท่านั้น ?
ตอบ เปล่า! ไม่ถูกดับมรรคจิตเป็นทุกข์จริงอยู่ แต่ไม่ใช่ทุกขอริยสัจจ์ เพราะมรรคจิตนี้มิได้อยู่ใจกิจใดกิจหนึ่งของอริยสัจจ์ แต่มรรคจิตเกิดเพราะมีนิพพานเป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัยต่างหาก ฯ โดย ศาลาธรรม [20 ก.ค. 2549 , 07:32:31 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 3
ถาม บุคคลที่มีอาชีพเป็นมิจฉาชีพแล้ว แต่อาจมีสัมมากัมมันตะและสัมมาวาจา ในบางคราวหรือการงานของเขาจะเป็นสัมมากัมมันตะ ในบางครั้งจะได้บ้างไหม?
ตอบ สามารถมีได้ เช่น บางคนมีอาชีพเป็นมิจฉา คือฆ่าสัตว์หรือค้าขายน้ำเมาเป็นนิจ แต่บางครั้งเขามาทำบุญเป็นสัมมากัมมันตะ หรือเปล่งวาจารับศีลเป็นสัมมาวาจในบางครั้งก็มี อย่างนี้เรียกว่าไม่เกี่ยวกับอาชีพ ส่วนทางชั่วตรงกันข้าม โดย ศาลาธรรม [20 ก.ค. 2549 , 07:35:48 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 4
ถาม นิพพัตติลักษณะ ๒๕ คืออะไรบ้าง?
ตอบ รูปขันธ์มี ๕ คือ อวิชชา - ตัณหา - กรรม - อาหาร - ลักษณะที่รูปเกิดอีก ๑ จึงรวมเป็น ๕ ลักษณะ เวทนาขันธ์มี ๕ คือ อวิชชา - ตัณหา - กรรม - นามรูป - ลักษณะที่มีวิญญาณเกิดอีก ๑ จึงรวมเป็น ๕ เงื่อนเกิดมี ๕ ลักษณะ ๕ ขันธ์จึงรวมเป็น ๒๕ ส่วนเงื่อนดับหมายถึง ๒๕ ลักษณะดับลงจึงรวมเป็น ๕๐ คือ เงื่อนเกิด ๒๕ เงื่อนดับ ๒๕ = ๕๐ ฯ โดย ศาลาธรรม [20 ก.ค. 2549 , 07:36:09 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 5
ถาม ในปฏิจจสมุปปาทพูดว่า วิญญาณให้เกิดนามรูป แต่ในนิพพัตติลักษณะแห่งอุทยัพพยญาณพูดว่า นามรูปเป็นเหตุให้เกิดวิญญาณ ทั้ง ๒ นัยนี้ มีความต่างกันอย่างไร?
ตอบต่างกันอย่างนี้คือ :- วิญญาณในปัจจยาการท่านหมายถึง ปฏิสนธิวิญญาณ ส่วนในนิพพัตติลักษณะนั้น ท่านหมายถึง ปวัตติวิญญาณ นามเป็นปัจจัยให้เกิดรูป เข่น จิตเป็นเหตุให้เกิดรูปข้างหน้าต่อไป นามเจตสิกเป็นปัจจัยให้เกิดจิต เช่น โลภเจตสิกเป็นเหตุให้เกิดโลภจิต รูปให้เกิดนาม เช่น จักขุวัตถุรูปเป็นปัจจัยให้เกิดจักขุวิญญาณโดยวัตถุปุเรชาตปัจจัย ทั้งนี้หมายเฉพาะนามรูปให้เกิดวิญญาณขันธ์ ฯ โดย ศาลาธรรม [20 ก.ค. 2549 , 07:36:32 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 6
ถาม วิถีของอารมณ์ที่ว่ามี ๔ นั้น คืออะไรบ้าง และวิถีนั้น ๆ หมายถึงอะไร?
ตอบ มี ๔ อย่างคือ :- ๑. สัททวิถี ๆ ของเสียง ๒. สุทธวิถี หมายถึง โสตวิญญาณได้ยินเสียง ๓. อนุวัตตกวิถี หมายถึง จิตตั้งแต่สัมปฏิจฉันนะไปจนถึงสันตีรณะ ๔. อัตถวิถี หมายตั้งแต่โวฏฐัพพนะไปจนถึงชวนะนี้เป็นวิถีของอารมณ์ทางโสตทวารเป็นตัวอย่าง ฯ โดย ศาลาธรรม [20 ก.ค. 2549 , 07:36:53 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 7
ถาม ตามธรรมดาตัณหาจะเกิดก็ย่อมอาศัยสุขเวทนาและอุเบกขาเวทนาเกิด มิใช่อาศัยทุกข์หรือโทมนัสเกิดมิใช่หรือ ถ้าเช่นนั้นในขณะตนมีโทสะ เวทนาไม่เป็นสุขอย่างนี้ ตัณหาจะไปอาศัยเกิดอย่างไร ?
ตอบ ความจริง มิใช่ตัณหาจะอาศัยโทมนัสเวทนาขณะโกรธเกิดก็หามิได้ ขอให้นึกถึงหลักของธรรมดาก่อนว่า โกรธจะเกิดขึ้นจะต้องเกิดมาแต่ความไม่สมหวังในสิ่งที่ตนปรารถนา ตนปรารถนาในสิ่งใด ตัณหาก็เกิดในสิ่งนั้นเป็นเหตุอยู่ก่อนแล้ว แต่พอไม่สมหวังโกรธก็เกิดเป็นตัวกรรมขึ้น แล้วเป็นตัวผล ฉะนั้นโทสะท่านจึงจัดเป็นตัวผล ฯ
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย ศาลาธรรม [20 ก.ค. 2549 , 07:37:15 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 8มาศึกษาต่อ..ขอบคุณมากค่ะ โดย เซิ่น [20 ก.ค. 2549 , 20:20:06 น.] ( IP = 58.8.46.111 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |