มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความรู้สึกของพ่อ




ความรู้สึกของพ่อ


ในช่วงนี้ เชื่อว่าทุกๆ ท่านต่างก็มีจิตใจจดจ่ออยู่กับพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย” ที่สถิตอยู่ในจิตใจของทุกคน

ภาพที่พระองค์ท่านทรงยกกล้องเพื่อที่จะถ่ายรูปพสกนิกร ทั้งๆที่ทรงพระราชดำเนินยังไม่ถนัดนั้น บ่งบอกถึงความผูกพันที่พระองค์ท่านมีต่อประชาราษฎร์

หลายๆ ครั้งที่นั่งคอยสดับรับฟังข่าว พร้อมๆกับความเต็มตื้นในใจที่เห็นเหล่าพสกนิกรแสดงความจงรักภักดี เพราะนั่นก็คือ ความรู้สึกของเราเช่นกัน เป็นความรู้สึกประดุจลูกๆ ที่ห่วงใยพ่อ

แต่ในขณะเดียวกันนั้นลูกๆ อาจไม่รู้เลยว่า พ่อนั้นห่วงใยลูกเสียยิ่งกว่า ความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นเมื่อท่านอาจารย์เล่าเรื่องหลวงพ่อให้ฟัง

โดย วยุรี [24 ก.ค. 2549 , 07:21:43 น.] ( IP = 58.9.138.252 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

เมื่อก่อนเคยสงสัยนักว่า ทำไม ? หลวงพ่อจึงวางเฉยได้ในทุกๆ เรื่อง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดี หรือไม่ดี
ไม่ว่าลูกจะทำผิดครั้งแล้ว ครั้งเล่า
หรือไม่ทำตามสัญญาที่ได้ให้ไว้กับหลวงพ่อ
ไม่ว่าหลวงพ่อจะเตือนแล้วเตือนอีก แต่ลูกก็ยังไม่ปฏิบัติตาม

หลวงพ่อก็ไม่เคยโกรธ...ยังคงให้ความรัก ความเมตตา ห่วงใยอย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่าจะวันนี้จะไม่ได้พบ ไม่ได้ยินเสียงจากคำสอนของพ่อ แต่พวกเราลูกๆ ทุกคนมักจะได้รับคำเตือนผ่านมาทางท่านอาจารย์เสมอ

...สิ่งที่ได้รับฟังทำให้ได้คำตอบ ในเรื่องที่เคยสงสัยคำพูดของหลวงพ่อที่ว่า “พ่อไม่เคยเชื่อลูกเลย เพราะลูกของพ่อเชื่อถือไม่ได้” พ่อจึงไม่เสียใจ และไม่ผิดหวัง (ในยามที่ลูกไม่ทำตามสัญญา)

เพราะ พ่อเองเคยสอนลูกว่า....อย่าชมใครว่า ดี และ...อย่าติใครว่า ชั่ว

ลูกพ่อ ก็เป็นคนดี แต่เป็นคนดีอย่างปุถุชน (คือยังเปลี่ยนแปลงได้ และดีก็ดีแค่บางอย่าง และบางเวลาเท่านั้น)

ฟังแล้ว เป็นยังไงบ้าง ?

แต่ถึงลูกจะเป็นอย่างไร พ่อก็ยังเป็นห่วงลูกเสมอ ท่านอาจารย์เล่าว่า....

โดย วยุรี [24 ก.ค. 2549 , 07:27:58 น.] ( IP = 58.9.138.252 : : )


  สลักธรรม 2

หลวงพ่อบอกว่า...

ความกลัวเป็นทุกข์
ความโกรธเป็นโทษ
ความเพลิดเพลินเป็นภัย

ความเพลิดเพลินเป็นอันตรายที่สุด เพราะความเพลิดเพลิน ความมักมาก เป็นโลภะ (เป็นตัวสมุทัย)

จิตตั้ง ๑๒๑ ดวง แต่โทสะซึ่งมีแค่ ๒ ดวงจะมีอิทธิพลมากเหลือเกิน

ครั้งหนึ่ง....พราหมณ์ไปถามพระพุทธเจ้าว่า “แก่ป่านนี้แล้ว ทำอย่างไรถึงจะมีความสุข” พระพุทธองค์ทรงตอบว่า

“ฆ่าความโกรธแล้ว จึงไม่เศร้าโศก ฆ่าความโกรธเสียแล้ว ความเศร้าโศกจะมาจากไหนล่ะ แต่เพราะความโกรธมีรากเป็นพิษ มียอดหวาน...”

“...ที่ใดมีการโต้แย้ง ที่นั่นย่อมไม่มีใครรู้แจ้ง” ....จึงควรชี้แจงด้วยเหตุผล

ความทุกข์ของเมื่อวาน...ก็ควรจะเพียงพอแล้วสำหรับเมื่อวานนี้

สิ่งที่มันล่วงไปแล้ว ก็ให้มันล่วงไป

อนาคตยังมาไม่ถึง ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อพรุ่งนี้จะได้มีอะไรดีๆ ให้ได้ทำต่อไป

แล้วพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันนี้ มะรืนนี้ก็จะไปเป็นวันพรุ่งนี้ต่อไปอีก

ลูกต้องอดทนได้ รอคอยได้ด้วยความฉลาดในความคิด แล้วจิตจะมีพลัง มีความสามารถขึ้นมาอีก จิตที่ฝึกดีแล้วจะนำประโยชน์มาให้

ความคิดความรู้สึก และการกระทำนี้ เป็นการฝึกจิตใจของเราเอง ให้มีความแกล้วกล้า และแข็งแรงขึ้น แล้วความสับสนความคับแค้น และสิ้นหวังที่เกิดขึ้นในจิตใจก็จะค่อยๆ หมดไป

ต่อไป ความรู้สึกตัว สติ ปัญญาของเราก็จะแหลมคมขึ้น จะรู้ทันคนขึ้น ทันคนและทันเหตุการณ์อยู่เสมอ

จะรู้ว่าอะไรเป็นประโยชน์ อะไรที่มิใช่ประโยชน์ ควรมิควรที่เราจะเข้าไปข้องเกี่ยวด้วย หรือหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่เป็นสาระ
จะคิดเป็น พูดเป็น ทำเป็นมากขึ้นกว่าเดิม

และจะรู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับชีวิตของเราที่ยาวออกไปให้มีชีวิตชีวา และมีประโยชน์

โดย วยุรี [24 ก.ค. 2549 , 07:37:10 น.] ( IP = 58.9.138.252 : : )


  สลักธรรม 3

เวลาของเราเหลือน้อยเหลือเกิน ที่สุดของความรัก ที่สุดของการอยู่ร่วมกัน ใกล้เข้ามาแล้ว

ความพลัดพรากจากกันย่อมมาถึง ชีวิตย่อมสูญสิ้นดับลง ร่างกายที่ไร้วิญญาณทอดลงสู่ดิน จิตดับลง วิญญาณออกจากร่าง (จิต เจตสิก กัมมชรูปดับ) เหลืออะไรไว้บ้าง ? เอาอะไรไปได้บ้าง ? ขอให้ลูกๆ ได้พิจารณา แล้วจะประจักษ์ด้วยจิตของลูกเอง ! และ อย่าลืมว่า

ความสุข ...ยัดเยียดให้ใครไม่ได้ เพราะความสุขของคนเราไม่เหมือนกัน

ประโยชน์ ...ก็ยัดเยียดให้ใครไม่ได้ เพราะคนเรารู้จักคำว่า “ประโยชน์” ได้ไม่เท่ากัน (ในคำว่า “ประโยชน์” ยังมีความต่างระดับกัน)

นี่คือความเป็นห่วงของพ่อที่ได้รู้ว่า ขณะนี้ลูกๆ ต้องตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่พร้อมจะเกิดอกุศลได้ง่ายๆ ท่านจึงฝากคำเตือนมาให้

โดย วยุรี [24 ก.ค. 2549 , 07:42:42 น.] ( IP = 58.9.138.252 : : )


  สลักธรรม 4

ไม่เพียงแค่ลูก(ศิษย์)เท่านั้นที่ได้รับความปรารถนาดีเช่นนี้ แม้ครอบครัว และหลานๆ ท่านก็ให้ความเมตตาปรานีโดยเสมอเหมือนกันหมด อย่างเช่น เร็วๆ นี้จะมีหลาน(ลูกของลูกศิษย์ท่านหนึ่ง)จะต้องเดินทางไปต่างศึกษาประเทศ ก็ได้รับคำสอนคำเตือนใจจากหลวงพ่อเช่นเดียวกัน

พ่อมีคำเตือนฝากไปว่า...

การที่เราจะมีชีวิตที่ดีนั้น นอกจากอาศัยหลักธรรมเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตเป็นสำคัญแล้ว อีกประการหนึ่งคือ การมีความรู้ทางโลกที่มากพอ...พอที่จะประกันชีวิตให้มีหน้าที่การงานประจำนำมาซึ่งการมีหลักฐาน ที่พอจะอยู่รอดได้ในสังคมนี้

ดังนั้นการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอในวิชาการแขนงต่างๆที่โลกนี้ต้องการนั้นก็เป็นสิ่งจำเป็นมากอีกเช่นกัน

การที่ลูกจะต้องไปเรียนถึงต่างถิ่นต่างเมืองนั้น ก็ต้องมีความอดทนต่อสู้กับความลำบาก ที่ว่าลำบากนั้นก็คือ ความเป็นอยู่ที่ไม่คุ้นเคย อีกทั้งภาษาและวัฒนธรรมก็ต่างกับบ้านเราเมืองเรา ลำบากที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับสิ่งใหม่เหล่านั้นนั่นเอง

ต้องอดทนนะลูกนะ อดทนพากเพียรเอาวิชาความรู้มาสู่ตนให้มากๆ เพื่อตนเองจะได้มีรากฐานที่มั่นคงในการก้าวเดินไปบนถนนที่มีแต่ความแข่งขัน ถนนสายนี้ คนเก่งอยู่ได้อย่างสบาย แต่ถ้าจะให้สบายจริงๆ แล้ว ต้องสบายและต้องปลอดภัยด้วย

ลูกจะต้องทั้งเก่ง และดีในตนเองเก่งของพ่อไม่ใช่ให้ไปชนะใคร หรือมีคะแนนมากที่สุด นะลูก
แต่พ่อหมายถึง เก่งที่จะชนะความเกียจคร้านได้ เก่งที่จะทำงานที่เป็นหน้าที่ของตนได้อย่างสม่ำเสมอ การงานไม่คั่งค้าง นั่นคือเป็นผู้มีความรับผิดชอบไงลูก

ส่วน ดีในตนเอง ก็คือ มีจิตใจที่สมบูรณ์ด้วยศีลธรรม มีเมตตากรุณา และที่ยิ่งใหญ่ ก็คือ เป็นผู้เพียรละบาป มีชีวิตเป็นบุญนั่นเอง

โดย วยุรี [24 ก.ค. 2549 , 07:51:15 น.] ( IP = 58.9.138.252 : : )


  สลักธรรม 5

มีเช่นนี้ละลูก ชีวิตจะปลอดภัยได้ พ่อจะไปหา และคุ้มครองลูกเสมอ ไม่ต้องห่วงว่าจะไปไกลแล้วจะไม่มีใครดูแล พ่อไปหาแน่ๆ นะลูก

ขอให้ลูกไปดีมาดี มีความสำเร็จมาฝากพ่อนะลูก



พ่อเสือ
๒๑ กรกฎาคม ๒๕๔๙




อ่านแล้วทำให้นึกถึงคำที่พ่อเคยสอนพวกเราว่า ...พ่อไม่เคยสอนให้ใครหนีมาบวช แต่สอนให้รู้จักนำธรรมะไปใช้ให้ถูก ใช้ให้เป็นประโยชน์กับชีวิต

ทางโลกก็ไม่ให้ช้ำ ทางธรรมก็ไม่ให้เสีย
ผู้ที่มีธรรมะในใจ ย่อมอยู่ได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขทั้งทางโลก และทางธรรม

ท่านอาจารย์ได้ตั้งคำถามว่า ทำไมหลวงพ่อจึงไม่เรียกว่าหลาน... น่าจะเรียกว่าหลานมากกว่าลูก

หลวงพ่อให้เหตุผลว่า คำว่า หลาน บอกให้รู้ถึงความห่างออกไปอีกชั้นหนึ่ง เพราะเป็นลูกของลูก ใครๆ อาจคิดว่าคนแก่จะรักหลานมากกว่าลูก แต่ความผูกพันนั้น พ่อ-ลูกย่อมผูกมากกว่า ปู่-หลาน

...ทำให้นึกถึงคำว่า ห่วง 3 ที่ทำให้คนเราไม่เป็นอิสระ คือ

๑. ห่วงผูกคอ คือ ลูก
๒.ห่วงผูกแขน คือ เมีย
๓. ห่วงผูกขา คือ บ้าน และทรัพย์สมบัติ

ฉะนั้นคนเราจึงห่วงลูกเป็นที่สุด และเป็นห่วงเป็นอันดับแรกด้วย

“สำหรับพ่อแล้ว แม้จะเรียกใครว่าหลานก็ตาม นั่นก็แค่คำพูด แต่สำหรับความรู้สึกของพ่อแล้ว ทุกๆคนคือลูกของพ่อ เป็นลูกที่พ่อจะต้องคอยดูแล...”

จึงขอนำความเป็นห่วงของหลวงพ่อที่มีต่อพวกเราลูกๆทุกคน (ที่ได้รับฟังจากท่านอาจารย์) มาฝากทุก ๆท่าน

ลูกขอกราบถวายกุศลทั้งมวลเป็นเครื่องบูชาพระคุณด้วยความระลึกถึงพระคุณของหลวงพ่อเป็นอย่างยิ่ง

และ...
ขออำนาจแห่งพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆทั่วสากลโลก ตลอดจนเหล่าเทวาอารักษ์ทุกชั้นฟ้า จงมาร่วมเป็นพลังอภิบาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นประดุจร่มโพธิ์ทองของปวงชนชาวไทย ให้มีพระพลานามัยแข็งแรงโดยไวเทอญ

วยุรี สุวรรณอินทร์



โดย วยุรี [24 ก.ค. 2549 , 08:02:47 น.] ( IP = 58.9.138.252 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณคุณวยุรีมากครับ ที่ถ่ายทอดเมตตาธรรมในใจพ่อ ออกมาให้ล่วงรู้กันนะครับ

อ่านไปพิจรณาไปแล้ว ก็จะเห็นเด่นชัดว่า การดำรงชีวิตที่ดีนั้น ต้องเพียรหล่อหลอมใจไว้ในพระธรรมคำสอนให้มากที่สุด

อีกทั้งยังเห็นความสำคัญของการดำรงชีวิตที่มีอยู่ในยุคนี้ ต้องอาศัยความรู้ความสามารถอย่างมาก เพื่อจะพาตนรอดพ้นสถานการณ์ต่างๆได้

ความคิดพลาดผิด ที่เกิดขึ้นอยู่เป็นนิจ ในชีวิตของคนเรานั้น นำมาซึ่งอันตรายจริงๆนะครับไม่ว่าจะเป็นความความกลัว ความโกรธหรือความเพลินเพลินในอารมณ์ ล้วนต่างเป็นกับดักชีวิตให้ตกอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ทั้งสิ้น

ด้วยเหตุนี้เอง หลวงพ่อท่านจึงพร่ำเตือนพวกลูกๆเสมอ ในการดำเนินใจให้ไกลจากความทุกข์

กราบขอบพระคุณหลวงพ่ออย่างสูงครับ และระลึกในพระคุณที่มีเมตตาต่อลูกเสมอครับ

โดย พี่เณร [24 ก.ค. 2549 , 09:56:42 น.] ( IP = 58.9.140.119 : : )


  สลักธรรม 7

อ่านแล้วรู้สึกได้ในคำสอนของหลวงพ่อเสือ ยังคงให้ความรักความเมตตาแก่ลูกๆทุกคน เหมือนเดิมเสมอมาค่ะ

เตือนให้รู้ว่า เราทำตามคำสอนจริงไหม เชื่อจริงแต่กิเลสของเรามีมากกว่าจึงยังหลงเพลินอยู่ อยู่ที่ว่าบัดนี้เมื่อถูกเตือนอีกเราจะตั้งใจปฏิบัติหลีกออกจากกิเลสเหล่านั้นหรือไม่

ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์และพี่วยุรี ที่นำคำสอนมาเตือนสติให้อยู่บ่อยๆ และจะเตือนตนเองให้มี ความระลึกชอบ และมีสติปัญญาในการใช้ชีวิตนี้ให้ ปลอดภัย ที่สุดค่ะ

โดย แป้นค่ะ [24 ก.ค. 2549 , 10:04:54 น.] ( IP = 58.9.140.119 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณค่ะพี่วยุรี
ที่นำคำสอนของหลวงพ่อมาฝาก
เพื่อเตือนสติให้กับลูกทุกๆคน

ซึ่งก็รู้สึกถึงความเมตตาที่ยิ่งใหญ่ของท่าน
ที่มอบให้กับลูกทุกๆคน

แต่ก็รู้สึกว่ายังมีบางสิ่งที่เราชำระจิตใจได้ไม่ดีพอ
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีสิ่งที่ไม่ดี

เพียงแต่ขอน้อมนำสิ่งที่ดีแล้วนั้น และได้กระทำแล้วนั้น
ถวายเป็นกุศลมอบให้แก่หลวงพ่อ
เพื่อให้พ่อสุขเกษมสำราญ

โดย น้องอุ๊ [24 ก.ค. 2549 , 11:15:14 น.] ( IP = 202.28.181.9 : : 10.6.129.65 )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณพี่วยุรีค่ะ ที่ได้นำคำสอนที่จะเป็นการเตือนสติในการใช้ชีวิต

การที่จะมีชีวิตที่ดี จะต้องอาศัยหลักธรรมมาเตือนตนเสมอๆ มิฉะนั้นก็จะหลงทาง..เป็นสิ่งที่ไม่ดีกลายเป็นสิ่งดี

และลูกก็จะพยามยามชนะความเกียจคร้านได้ ด้วยการเจริญกุศลเสมอๆ ค่ะ

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อด้วยความเคารพค่ะ


โดย เซิ่นค่ะ [24 ก.ค. 2549 , 12:50:31 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 10

ขอบพระคุณที่นำความเมตตาและคำสอนของหลวงพ่อมาให้ทราบ
และขอร่วมเจตนาในการถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัวด้วยค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [24 ก.ค. 2549 , 14:18:06 น.] ( IP = 203.172.117.121 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org