| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สุทธิ ๔ คืออะไรค่ะ
สลักธรรม 1สุทธิคือความหมดจดมี 4 นั้นแตกต่างจากวิสุทธิ 7 ค่ะคุณวิภา แต่ทำความเข้าใจไว้ก็จะมีประโยชน์นะค่ะ
.ความหมดจดของภิกษุสามเณรจะมีอยู่ 4 คือ
1.เทศนาสุทธิ จะหมดจดได้ก็ด้วยการแสดง หมายความว่า เมื่อต้องอาบัติ 5 กองข้างท้าย ก็ให้แสดงต่อหน้าสงฆ์ หรือคณะหรือบุคคล ก็จะพ้นได้ ถ้าต้องอาบัติหนัก ในฝ่ายที่แก้ไขได้ ก็ให้อยู่กรรม ครบแล้วก็ให้อัพภาณกรรมตามแบบ ออกจากอาบัติไปเสีย แต่อาบัติ หนักในฝ่ายที่แก้ไขไม่ได้ ก็ให้สึกออก ไปเสียเท่านั้นนี้เป็นวิธี ทางพระวินัย.
2.สังวรสุทธิ จะหมดจดได้ ด้วยการสังวรระวังข้อนี้ จะต้องเจริญสติปัฏฐานตามหลักจึงใช้ได้ แต่ถ้าอยู่แบบธรรมดานี้ เป็นอันไม่มีทางจะเป็นไปได้เลย.
3.ปริเยฏฐิสุทธิ จะบริสุทธิ์ได้ ด้วยการแสวงหาข้อนี้จะต้องใช้ความเพียรพยายาม เพื่อมิให้ กระทบกระเทือนต่อไตรสิกขาเพราะเหตุแห่งการหาเลี้ยงชีพ.
4.ปัจจเวกขณสุทธิ จะหมดจดได้ก็ด้วยการพิจารณาปัจจัยในเวลาใช้เวลาฉัน
พระพุทธศาสนา สอนให้รู้ความจริงที่กำลังมีอยู่โดยธรรมชาติ เพราะสภาพธรรมเหล่านี้ เป็นสัจธรรมที่สามารถใช้ปัญญาพิจารณาดูได้ในทุก ๆ ขณะที่มันกำลังปรากฏ เราเองมิได้มีอำนาจ เข้าไปบังคับบัญชาอะไร ให้ธรรมชาติเหล่านั้น เป็นไปตามต้องการของเรา เพราะสิ่งเหล่านั้น เกิดปรากฏมาจากปัจจัย ถูกปัจจัยปรุงแต่งเป็นกฏธรรมดาเป็นอย่าง นั้นมานาน จนกำหนดประมาณมิได้
ความไม่แน่นอนความแปรปรวน ความทนอยู่อย่างเดิมไม่ได้ และไม่มีอำนาจอะไร ที่จะอยู่เหนือธรรมชาติเปล่านั้นในโลกนี้ ก็มีแต่สิ่งเหล่านี้แหละปรากฏอยู่ ธรรมชาติเปล่านี้มิได้มีอยู่นอกโลก
คนที่อยู่ในโลกจะเป็นโลกมนุษย์ โลกเทวดา มาร พรหม ยม ยักษ์หรืออบายโลกอย่างใดก็ตาม ทุกคนก็จะต้องพบ กับธรรมชาติที่ว่านี้ ด้วยกันทั้งนั้นเราไม่มีความเข้าใจในธรรมชาติดังกล่าวเหล่านี้ จึงได้พยายามเสาะหา เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งเหล่านี้ มาครองเป็นกรรมสิทธิ์แล้ว ก็จะต้องประสบกับทุกข์ เพราะความกังวลห่วงใจ หวงแหนจนไม่เป็นอันกินอันนอน และเมื่อสิ่งเหล่านี้มันแตกทำลายไป เราก็ต้องเป็นทุกข์เสียใจร้องห่มร้องไห้ พร่ำเพ้อรำพันถึง เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่เป็นไปตามตั้งใจ ไม่เป็นไปตามความหวัง ในโลกนี้จะมีสิ่งใดบ้างที่ว่า เป็นไปตามหวังของสัตว์ทั้งหลาย โดย บุษกร [25 ก.ค. 2549 , 08:43:20 น.] ( IP = 58.9.137.228 : : )
สลักธรรม 2รูปกายไม่ใช่ของใคร ไม่มีใครปกครองเป็นเจ้าของ เป็นเหมือนกับบ้านเรือนที่ร้างไม่มีเจ้าของ
นามก็เหมือนกัน ความจริงสิ่งเหล่านี้ ก็มีปรากฏอยู่ ทุกวันวินาทีมีให้เรา ดูแต่เราไม่รู้ เพราะเป็นผู้บอด ผู้มือ แล้วก็หลงจะเอาจริงเอาจังกับสิ่งเหล่านี้
ศาสนามิได้สอนให้แสวงหาสิ่งเหล่านี้ เพรามันเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เป็นที่ตั้งแห่งความรัก ความชัง ความหลงนานาประการ
แต่ทรงสอนให้ใช้ปัญญาศึกษาสังเกตุ ถึงความเป็นจริงขณะที่มันกำลังปรากฏอยู่เฉพาะหน้า และพยายามติดตามดูความเป็นไปของสิ่งเหล่านี้ พยายามประคอบความเพียรสังวรระวังอย่าให้จิตตกจากอารมณ์ปัจจุบันนี้ สติก็อย่าให้เลอะเลือนไปจากปัจจุบันอารมณ์นี้ แล้วให้สังเกตดูสิว่าสิ่งที่เรากำลังดูอยู่นั้น เป็นอะไรเป็นรูปหรือเป็นนาม
ถ้าเป็นรูปเป็นรูปอะไร พยายามเจริญสติปัญญาไปอย่างนี้เสมอ ๆ ให้ติดต่อ ถ้าสติปัญญามีกำลังมากขึ้น ต้องมีความเข้าใจในสิ่งเหล่านี้ สภาพที่ปิดบังความจริงตามอารมณ์และอิริยาบถก็จะถูกปัญญาเปิดเผยขึ้น ให้ผู้ปฏิบัติได้เห็นความจริงในสิ่งเหล่านี้แล้ว ผู้ปฏิบัติก็ไม่ต้องทำอะไร เพราะสติปัญญามันเกิดขึ้น ตามดูสภาวะเหล่านี้ไปโดยอัตโนมัติแล้วค่ะ
เหมือนคนหัดขับจักรยาน ตอนต้น ๆ ยังไม่ชำนาญก็ต้อง พยายามประคองไปก่อน แต่พอจับวิธีได้แล้วทรงตัวได้แล้ว แม้จะจับแฮนท์เพียงมือข้างเดียวก็สามารถไปได้อย่างสบาย
หรือเหมือนกับการหัดอ่านหนังสือ ตอนเมื่อผสมตัวยังไม่ชำนาญ รู้สึกว่ามันช่างยากเย็นเข็ญใจเสียเหลือเกิน แต่พอหัดผสมตัวจนจำได้แม่นยำดีแล้ว ไม่ว่าหนังสืออะไรก็สามารถอ่านออกได้หมดโดย บุษกร [25 ก.ค. 2549 , 08:49:05 น.] ( IP = 58.9.137.228 : : )
สลักธรรม 3
แม้การปฏิบัติวิปัสสนานี้ก็เหมือนกัน ถ้าเราสามารถทำความเข้าใจในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งได้แล้ว สติปัญญาแก่กล้าแล้ว ถึงอารมณ์ใดจะปรากฏ ผู้ปฏิบัติก็สามารถมีความเข้าใจได้ทั้งหมด
เพราะรูปแต่ ละรูป หรือนามแต่ละนาม ที่มันเกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยนั้น มันจะมีลักษณะเหมือนกันหมด
เมื่ออวิชชาที่ปิดบังความจริงอยู่ถูกสติปัญญาเกิดขึ้นทำลายถูกเปิดเผย ถูกเพิกถอนออกจากอารมณ์ และอิริยาบถแล้ว ผู้ปฏิบัติก็จะง่ายต่อการพิจารณาดูความจริงทุกอย่างที่มันปรากฏ
เราไม่ต้องทำอะไรมาก คอยแต่ประคองสติปัญญา ให้มีความสม่ำเสมอกันเท่านั้น ส่วนการทำงานเป็นเรื่องของสติปัญญาเขาทำงานของเขาเองโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว
เท่าที่ได้กล่าวมาโดยย่อนี้ เป็นเพียงแนวการ ปฏิบัติของมรรคพรหมจรรย์ แบบวิปัสสนาล้วนซึ่งไม่เกี่ยวกับสมาธิ
การเจริญไตรสิกขา คือศีล สมาธิปัญญานั้น ในทางปฏิบัติจริงๆ จำเป็นต้องเจริญไปพร้อม ๆกันในอารมณ์อย่างเดียวกัน คือขณะปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติจำเป็นจะต้องมีศีลสังวรระวัง ไม่ให้จิตตกจากปัจจุบันอารมณ์ ขณะเดียวกัน ก็จะต้องมีสติตั้งมั่นอยู่ในปัจจุบันอารมณ์ อย่าให้เลอะเลือน และขณะนั้นก็จะต้องรู้สึกตัวด้วย ว่าสภาวะที่ตัวกำลังดูอยู่นั้นเป็นอะไร เป็นรูปหรือนาม
และต้องรู้อีกกำลังปรากฏ รูปอื่นจะปรากฏไม่ได้ แปลว่า ศีล สมาธิ และปัญญา เกิดในอารมณ์เดียวกัน เกื้อกูลแก่กันและกันโดยอัญญมัญญปัจจัย คือสมาธิที่มีศีลเป็นฐานรองรับมั่นคงแล้ว ย่อมมีผลมากมีอานิสงส์มาก ปัญญาที่มีสมาธิเป็นฐานมั่นคง ก็ย่อมมีผลมากมีอานิสงส์มากเช่นกัน
ศีล สมาธิ ที่มีปัญญาปกครองก็ย่อมถึงวิสุทธิ เป็นศีลวิสุทธ และจิตต วิสุทธิได้ และจิตใจที่มีไตรสิกขาอบรมดีแล้ว ก็สมารถหลุดพ้นจากกามาสวะ อาวิชชาสวะทั้งหลายได้อย่างสิ้นเชิง
ด้วยเหตุนั้น ภิกษุในพระพุทธศาสนานี้ จึงควร ศึกษา อธิศีล อธิจิตและอธิปัญญาโดยความเคารพจึงจะสามารถเข้าใจได้อย่างท่องแท้นะคะคุณวิภา
![]()
โดย บุษกร [25 ก.ค. 2549 , 08:56:45 น.] ( IP = 58.9.137.228 : : )
สลักธรรม 4
ขอบพระคุณมากค่ะ
และ
อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [25 ก.ค. 2549 , 09:10:05 น.] ( IP = 124.121.173.109 : : )
สลักธรรม 5โดย น้องกิ๊ฟ [25 ก.ค. 2549 , 09:39:51 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
สลักธรรม 6ขอบพระคุณอาจารย์บุษกรที่ให้ความกระจ่างค่ะ
และสำหรับคำแนะนำในการปฏิบัติ คือ "ประคองสติปัญญา ให้มีความสม่ำเสมอ"โดย วิภา [25 ก.ค. 2549 , 12:33:22 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
สลักธรรม 7ขอบพระคุณคุณวิภาที่มาตั้งคำถามให้ได้รับความรู้ไปด้วยค่ะ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์บุษกร ได้กรุณาให้คำอธิบายไว้อย่างละเอียดแจ่มชัด อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการปฏิบัติวิปัสนากรรมฐาน โดยการเจริญไตรสิกขาให้เสมอกันไป ซึ่งในที่สุด สติปัญญาที่กล้าแข็งก็จะเป็นผู้เปิดเผยความจริงของธรรมชาติออกมาได้
กราบอนุโมทนาในกุศลธรรมทานค่ะโดย ธัญธร [30 ก.ค. 2549 , 17:58:14 น.] ( IP = 203.188.62.113 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |