มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปกิณณกาภิธรรมปุจฉาพยากรณ์ (๓๖)







ตอนที่ผ่านมา

ปกิณณกาภิธรรมปุจฉาพยากรณ์ (๓๖)
โดย พระครูศรีโชติญาณ (พระมหาแสวง โชติปาโล)


ถาม ตามพระอภิธรรมเล่ม ๑ หน้า ๑๑๕ แสดงวิถีฌานมันทะและติกขะบุคคลไว้ มีอดีตภวังค์และมีชวนะเพียง ๔ หรือ ๕ ขณะเท่านั้น ซึ่งมีไม่ถึง ๗ ขณะเหมือนกับวิถีของมรรคอาทิกัมมิกอริยบุคคล เท่าที่เป็นเช่นนี้ เพราะเหตุไร?

ตอบ เหตุที่จะไม่ให้เกิดมีอดีตภวังค์ในมโนทวารวิถีนั้น มีเหตุหลายอย่าง เป็นต้นว่า

๑. อารมณ์ละเอียดเกินไป เช่นอารมณ์เป็นบัญญัติและนามธรรมหรือสุขุมรูปซึ่งมากระทบกับทวารอย่างนี้ไม่มีอดีตภวังค์
๒. เพราะเกี่ยวกับอารมณ์นั้นเป็นอดีตล่วงไปแล้ว หรืออารมณ์นั้นเป็นอนาคต คือยังไม่มาถึง ซึ่งไม่มีอารมณ์มากระทบต้องใช้จิตน้อมนึกเอาเอง จึงไม่มีอดีตภวังค์ฯ

โดย ศาลาธรรม [26 ก.ค. 2549 , 07:59:27 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ถาม อสังขาริกจิตสามารถจะเป็นปัจจัยให้เกิดสสังขาริกจิตในวิถีใดวิถีหนึ่งได้บ้างไหม? ถ้าได้ก็แล้วไป ถ้าไม่ได้ทำไมมหากุศลญาณสัมปยุตต์ ๒ ดวงๆ ใดดวงหนึ่งในมรรควิถี หรือฌานวิถีจึงเป็นปัจจัยให้เกิดมหัคตะและโลกุตตร ซึ่งเป็นสสังขาริกจิตได้เล่า?

ตอบ ในมรรควิถีหรือฌานวิถีนั้น จะชื่อว่าอสังขาริกของกามาวจรเป็นปัจจัยให้เกิดสสังขาริกคือ มหัคคตะและโลกุตตรไม่ได้ เพราะอัปปนา ๒๖ กับกามาวจรนั้นมีอารมณ์ต่างกัน และในมรรควิถีนั้นเป็นอาเสวนะปัจจัยไม่ได้ เพราะกามาวจรชวนะมีอารมณ์เป็นกาม แต่มรรคจิตมีอารมณ์เป็นพระนิพพาน ถึงผลจิตจะมีอารมณ์เป็นพระนิพพานอย่างเดียวกับมรรคก็ตาม แต่มรรคจิตกับผลจิตเป็นจิตคนละละชาติจึงจัดเป็นอาเสวนะปัจจัยไม่ได้ฯ

โดย ศาลาธรรม [26 ก.ค. 2549 , 08:00:06 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

ถาม คำว่า ถีนะ กับ มิทธะ เกิดกับสสังขาริกจิตทั้ง ๕ นั้น คืออย่างไร?

ตอบ คำว่า สสังขาริกจิตมีถีนมิทธะเกิดด้วยนั้น คือหมายความว่า สสังขาริกจิตนั้นเป็นจิตที่มีกำลังน้อย คือมีกำลังอ่อน ถีนมิทธะจึงเกิดได้ เช่น ขณะเรากำลังนั่งฟังเทศน์อยู่เกิดไม่พอใจในเทศน์ที่ตนกำลังฟังอยู่นั้น ก็ให้เกิดท้อในใจหรือทำให้เกิดท้อถอยในใจอ่อนกำลังลงเช่นนี้ ความไม่พอใจนั้นเป็นสสังขาริกจิตเกิดขึ้นโดยได้อาศัยเสียงของพระที่เทศน์นั้น แล้วไม่พอใจจัดเป็นโทสสสังขาริก

ขณะเกิดความท้อถอยนั้นจัดเป็นถีนมิทธะ ขณะไม่พอใจนั้นจัดเป็นโทสสสังขาริกจิต แต่ไม่แน่เสมอไป เพราะถีนมิทธะนี้ท่านจัดเป็นอนิยตโยคีเจตสิก คือประกอบไม่แน่นอนหรือถูกเขาชักชวนไปลักของ แต่ไปด้วยความไม่ใคร่เต็มใจนัก อย่างนี้ก็เป็นจิตที่มีกำลังอ่อน แล้วเกิดความท้อใจอย่างนี้ก็จัดเป็นถีนมิทธะเกิดกับโลภะสสังขาริกได้เหมือนกัน แต่สสังขาริกที่เกิดโดยลำพังจิตนึกเฉยๆ เช่น นึกที่จะขโมยของที่เขาไม่ให้หลายๆ ครั้ง ก็จัดเป็นสสังขาริกจิตเหมือนกัน แต่ท่านไม่จัดเป็นกรรม แต่ถ้าสสังขาริกจิตนี้เกิดขึ้นโดยถูกผู้อื่นชักชวนไปทำกรรมนั้น จึงจะสำเร็จเป็นกรรมขึ้นได้ฯ

โดย ศาลาธรรม [26 ก.ค. 2549 , 08:00:27 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

ถาม อายุของรูปเท่าที่ท่านกำหนดไว้ว่า ๑๗ ขณะของจิตตักขณะใหญ่ก็น่าฟังอยู่ แต่ถ้าวิถีของฌานท่านกล่าวว่า มีชวนะเกิดไม่มีกำหนดเช่นนี้รูปจะดับไปได้อย่างไร?

ตอบ ความจริงรูปจะต้องดับเมื่อครบขณะจิต ๑๗ ขณะเสมอ ถึงแม้ว่าวิถีของฌานจิตจะไม่มีกำหนดว่าเท่าไรก็ตามที แต่เมื่อครบ ๑๗ ขณะของจิตแล้ว ก็เป็นอันดับทีเดียว เพราะการดับของรูปนี้จะดับในขณะจิตไหนก็ได้ไม่เลือก ต่อเมื่อครบ ๑๗ ขณะของจิตตักขณะละก็ดับทีเดียว ฉะนั้น ท่านจึงกำหนดวิถีจิตว่าต้องมี ๑๗ ขณะก็เพราะถือเอาอายุของรูปนี้แหละเป็นหลักฯ

โดย ศาลาธรรม [26 ก.ค. 2549 , 08:00:49 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4


ถาม ตามที่ท่านว่าผู้ที่เคยบำเพ็ญศรัทธาและศีลมา เมื่อปฏิบัติวิปัสสนาจะเห็นอนิจจังชัดก็ดี หรือผู้ที่เคยทำสมาธิเป็นสมถะ มาทำวิปัสสนาเข้าจะต้องเห็นทุกขังชัดก็ดี หรือผู้ที่เคยบำเพ็ญปัญญามา มาปฏิบัติวิปัสสนาเข้าเห็นแต่อนัตตาชัดก็ดี นั้นน่ะมีเหตุผลเป็นอย่างไร?

ตอบ ผู้ที่เคยบำเพ็ญศรัทธาและศีลมา เมื่อมาได้เจริญวิปัสสนาเข้า ย่อมเห็นแต่อนิจจังชัดนั้นจริง เพราะเดิมทีตนมีความเชื่อว่า ตนเองจะพ้นจากความทุกข์ได้ก็ด้วยอาศัยศีลอย่างเดียว เห็นว่าศีลนี้เป็นของวิเศษเลิศลอยไม่มีคุณธรรมอย่างอื่นเทียบ ครั้นมาเจริญวิปัสสนาเข้าก็เห็นศีลนั้นเป็นของไม่เที่ยง ซึ่งตรงกับความเข้าใจที่ตนมีความเข้าใจอยู่เดิมก็ย่อมจะปักใจลงที่อนิจจังนั้นชื่อว่าเจริญอนิจจานุปัสสนา เมื่อวิปัสสนาเจริญถึงพระโสดาปัตติมรรคแล้ว ท่านเรียกผู้สำเร็จนั้นว่า สัทธานุสารี ส่วนมรรคที่เหลืออีก ๓ และผลที่เหลืออีก ๔ รวมเป็น ๗ นั้นท่านเรียกว่า สัทธาวิมุติ นิพพานของผู้ที่เห็นอนิจจังนั้นท่านเรียกว่า อนิมิตตนิพพาน

ส่วนผู้ที่ทำสมาธิมาก่อน เมื่อมาเจริญวิปัสสนาเข้าก็ย่อมเห็นแต่ทุกขังชัดเพราะเหตุว่า ธรรมดาคนที่ทำสมาธิย่อมเกิดความสุขมาก ต่อเมื่อเจริญวิปัสสนาเข้าแล้วย่อมเห็นความสุขนั้นทนอยู่ไม่ได้ ก็ย่อมมีใจปักลงที่ทุกข์ทีเดียว เพราะตนไม่เคยเห็นทุกข์เข้าใจว่าเป็นความสุขมาเสียนาน เมื่อมาประสบทุกข์เช่นนั้นเข้าก็ตกใจมีใจนี้น้อมไปในทุกข์นั้นชื่อว่า เจริญทุกขานุปัสสนา เมื่อได้สำเร็จเป็นพระโสดาบันหากผู้นั้นได้รูปฌานท่านเรียกว่า กายสักขี หากผู้นั้นสำเร็จเป็นพระอรหันต์และได้ทั้งรูปและอรูปฌานท่านเรียกผู้หลุดพ้นนั้นว่า อุภโตภาควิมุตติ นิพพานของผู้ที่บำเพ็ญสมาธิมาชื่ออัปปนิหิตนิพพาน

ส่วนผู้ที่เคยบำเพ็ญปัญญามา หากได้บำเพ็ญวิปัสสนาเข้าย่อมเห็นอนัตตาชัด เพราะผู้ที่มีปัญญาโดยมากมักเกี่ยวกับมีทิฏฐิแรงมาก ฉะนั้นเจ้าลัทธิอาจารย์ต่างๆ จึงเป็นผู้มีปัญญา ส่วนมากคั้นได้มาเจริญวิปัสสนาเข้าก็ย่อมจะเห็นอนัตตาชัดเจนชื่อว่าเป็นผู้เจริญอนัตตานุปัสสนา ครั้นปัญญาแก่กล้าขึ้นจนได้ถึงเป็นมหาโสดาปัตติมรรค ท่านเรียกว่า ธัมมานุสารี และตั้งแต่โสดาปัตติผลไปจนถึงอรหัตตมรรค ท่านเรียกว่าทิฏฐิปัตตะ ถ้าได้อรหัตตผลท่านเรียกว่า ปัญญาวิมุติ นิพพานที่ผู้บำเพ็ญปัญญามาท่านเรียกว่า สุญญตนิพพาน

โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย ศาลาธรรม [26 ก.ค. 2549 , 08:01:08 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 5

ขอน้อมกราบบูชาพระคุณของท่านพระครูมา ณที่นี้ค่ะ
ท่านเป็นนักปราชญ์อย่างยิ่งค่ะ
และมีคำตอบที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ขอบคุณค่ะ

โดย น้องอุ๊ [26 ก.ค. 2549 , 22:21:56 น.] ( IP = 61.47.117.246 : : )


  สลักธรรม 6

มาอ่านครั้งใดก็ได้รับความรู้มากขึ้นค่ะ..ขอบคุณมากค่ะ

โดย เซิ่น [26 ก.ค. 2549 , 22:51:27 น.] ( IP = 58.8.44.249 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org