มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธรรมที่ควรพิจารณาเนืองๆ




ปัพพชิตอภิณหปัจจเวกขณ์ คือ ธรรมที่บรรพชิตควรพิจารณาเนืองๆ แม้แต่ฆราวาส ก็สามารถที่จะนำแต่ละข้อไปใช้ได้ เช่นกัน มี ๑๐ ข้อ คือ

๑. บัดนี้เรามีเพศต่างจากคฤหัสถ์แล้ว กิริยาอาการใดๆ ที่สมควรแก่สมณะ เราจะต้องทำกิริยาอาการนั้นๆ

หมายถึง ประพฤติแต่กิจที่ควรแก่สมณะเพศของตนให้เป็นที่น่ากราบไหว้ทุกๆ สถานที่

๒. บัดนี้การเลี้ยงชีพของเราเนื่องด้วยผู้อื่นแล้ว เราควรทำตนให้เขาเลี้ยงงง่าย

หมายถึง ชีวิตของเราถูกเลี้ยงด้วยผู้อื่นแล้ว ควรทำตนให้เขาเลี้ยงง่าย ไม่รบกวนให้ผู้บำรุงเลี้ยงดูให้เดือดร้อนรำคาญ พระไม่มีอะไรตุน มีแต่กุศลตุนอย่างเดียว

๓. เรามีอากัปกิริยาอย่างอื่นที่จะพึงทำ อาการกาย,วาจา อย่างอื่น ที่เราจะต้องทำให้ดียิ่งขึ้นไปกว่านี้ยังมีอยู่ มิใช่มีเพียงเท่านี้

หมายถึง อาการกาย,วาจา อย่างอื่น เราต้องทำให้ดียิ่งขึ้นมีมากมาย ไม่ใช่มีเพียงอนุโมทนาคาถา, รับลาภสักการะ กิริยาอาการและคุณธรรมที่ไม่เรียบร้อยและยังเตี้ยต่ำ เราต้องทำให้สูงขึ้น รวมถึงจะทำให้สุขภาพดีและเจริญทวีคูณขึ้นจนถึงสูงสุด เช่น จะล้มตัวลงนอน จะต้องเตือนตนว่า นี่ขวางต่อทางมรรคผลนิพพาน

ฉะนั้น หลังเพลแล้วหลับ ไม่ใช่หน้าที่ของบรรพชิต ต้องคอยเตือนตนเองเสมอว่าอาการกิริยาที่ประเสริฐกว่านี้ยังมีอีก นอกจากการนอน การนั่งหลับ อิ่มมากก็เดินจงกรม, ถ้าถีนมิทธะเข้ามาก ลุกขึ้นเดินสิ, เดินไม่หาย ให้ล้างหน้าสิ, ล้างหน้าไม่หาย ก็หยอนหูสิ, หยอนหูไม่หาย ค่อยนอน, หนังท้องตึง ต้องทำหัวใจให้ตื่นจากกิเลส ต้องให้เขากราบไหว้อย่างสนิทใจ เมื่อเขาเลี้ยงเรา

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [26 ก.ค. 2549 , 12:44:15 น.] ( IP = 58.9.144.86 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

๔. ขณะนี้ตัวของเราติเตียนตัวเราเองเพราะศีลได้หรือไม่ได้ เพราะศีลที่ไม่บริสุทธิ์จะได้บริสุทธิ์สะอาดขึ้น คอยหมั่นตรวจศีลของเรา ที่มีการปรับอาบัติ, การปลงอาบัติ นั่นคือการตำหนิติเตียนศีล

ตัวอย่าง วันนี้ท่านไปคุยชายคานอกเขตของท่านไหม เช่น ไปเยี่ยมไปเยือน ไม่ใช่หน้าที่แล้ว แม้แต่ไปคุยกับเณร ก็ไม่ใช่หน้าที่ ไปตรวจอย่างอื่นไม่ได้นอกจากตรวจใจ,ตรวจกาย, ตรวจวาจา

แต่ถ้าเป็นอุปัชฌาย์,เป็นเจ้าอาวาส ก็อนุโลมโดยมีเหตุผล ตรวจผู้อื่นหมด ไม่ตรวจตน ก็ไม่ได้อีก ต้องตรวจศีลของตนเอง จะได้รู้ว่าอันไหนขาดและต้องปลงอาบัติ พระที่เคร่งๆ จะทำวัตรเช้า,ทำวัตรเย็น,สวดปาติโมกข์ พร้อมกันเป็นหมู่คณะ นอกนั้นอาศัยกุฏิเป็นสรณะ สัปปายะอันประเสริฐ เป็นที่ปฏิบัติ

๕. ให้เตือนตนเสมอว่า เพื่อนบรรพชิตผู้รู้ใคร่ครวญแล้ว ติเตียนเราเพราะศีลได้หรือไม่ได้ เพราะนักปราชญ์จะไม่ติเตียนครหาผู้ไม่ผิด ฉะนั้นเมื่อมีผู้ตำหนิติเตียนเรา แล้วเราผิดจริง หรือพระที่แก่พรรษากว่า มาติเตียน เราต้องยอมรับ

๖. เราจะต้องพลัดพรากจากของที่รักใคร่ชอบใจทั้งสิ้น
หมายถึง ต้องเตือนตนเองเสมอ เพราะเวลาที่พลัดพรากจากคน, สัตว์, สิ่งของ จะได้ไม่เศร้าโศกเสียใจเหมือนฆราวาส

ห้ามเอาผ้าเหลืองเช็ดน้ำตา เพราะเป็นผ้าศักดิ์สิทธิ์ เอามาเช็ดของไม่ได้ บุรุษเพศไม่จำเป็นอย่าให้น้ำตาหลั่ง ต้องมีความอดทนมากกว่าสตรีเพศ พระต้องมากกว่าบุรุษเพศ ฉะนั้นน้ำตาจะไหลไม่ได้

ฉะนั้นต้องเตือนตน เราบวชแล้ว บัดนี้เราต้องพลัดพรากจากคน,สัตว์,สิ่งของทั้งหมด เราไม่มีญาติแล้ว เราไม่มีที่ยึดติดแล้ว เราไม่มีเครื่องผูกผันอีกแล้ว สิ่งเหล่านั้นเราได้โอนโคตรย้ายชีวิตออกมา ไม่มีอีกแล้ว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [26 ก.ค. 2549 , 12:47:16 น.] ( IP = 58.9.144.86 : : )


  สลักธรรม 2

๗. เรามีกรรมเป็นของตน เราทำดีจะได้ดี เราทำชั่วจะได้ชั่ว
หมายถึง เรามีกรรม คือสิ่งที่ทำเป็นของตน และเราเป็นผู้รับมรดก คือผลของกรรมนั่นเอง มรดกอื่นเราไม่มี นอกจากกรรมที่เราทำไว้

เมื่อเตือนแบบนี้ ก็จะเป็นผลให้เราเกิดสติ,สัมปชัญญะ กล้าเสี่ยงน้อย ประมาทน้อย เพราะกรรมอันใดที่เป็นโทษทุจริต จะได้ระวังกาย,วาจา,จิตของเรา ไม่ละเมิดกรรมนั้น

๘. วันคืนล่วงไป บัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่

หมายถึง เราจะไม่ปล่อยให้วันคืนล่วงไปโดยเปล่าประโยชน์
กิจที่ควรรู้ เราก็ต้องดูกิจนั้น กิจที่ควรละ เราต้องละกิจนั้น กิจที่ควรทำแจ้ง เราต้องรีบแจ้งกิจนั้น
กิจที่ควรเจริญ เราต้องเจริญ ฉะนั้นมี 4 กิจใหญ่ๆ เพื่อความไม่ประมาท

๙. เรายินดีในที่เงียบสงัดหรือไม่

หมายถึง คอยเตือนจิตใจ เพราะในที่ไม่สงัด โทษเกิดขึ้นได้ง่ายทางจิตใจ กามมันคุขึ้นมาได้ เพราะเราเป็นผู้ไม่สิ้นกาม แต่พยายามทำให้สิ้น

ผู้สิ้นกามแล้วเรียกว่า พระสุปฏิปันโน จึงต้องเตือนตนเอง ด้วยสติบ่อยๆว่า ให้พอใจในที่เงียบสงัด เพื่อกำจัดโทษที่เกิดขึ้นทางใจและความเห็นผิด

๑๐. คุณวิเศษที่เราบรรลุแล้วมีอยู่หรือไม่

หมายถึง เราไม่ใช่มนุษย์สามัญ เพราะเขายกมือไหว้เราได้ เขาอุตส่าห์เลี้ยงเรา เขาเคารพในคุณธรรม,ในศีลของเรา เรามีธรรมที่เหนือเขาหรือยัง ธรรมอันยิ่งกว่าธรรมของมนุษย์สามัญ เรามีแล้วหรือยัง ความรู้ความเห็นอันวิเศษที่ทำให้เป็นพระอริยเจ้า เรามีแล้วหรือยัง เราได้บรรลุหรือไม่

คอยเตือนทุกวัน ถ้าเผื่อยังไม่มี จะได้เร่ง เพียรละ, เพียรระวัง, เพียรสร้าง, เพียรรักษา


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [26 ก.ค. 2549 , 12:52:08 น.] ( IP = 58.9.144.86 : : )


  สลักธรรม 3

ขอบพระคุณพี่เณรค่ะ


ธรรมแต่ละข้อนั้น ถ้าเราพิจารณาเนืองๆ และกระทำด้วยแล้ว จะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตมากค่ะ

โดย เซิ่น [26 ก.ค. 2549 , 22:48:41 น.] ( IP = 58.8.44.249 : : )


  สลักธรรม 4


ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา [28 ก.ค. 2549 , 14:54:15 น.] ( IP = 124.121.171.162 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบคุณมากครับ ผมจะได้รับกรรมดี และ กรรมไม่ดี อย่างสบายจิตใจ

โดย บุญ [29 ก.ค. 2549 , 02:27:05 น.] ( IP = 58.11.160.7 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org