มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปกิณณกาภิธรรมปุจฉาพยากรณ์ (๓๗)







ตอนที่ผ่านมา

ปกิณณกาภิธรรมปุจฉาพยากรณ์ (๓๗)
โดย พระครูศรีโชติญาณ (พระมหาแสวง โชติปาโล)


ถาม ผู้ที่ได้ฌานแล้วเวลาจะเจริญวิปัสสนาจะพึงปฏิบัติอย่างไร?

ตอบ ผู้ที่ได้ฌานแล้ว เวลาจะเจริญวิปัสสนาต่อจะต้องถอนจิตออกจากฌานเป็นกามาวจรชวนะญานสัมปยุตปรารภวิปัสสนาเอารูปนามเป็นอารมณ์ก่อน แล้วทำความในใจว่าองค์ฌานนี้เป็นนาม หทยวัตถุรูปนี้เป็นรูป แล้วตนได้อารมณ์อย่างใดก็ต้องเพ่งอารมณ์นั้นแล้วใช้ปัญญาในชวนะจิตดวงหลังพิจารณาองค์ของฌานในจิตดวงต้นเหมือนหนึ่งจิตทางตาเอารูปเป็นอารมณ์ แต่วิปัสสนาเอาจิตทางตากับรูปเป็นอารมณ์อีกต่อหนึ่ง

ส่วนจิตฌานนี้ ชวนะดวงต้นเอากสิณเป็นอารมณ์ แต่ปัญญาในทุติยะชวนะในจิตดวงหลังเพ่งองค์ฌานในจิตต้นเป็นอารมณ์ ถ้าองค์ฌานอะไรปรากฏชัดก็ให้เพ่งฌานนั้นๆ เป็นนามเพ่งหทยวัตถุรูปที่องค์ฌานนั้นอาศัยเกิดเป็นรูปธรรม ในที่นั้นๆ คือ เพ่งอยู่วิถีชวนะเดียวกัน

เช่น ในวิถีชวนะของฌานนั้นไม่มีประมาณของชวนะ เวลาจะเพ่งวิปัสสนาใช้ปัญญาเจตสิกในชวนะจิตดวงหลังเพ่งองค์ของฌานปฐมชวนะจิตดวงหน้าพร้อมกับหทยวัตถุรูปที่องค์ฌานนั้นอาศัยเกิดอย่างนี้ เรียกว่า เจริญวิปัสสนาเป็นเจโตวิมุตติ

โดย ศาลาธรรม [27 ก.ค. 2549 , 08:52:10 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ถาม การที่ท่านสงเคราะห์พระวินัยเข้าเป็นอารมณ์ของศีลหรือสงเคราะห์พระสูตรเป็นอารมณ์ของสมาธิ หรือท่านสงเคราะห์พระอภิธรรมเป็นอารมณ์ของปัญญานั้น คือสงเคราะห์อย่างไร?

ตอบ การที่ท่านสงเคราะห์พระวินัยเป็นอารมณ์ของศีลนั้นก็คือว่า สิกขาบทบัญญัติที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ เป็นอารมณ์ยืนไว้ให้เจตนาอันเป็นตัวศีลเป็นผู้เว้นคือ จับเอาเป็นอารมณ์สำหรับเว้น ท่านจึงสงเคราะห์ไว้ในศีลสิกขา

ส่วนพระสูตรที่ท่านสงเคราะห์ไว้เป็นอารมณ์ของสมาธินั้นก็คือว่า เรื่องราวของชาดกต่างๆ หรือเรื่องราวในปัจจุบัน หรือเรื่องราวข้างหน้า จะรู้ได้ก็ด้วยอาศัยสมาธิทั้งนั้น คือว่าเมื่อมีสมาธิจิตดีจนถึงขนาดขั้นอภิญญาแล้วก็จะสามารถระลึกชาติในหนหลังได้ว่าเมื่อชาตินั้นๆ ข้าพเจ้าได้เคยเกิดเป็นอะไร จนหรือมี โง่หรือฉลาด เกิดในตระกูลสูงหรือต่ำ หรือว่าต่อไปข้างหน้านี้บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ระลึกรู้ล่วงหน้าได้เช่นเดียวกับเทวลดาบส ระลึกชาติหนหลังย้อนไปได้ ๔๐ กัปป์ และระลึกชาติล่วงหน้าที่ยังมาไม่ถึงได้อีก ๔๐ กัปป์ รวมเป็น ๘๐ กัปป์ อย่างนี้ก็ดี หรือรู้อยู่ว่าเหตุการณ์ขณะนี้จะเป็นอย่างไร อย่างนี้ก็ดี ผู้นั้นก็สามารถจะรู้ได้ด้วยอภิญญาสมาธิอันเกิดแต่การได้ฌานทั้งนั้น ท่านจึงสงเคราะห์พระสูตรว่าเป็นอารมณ์ของสมาธิ

ส่วนพระอภิธรรมที่ว่าเป็นอารมณ์ปัญญานั้น ก็คือว่าพระอภิธรรมนี้เป็นคัมภีร์ที่ปฏิเสธสัตว์บุคคล ปฏิเสธหญิง ปฏิเสธชาย ปฏิเสธสมมุติบัญญัติทั้งหมด แสดงไว้แต่สภาวะคือ ขันธ์ ธาตุ อายตนะ และสัจจะ ล้วนๆ จึงเป็นอารมณ์ของปัญญาแท้ๆ เพราะสภาวะธรรมเหล่านี้ยืนไว้ให้ปัญญาเพ่ง ยืนไว้ให้ปัญญารู้ ยืนไว้ให้ปัญญาเห็น ฉะนั้นท่านจึงว่าสภาวะธรรมนี้ทนต่อความเพ่งพินิจของปัญญาจริงๆ ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงสงเคราะห์พระไตรปิฎกเป็นอารมณ์ไตรสิกขา ดังกล่าวมา

โดย ศาลาธรรม [27 ก.ค. 2549 , 08:53:32 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

ถาม การที่พระอนุรุทธาจารย์ ท่านจัดสัมปโยคะไว้โดยจิตย่อบ้างพิสดารบ้าง ทำไมท่านจึงจัดไว้อย่างนั้น ทำให้ผู้ศึกษาเกิดความเข้าใจยาก ยกตัวอย่างเช่น วิตกก็ได้ในจิตอย่างพิสดารถึง ๕๕ ดวง แต่ทีปัญญากลับไปเกิดได้ในจิต ๔๗ ดวงเท่านั้น เท่าที่ท่านแสดงไว้อย่างนี้ท่านมีเหตุผลเป็นประการใดหรือจึงจัดไว้อย่างนั้น?

ตอบ การที่ท่านจัดไว้อย่างนั้นมิใช่อื่นไกล ความจริงท่านจัดไว้เพื่อให้ผู้ศึกษาเกิดความเข้าใจง่ายต่างหาก มิใช่จะให้ผู้ศึกษาเกิดความเข้าใจยากอย่างที่เข้าใจนั้นหามิได้เลย คือ

เจตสิกพวกใดเกิดได้ในจิตทุกดวงไม่มีเว้นเลยท่านก็แสดงไว้โดยย่อ

แต่ถ้าจิตดวงใดเกิดไม่ได้ในจิตทุกๆ ดวง ท่านต้องแสดงไว้โดยพิสดารเพื่อจะได้รู้ว่าเจตสิกดวงนี้เกิดได้ในจิตเพียงเท่านั้นดวงเท่านี้ดวง

มิฉะนั้นจะทราบไม่ได้เลย เช่นตัวอย่าง วิตกเจตสิกเกิดได้ในจิตเพียงปฐมฌาน ๑๑ ดวงเท่านั้น ท่านแสดงโลกุตตรไว้ถึง ๘ ดวงก็เพื่อให้รู้ว่าเกิดได้เพียงปฐทฌาน ๘ ดวงเท่านั้น ส่วนทุติยฌานเป็นต้นนั้นเกิดไม่ได้ถ้าไม่จำกัดไว้ก็ทราบไม่ได้ว่าเกิดแค่จิตดวงไหนกันแน่ ส่วนปัญญาเจตสิกนั้นท่านแสดงไว้แต่เพียงจิตโดยย่อเพียง ๔๗ ดวง ก็เพราะปัญญาเจตสิกนี้เกิดได้ในญาณสัมปยุตจิตทั้งหมด ก็รู้ได้ถึงในจิตโลกุตตรอย่างย่อ ๘ ดวง ปัญญาก็เข้าหมด หรือโลกุตตรอย่างพิสดาร ๔๐ ดวงปัญญาก็เกิดได้หมดไม่เว้นเลย ฉะนั้นแสดงแต่โดยย่อเพียง ๔๗ ดวงก็รู้ได้ว่าเกิดหมด ไม่เว้น

โดย ศาลาธรรม [27 ก.ค. 2549 , 08:54:21 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

ถาม เรื่องวิชา ๘ ประการนั้นเป็นอย่างไร?

ตอบ วิชา ๘ ประการนี้ มีทั้งวิชาโลกีย์ และวิชาโลกุตตร เป็นวิชาโลกีย์ ๗ ประการ เป็นวิชาโลกุตตร ๑ ประการ คือ อาสวักขยญาณ

(๑) ปุพฺเพนิวาสานุสติญาณ ระลึกชาติได้ (๒) จุตูปปาตญาณ รู้จุติและปฏิสนธิแห่งสัตว์ (๓) มโนมยิทธิ สำเร็จด้วยใจคือเนรมิตรได้(๔) อิทธิวิทธิ สำแดงฤทธิ์ได้ (๕) ทิพฺพโสต หูทิพย์ (๖) เจโตปริยญาณ รู้วารจิตผู้อื่น

ในวิชาทั้ง ๖ นี้ เกิดขึ้นด้วยอำนาจสมาธิที่มีกำลังแรงกล้าในจตุตถฌานนั้น ส่วน (๗) วิปัสสนาญานอีก ๑ วิชานั้น วิชานี้ยังเป็นโลกีย์อยู่เกิดขึ้นจากวิปัสสนาปัญญา ส่วน (๘) อาสวักขยญาณนั้นเป็นโลกุตร เกิดขึ้นด้วยอำนาจของมรรคญาณทั้ง ๔

ความจริงวิชาโลกีย์ทั้ง ๖ นั้น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านได้มาก่อนแล้ว เพราะท่านได้อบรมในเรื่องฌาน หรือเรื่องสมาธิจนบริบูรณ์เต็มที่แล้ว ที่ได้มาตรัสรู้ตอนหลังนี้ก็คือวิปัสสนาญาณ กับอาสวักขยญาณ ๒ วิชานี้เท่านั้น จึงรวมกันเข้าเป็นวิชา ๘ ประการ จึงสมบูรณ์?ง ๘ ประการพร้อมกับเวลาตรัสรู้นั้นเอง

อนึ่ง วิธีสอนที่จะให้เกิดวิชาต่างๆ ตามที่กล่าวมาแล้วนั้น มีอยู่ในวิสุทธิมรรค ในสมาธินิเทส ตอนอภิญญานิเทส ส่วนเรื่องของนักเดานั้น ย่อมมีอยู่มากเป็นธรรมดาทุกๆ กาลทุกๆ สมัย และการเดานั้นก็ย่อมมีถูกบ้างผิดบ้างเป็นธรรมดา ถึงความเห็นแม้ของเราเองก็เหมือนกันถ้าหากว่าคิดเอาเองโดยไม่ได้อาศัยมาตาหลักที่แน่นอนแล้ว ฉะนั้นสำหรับพวกเราๆ นี้ จึงควรจะยึดหลักการศึกษาว่า เป็นของสำคัญยิ่งกว่าการคาดคะเนเอา

แต่จะเป็นอย่างไรก็ตามขอจงเข้าใจด้วยว่า การอธิบายธรรมด้วย จดหมายนั้น ย่อมจะทำความแจ่มแจ้งและละเอียดละออ เหมือนกับเราคุยกันด้วยปากไม่ได้


โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย ศาลาธรรม [27 ก.ค. 2549 , 08:55:07 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

มาศึกษาหาความรู้ต่อค่ะ.. ขอบคุณมากค่ะ

โดย เซิ่น [27 ก.ค. 2549 , 19:33:19 น.] ( IP = 58.8.44.127 : : )


  สลักธรรม 5

มาศึกษาต่อค่ะ
ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา [28 ก.ค. 2549 , 15:02:15 น.] ( IP = 124.121.171.162 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org