| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พระติสสเถระ
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1ลำดับนั้น ภิกษุหนุ่มองค์หนึ่งถามพระติสสะว่า ท่านมีพรรษาเท่าไร?
พระติสสะตอบว่า ยังไม่มีพรรษา ข้าพเจ้าบวชแล้ว ในกาลเป็นคนแก่
ภิกษุหนุ่มจึงกล่าวว่า ท่านขรัวตาผู้มีอายุ ฝึกได้ยาก ท่านไม่รู้จักประมาณตน, ท่านเห็นพระเถระผู้ใหญ่มีประมาณเท่านี้แล้ว ไม่ทำวัตรแม้มาตรว่าสามีจิกรรม เมื่อวัตรอันพระเถระเหล่านี้ถามโดยเอื้อเฟื้ออยู่ ท่านนิ่งเสีย, แม้มาตรว่าความรังเกียจ ก็ไม่มีแก่ท่าน ดังนี้ จึงโบกมือไล่
พระติสสะบังเกิดขัตติยมานะขึ้นแล้ว ถามว่า พวกท่านมาสู่สำนักใคร?
เมื่ออาคันตุกะภิกษุเหล่านั้นตอบว่า มาสู่สำนักของพระศาสดา
พระติสสะจึงกล่าวว่า ก็พวกท่านคิดว่าข้าพเจ้าเป็นใคร? ข้าพเจ้าจักตัดความเป็นสมณะของพวกท่านเสียให้ได้ เมื่อกล่าวดังนี้แล้ว ก็ร้องไห้เป็นทุกข์ เสียใจ ไปสู่สำนักของพระศาสดาโดย TaRa [1 ส.ค. 2549 , 14:53:55 น.] ( IP = 203.172.117.49 : : )
สลักธรรม 2ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสถามเธอว่า ติสสะ เป็นอะไรหนอ? เธอจึงเป็นทุกข์ เสียใจ มีน้ำตาอาบหน้า ร้องไห้มาแล้ว.
ฝ่ายภิกษุเอาคันตุกะก็คิดว่า ภิกษุนั้นคงไปทำกรรมขุ่นมัวอะไรๆ ดังนี้ จึงไปกับพระติสสะ เมื่อถวายบังคมพระศาสดาแล้ว ได้นั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่ง
พระติสสะนั้นอันพระศาสดาตรัสถามแล้ว ได้กราบทูลว่า พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุเหล่านี้ด่าข้าพระองค์.
ก็เธอนั่งแล้วที่ไหน?
ที่โรงฉันกลางวิหาร พระเจ้าข้า.
ภิกษุเหล่านี้มา เธอได้เห็นหรือ?
เห็น พระเจ้าข้า.
เธอได้ลุกขึ้นทำการต้อนรับหรือ?
ไม่ได้ทำ พระเจ้าข้า
เธอได้ถามโดยเอื้อเฟื้อถึงการรับบริขารของภิกษุเหล่านั้นหรือ?
ข้าพระองค์ไม่ได้ถามโดยเอื้อเฟื้อ พระเจ้าข้า.
เธอได้ถามโดยเอื้อเฟื้อถึงธรรมเนียม หรือน้ำดื่มหรือ?
ข้าพระองค์ไม่ได้ถามโดยเอื้อเฟื้อ พระเจ้าข้า.
เธอนำอาสนะมาแล้ว ทำการนวดเท้าให้หรือ?
ไม่ได้ทำ พระเจ้าข้า.
ติสสะ วัตรทั้งปวงนั่น เธอควรทำแก่ภิกษุผู้แก่. การที่เธอไม่ทำวัตรทั้งปวงนั่น นั่งอยู่ในท่ามกลางวิหาร ไม่สมควร, โทษของเธอเองมี, เธอจงขอโทษภิกษุทั้งหลายนั่นเสีย.
พระองค์ผู้เจริญ พวกภิกษุนี้ได้ด่าข้าพระองค์, ข้าพระองค์ไม่ยอมขอโทษเธอ.
ติสสะ เธออย่าได้ทำอย่างนี้; โทษของเธอเองมี เธอจงขอโทษภิกษุเหล่านั้นเสีย.
พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ไม่ยอมขอโทษภิกษุเหล่านี้.โดย TaRa [1 ส.ค. 2549 , 14:54:18 น.] ( IP = 203.172.117.49 : : )
สลักธรรม 3ลำดับนั้น เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระติสสะนี้เป็นคนว่ายาก ดังนี้แล้ว
พระศาสดาตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ติสสะนี้มิใช่เป็นผู้ว่ายากแต่ในบัดนี้เท่านั้น, ถึงในกาลก่อน ติสสะนี้ก็เป็นคนว่ายากเหมือนกัน,
เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ทั้งหลาย ทราบความที่เธอเป็นผู้ว่ายากแต่ในบัดนี้เท่านั้น, เธอได้ทำอะไรไว้ในอดีตกาล
พระศาสดาจึงตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ถ้าอย่างนั้น ท่านทั้งหลายจงฟัง
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพาราณสีเสวยราชสมบัติอยู่ในเมืองพาราณสี ดาบสชื่อเทวละ อยู่ในหิมวันตประเทศ ๘ เดือน ใคร่จะเข้าไปอาศัยพระนครอยู่ ๔ เดือน เพื่อต้องการจะเสพรสเค็มและรสเปรี้ยว จึงมาจากหิมวันตประเทศ พบพวกคนเฝ้าประตูพระนคร จึงถามว่า พวกบรรพชิตผู้มาถึงพระนครนี้แล้ว ย่อมพักอยู่ที่ไหนกัน? เขาทั้งหลายบอกว่า ที่โรงนายช่างหม้อ ขอรับ. เทวลดาบสจึงไปสู่โรงนายช่างหม้อแล้ว ยืนที่ประตูกล่าวว่า ถ้าท่านไม่มีความหนักใจ, ข้าพเจ้าขอพักอยู่ในโรงสักราตรีหนึ่ง. ช่างหม้อกล่าวว่า กลางคืน กิจของข้าพเจ้าที่โรงไม่มี, โรงใหญ่, นิมนต์ท่านอยู่ตามสบายเถิด ขอรับ
เมื่อเทวลดาบสเข้าไปนั่งแล้ว. ดาบสอีกองค์หนึ่งชื่อนารทะ มาจากหิมวันตประเทศ ได้ขอพักอยู่ราตรีหนึ่งกะนายช่างหม้อ. นายช่างหม้อคิดว่า ดาบสองค์มาก่อน พึงเป็นผู้อยากจะอยู่ด้วยกันกับดาบสองค์นี้ หรือไม่ก็ไม่ทราบ, เราจะปลีกตัวเสีย
เมื่อคิดดังนี้แล้ว จึงกล่าวว่า ถ้าท่านองค์เข้าไปก่อน จักพอใจไซร้, ท่านจงพักอยู่ตามความพอใจของดาบสองค์ก่อนเถิด ขอรับ.
นารทดาบสนั้นเข้าไปหาเทวลดาบสแล้วกล่าวว่า ท่านอาจารย์ ถ้าท่านไม่มีความหนักใจ, ผมขอพักอยู่ในโรงนี้ราตรีหนึ่งเถิด เมื่อเทวลดาบสกล่าวว่า โรงใหญ่, ท่านจงเข้าไปอยู่ที่ส่วนข้างหนึ่งเถิด โดย TaRa [1 ส.ค. 2549 , 14:54:59 น.] ( IP = 203.172.117.49 : : )
สลักธรรม 4
ดาบสแม้ทั้งสองรูป พูดปราศรัยชวนให้ระลึกถึงกันแล้ว ในเวลาจะนอน นารทดาบสกำหนดที่นอนแห่งดาบสและประตูแล้วจึงนอน ส่วนเทวลดาบสนั้น เมื่อจะนอน หาได้นอนในที่ของตนไม่กลับไปนอนขวางที่กลางประตู นารทดาบสเมื่อออกไปในราตรี ได้เหยียบที่ชฏาของเทวลดาบส
เทวลดาบสกล่าวว่า ใครเหยียบเรา?
นารทดาบสกล่าวว่า ท่านอาจารย์ ผมเอง
ชฎิลโกง ท่านมาจากป่าแล้ว เหยียบที่ชฎาของเรา.
ท่านอาจารย์ ผมไม่ทราบว่าท่านนอนที่นี้ ขอท่านจงอดโทษแก่ผมเถิด.
เมื่อนารทดาบสออกไปข้างนอกแล้ว เทวลดาบสก็คิดว่า ดาบสรูปนี้ แม้เข้ามาจะพึงเหยียบเรา ดังนี้แล้ว จึงได้กลับนอนหันศีรษะไปทางเท้า
ฝ่ายนารทดาบส เมื่อจะเข้าไปคิดว่า แม้ทีแรก เราได้ผิดแล้วในท่านอาจารย์, บัดนี้ เราจะเข้าไปโดยทางเท้าของท่าน แต่เมื่อเดินเข้ามาก็กลับไปเหยียบที่คอของเทวลดาบส
เทวลดาบสกล่าวว่า นี่ใคร?
นารทดาบสกล่าวว่า ท่านอาจารย์ ผมเอง
เทวลดาบสกล่าวว่า ชฎิลโกง ทีแรกท่านเหยียบที่ชฎาของเราแล้ว เดี๋ยวนี้เหยียบที่คอเราอีก เราจักสาปท่าน
นารทดาบสจึงกล่าวว่า ท่านอาจารย์ โทษของผมไม่มี, ผมไม่ทราบว่าท่านนอนแล้วอย่างนี้, ผมเข้ามาด้วยคิดว่า แม้ทีแรกความผิดของเรามีอยู่, เดี๋ยวนี้ เราจักเข้าไปโดยทางเท้าท่าน ดังนี้ ขอท่านจงอดโทษแก่ผมเถิด.
เทวลดาบสกล่าวว่า ชฎิลโกง เราจะสาปท่าน.
นารทดาบสกล่าวว่าท่านอาจารย์ ท่านอย่าทำอย่างนี้เลย.โดย TaRa [1 ส.ค. 2549 , 14:55:27 น.] ( IP = 203.172.117.49 : : )
สลักธรรม 5แต่เทวลดาบสมิเอื้อเฟื้อถ้อยคำของนารทดาบสนั้น ยังขืนสาปนารทดาบสนั้น (ด้วยคาถา) ว่า พระอาทิตย์ มีรัศมีตั้ง ๑,๐๐๐ มีเดชตั้ง ๑๐๐ มีปกติกำจัดความมืด, พอพระอาทิตย์ขึ้นมาในเวลาเช้า ขอศีรษะของท่านจงแตกออก ๗ เสี่ยง.
นารทดาบส กล่าวว่า ท่านอาจารย์ โทษของผมไม่มี เมื่อกำลังพูดอยู่ทีเดียว ท่านได้สาปแล้ว, โทษของผู้ใดมีอยู่ ขอศีรษะของผู้นั้นจงแตก, ของผู้ไม่มีโทษ จงอย่าแตก แล้วได้สาปว่า พระอาทิตย์ มีรัศมีตั้ง ๑,๐๐๐ มีเดชตั้ง ๑๐๐ มีปกติกำจัดความมืด, พอพระอาทิตย์ขึ้นมาในเวลาเช้า ขอศีรษะของท่านจงแตกออก ๗ เสี่ยง.
และนารทดาบสนั้นมีอานุภาพใหญ่ ตามระลึกชาติได้ ๘๐ กัลป์ คือในอดีตกาล ๔๐ กัลป์ ในอนาคตกาล ๔๐ กัลป์ เพราะเหตุนั้น ท่านคิดว่า ความสาปจักตกในเบื้องบนแห่งใครหนอแล? เมื่อใคร่ครวญไป ก็ทราบว่า จักตกในเบื้องบนแห่งอาจารย์ อาศัยความกรุณาในเธอ จึงได้ห้ามอรุณขึ้นด้วยกำลังฤทธิ์.
ชาวพระนคร เมื่ออรุณไม่ขึ้นอยู่ ก็พากันไปสู่ประตูพระราชวัง แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่สมมติเทพ เมื่อพระองค์ทรงครองราชสมบัติอยู่, อรุณไม่ขึ้น, ขอพระองค์จงทรงพระกรุณาโปรดให้อรุณขึ้น เพื่อข้าพระองค์ทั้งหลายเถิด.
พระราชาทรงพิจารณาจริยาอนุวัตร มีกายกรรมเป็นต้นของพระองค์ มิได้ทรงเห็นการอันไม่สมควรอะไรๆ จึงทรงพระดำริว่า เหตุอะไรหนอแล? จึงทรงระแวงว่า ชะรอยจะเป็นความวิวาทของพวกบรรพชิต เมื่อดำริดังนี้แล้ว จึงตรัสถามว่า พวกบรรพชิตในพระนครนี้มีอยู่บ้างหรือ?
เมื่อมีผู้กราบทูลว่า เมื่อเวลาเย็นวานนี้ มีพวกบรรพชิตมาสู่โรงนายช่างหม้อ พระเจ้าข้า พระราชาจึงมีราชบุรุษถือคบนำเสด็จไปที่นั้น ในทันใดนั้นเอง ทรงอภิวาทพระนารทดาบสแล้ว ประทับ ณ ที่ควรข้างหนึ่ง ตรัสถามว่า ผู้เป็นเจ้านารทะ การงานทั้งหลายของพวกชมพูทวีป ย่อมเป็นไปไม่ได้, โลกเกิดมืดแล้ว เพราะเหตุอะไร ท่านอัน ข้าพเจ้าถามแล้ว ได้โปรดบอกเหตุนั้นแก่ข้าพเจ้า.
นารทดาบสเล่าเรื่องทั้งปวงถวายเสร็จแล้ว ถวายพระพรว่า อาตมภาพ อันดาบสรูปนี้สาปแล้วเพราะเหตุนี้, เมื่อเป็นอย่างนั้น อาตมภาพจึงได้กล่าวสาปบ้างว่า โทษของข้าพเจ้าไม่มี, โทษของผู้ใดมี; ความสาปจงตกลงในเบื้องบนแห่งผู้นั้นแล ก็ครั้นสาปแล้ว จึงคิดว่า ความสาปจักตกในเบื้องบนแห่งใครหนอแล? เมื่อใคร่ครวญไปก็เห็นว่า ในเวลาพระอาทิตย์ขึ้น ศีรษะของอาจารย์จักแตกออก ๗ เสี่ยง ดังนี้แล้ว อาศัยความกรุณาในท่าน จึงมิให้อรุณขึ้นไป. โดย TaRa [1 ส.ค. 2549 , 14:56:02 น.] ( IP = 203.172.117.49 : : )
สลักธรรม 6พระราชาตรัสถามว่า ก็อย่างไร อันตรายจะไม่พึงมีแก่เทวลดาบสเล่า?
นารทดาบสทูลว่า ถ้าเทวลดาบสขอโทษอาตมภาพเสีย อันตรายก็จักไม่พึงมี.
พระราชาตรัสว่า ถ้าอย่างนั้น ท่านเทวลดาบสท่านจงขอโทษเสียเถิด.
เทวลดาบสทูลว่า นารทดาบสชฎิลนั่นเหยียบอาตมภาพที่ชฎาและที่คอ อาตมภาพไม่ยอมขอโทษชฎิลโกงนั่น.
พระราชาตรัสว่า ขอท่านจงขอโทษเสียเถิด ขอรับ ท่านอย่าทำอย่างนี้.
เทวลดาบสทูลว่า อาตมภาพ ไม่ยอมขอโทษ
แม้เมื่อพระราชาตรัสว่า ศีรษะของท่านจักแตกออก ๗ เสี่ยง ดังนี้ เทวลดาบสก็ยังไม่ยอมขอโทษอยู่นั่นเอง.
ลำดับนั้น พระราชาตรัสกับเทวลดาบสว่า ท่านจักไม่ยอมขอโทษตามชอบใจของตนหรือ? จึงรับสั่งให้ราชบุรุษจับเทวลดาบสนั้นที่มือ ที่เท้า ที่ท้อง ที่คอ ให้ก้มลงที่บาทมูลแห่งนารทดาบส.
นารทดาบสกล่าวว่า อาจารย์ เชิญท่านลุกขึ้นเถิด, ข้าพเจ้ายอมยกโทษให้แก่ท่าน แล้วถวายพระพรว่า มหาบพิตร ดาบสรูปนี้หาได้ขอโทษอาตมภาพตามใจสมัครไม่, มีสระอยู่ในที่ไม่ไกลสระหนึ่ง ขอพระองค์รับสั่งให้เธอยืนทูนก้อนดินเหนียวบนศีรษะ แช่น้ำอยู่ในสระนั้นแค่คอ. พระราชารับสั่งให้ทำอย่างนั้นแล้ว.
นารทดาบสเรียกเทวลดาบสมาว่า ท่านอาจารย์ ครั้นฤทธิ์อันผมคลายแล้ว. เมื่อแสงพระอาทิตย์ตั้งขึ้นอยู่, ท่านพึงดำลงเสียในน้ำแล้ว โผล่ขึ้นไปเสียโดยทางอื่น
ก้อนดินเหนียวบนศีรษะของเทวลดาบสนั้น พอรัศมีแห่งพระอาทิตย์ถูกเข้าเท่านั้น ก็แตกออก ๗ เสี่ยง, เทวลดาบสนั้นดำลงหนีไปที่อื่นแล้วโดย TaRa [1 ส.ค. 2549 , 14:56:23 น.] ( IP = 203.172.117.49 : : )
สลักธรรม 7
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย พระราชาในกาลนั้น ได้เป็นอานนท์แล้ว, เทวลดาบสได้เป็นติสสะแล้ว, นารทดาบสได้เป็นเราเอง, ถึงในครั้งนั้น ติสสะนี่ก็เป็นผู้ว่ายากอย่างนี้เหมือนกัน
จึงรับสั่งเรียกติสสเถระมาแล้ว ตรัสว่า ติสสะ ก็เมื่อภิกษุคิดอยู่ว่า เราถูกผู้โน้นด่าแล้ว ถูกผู้โน้นประหารแล้ว ถูกผู้โน้นชนะแล้ว ผู้โน้นได้ลักสิ่งของของเราไปแล้ว ดังนี้ ชื่อว่าเวรย่อมไม่ระงับได้; แต่เมื่อภิกษุไม่เข้าไปผูกอยู่อย่างนั้นนั่นแล เวรย่อมระงับได้,
(คัดมาจากคาถาธรรมบท)
![]()
โดย TaRa [1 ส.ค. 2549 , 14:56:50 น.] ( IP = 203.172.117.49 : : )
สลักธรรม 8ขอบคุณมากค่ะ..ที่นำเรื่องดีๆ มาให้อ่านค่ะ โดย เซิ่น [2 ส.ค. 2549 , 10:22:24 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
สลักธรรม 9
อนุโมทนาสาธุค่ะ
โดย น้องฟู [2 ส.ค. 2549 , 12:10:33 น.] ( IP = 202.6.107.60 : : 172.16.249.222 )
สลักธรรม 10
สาธุค่ะ
โดย เพียงธาร [2 ส.ค. 2549 , 17:50:40 น.] ( IP = 203.172.117.12 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |