มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สญชัยปริพาชก





เรื่อง สญชัยปริพาชก

อสาเร สารมติโน สาเร จาสารทสฺสิโน
เต สารํ นาธิคจฺฉนฺติ มิจฺฉาสงฺกปฺปโคจรา
สารญจ สารโต ญตฺวา อสารญฺจ อสารโต
เต สารํ อธิคจฺฉนฺติ สมฺมาสงฺกปฺปโคจรา

“ชนเหล่าใด มีปกติรู้ในสิ่งที่ไม่เป็นสาระว่าเป็นสาระ
และเห็นในสิ่งอันเป็นสาระว่า ไม่เป็นสาระ
ชนเหล่านั้นมีความดำริผิดเป็นโคจร ย่อมไม่ประสพสิ่งอันเป็นสาระ

ชนเหล่าใด รู้สิ่งเป็นสาระโดยความเป็นสาระ
และสิ่งไม่เป็นสาระโดยความไม่เป็นสาระ
ชนเหล่านั้นมีความดำริชอบเป็นโคจร ย่อมประสพสิ่งเป็นสาระ”




มีบ้านพราหมณ์ ๒ ตำบล คือ อุปติสสคาม ๑ โกลิตคาม ๑ ในที่ไม่ไกลแต่กรุงราชคฤห์ ในสองบ้านนั้น ในวันที่นางพราหมณีชื่อสารี ในอุปติสสคามตั้งครรภ์นั่นแล แม้นางพราหมณีชื่อโมคคัลลีในโกสิตคามก็ตั้งครรภ์ ทั้งสองตระกูลนั้น ได้เป็นสหายเกี่ยวพันสืบเนื่องกันมาถึง ๗ ชั่วตระกูลทีเดียว พราหมณ์ผู้สามีได้ให้พิธีบริหารครรภ์แก่พราหมณีทั้งสองนั้น ในวันเดียวกันเหมือนกัน เมื่อกาลล่วงไป ๑๐ เดือน นางพราหมณีทั้งสองนั้นก็คลอดบุตร ในวันขนานชื่อ

พวกญาติตั้งชื่อบุตรของสารีพราหมณีว่า “อุปติสสะ” เพราะเป็นบุตรของตระกูลนายบ้าน ในตำบลอุปติสสคาม, ตั้งชื่อบุตรของโมคคัลลีพราหมณีว่า “โกลิตะ” เพราะเป็นบุตรของตระกูลนายบ้านในตำบลโกลิตคาม

เด็กทั้งสองนั้นถึงความเจริญแล้ว ได้ถึงความสำเร็จแห่งศิลปะทุกอย่าง ในเวลาไปสู่แม่น้ำหรือสวนเพื่อประโยชน์จะเล่น อุปติสสมาณพมีเสลี่ยงทองคำ ๕๐๐ เป็นเครื่องแห่แหน, โกลิตมาณพมีรถเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๕๐๐ เป็นเครื่องแห่แหน, ชนทั้งสองมีมาณพเป็นบริวารคนละ ๕๐๐

ก็ในกรุงราชคฤห์มีมหรสพบนยอดเขาทุกๆ ปี หมู่ญาติได้ยกเตียงซ้อนกันเพื่อกุมารทั้งสองนั้น ในทีเดียวกันนั่นเอง. แม้กุมารทั้งสองก็นั่งดูมหรสพร่วมกัน ย่อมหัวเราะในฐานะควรหัวเราะ ย่อมถึงความสังเวชในฐานะที่ควรสังเวช ย่อมตกรางวัลในฐานะที่ควรตกรางวัล

โดย TaRa [3 ส.ค. 2549 , 16:02:46 น.] ( IP = 203.172.117.35 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

สรทดาบสไม่ได้บรรลุพระอรหัตเพราะความเป็นผู้มีจิตฟุ้งซ่าน ด้วยในกาลที่เริ่มฟังธรรมเทศนาของพระอัครสาวกผู้นั่งบนอาสนะที่ ๒ แห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ตั้งอยู่ในสาวกบารมีญาณแสดงธรรมอยู่ เกิดความคิดขึ้นว่า “โอหนอ! แม้เราพึงได้รับธุระที่พระสาวกรูปนี้ได้รับในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้จะบังเกิดในอนาคต” ด้วยปริวิตกนั้น สรทดาบสนั้นจึงไม่ได้อาจเพื่อทำการแทงตลอดมรรคผลได้ สรทดาบสได้ยืนถวายบังคมพระตถาคตเจ้าแล้ว ในที่เฉพาะพระพักตร์ กราบทูลว่า “พระเจ้าข้า ภิกษุที่นั่งบนอาสนะในลำดับแห่งพระองค์มีชื่อว่าเป็นใคร? ในศาสนาของพระองค์”

พระศาสดาตรัสว่า “ภิกษุผู้ยังธรรมจักรอันเราให้เป็นไปแล้ว ให้เป็นไปตามบรรลุที่สุดแห่งสาวกบารมีญาณ แทงตลอดปัญญา ๑๖ อย่าง ตั้งอยู่ผู้นี้ชื่อว่าเป็นอัครสาวกในศาสนาของเรา”

สรทดาบสจึงได้ทำความปรารถนาว่า “พระเจ้าข้า ด้วยผลแห่งสักการะที่ข้าพระองค์กั้นฉัตรดอกไม้ทำแล้วตลอด ๗ วันนี้ ข้าพระองค์มิได้ปรารถนาความเป็นท้าวสักกะหรือความเป็นพรหมอย่างอื่น แต่ขอข้าพระองค์ พึงเป็นพระอัครสาวกของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต เหมือนพระนิสภเถระองค์นี้”

พระศาสดาทรงส่งพระอนาคตังสญาณไปพิจารณาว่า “ความปรารถนาของบุรุษผู้นี้ จักสำเร็จหรือหนอ?” ได้ทรงเห็นว่าผ่าน ๑ อสงไขยยิ่งด้วยแสนกัลป์ไปแล้วจะสำเร็จ ครั้นทรงเห็นแล้วจึงตรัสกับสรทดาบสว่า “ความปรารถนาของท่านนี้จักไม่เปล่าประโยชน์ ก็ในอนาคต ล่วงไป ๑ อสงไขยยิ่งด้วยแสนกัลป์ พระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระมารดาของพระองค์จักมีพระนามว่ามหามายาเทวี พระบิดาของพระองค์จักมีพระนามว่าสุทโธทนมหาราช พระโอรสจักมีพระนามว่าราหุล พระผู้อุปัฏฐากจักมีนามว่าอานนท์ พระสาวกที่ ๒ จักมีนามว่าโมคคัลลานะ ส่วนตัวท่านจักเป็นพระอัครสาวกของพระองค์ นามว่าธรรมเสนาบดีสารีบุตร” ครั้นทรงพยากรณ์ดาบสอย่างนั้นแล้ว ตรัสธรรมกถา มีภิกษุสงฆ์แวดล้อมเหาะไปแล้ว

ฝ่ายสรทดาบสไปยังสำนักพวกพระเถระผู้อันเตวาสิก แล้วส่งข่าวไปแก่สิริวัฑฒกุฎุมพีผู้สหายว่า “ท่านผู้เจริญ ขอท่านทั้งหลายจงบอกแก่สหายของข้าพเจ้าว่า ‘สรทดาบสผู้สหายของท่านได้ปรารถนาตำแหน่งพระอัครสาวกในศาสนาของพระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม ซึ่งจะทรงอุบัติขึ้นในอนาคต แทบบาทมูลของพระพุทธเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสีแล้ว ท่านจงปรารถนาตำแหน่งพระอัครสาวกที่ ๒ เทอญ’” ครั้นกล่าวจบลง ก็ได้ไปยืนอยู่ริมประตูเรือนของสิริวัฑฒะแล้ว

สิริวัฑฒะกล่าวว่า “นานหนอพระคุณเจ้าของเรา จึงมา” ดังนี้แล้ว นิมนต์ให้นั่งบนอาสนะ ตนนั่งบนอาสนะต่ำกว่าแล้ว เรียนถามว่า “ทำไม?อันเตวาสิกบริษัทของพระคุณเจ้าจึงหายไปเจ้าข้า”

สรทดาบสกล่าวว่า " พระพุทธเจ้าอโนมทัสสีเสด็จมายังอาศรมของข้าพเจ้าทั้งหลาย พวกข้าพเจ้าทำสักการะแด่พระองค์ตามกำลังของตน พระศาสดาทรงแสดงธรรมโปรดพวกข้าพเจ้าทุกๆ คน ในกาลจบเทศนา เว้นข้าพเจ้าคนเดียว ที่เหลือบรรลุพระอรหัตแล้วบวช ข้าพเจ้าเห็นพระนิสภเถระอัครสาวกของพระศาสดา จึงปรารถนาตำแหน่งพระอัครสาวกในศาสนาของพระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม ผู้จะเสด็จอุบัติในอนาคต แม้ท่านเองก็จงปรารถนาตำแหน่งสาวกที่ ๒ ในศาสนาของพระองค์ท่าน”

โดย TaRa [3 ส.ค. 2549 , 16:10:32 น.] ( IP = 203.172.117.35 : : )


  สลักธรรม 12

สิริวัฑฒะกล่าวว่า ข้าพเจ้าไม่มีความคุ้นเคยกับพระพุทธเจ้าทั้งหลายเลย
สรทดาบสกล่าวว่า เรื่องที่จะทูลกับพระพุทธเจ้าเป็นภาระของข้าพเจ้าเอง เธอจงจัดสักการะยิ่งใหญ่ไว้เถอะ

สิริวัฑฒะฟังคำของสรทดาบสนั้นแล้ว ให้ทำสถานที่ประมาณ ๘ กรีส โดยมาตราหลวง ที่ประตูเรือนของตนให้มีพื้นเสมอแล้ว เกลี่ยทรายโปรยดอกไม้มีข้าวตอกเป็นที่ ๕ ให้ทำมณฑปมุงด้วยดอกอุบลเขียวตบแต่งพุทธอาสน์ จัดอาสนะแม้แก่ภิกษุที่เหลือ จัดสักการะและเครื่องต้อนรับเป็นอันมากแล้ว ได้ให้สัญญาแก่สรทดาบสเพื่อประโยชน์นิมนต์พระพุทธเจ้าทั้งหลาย

เมื่อพระดาบสได้พาภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ไปที่อยู่ของสิริวัฑฒกุฎุมพีนั้นแล้ว ฝ่ายสิริวัฑฒกุฎุมพีทำการต้อนรับ รับบาตรจากพระหัตถ์ของพระตถาคต เชิญเสด็จให้เข้าไปสู่มณฑป ถวายน้ำทักษิโณทกแก่ภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ซึ่งนั่งบนอาสนะที่แต่งไว้ อังคาสด้วยโภชนะอันประณีต ในเวลาเสร็จภัตกิจ นิมนต์พระภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ครองผ้าอันมีค่ามากแล้ว กราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความริเริ่มนี้มิได้เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ตำแหน่งมีประมาณน้อย ขอพระองค์ทรงทำความอนุเคราะห์โดยทำนองนี้แล ตลอด ๗ วัน”

พระศาสดาทรงรับแล้ว เขายังมหาทานให้เป็นไปโดยทำนองนั้นนั่นแล ตลอด ๗ วัน ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ยืนประคองอัญชลี กราบทูลว่า “พระเจ้าข้า สรทดาบสสหายของข้าพระองค์ปรารถนาว่า ‘เราพึงเป็นพระอัครสาวกของพระศาสดาพระองค์ใด’ ข้าพระองค์พึงเป็นพระสาวกที่ ๒ ของพระศาสดาพระองค์นั้นเหมือนกัน”

พระศาสดาทรงพิจารณาถึงอนาคตกาล ทรงเห็นภาวะคือความสำเร็จแห่งความปรารถนาของเขา จึงทรงพยากรณ์ว่า “แต่นี้ล่วงไป ๑ อสงไขยยิ่งด้วยแสนกัลป์ แม้ท่านก็จักเป็นพระสาวกที่ ๒ ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม”

สิริวัฑฒะฟังพยากรณ์ของพระพุทธเจ้าทั้งหลายแล้ว ได้เป็นผู้ร่าเริงบันเทิงแล้ว แม้พระศาสดาทรงทำภัตตานุโมทนาแล้ว พร้อมทั้งบริวารเสด็จไปยังวิหาร

โดย TaRa [3 ส.ค. 2549 , 16:11:04 น.] ( IP = 203.172.117.35 : : )


  สลักธรรม 13

“ภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นความปรารถนาที่บุตรของเราปรารถนาแล้วในครั้งนั้น อัครสาวกทั้งสองนั้นได้ตำแหน่งตามที่ตนปรารถนานั่นแล เราหาได้เลือกหน้าให้ไม่”

เมื่อพระศาสดาตรัสพระพุทธพจน์อย่างนั้น สองพระอัครสาวกถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า ทูลเล่าเรื่องอันเป็นปัจจุบันทั้งหมด แล้วกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ทั้งสองนั้นไปยังสำนักของท่านอาจารย์สญชัย ประสงค์จะนำท่านมาสู่บาทมูลของพระองค์ แจ้งว่าลัทธิของท่านไม่มีสาระ แล้วกล่าวอานิสงส์ในการมาที่นี่ ท่านสญชัยตอบว่า ‘บัดนี้ ชื่อว่าการอยู่เป็นอันเตวาสิกของเรา ย่อมเป็นเช่นกับการถึงความกะเพื่อมแห่งน้ำในตุ่ม เราไม่สามารถจะอยู่เป็นอันเตวาสิกได้’

เมื่อข้าพระองค์บอกว่า ‘ท่านอาจารย์ เวลานี้ มหาชนมีมือถือวัตถุมีของหอมและระเบียบดอกไม้เป็นต้น จักไปบูชาเฉพาะพระศาสดา ท่านจักเป็นอย่างไร?’ ท่านอาจารย์สญชัยตอบว่า ‘ก็ในโลกนี้ คนฉลาดมากหรือคนเขลามาก?’ เมื่อข้าพระองค์ตอบว่า ‘คนเขลามาก’ ท่านอาจารย์สญชัยก็กล่าวว่า ‘ถ้ากระนั้น พวกคนฉลาดๆ จักไปสำนักพระสมณโคดม,พวกคนเขลาๆ จักมาสำนักของเรา เธอทั้งสองไปเถอะ’ ไม่ปรารถนาจะมา พระเจ้าข้า”

พระศาสดาทรงสดับคำนั้นแล้ว ตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย สญชัยถือสิ่งที่ไม่มีสาระว่า ‘มีสาระ’ และสิ่งที่มีสาระว่า ‘ไม่มีสาระ’ เพราะความที่ตนเป็นมิจฉาทิฏฐิ ส่วนเธอทั้งสองรู้สิ่งเป็นสาระโดยความเป็นสาระ และสิ่งอันไม่เป็นสาระโดยความไม่เป็นสาระ ละสิ่งที่ไม่เป็นสาระเสีย ถือเอาแต่สิ่งที่เป็นสาระเท่านั้น เพราะความที่ตนเป็นบัณฑิต”


(คัดมาจากคาถาธรรมบท)


โดย TaRa [3 ส.ค. 2549 , 16:11:32 น.] ( IP = 203.172.117.35 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org