มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เรื่อง ภิกษุ ๒ สหาย





เรื่อง ภิกษุ ๒ สหาย

พหุมฺปิ เจ สหิตํ ภาสมาโน
น ตกฺกโร โหติ นโร ปมตฺโต
โคโปว คาโว คณยํ ปเรสํ
น ภาควา สามญฺญสส โหติ

อปฺปมฺปิ เจ สหิตํ ภาสมาโน
ธมฺมสฺส โหติ อนุธมฺมจารี
ราคญฺจ โทสญฺจ ปหาย โมหํ
สมฺมปฺปชาโน สุวิมุตฺตจิตฺโต
อนุปาทิยาโน อิธ วา หุรํ วา
ส ภาควา สามญฺญสฺส โหติ

“หากว่า นรชนกล่าวพระพุทธพจน์อันมีประโยชน์เกื้อกูลมาก
แต่เป็นผู้ประมาทแล้ว ไม่ทำตามพระพุทธพจน์นั้นไซร้
เขาย่อมไม่เป็นผู้มีส่วนแห่งสามัญผล
เหมือนคนเลี้ยงโคนับโคทั้งหลายของชนเหล่าอื่น
ย่อมเป็นผู้ไม่มี ส่วนแห่งปัญจโครสฉะนั้น

หากว่า นรชนกล่าว พระพุทธพจน์อันมีประโยชน์เกื้อกูลแม้น้อย
แต่เป็นผู้มีปกติประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรมไซร้
เขาละราคะ โทสะ และโมหะแล้ว รู้ชอบ มีจิตหลุดพ้นดีแล้ว
หมดความยึดถือในโลกนี้หรือในโลกหน้า
เขาย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งสามัญผล”



โดย TaRa [11 ส.ค. 2549 , 07:30:20 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

กุลบุตร ๒ คน ชาวเมืองสาวัตถีเป็นสหายกัน ได้เข้าไปยังวิหารฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว ได้ละกามทั้งหลายถวายชีวิตในพระศาสนาของพระศาสดา ครั้นบวชแล้วอยู่ในสำนักพระอาจารย์และพระอุปัชฌาย์ตลอด ๕ ปีแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระศาสดา ทูลถามถึงธุระในพระศาสนา เมื่อได้ฟังวิปัสสนาธุระและคันถธุระโดยพิสดารแล้ว

ภิกษุรูปหนึ่งกราบทูลก่อนว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์บวชแล้วเมื่อภายแก่ ไม่สามารถจะบำเพ็ญคันถธุระได้ แต่จะบำเพ็ญวิปัสสนาธุระ” จึงทูลให้พระศาสดาตรัสบอกวิปัสสนาจนถึงพระอรหัต พากเพียรพยายามอยู่ บรรลุพระอรหัตพร้อมกับด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย

ฝ่ายภิกษุอีกรูปนั้นคิดว่า “เราจะบำเพ็ญคันถธุระ” เมื่อตัดสินใจดังนี้แล้วจึง เรียนพระพุทธพจน์ คือพระไตรปิฎกโดยลำดับ กล่าวธรรม สวดสรภัญญะ ทั้งในสถานที่ตนไปแล้วๆ และเที่ยวบอกธรรมแก่ภิกษุ ๕๐๐ รูป จนได้เป็นอาจารย์ของคณะใหญ่ ๑๘ คณะ

ภิกษุทั้งหลายเรียนพระกัมมัฏฐานในสำนักพระศาสดาแล้วไปสู่ที่อยู่ของพระเถระรูปที่บำเพ็ญวิปัสสนา ได้ตั้งอยู่ในโอวาทของพระเถระจนบรรลุพระอรหัตแล้ว จึงนมัสการพระเถระ แล้วเรียนว่า “กระผมทั้งหลายใคร่จะเฝ้าพระศาสดา”

พระเถระกล่าวว่า “ไปเถิด ผู้มีอายุ ท่านทั้งหลายจงถวายบังคมพระศาสดา นมัสการพระมหาเถระทั้ง ๘๐ รูป ตามคำของเรา และจงบอกกับพระเถระผู้สหายของเราบ้างว่า ‘ท่านอาจารย์ของกระผมทั้งหลาย นมัสการใต้เท้า’”

โดย TaRa [11 ส.ค. 2549 , 07:36:01 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2

ภิกษุทั้งหลายเหล่านั้นไปสู่วิหาร ถวายบังคมพระศาสดาและนมัสการพระอสีติมหาเถระแล้ว ไปสู่สำนักพระคันถิกเถระ กราบเรียนว่า “ใต้เท้าขอรับ ท่านอาจารย์ของพวกกระผม นมัสการถึงใต้เท้า”

เมื่อพระเถระผู้บำเพ็ญคันถธุระถามว่า “อาจารย์ของพวกท่านนั่นเป็นใคร?”

ภิกษุเหล่านั้นเรียนว่า “เป็นภิกษุผู้สหายของใต้เท้า ขอรับ”

เมื่อพระเถระผู้บำเพ็ญวิปัสสนาส่งพระภิกษุผู้เป็นศิษย์มาเยี่ยมอย่างนี้อยู่เรื่อยๆ ภิกษุผู้บำเพ็ญคันถธุระ ไม่สามารถจะอดทนอยู่ได้ เมื่อพวกอาคันตุกภิกษุเรียนว่า “ท่านอาจารย์ของพวกกระผม นมัสการใต้เท้า”

โดย TaRa [11 ส.ค. 2549 , 07:36:30 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3

พระเถระผู้บำเพ็ญคันถธุระ จึงกล่าวว่า “อาจารย์ของพวกท่าน นั่นเป็นใคร”

เมื่อภิกษุทั้งหลายเรียนว่า “เป็นภิกษุผู้สหายของใต้เท้า ขอรับ”

พระเถระผู้บำเพ็ญคันถธุระจึงกล่าวว่า “ก็อะไรเล่า? ที่พวกท่านเรียนในสำนักของภิกษุนั้น เช่น บรรดานิกายมีทีฆนิกายเป็นต้น นิกายใดนิกายหนึ่งหรือ? หรือบรรดาปิฎก ๓ ปิฎกใดปิฎกหนึ่งหรือ? ที่พวกท่านเรียนได้แล้ว”

พระเถระผู้บำเพ็ญคันถธุระนั้นคิดว่า " สหายบำเพ็ญวิปัสสนาธุระของเราย่อมไม่รู้จักคาถาแม้ประกอบด้วย ๔ บท ด้วยตั้งถือบังสุกุลเข้าป่า แต่ในคราวบวชใหม่ แต่ก็ยังได้อันเตวาสิกมากมายหนอ เอาไว้ในกาลที่เธอมาแล้ว เราควรถามปัญหาดู”

โดย TaRa [11 ส.ค. 2549 , 07:37:05 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4

ในกาลต่อมา พระเถระวิปัสสกะได้มาเฝ้าพระศาสดา เมื่อเก็บบาตรจีวรไว้ในสำนักพระเถระผู้สหายแล้ว จึงไปถวายบังคมพระศาสดา และนมัสการพระอสีติมหาเถระแล้ว แล้วกลับมาที่อยู่ของพระเถระผู้สหาย ลำดับนั้น พระคันถิกเถระนั้นให้ภิกษุทั้งหลายทำวัตรแก่ท่านแล้ว ถือเอาอาสนะมีขนาดเท่ากัน นั่งลงแล้วตั้งใจว่า “จักถามปัญหา”

ขณะนั้น พระศาสดาทรงทราบว่า “คันถิกภิกษุนี้พึงเบียดเบียนบุตรของเราผู้มีรูปเห็นปานนี้ แล้วเกิดในนรก” ด้วยทรงเอ็นดูในพระคันถิกทรงทำประหนึ่งเสด็จเที่ยวจาริกไปในวิหาร เสด็จถึงสถานที่พระเถระทั้งสองนั่งแล้ว ประทับนั่งเหนือพุทธอาสน์ที่จัดไว้

พระศาสดาจึงประทับนั่งเหนืออาสนะที่พระคันถิกภิกษุนั้นจัดไว้โดยปกตินั่นแล้ว จึงตรัสถามปัญหาในปฐมฌานกับคันถิกภิกษุ ครั้นเมื่อคันถิกภิกษุทูลตอบไม่ได้ จึงตรัสถามปัญหาในรูปสมาบัติและอรูปสมาบัติทั้งแปด ตั้งแต่ทุติยฌานเป็นต้นไป พระคันถิกเถระก็มิอาจทูลตอบได้แม้ข้อเดียว แต่พระวิปัสสกเถระทูลตอบปัญหานั้นได้ทั้งหมด

พระศาสดาตรัสถามปัญหาในโสดาปัตติมรรคอีก พระคันถิกเถระก็มิสามารถทูลตอบได้ จึงตรัสถามกับพระขีณาสพเถระซึ่งพระเถระก็ทูลตอบได้

พระศาสดาทรงชมเชยว่า “ดีละๆ” แล้วตรัสถามปัญหาในมรรคที่เหลือทั้งหลายโดยลำดับ พระคันถิกเถระก็มิได้อาจทูลตอบปัญหาได้สักข้อเดียว ส่วนพระขีณาสพทูลตอบปัญหาที่ตรัสถามแล้วได้

โดย TaRa [11 ส.ค. 2549 , 07:37:41 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 5

พระศาสดาได้ประทานสาธุการแก่พระขีณาสพนั้นในฐานะทั้งสี่ เทวดาทั้งหมด ตั้งต้นแต่ภุมเทวดา จนถึงพรหมโลกและนาคครุฑ ได้ฟังสาธุการนั้นแล้ว ก็ได้ให้สาธุการ

พวกอันเตวาสิกและสัทธิวิหาริกของพระคันถิกเถระ ได้สดับสาธุการนั้นแล้ว จึงยกโทษพระศาสดาว่า “พระศาสดาทรงทำกรรรมอะไรนี่? พระองค์ได้ประทานสาธุการแก่พระมหัลลกเถระผู้ไม่รู้อะไรๆ ในฐานะทั้งสี่ ส่วนท่านอาจารย์ของพวกเราผู้จำทรงพระปริยัติธรรมไว้ได้ทั้งหมด เป็นหัวหน้าภิกษุประมาณ ๕๐๐ รูป พระองค์มิได้ทรงทำแม้มาตรว่า ความสรรเสริญ”

ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสถามภิกษุเหล่านั้นว่า “ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอกล่าวอะไรกันนี่?”

เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลเนื้อความแล้ว จึงตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย อาจารย์ของพวกเธอ เช่นกับผู้รักษาโคทั้งหลาย เพื่อค่าจ้างในศาสนาของเรา ส่วนบุตรของเรา เป็นเช่นเดียวกับเจ้าของผู้บริโภคปัญจโครสได้ตามชอบใจ”

โดย TaRa [11 ส.ค. 2549 , 07:38:13 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 6

นรชนเข้าไปหาอาจารย์ทั้งหลาย เล่าเรียนพระพุทธพจน์นั้นแล้ว
แต่หาเป็นผู้ทำกิจอันการกบุคคลฟังธรรมนั้นแล้วจะพึงทำไม่
คือไม่ยังการทำไว้ในใจให้เป็นไป ด้วยอำนาจแห่งไตรลักษณ์ มีอนิจจลักษณะเป็นต้น
ชั่วขณะแม้สักว่าไก่ปรบปีก นรชนนั้นย่อมหาเป็นผู้มีส่วนแห่งคุณเครื่องเป็นสมณะไม่

เหมือนคนเลี้ยงโครักษาโคทั้งหลายเพื่อค่าจ้างประจำวัน
รับไปแต่เช้าตรู่ เวลาเย็นนับมอบให้แก่เจ้าของทั้งหลาย แล้วรับเอาเพียงค่าจ้างรายวัน
แต่ไม่ได้เพื่อบริโภคปัญจโครสตามความชอบใจ ฉะนั้นแล

เจ้าของโคพวกเดียว ย่อมบริโภคปัญจโครสแห่งโคทั้งหลาย ที่นายโคบาลมอบให้แล้ว ฉันใด
การกบุคคลทั้งหลายฟังธรรมอันนรชนนั้นกล่าวแล้ว ปฏิบัติตามที่นรชนนั้นพร่ำสอนแล้ว ก็ฉันนั้น
บางพวกบรรลุปฐมฌานเป็นต้น บางพวกเจริญวิปัสสนาแล้ว บรรลุมรรคและผล
จัดว่าเป็นผู้มีส่วนแห่งคุณเครื่องเป็นสมณะ เหมือนพวกเจ้าของโค ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งโครสฉะนั้น

(ตัดความมาจากคาถาธรรมบท)


โดย TaRa [11 ส.ค. 2549 , 07:38:49 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณมากค่ะ..ที่นำเรื่องดีๆ มาฝากเสมอ

โดย เซิ่น [11 ส.ค. 2549 , 20:04:28 น.] ( IP = 58.8.44.179 : : )


  สลักธรรม 8

…อนุโมทนาสาธุค่ะ...

โดย น้องฟู [15 ส.ค. 2549 , 09:02:24 น.] ( IP = 202.6.107.51 : : 172.16.249.222 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org