มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


จิตตุปบาท..เรื่องที่ควรรู้จักและเข้าใจ




จิตตุปบาท..เรื่องที่ควรรู้จักและเข้าใจ



สวัสดีค่ะ วันนี้วันพฤหัส คนไทยเราถือว่าเป็นวันครู ขอบูชาครูด้วยเรื่อง“จิตตุปบาท”

เพราะเห็นว่า “จิตตุปบาท” เป็นเรื่องพื้นฐานเริ่มต้นที่จะทำให้เข้าใจความเป็นไปของจิต และสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับจิตได้เป็นอย่างดี หากสามารถเรียนรู้ให้เข้าใจจะเป็นประโยชน์มากสำหรับท่านที่กำลังศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรมมัตถสังคหะอยู่ โดยเฉพาะเรื่องเหตุในปริจเฉทที่ ๓ (บอกกล่าวจากประสบการณ์ค่ะ)


นำเสนอเรื่องนี้จากความรู้ความเข้าใจที่ได้รับการถ่ายทอดมา และตามสติปัญญาที่สามารถจะกระทำได้ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ก็ขอกราบอภัยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย และขอให้ครูอาจารย์ทั้งหลายโปรดชี้แนะ แก้ไขด้วยนะคะ

หากการนำเสนอเรื่องนี้ ยังประโยชน์ให้แก่ท่านผู้อ่านได้บ้าง ก็ขออุทิศกุศลกรรมที่ได้จากธรรมทานครั้งนี้แด่ ท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร ผู้ก่อตั้งมูลนิธิอภิธรรมแห่งนี้ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ให้ชีวิตใหม่ในบวรพระพุทธศาสนาแก่ข้าพเจ้า ขอให้ท่านได้ร่วมอนุโมทนาในเจตนาครั้งด้วย

และขอจงเป็นพลวปัจจัยเสมือนยาทิพย์ช่วยเอื้อหนุนให้อาจารย์บุษกร เมธางกูร ผู้สืบสานงานต่อ จงมีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจด้วยเทอญ….

โดย พี่ดาดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ส.ค. 2549 , 08:43:55 น.] ( IP = 58.9.140.194 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

เกี่ยวกับจิต

จิต เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ ขณะใดจิตเกิดขึ้น ขณะนั้นการรู้อารมณ์ก็เกิดขึ้น จะห้ามการรู้อารมณ์ไม่ให้เกิดขึ้นไม่ได้ สภาวลักษณะของจิตเมื่อกล่าวโดยทั่วไป จึงเป็นการรู้อารมณ์อย่างเดียว

แต่เมื่อกล่าวถึงลักษณะที่รู้อารมณ์พิเศษของจิตแล้ว จิตจะมีความสามารถในการรู้อารมณ์ไม่เหมือนกัน โดยอำนาจการปรุงแต่งของเจตสิกที่เกิดขึ้นพร้อมกับจิต ดับพร้อมกับจิต มีที่อาศัยและมีอารมณ์อันเดียวกับจิต

และมีการเกิดขึ้นสืบกันไม่ขาดสาย

เมื่อมีจิตเกิดขึ้น… ต้องมีเจตสิกเกิดขึ้นพร้อมกันเสมอ

ขณะที่จิตเกิดขึ้น เรียกว่า อุปาทะขณะ

ขณะที่จิตตั้งอยู่ เรียกว่า ฐีติขณะ และ

ขณะที่จิตดับไป เรียกว่า ภังคะขณะ

โดย พี่ดาดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ส.ค. 2549 , 08:49:42 น.] ( IP = 58.9.140.194 : : )


  สลักธรรม 2

ภาพโดยรวมของจิตตุปบาท

จิตตุปบาท มาจาก จิต + อุปาทะ จึงหมายถึงการเกิดขึ้นของจิต

มาดูกันสิว่าภาพจิตตุปบาทบ่งบอกให้ทราบถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับจิตอะไรบ้าง
(ดูภาพจิตตุปบาทประกอบ)



  • จิต (วงกลม)
  • เจตสิกที่ประกอบ (เขียนเป็นตัวเลขประกอบภายในวงกลม)

  • ขณะเกิดขึ้นของจิต (อุปาทขณะ แสดงด้วยเส้นสีเขียวเส้นแรก)

  • ขณะตั้งอยู่ของจิต (ฐีติขณะ แสดงด้วยเส้นสีน้ำตาลเส้นที่สองตรงกลาง)

  • ขณะดับไปของจิต (ภังคขณะ แสดงด้วยเส้นสีเทาเส้นที่สาม)

  • จิตตชรูป (ขีดเล็กๆ อยู่เหนืออุปาทขณะ) เป็นเครื่องหมายแสดงให้ทราบว่ามีจิตตชรูป เกิดขึ้นด้วยที่อุปาทะขณะของจิต

โดย พี่ดาดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ส.ค. 2549 , 08:53:44 น.] ( IP = 58.9.140.194 : : )


  สลักธรรม 3

มาพิจารณาเจตสิกที่เกิดขึ้นพร้อมกับจิต

สำหรับผู้ที่ศึกษาพระอภิธรรม คงจะทราบกันอยู่แล้ว ว่า…

เจตสิกมีทั้งหมด ๕๒ ดวง แต่มีเจตสิกที่เป็นเหตุได้เพียง ๖ ดวงเท่านั้นคือ



  • โลภเจตสิก เป็น โลภเหตุ

  • โทสเจตสิก เป็น โทสเหตุ

  • โมหเจตสิก เป็น โมหเหตุ

  • อโลภเจตสิก เป็น อโลภเหตุ

  • อโทสเจตสิก เป็น อโทสเหตุ

  • ปัญญาเจตสิก เป็น อโมหเหตุ

โดย พี่ดาดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ส.ค. 2549 , 08:57:13 น.] ( IP = 58.9.140.194 : : )


  สลักธรรม 4

จิตตุปบาทจะบอกให้ทราบถึงสัมปยุตตเหตุได้อย่างไร

..เราสามารถแสดงให้ทราบถึงสัมปยุตตเหตุ ในจิตแต่ละดวงได้ด้วยภาพจิตตุปบาท

..โดยการแบ่งครึ่งวงกลมซึ่งแทนจิต แล้วเขียนจำนวนเจตสิกที่เป็นเหตุอยู่ครึ่งบน

..โดยเขียนในลักษณะ ๑, ๑-๑, ๑-๑-๑ แทน เหตุ ๑, เหตุ ๒, เหตุ ๓ ตามลำดับ

..และเจตสิกที่เหลือ (= เจตสิกทั้งหมด ลบด้วย เจตสิกที่เป็นเหตุ) เขียนไว้ครึ่งล่าง

..(ดูภาพประกอบไปด้วยเพื่อความเข้าใจ)



  • ถ้าจิตดวงนั้นไม่มีเจตสิกที่เป็นเหตุประกอบ (ครึ่งบนก็ว่างไว้) จัดเป็น อเหตุกจิต

  • ถ้าจิตดวงนั้นมีเจตสิกที่เป็นเหตุประกอบด้วย ๑ ดวง (๑) ก็จัดเป็น เอกเหตุกจิต

  • ถ้าจิตดวงนั้นมีเจตสิกที่เป็นเหตุประกอบด้วย ๒ ดวง (๑-๑) ก็จัดเป็น ทวิเหตุกจิต

  • ถ้าจิตดวงนั้นมีเจตสิกที่เป็นเหตุประกอบด้วย ๓ ดวง ก็จัดเป็น ติเหตุกจิต

โดย พี่ดาดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ส.ค. 2549 , 09:00:28 น.] ( IP = 58.9.140.194 : : )


  สลักธรรม 5

เอกเหตุกจิต มี ๒ ดวง



  • ได้แก่โมหมูลจิต ๒ ดวง (วิจิกิจฉาสัมปยุตตจิต ๑ และ อุทธัจจสัมปยุตตจิต ๑)
  • มีเจตสิกประกอบ (เท่ากันแต่ไม่เหมือนกัน) ๑๕ ดวง

  • มีโมหเจตสิก เป็นธรรมที่เป็นเหตุ คือโมหเหตุ

  • เจตสิกที่เหลือ ๑๔ จัดเป็นธรรมที่มีเหตุ แต่ไม่เป็นเหตุ


  • โมหมูลจิต จัดเป็นธรรมที่มีเหตุ แต่ไม่เป็นเหตุ


ทวิเหตุกจิต มี ๒๒ ดวง


  • โลภมูลจิต ๘ ดวง

  • โทสมูลจิต ๒ ดวง

  • ญาณวิปยุตตจิต ๑๒ ดวง

โดย พี่ดาดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ส.ค. 2549 , 09:12:04 น.] ( IP = 58.9.140.194 : : )


  สลักธรรม 6

(ภาพที่แสดงคือโลภมูลจิตดวงที่๑)


  • โลภมูลจิต ๘ ดวง


…มีโลภเจตสิก เป็นธรรมที่เป็นเหตุ คือโลภเหตุ

…มีโมหเจตสิก เป็นธรรมที่เป็นเหตุ คือโมหเหตุ

…โลภเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุด้วย มีโมหเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุที่เกิดร่วมด้วย

…โมหเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุด้วย มีโลภเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุที่เกิดร่วมด้วย

…เจตสิกที่เหลือ จัดเป็นธรรมที่มีเหตุ แต่ไม่เป็นเหตุ

…โลภมูลจิต จัดเป็นธรรมที่มีเหตุ ๒ แต่ไม่เป็นเหตุ เรียกว่า ทวิเหตุกจิต

โดย พี่ดาดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ส.ค. 2549 , 09:15:22 น.] ( IP = 58.9.140.194 : : )


  สลักธรรม 7

(ภาพที่แสดงคือโทสมูลจิตดวงที่ ๒)


  • โทสมูลจิต ๒ ดวง


…มีโทสเจตสิก เป็นธรรมที่เป็นเหตุ คือโทสเหตุ

…มีโมหเจตสิก เป็นธรรมที่เป็นเหตุ คือโมหเหตุ

…โทสเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุด้วย มีโมหเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุที่เกิดร่วมด้วย

…โมหเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุด้วย มีโทสเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุที่เกิดร่วมด้วย

…เจตสิกที่เหลือ จัดเป็นธรรมที่มีเหตุ แต่ไม่เป็นเหตุ

…โทสมูลจิต จัดเป็นธรรมที่มีเหตุ ๒ แต่ไม่เป็นเหตุ เรียกว่า ทวิเหตุกจิต

โดย พี่ดาดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ส.ค. 2549 , 09:18:51 น.] ( IP = 58.9.140.194 : : )


  สลักธรรม 8

(ภาพที่แสดงคือมหากุศลดวงที่ ๓ มีเจตสิกประกอบ ๓๗ ดวง)


  • ญาณวิปยุตตจิต ๑๒ ดวง


…มีอโลภเจตสิก เป็นธรรมที่เป็นเหตุ คืออโลภเหตุ

…มีอโทสเจตสิก เป็นธรรมที่เป็นเหตุ คืออโทสเหตุ

…อโลภเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุด้วย มีอโทสเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุที่เกิดร่วมด้วย

…อโทสเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุด้วย มีอโลภเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุที่เกิดร่วมด้วย

…เจตสิกที่เหลือ จัดเป็นธรรมที่มีเหตุ แต่ไม่เป็นเหตุ

…ญาณวิปยุตตจิต จัดเป็นธรรมที่มีเหตุ ๒ แต่ไม่เป็นเหตุ เรียกว่า ทวิเหตุกจิต

โดย พี่ดาดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ส.ค. 2549 , 09:48:01 น.] ( IP = 58.9.140.194 : : )


  สลักธรรม 9

ติเหตุกจิต มี ๔๗ หรือ ๗๙ ดวง



  • ญาณสัมปยุตตจิต ๑๒ ดวง

  • มหัคคตจิต ๒๗ ดวง

  • โลกุตตรจิต ๘ หรือ ๔๐ ดวง


…มีอโลภเจตสิก เป็นธรรมที่เป็นเหตุ คือ อโลภเหตุ

…มีอโทสเจตสิก เป็นธรรมที่เป็นเหตุ คือ อโทสเหตุ

…มีปัญญาเจตสิก เป็นธรรมที่เป็นเหตุ คือ อโมหเหตุ

…อโลภเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุด้วย มีอโทสเจตสิกและปัญญาเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุที่เกิดร่วมด้วย

…อโทสเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุด้วย มีอโลภเจตสิกและปัญญาเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุที่เกิดร่วมด้วย

…ปัญญาเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุด้วย มีอโลภเจตสิกและอโทสเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุที่เกิดร่วมด้วย

…เจตสิกที่เหลือ จัดเป็นธรรมที่มีเหตุ แต่ไม่เป็นเหตุ

…ญาณสัมยุตตจิต มหัคคตจิต โลกุตตรจิต จัดเป็นธรรมที่มีเหตุ ๓ แต่ไม่เป็นเหตุ เรียกว่า ติเหตุกจิต

โดย พี่ดาดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ส.ค. 2549 , 09:51:52 น.] ( IP = 58.9.140.194 : : )


  สลักธรรม 10

ต่อไปจะแสดงตัวอย่างการแจกแจงจิตแต่ละดวง โดยเขียนจิตตุปบาทประกอบ

โลภมูลจิตดวงที่ ๑

ชื่อ โสมนสฺสสหคตํ ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตํ อสงฺขาริกํ


แปล จิตที่เกิดขึ้นพร้อมด้วยความยินดี ประกอบไปด้วยความเห็นผิด โดยไม่มีการชักชวน


เจตสิก มีเจตสิกประกอบ ๑๙ ดวง ได้แก่

  • สัพพสาธารณเจตสิก ๗ ดวง (ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา เอกัคคตา ชีวิตินทรีย์ มนสิการ

  • ปกิณณกเจตสิก ๖ ดวง (วิตก วิจาร อธิโมกข์ วิริยะ ปีติ ฉันทะ)

  • โมจตุกเจตสิก ๔ ดวง (โมหะอหิริกะ อโนตตัปปะ อุทธัจจะ)

  • โลติกเจตสิก ๒ ดวง (โลภะ ทิฏฐิ )

    รวมเป็น ๑๙ ดวง

    เหตุ มีเจตสิกที่เป็นเหตุเกิดร่วมด้วย ๒ ดวง คือ
  • โลภเจตสิก เป็น โลภเหตุ
  • โมหเจตสิก เป็น โมหเหตุ

    สรุป
  • ทั้งโลภเจตสิก และโมหเจตสิก เป็นธรรมที่เป็นเหตุ

  • โลภเจตสิก เป็นธรรมที่เป็นเหตุด้วย มีโมหเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุที่เกิดร่วมด้วย

  • โมหเจตสิก เป็นธรรมที่เป็นเหตุด้วย มีโลภเจตสิกเป็นธรรมที่เป็นเหตุที่เกิดร่วมด้วย

  • เจตสิกที่เหลือ ๑๗ ดวง เป็นธรรมที่มีเหตุ แต่ไม่เป็นเหตุ

  • โลภมูลจิตดวงที่ ๑ นี้ จัดเป็นธรรมที่มีเหตุ ๒ คือ โลภเหตุ และโมหเหตุ เรียกว่า ทวิเหตุกจิต

    ดังนั้น ถ้าอยากเข้าใจและจำได้ในเรื่องจิต เจตสิก เหตุ
    ก็กรุณาลงทุนลงแรงด้วยการรีบไปซื้อสมุดเล่มโตๆ แล้วเขียนจิตตุปบาทของจิตแต่ละดวงพร้อมรายละเอียด จนครบ ๑๒๑ ดวง ดังที่จะแสดงไว้ข้างบน

    ครูที่มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ ท่านพร่ำสอนเสมอว่า
    .ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
    ยิ่งทำ ยิ่งได้
    ทำมากได้มาก ทั้งดีและชั่ว


    ขอให้ทุกท่านสุขใจกับเรื่องจิตตุปบาทนะคะ

    สาธุ..สาธุ..สาธุ

  • โดย พี่ดาดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ส.ค. 2549 , 09:57:40 น.] ( IP = 58.9.140.194 : : )
    [ 1 ] [ 2 ]

    ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
    จาก : *
    Code :
    กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
    อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
    รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
    รายละเอียด :
    Icon Toy
    Special command

    * *
    กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

    คำเตือน
    • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

    ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

    [ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

    ลานภาพ

    อบรมวิปัสสนา

    ค้นหา

    ค้นหา-GooGle

    สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org