มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ข้างเชิงตะกอน




.บ่ายวันอาทิตย์ที่ ๑๗ มี.ค. ๒๕๔๕ หลังจากเสร็จสิ้น
งานพระราชทานเพลิงศพและพิธีเก็บอัฐิ
ของหลวงพ่อแสวงแล้ว / เราทุกคนได้กลับมายังมูลนิธิเพื่อพักผ่อนและศึกษาพระอภิธรรมตามปกติ

ในระหว่างที่พักผ่อนอยู่นั้น ก็อดนึกย้อนกลับไปในเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาไม่ได้

โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่า งานพระราชทานเพลิงศพของหลวงพ่อแสวงนั้น ช่างยิ่งใหญ่อลังการเสียเหลือเกิน

เพราะจากการที่เดินไปทั่วบริเวณวัดจึงทำให้ทราบว่า วันนี้ผู้ที่มาร่วมงานมีจำนวนไม่ใช่น้อยเลย ทั้งคณาจารย์ด้านพระอภิธรรม ตลอดจนศิษยานุศิษย์ที่นั่งเบียดเสียดกันอยู่ในเต๊นท์
รวมทั้งที่ต้องยืนอยู่นอกเต๊นท์ และตามร่มไม้เพราะไม่มีเก้าอี้นั่งก็มีมิใช่น้อย[/font]

….ภาพของพระราชาคณะชั้นสมเด็จ พระสงฆ์ผู้ทรงสมณศักดิ์ และโดยเฉพาะสีของผ้ากาสาวพัสตร์ที่ห่อหุ้มร่างกายพระภิกษุที่นั่งเรียงรายอยู่ในปะรำพิธีและด้านข้าง ทำให้จิตใจแช่มชื่นเบิกบานเป็นอย่างมาก

เพราะนั่นก็หมายถึงว่า หลวงพ่อแสวงเป็นปูชนียบุคคลที่มีค่าเป็นที่ยอมรับทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์


...และที่สำคัญอาจารย์กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่คำว่า”พระอภิธรรม” ได้กลับมาผงาดต่อหน้าพระภิกษุสงฆ์อีกครั้งหนึ่งแล้ว

อาจารย์บอกว่า เมรุลอยห้าชั้นที่ประดับประดาอย่างสวยงาม ตลอดจนผู้คนจำนวนมากที่มาร่วมงานในวันนี้ ทำให้เกิดความปิติยินดีจนไม่อาจหักห้ามน้ำตาไว้ได้

มีความรู้สึกว่า หลวงพ่อแสวงน่าจะได้มาเห็นภาพเหล่านี้ด้วยสายตาของท่านเอง …

..รู้สึกภาคภูมิในตนเองที่สามารถจัดงานให้หลวงพ่อได้อย่างสมเกียรติ จนเป็นที่ยอมรับในความรู้ความสามารถของหลวงพ่ออย่างถ้วนทั่ว

ภูมิใจที่ได้มีโอกาสประกาศเกียรติคุณของคนดี และภูมิใจที่ได้มีโอกาสทำให้ให้ทุกคนได้ยินคำว่า พระอภิธรรม… ..


โดย หลวงตา [25 มี.ค. 2545 , 11:22:10 น.] ( IP = 203.170.159.2 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail


  สลักธรรม 1



พิธีพระราชทานเพลิงศพตามกำหนดการนั้นผ่านพ้นไปด้วยความราบรื่น

แม้ผู้คนจะมากมายขนาดไหนก็ไม่มีอุปสรรคใดเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหารการกิน หนังสือที่พิมพ์แจกในงาน ล้วนได้รับการสนับสนุนจากลูกศิษย์ทุกฝ่ายเป็นอย่างดี

..อาจารย์บอกว่า นี่แหละคืออานุภาพแห่งความดีที่กลับมาคุ้มครองรักษาผู้ประพฤติปฏิบัติ .


...เมื่อถึงเวลา”เผาจริง” ก็ยิ่งน่าอัศจรรย์ใจ ทั้งๆที่เวลาดึกพอสมควรแล้ว(สี่ทุ่ม) ก็ยังมีผู้คนจำนวนมาก รอพิธีประชุมเพลิงครั้งนี้อย่างเนืองแน่น

เสียงสะอื้นแผ่วเบาที่สะท้อนออกมาให้ได้ยินจากผู้ที่เดินขึ้นมาวางดอกไม้จันให้กับหลวงพ่อนั้น ทำให้บรรยากาศหดหู่ยิ่งขึ้น ..และหลังจากที่เคลื่อนโลงบรรจุศพของหลวงพ่อเข้าเตาเผาไปเรียบร้อยแล้ว

อาจารย์ได้นำพวกเราลงมากราบบูชาพระคุณหลวงพ่อแสวง และให้ทุกคนให้คำมั่นสัญญากับตนเองว่า จะไม่ทิ้งการศึกษาพระอภิธรรม จะไม่กระทำตนให้ห่างไกลจากรัศมีพระธรรม และจะคุ้มครองเจตนาในการสืบทอดพระศาสนาไว้อย่างถึงที่สุดจนกว่าชีวิตจะหาไม่

และขอให้ทุกคนไม่ท้อทอยต่ออุปสรรคในการศึกษา [/font]

.โดยให้นึกถึงหลวงพ่อว่า ขณะที่เข้าสู่วาระสุดท้าย หลวงพ่อยังต้องการฟังเรื่องพระอภิธรรมตลอดเวลา.

.น้ำเสียงและแววตาที่อาจารย์กล่าวกับพวกเรานั้นมีความจริงจังมากซึ่ง ค่อนข้างไปทางการคาดคั้นเสียด้วยซ้ำ .

โดย หลวงตา [25 มี.ค. 2545 , 11:33:23 น.] ( IP = 203.170.159.2 : : )


  สลักธรรม 2

.ในขณะนั้นก็คิดไปตามที่อาจารย์พูดว่า ..เมื่อไม่มีหลวงพ่อแสวงแล้ว
ทำให้พวกเราต้องสูญเสียโอกาสอันดี ในการศึกษาพระอภิธรรมจากผู้ที่แตกฉานอย่างแท้จริง…

การสูญเสียหลวงพ่อในวันนี้อาจจะทำให้เกิดความโศกเศร้ามากก็จริง

แต่เทียบไม่ได้เลยหากเราต้องอยู่ในเหตุการณ์ที่รู้ว่าได้สูญเสียพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปแล้ว แต่ในความจริงแล้วเราก็คงไม่เคยมีโอกาสที่จะได้รับทราบเช่นนั้น เพราะความเป็นผู้ห่างไกลจากรัศมีพระธรรมของเรานั่นเอง….




....ระหว่างที่อาจารย์อบรมสั่งสอนพวกเราอยู่ข้างเมรุนั้น

อาจารย์ได้ร้องไห้เป็นอย่างมาก และกล่าวคำฝากฝังการศึกษาพระอภิธรรมไว้กับหลายๆคนที่มีความรู้ความสามารถ

และเมื่อแยกย้ายกันกลับบ้านแล้ว อาจารย์บอกว่า ยังได้มานั่งร้องไห้ในรถต่ออีกครู่หนึ่ง

แต่ก็ไม่ได้บอกสาเหตุให้ผู้ที่อยู่ในรถคันนั้นได้รับทราบ จนกระทั่งมีโอกาสได้คุยกับอาจารย์ในบ่ายวันอาทิตย์ .

โดย หลวงตา [25 มี.ค. 2545 , 11:42:02 น.] ( IP = 203.170.159.2 : : )


  สลักธรรม 3

.. อาจารย์บอกว่าที่จริงแล้วอยากจะอธิบายให้ทุกคนทราบมากว่าที่พูดอยู่ข้างเมรุในคืนนั้น เพราะตอนที่เดินเข้าไปวางดอกไม้จันที่โลงศพของหลวงพ่อนั้นอาจารย์ได้พิจารณาว่า …ก่อนที่จะต้องตกอยู่ในสภาพนี้ กว่าหลวงพ่อจะมรณภาพ หลวงพ่อต้องได้รับความทุกข์ทรมานมาก ตัวเองก็ต้องคอยดูและปฐมพยาบาลอย่างดีที่สุด แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นอาการทุรนทุราย …..ชีวิตมีแค่นี้เองหรือ เกิดขึ้นมาเพื่อจะเจ็บไปจนตาย ต้องเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสแล้วก็ตายไปอย่างนั้นหรือ ….อาจารย์บอกว่า ..ในขณะนั้นมีความรู้สึก”ไม่ต้องการเกิด”ขึ้นมาอย่างจับใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากความรู้ด้วยปัญญาที่ได้ศึกษามาในอดีตซึ่งไม่ทราบว่าได้ศึกษาเมื่อใดนั้น เข้ามาแยกแยะลูกโซ่ที่ร้อยรัดชีวิตไว้ให้เห็นเป็น ส่วนๆว่า ชีวิตนี้ไม่มีอะไรเลยจริงๆ ชีวิตนี้ไม่ควรมีอยู่ต่อไปอีกเลยแม้สักวินาทีเดียว จึงอยากจะขอร้องให้ทุกคนอย่าทำทางเกิดกันอีกเลย อยากให้ทุกคนได้รับทราบความรู้สึกแห่งความปรารถนาดีนี้ว่า ชีวิตนี้น่ากลัวจริงๆ หนีไม่พ้นที่จะต้อง”เจ็บไปจนตาย” ไม่อยากให้ทุกคนต้องมารับความทรมานซ้ำซากอย่างนี้ต่อไปอีกเลย..

....อาจารย์บอกว่า การศึกษาพระอภิธรรมเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะจะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ไขปมปัญหาที่เราเคยสงสัยให้คลายออก

หลายๆครั้งที่ไม่ได้อยู่ในขณะปฏิบัติ แต่ก็มีความรู้เกิดขึ้นมากระทันหันว่า

การรับอารมณ์เมื่อสักครู่นี้ เช่น การปวดตา และความอ่อนล้านั้นมีสาเหตุเพราะจิตไปทำงานที่”จักขุปสาท”มากเกินไป

และก็รู้อีกว่าขณะนี้จิตได้กลับมาทำงานที่”หทยวัตถุ” แล้วไม่ได้ทำงานอยู่ที่”จักขุปสาท”
และก็รู้สึกว่าเพราะมีการคิดอันเนื่องมาจาก”อตีตารมณ์”อยู่เรื่อยๆจิตที่ทำงานที่”หทยวัตถุ”นี้จึงอ่อนล้า ..บางครั้งก็รู้ขึ้นมาว่า อารมณ์ที่รับอยู่นี้เป็น”รูปารมณ์”ที่เป็นปัจจุบัน

และเมื่อรับอารมณ์ผ่านเข้ามาแล้ว จิตได้กลับมาทำงานที่”หทยวัตถุ”แล้วทำหน้าที่”โวฏฐัพนนะ” มี”โยนิโสมนสิการ”ว่าเป็นรูปหรือเป็นนาม บางที่ก็รู้ว่า อารมณ์ที่รับอยู่นี้เป็น “อัชชฌัตตารมณ์” หรือ “พหิทธารมณ์” และก็รู้ขึ้นไปอีกว่า ปัญญาที่รู้นี่แหละคือ “วิปัสสนา” เหล่านี้เป็นต้น

ซึ่งขอบอกว่าความรู้เหล่านี้ไม่ได้เกิดในขณะกำลังเจริญสติปัฏฐานเลย ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นการศึกษาไว้ตั้งแต่ชาติไหน

เพราะในขณะที่รู้นั้นก็จะรู้ขึ้นมาเป็นคำภาษาบาลีโดยที่ตัวเองก็เข้าใจด้วยว่าหมายถึงอะไร …

. แต่ก็ขอยืนยันว่าเกิดขึ้นเพราะการเรียนพระอภิธรรม .

.และขอบอกว่ารักทุกคน แต่ไม่ชอบคนดื้อว่ายาก ส่วนคนไหนที่ว่าง่ายก็จะได้รับมากหน่อย เพราะเป็นธรรมดาแม้กระทั่งพ่อแม่ยังรักลูกไม่เท่ากัน

แต่ถ้าลูกคนไหนทำให้ถูกใจก็จะรักคนนั้นมาก คนที่ว่ายากเป็นคนดื้อและกำลังสร้างทางไปเป็นผู้ที่ห่างไกลบัณฑิต ไม่ต้องการให้ใครเป็นผู้ที่ว่ายาก ต้องหัดตนเองเสียตั้งแต่บัดนี้ให้เป็นผู้ว่าง่าย จะได้พบกับบัณฑิตได้ง่าย ฟังธรรมแล้วรู้จะได้รู้ธรรมง่ายบรรลุได้เร็ว ขอให้เชื่อที่สอนนี้เถอะ…

สิ่งที่ได้รับฟังในบ่ายวันนั้นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก

โดยเฉพาะเป็นการย้ำเจตนาในการศึกษาธรรมให้ตรงตามเป้าหมายอีกครั้ง

และที่สำคัญทำให้นึกกลัวคำว่า “เจ็บจนตาย” ขึ้นมามากมาย เพราะด้วยประสบการณ์ส่วนตัวเมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้มีความเจ็บปวดไม่สบายเกิดขึ้นในร่างกายมาก มากจนกระทั่งคิดว่า คนใกล้ตายจะรู้สึกอย่างนี้หรือเปล่า ที่ทนความเจ็บปวดไม่ไหวจนขาดใจตาย

แล้วก็นึกถึงอาจารย์บุษกรว่าคงจะต้องเจ็บปวดทรมานมากกับความเจ็บป่วยทุกครั้ง และก็กลับไปที่ความรู้สึกเจ็บปวดอีกว่า ควรกำหนดอย่างไรดีจึงจะถูกต้องตามหลักสติปัฏฐาน หรือควรจะทำสมาธิ เพื่อจะได้มีอารมณ์ที่ดีหากพลาดพลั้งตายไป

และก็รู้ว่าในขณะนั้นสติปัญญาที่มีอยู่ มีกำลังอ่อนด้อยมาก จิตใจซัดส่ายไปตามอาการต่างๆ ….แต่แล้ว”เรื่องตะเกียง” ที่หลวงพ่อเสือสอนว่าตายด้วยเหตุทั้ง ๔ นั้นก็ผุดขึ้นมาในใจ

และก็วางใจได้ว่าจะตายก็ช่างหัวมัน และในขณะนั้นเองก็ทราบทันทีว่า ขณะนี้ยังไม่มีความพร้อมที่จะตายเลยแม้แต่น้อย

รู้สึกถึงคุณค่าของการศึกษาและการปฏิบัติเป็นอย่างมาก รู้ตนเองเลยว่าการศึกษาและการปฏิบัติยังอ่อนด้อยไม่เพียงพอต่อการเผชิญทุกขเวทนาทั้งหลายอย่างมีติสัมปชัญญะ


เมื่อมาได้รับฟังคำสอนของอาจารย์อีกครั้ง ทำให้นึกถึงการกำหนดเวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน

อาจารย์ย้ำว่า ..ไม่มีจิตดวงไหนไม่มีเวทนา แล้วเราคิดหรือว่าเวลาใกล้ตายนั้นทุกขเวทนาจะไม่เกิดขึ้นกับเรา
.[/font]

โดย หลวงตา [25 มี.ค. 2545 , 12:00:39 น.] ( IP = 203.170.159.2 : : )


  สลักธรรม 4


เป็นความรู้สึกที่ซาบซึ้งจริงๆ มีความรู้สึกพิเศษเกิดขึ้นตั้งแต่ได้เห็นภาพ เมื่อได้อ่านสิ่งที่ท่านอาจารย์ประจักษ์แจ้งเกิดความรู้สึกเข้าใจ เพราะเหตุแห่งมีอภิธรรมเป็นฐานรองรับจึงมั่นใจจริงๆว่า พระอภิธรรมล้ำค่าจริงๆ และเกิดความเชื่อมั่นว่าไม่มีอะไรยิ่งใหญ่กว่าพระธรรมคำสั่งสอน ขออนุโมทนามา ณ ที่นี้

โดย หมออุ๊ [25 มี.ค. 2545 , 19:21:08 น.] ( IP = 203.113.38.7 : : )


  สลักธรรม 5

ได้ประจักษ์ซึ้งถึงความปราถนาดีของอาจารย์ ที่มีต่อทุกคน ที่ไม่อยากให้ต้องเกิดเพื่อจะมารับความทุกข์ทรมานอีกต่อไป
และเกิดความรู้สึกภูมิใจที่ในชาตินี้ได้มีโอกาสพบบัณฑิต ที่เป็นกัลยาณมิตร คืออาจารย์ผู้ประเสริฐ
จะขอสร้างทางเป็นคนว่าง่าย เพื่อให้ได้พบบัณฑิต ได้ฟังธรรมและเข้าใจได้โดยง่าย ตามคำสอนของอาจารย์ค่ะ
ขอขอบคุณและอนุโมทนากับหลวงตาเป็นอย่างมากค่ะ

โดย ธัญธร [25 มี.ค. 2545 , 22:27:12 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : )


  สลักธรรม 6

อ่านแล้วร้องไห้เลยค่ะ และสงสารตัวเองมากเลยเพราะยังไม่มีผู้ชี้นำชีวิตที่ดีเช่นพวกพี่ๆน้องๆค่ะ

โดย เม [26 มี.ค. 2545 , 15:10:27 น.] ( IP = 203.170.151.238 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org