| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ข้างเชิงตะกอน
สลักธรรม 1
![]()
พิธีพระราชทานเพลิงศพตามกำหนดการนั้นผ่านพ้นไปด้วยความราบรื่น
แม้ผู้คนจะมากมายขนาดไหนก็ไม่มีอุปสรรคใดเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหารการกิน หนังสือที่พิมพ์แจกในงาน ล้วนได้รับการสนับสนุนจากลูกศิษย์ทุกฝ่ายเป็นอย่างดี
..อาจารย์บอกว่า นี่แหละคืออานุภาพแห่งความดีที่กลับมาคุ้มครองรักษาผู้ประพฤติปฏิบัติ .
...เมื่อถึงเวลาเผาจริง ก็ยิ่งน่าอัศจรรย์ใจ ทั้งๆที่เวลาดึกพอสมควรแล้ว(สี่ทุ่ม) ก็ยังมีผู้คนจำนวนมาก รอพิธีประชุมเพลิงครั้งนี้อย่างเนืองแน่น
เสียงสะอื้นแผ่วเบาที่สะท้อนออกมาให้ได้ยินจากผู้ที่เดินขึ้นมาวางดอกไม้จันให้กับหลวงพ่อนั้น ทำให้บรรยากาศหดหู่ยิ่งขึ้น ..และหลังจากที่เคลื่อนโลงบรรจุศพของหลวงพ่อเข้าเตาเผาไปเรียบร้อยแล้ว
อาจารย์ได้นำพวกเราลงมากราบบูชาพระคุณหลวงพ่อแสวง และให้ทุกคนให้คำมั่นสัญญากับตนเองว่า จะไม่ทิ้งการศึกษาพระอภิธรรม จะไม่กระทำตนให้ห่างไกลจากรัศมีพระธรรม และจะคุ้มครองเจตนาในการสืบทอดพระศาสนาไว้อย่างถึงที่สุดจนกว่าชีวิตจะหาไม่
และขอให้ทุกคนไม่ท้อทอยต่ออุปสรรคในการศึกษา [/font]
.โดยให้นึกถึงหลวงพ่อว่า ขณะที่เข้าสู่วาระสุดท้าย หลวงพ่อยังต้องการฟังเรื่องพระอภิธรรมตลอดเวลา.
.น้ำเสียงและแววตาที่อาจารย์กล่าวกับพวกเรานั้นมีความจริงจังมากซึ่ง ค่อนข้างไปทางการคาดคั้นเสียด้วยซ้ำ .โดย หลวงตา [25 มี.ค. 2545 , 11:33:23 น.] ( IP = 203.170.159.2 : : )
สลักธรรม 2.ในขณะนั้นก็คิดไปตามที่อาจารย์พูดว่า ..เมื่อไม่มีหลวงพ่อแสวงแล้ว
ทำให้พวกเราต้องสูญเสียโอกาสอันดี ในการศึกษาพระอภิธรรมจากผู้ที่แตกฉานอย่างแท้จริง
การสูญเสียหลวงพ่อในวันนี้อาจจะทำให้เกิดความโศกเศร้ามากก็จริง
แต่เทียบไม่ได้เลยหากเราต้องอยู่ในเหตุการณ์ที่รู้ว่าได้สูญเสียพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปแล้ว แต่ในความจริงแล้วเราก็คงไม่เคยมีโอกาสที่จะได้รับทราบเช่นนั้น เพราะความเป็นผู้ห่างไกลจากรัศมีพระธรรมของเรานั่นเอง .
![]()
....ระหว่างที่อาจารย์อบรมสั่งสอนพวกเราอยู่ข้างเมรุนั้น
อาจารย์ได้ร้องไห้เป็นอย่างมาก และกล่าวคำฝากฝังการศึกษาพระอภิธรรมไว้กับหลายๆคนที่มีความรู้ความสามารถ
และเมื่อแยกย้ายกันกลับบ้านแล้ว อาจารย์บอกว่า ยังได้มานั่งร้องไห้ในรถต่ออีกครู่หนึ่ง
แต่ก็ไม่ได้บอกสาเหตุให้ผู้ที่อยู่ในรถคันนั้นได้รับทราบ จนกระทั่งมีโอกาสได้คุยกับอาจารย์ในบ่ายวันอาทิตย์ .โดย หลวงตา [25 มี.ค. 2545 , 11:42:02 น.] ( IP = 203.170.159.2 : : )
สลักธรรม 3..
อาจารย์บอกว่าที่จริงแล้วอยากจะอธิบายให้ทุกคนทราบมากว่าที่พูดอยู่ข้างเมรุในคืนนั้น เพราะตอนที่เดินเข้าไปวางดอกไม้จันที่โลงศพของหลวงพ่อนั้นอาจารย์ได้พิจารณาว่า ก่อนที่จะต้องตกอยู่ในสภาพนี้ กว่าหลวงพ่อจะมรณภาพ หลวงพ่อต้องได้รับความทุกข์ทรมานมาก ตัวเองก็ต้องคอยดูและปฐมพยาบาลอย่างดีที่สุด แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นอาการทุรนทุราย ..ชีวิตมีแค่นี้เองหรือ เกิดขึ้นมาเพื่อจะเจ็บไปจนตาย ต้องเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสแล้วก็ตายไปอย่างนั้นหรือ .อาจารย์บอกว่า ..ในขณะนั้นมีความรู้สึกไม่ต้องการเกิดขึ้นมาอย่างจับใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากความรู้ด้วยปัญญาที่ได้ศึกษามาในอดีตซึ่งไม่ทราบว่าได้ศึกษาเมื่อใดนั้น เข้ามาแยกแยะลูกโซ่ที่ร้อยรัดชีวิตไว้ให้เห็นเป็น ส่วนๆว่า ชีวิตนี้ไม่มีอะไรเลยจริงๆ ชีวิตนี้ไม่ควรมีอยู่ต่อไปอีกเลยแม้สักวินาทีเดียว จึงอยากจะขอร้องให้ทุกคนอย่าทำทางเกิดกันอีกเลย อยากให้ทุกคนได้รับทราบความรู้สึกแห่งความปรารถนาดีนี้ว่า ชีวิตนี้น่ากลัวจริงๆ หนีไม่พ้นที่จะต้องเจ็บไปจนตาย ไม่อยากให้ทุกคนต้องมารับความทรมานซ้ำซากอย่างนี้ต่อไปอีกเลย..
![]()
....อาจารย์บอกว่า การศึกษาพระอภิธรรมเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะจะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ไขปมปัญหาที่เราเคยสงสัยให้คลายออก
หลายๆครั้งที่ไม่ได้อยู่ในขณะปฏิบัติ แต่ก็มีความรู้เกิดขึ้นมากระทันหันว่า
การรับอารมณ์เมื่อสักครู่นี้ เช่น การปวดตา และความอ่อนล้านั้นมีสาเหตุเพราะจิตไปทำงานที่จักขุปสาทมากเกินไป
และก็รู้อีกว่าขณะนี้จิตได้กลับมาทำงานที่หทยวัตถุ แล้วไม่ได้ทำงานอยู่ที่จักขุปสาท
และก็รู้สึกว่าเพราะมีการคิดอันเนื่องมาจากอตีตารมณ์อยู่เรื่อยๆจิตที่ทำงานที่หทยวัตถุนี้จึงอ่อนล้า ..บางครั้งก็รู้ขึ้นมาว่า อารมณ์ที่รับอยู่นี้เป็นรูปารมณ์ที่เป็นปัจจุบัน
และเมื่อรับอารมณ์ผ่านเข้ามาแล้ว จิตได้กลับมาทำงานที่หทยวัตถุแล้วทำหน้าที่โวฏฐัพนนะ มีโยนิโสมนสิการว่าเป็นรูปหรือเป็นนาม บางที่ก็รู้ว่า อารมณ์ที่รับอยู่นี้เป็น อัชชฌัตตารมณ์ หรือ พหิทธารมณ์ และก็รู้ขึ้นไปอีกว่า ปัญญาที่รู้นี่แหละคือ วิปัสสนา เหล่านี้เป็นต้น
ซึ่งขอบอกว่าความรู้เหล่านี้ไม่ได้เกิดในขณะกำลังเจริญสติปัฏฐานเลย ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นการศึกษาไว้ตั้งแต่ชาติไหน
เพราะในขณะที่รู้นั้นก็จะรู้ขึ้นมาเป็นคำภาษาบาลีโดยที่ตัวเองก็เข้าใจด้วยว่าหมายถึงอะไร
. แต่ก็ขอยืนยันว่าเกิดขึ้นเพราะการเรียนพระอภิธรรม .
.และขอบอกว่ารักทุกคน แต่ไม่ชอบคนดื้อว่ายาก ส่วนคนไหนที่ว่าง่ายก็จะได้รับมากหน่อย เพราะเป็นธรรมดาแม้กระทั่งพ่อแม่ยังรักลูกไม่เท่ากัน
แต่ถ้าลูกคนไหนทำให้ถูกใจก็จะรักคนนั้นมาก คนที่ว่ายากเป็นคนดื้อและกำลังสร้างทางไปเป็นผู้ที่ห่างไกลบัณฑิต ไม่ต้องการให้ใครเป็นผู้ที่ว่ายาก ต้องหัดตนเองเสียตั้งแต่บัดนี้ให้เป็นผู้ว่าง่าย จะได้พบกับบัณฑิตได้ง่าย ฟังธรรมแล้วรู้จะได้รู้ธรรมง่ายบรรลุได้เร็ว ขอให้เชื่อที่สอนนี้เถอะ
สิ่งที่ได้รับฟังในบ่ายวันนั้นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก
โดยเฉพาะเป็นการย้ำเจตนาในการศึกษาธรรมให้ตรงตามเป้าหมายอีกครั้ง
และที่สำคัญทำให้นึกกลัวคำว่า เจ็บจนตาย ขึ้นมามากมาย เพราะด้วยประสบการณ์ส่วนตัวเมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้มีความเจ็บปวดไม่สบายเกิดขึ้นในร่างกายมาก มากจนกระทั่งคิดว่า คนใกล้ตายจะรู้สึกอย่างนี้หรือเปล่า ที่ทนความเจ็บปวดไม่ไหวจนขาดใจตาย
แล้วก็นึกถึงอาจารย์บุษกรว่าคงจะต้องเจ็บปวดทรมานมากกับความเจ็บป่วยทุกครั้ง และก็กลับไปที่ความรู้สึกเจ็บปวดอีกว่า ควรกำหนดอย่างไรดีจึงจะถูกต้องตามหลักสติปัฏฐาน หรือควรจะทำสมาธิ เพื่อจะได้มีอารมณ์ที่ดีหากพลาดพลั้งตายไป
และก็รู้ว่าในขณะนั้นสติปัญญาที่มีอยู่ มีกำลังอ่อนด้อยมาก จิตใจซัดส่ายไปตามอาการต่างๆ .แต่แล้วเรื่องตะเกียง ที่หลวงพ่อเสือสอนว่าตายด้วยเหตุทั้ง ๔ นั้นก็ผุดขึ้นมาในใจ
และก็วางใจได้ว่าจะตายก็ช่างหัวมัน และในขณะนั้นเองก็ทราบทันทีว่า ขณะนี้ยังไม่มีความพร้อมที่จะตายเลยแม้แต่น้อย
รู้สึกถึงคุณค่าของการศึกษาและการปฏิบัติเป็นอย่างมาก รู้ตนเองเลยว่าการศึกษาและการปฏิบัติยังอ่อนด้อยไม่เพียงพอต่อการเผชิญทุกขเวทนาทั้งหลายอย่างมีติสัมปชัญญะ
เมื่อมาได้รับฟังคำสอนของอาจารย์อีกครั้ง ทำให้นึกถึงการกำหนดเวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน
อาจารย์ย้ำว่า ..ไม่มีจิตดวงไหนไม่มีเวทนา แล้วเราคิดหรือว่าเวลาใกล้ตายนั้นทุกขเวทนาจะไม่เกิดขึ้นกับเรา
.[/font]![]()
โดย หลวงตา [25 มี.ค. 2545 , 12:00:39 น.] ( IP = 203.170.159.2 : : )
สลักธรรม 4
![]()
เป็นความรู้สึกที่ซาบซึ้งจริงๆ มีความรู้สึกพิเศษเกิดขึ้นตั้งแต่ได้เห็นภาพ เมื่อได้อ่านสิ่งที่ท่านอาจารย์ประจักษ์แจ้งเกิดความรู้สึกเข้าใจ เพราะเหตุแห่งมีอภิธรรมเป็นฐานรองรับจึงมั่นใจจริงๆว่า พระอภิธรรมล้ำค่าจริงๆ และเกิดความเชื่อมั่นว่าไม่มีอะไรยิ่งใหญ่กว่าพระธรรมคำสั่งสอน ขออนุโมทนามา ณ ที่นี้โดย หมออุ๊ [25 มี.ค. 2545 , 19:21:08 น.] ( IP = 203.113.38.7 : : )
สลักธรรม 5
ได้ประจักษ์ซึ้งถึงความปราถนาดีของอาจารย์ ที่มีต่อทุกคน ที่ไม่อยากให้ต้องเกิดเพื่อจะมารับความทุกข์ทรมานอีกต่อไป
และเกิดความรู้สึกภูมิใจที่ในชาตินี้ได้มีโอกาสพบบัณฑิต ที่เป็นกัลยาณมิตร คืออาจารย์ผู้ประเสริฐ
จะขอสร้างทางเป็นคนว่าง่าย เพื่อให้ได้พบบัณฑิต ได้ฟังธรรมและเข้าใจได้โดยง่าย ตามคำสอนของอาจารย์ค่ะขอขอบคุณและอนุโมทนากับหลวงตาเป็นอย่างมากค่ะ
โดย ธัญธร [25 มี.ค. 2545 , 22:27:12 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : )
สลักธรรม 6อ่านแล้วร้องไห้เลยค่ะ และสงสารตัวเองมากเลยเพราะยังไม่มีผู้ชี้นำชีวิตที่ดีเช่นพวกพี่ๆน้องๆค่ะ
โดย เม [26 มี.ค. 2545 , 15:10:27 น.] ( IP = 203.170.151.238 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |