มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทางไกลของชีวิต




สวัสดีค่ะท่านที่นับถือทุกๆท่าน เหลืออีกประมาณเดือนเดียวเท่านั้น ก็จะถึงวันออกพรรษาแล้วนะคะ เร็วมากจริงๆวันและเวลาที่ผ่านไปๆ แหละยิ่งเร็วเท่าใดก็ยิ่งใกล้วันเวลาที่จะต้องออกเดินทางไกลต่อไปในภพภูมิ อย่างไม่มีวันที่จะรู้กันได้เลยว่า ชีวิตจะไปหยุดลงไม่ต้องไปในวัฏฏสงสารอีกแล้วนั้นเมื่อไหร่ จะมีไหมวันนั้นสำหรับเรา

เป็นความมืดมนที่น่ากลัวที่สุด ด้วยเหตุเพราะความไม่รู้ได้เลยว่า จะไปที่ไหน มีอะไรที่ต้องพบเจอบ้าง จะมีคนที่เรารู้จักและใจดีงามเช่นที่เราเคยพบไหม

ในหนทางไกลโผล่นั้น มืดสนิทต่อคำถาม เงียบสงัดจากคำตอบที่เราต้องการรู้ คงทิ้งไว้แต่ความหวาดกลัว ให้กับทุกๆชีวิตที่ยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ตลอดไป

โดย บุษกร เมธางกูรดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ก.ย. 2549 , 19:59:07 น.] ( IP = 58.9.149.197 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ทุกอย่างเกิดขึ้นที่เรา เป็นที่เรา และได้รับที่เรา ไม่ว่าทางกาย วาจา หรือใจ เมื่อเราทำความดี ทางกาย วาจา และใจ ก็จะนำมาซึ่งความอิ่มใจ ความสุขใจ ความบันเทิงใจ และอีกหลายๆ อย่าง ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับบุญกุศลทั้งสิ้นมาสู่เรา

และในทางตรงกันข้าม บาปธรรมหรือที่เราเรียกว่า “อกุศล” นั้น ก็นำความเร่าร้อน ความเดือดร้อน และความทุกข์ใจมาสู่ผู้ที่ทำ

ดังนั้น การที่เราศึกษาเรื่องกรรม หรือฟังเรื่องกรรมบ่อยๆ จะทำให้เกิดการผลิกผันชีวิตเขาชีวิตเราได้ หรือเรียกว่าเป็นคติชีวิตนั่นเอง

หันเหดวงจิตมาถือศีล ฟังธรรม สร้างความดี และที่สุดคือความสวัสดีให้แก่ชีวิตได้

ชีวิตของเรา เราลิขิตมาเอง ไม่มีใครมาลิขิตชีวิตให้ใครต่อใครได้เลย ดังบทกลอนบทหนึ่งว่า

ชีวิตเราเราลิขิตมิตรชายหญิง
อย่าอ้างอิงเทวาฟ้าสถาน
มิใช่พรหมใช่พระจะประทาน
กรรมบันดาลชั่วดีอยู่ที่เรา”

โดย บุษกร เมธางกูรดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ก.ย. 2549 , 20:02:45 น.] ( IP = 58.9.149.197 : : )


  สลักธรรม 2

ไม่มีใครลิขิตชีวิตของใครได้ มีก็แต่กรรมเป็นผู้ลิขิตชีวิตทั้งสิ้น ดั่งในสมัยพุทธกาลที่มีเรื่องเล่าไว้ในธรรมบทว่า

เมื่อครั้งออกพรรษา ณ พระเชตวันมหาวิหาร ซึ่งพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ประทับอยู่ในระหว่างพรรษา มีพระภิกษุสงฆ์จำนวนมากมาย ที่จำพรรษาอยู่ที่อื่น ๆ

ครั้นพอออกพรรษาแล้วต่างก็ปรารถนา ที่จะมาเข้าเฝ้าพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงพากันเดินทางมาจากแว่นแคว้นต่างๆ มีพระภิกษุหมู่หนึ่งเดินทางมาจากหมู่บ้านไกล เดินทางผ่านมาทางหมู่บ้าน ๆหนึ่งในเวลาเย็นมากแล้ว จึงแวะพักที่หมู่บ้านนั้น

อุบาสก อุบาสิกาในหมู่บ้าน ต่างก็เป็นผู้มีศรัทธาปสาทะในพระพุทธศาสนา ของพระตถาคตเจ้า ได้ออกมาต้อนรับหมู่พระภิกษุผู้มาเยือน ปูลาดอาสนะเพื่อให้พระภิกษุได้พักผ่อนอยู่ที่นั้น

พอรุ่งเช้าขึ้นมาก็ได้ถวายข้าวยาคู และอาหาร เมื่อพระภิกษุฉันอาหารเสร็จแล้ว พุทธบริษัทต่างคอยฟังคำอนุโมทนากถา ต่างจับจ้องที่จะได้รับพร คือ อายุ วรรณะ สุข พละ จากพระภิกษุสงฆ์

ในขณะนั้นเองพระภิกษุสงฆ์มองไป เห็นครัวที่ห่างออกไปมีไฟไหม้เกิดขึ้น ไฟได้ลุกลามโรงครัวที่ทำด้วยหญ้าฟาง อย่างรวดเร็ว และไหม้ติดเสวียนแล้วลอยขึ้นไปในอากาศด้วยแรงลม

ในขณะนั้นเองเสวียนที่ติดไฟอยู่ ก็คล้องคอนกที่กำลังบินมาพอดี นกตัวนั้นจึงถูกไฟไหม้ตายกลางอากาศ เป็นที่อัศจรรย์ใจของผู้ที่ได้พบเห็นยิ่งนัก

โดย บุษกร เมธางกูรดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ก.ย. 2549 , 20:07:24 น.] ( IP = 58.9.149.197 : : )


  สลักธรรม 3

ชาวบ้านในหมู่บ้าน พร้อมทั้งพระภิกษุสงฆ์ผู้มาเยือน ต่างเงยมองด้วยความสงสัยว่า

ทำไมเหตุการณ์นี้จึงเกิดได้อย่างพอดิบพอดี ทำไมเสวียนที่ติดไฟนั้นถูกลมพัดลอยไปในอากาศ ทำไม นกตัวนั้นจึงบินมา แล้วยังบินพาเอาตัวเองไปถูกคล้องที่คอพอดี ทำไมจึงไม่หลบหนี

ทุกคนในที่นั้นเกิดความสงสัยขึ้นมา หมู่พระภิกษุที่ตั้งใจจะไปเข้าเฝ้า พระพุทธเจ้าพากันนึกรำพึงว่า ...เป็นเพราะเหตุใดหนอ จึงตั้งใจว่าเมื่อไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ที่พระเชตวันแล้ว จะนำเรื่องนี้กราบทูลพระพุทธองค์ เพื่อทรงชี้แจงแสดงถึงเหตุ

เมื่อมาถึงพระเชตวันมหาวิหาร ซึ่งองค์พระตถาคตทรงประทับอยู่ พระภิกษุทั้งหลายได้พากันไปเข้าเฝ้าองค์พระบรมศาสดา หลังจากพระพุทธองค์ทรงประทานธรรมะ ให้กับพุทธบริษัทที่มาเข้าเฝ้าจบลง ชาวบ้านในหมู่บ้าน พร้อมทั้งพระภิกษุสงฆ์ผู้มาเยือน ได้ทูลถามถวายพระพุทธเจ้าว่า

สิ่งที่ตนเองประสบในหมู่บ้าน คือเสวียนติดไฟลอยขึ้นไปในอากาศ แล้วมีนกตัวหนึ่งบินมาเอาคอเข้าไปคล้องเข้ากับเสวียนไฟนั้นพอดี แล้วเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดถวายพระพุทธเจ้า

พระพุทธองค์ จึงตรัสว่า “นี้เป็นเรื่องกรรมเก่า นกตัวนั้น เมื่อก่อนได้เคยทำบาปไว้ นกตัวนั้นเคยเกิดเป็นคนเลี้ยงวัว เป็นวัวที่เลี้ยงไว้เพื่อใช้งานอย่างเดียว ทั้งยังทรมานสัตว์ด้วย ให้ทำงานตั้งแต่เช้าไม่ให้พักผ่อน พอตกเย็นก็ยังไม่ได้ให้ข้าวให้น้ำ

คือเป็นผู้ไม่รู้จักคุณของสิ่งที่เราได้อาศัยใช้ ฉะนั้นเมื่อวัวได้เกิดพยศขึ้นมา ก็เอาไฟไปสุมวัวตัวนั้น วัวตัวนั้นได้ตายลงเพราะไฟไหม้ ด้วยอำนาจแห่งกรรมที่คนเลี้ยงวัวทำไว้ เมื่อตายไปจึงมาเกิดเป็นนกตัวนั้น แล้วได้รับวิบากกรรม คือบินไปติดเสวียนไฟที่ลอยขึ้นในอากาศ ถูกไฟคลอกตาย” ดังที่ท่านทั้งหลายได้เห็น

โดย บุษกร เมธางกูรดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ก.ย. 2549 , 20:13:00 น.] ( IP = 58.9.149.197 : : )


  สลักธรรม 4

ทุกอย่างขึ้นชื่อว่ากรรมแล้วอย่าประมาท พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า

“ยาทิสัง วปเต พีชัง ปาทิสัง ลปเต ผลัง”

“หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น”


ขึ้นชื่อว่าบาปธรรม อย่าประมาทว่าตัวเองทำน้อย เพราะว่าเราเกิดมาแล้ว ชีวิตมีควาลำเข็ญ มีความทุกข์ด้วยกันทุกคน

แต่เราก็ต้องนึกไว้ว่า นั่นคือ กรรมที่เราทำมา โดยเฉพาะอกุศลกรรม พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า

“สุทธิ อสุทธิ ปัจจตัง นาญโย อัญญัง วิโสทิเย

ความบริสุทธิ์ หรือ ความไม่บริสุทธิ์
เป็นของเฉพาะตน ไม่มีใครทำให้ใครบริสุทธิ์ได้”


ฉะนั้น ต้องเริ่มที่ตนเอง ทุกอย่างเป็นที่ตน เกิดที่ตน ได้รับที่ตน ต้องแก้ไขที่ตน

ดิฉันได้นำธรรมบทมาเล่านี้ ก็เพราะให้ท่านทั้งหลาย นำไปพินิจพิจารณาว่า เราควรจะเริ่มต้นชีวิตให้ดีได้อย่างไร เพราะหนทางชีวิตของเราท่านนั้น ยังไม่มีจุดหมายปลายทางเลย ยังคงต้องเดินทางไกลจึงควรไม่ประมาท

ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
บุษกร เมธางกูร

โดย บุษกร เมธางกูรดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ก.ย. 2549 , 20:17:45 น.] ( IP = 58.9.149.197 : : )


  สลักธรรม 5

ในเมื่อจะต้องเดินทางไกล และยังไม่มีหลักประกันว่า จะไปเกิดเป็นอะไร ที่ไหนแล้ว จึงต้องไม่ประมาท...เลือกทำแต่กรรมดีและเว้นชั่ว

ขอบพระคุณอาจารย์บุษกรค่ะ

โดย เซิ่นดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ก.ย. 2549 , 20:32:10 น.] ( IP = 58.9.149.197 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์บุษกรมากค่ะ ที่คอยเตือนสติลูกศิษย์อย่างสม่ำเสมอค่ะ

จะได้ใช้ชีวิตกันอย่างไม่ประมาท

โดย เล็กดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ก.ย. 2549 , 20:33:58 น.] ( IP = 58.9.149.197 : : )


  สลักธรรม 7

กราบขอบพระท่านอาจารย์บุษกรขอรับ

ซาโยจังจะนำคำของอาจารย์มาคิดและเตือนตนขอรับ

โดย ซาโยจังดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ก.ย. 2549 , 20:35:20 น.] ( IP = 58.9.149.197 : : )


  สลักธรรม 8

อ่านกระทู้นี้ในช่วงแรกๆแล้ว เกิดความรู้สึกใจหายมากเลยค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า "ทางไกลของชีวิต" ฟังดูแล้วอ้างว้าง ว้าเหว่ เงียบเหงา และวังเวงจริงๆ

ยิ่งอ่านที่อาจารย์บอกว่า เส้นทางของชีวิตมืดสนิทเพราะความไม่รู้ว่าต่อไปนี้ เราจะต้องไปที่ไหนและจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเราบ้าง น่ากลัวจริงๆเลยค่ะ ...

พอได้อ่านต่อมาถึงช่วงที่สอง ที่อาจารย์ยกเอาตัวอย่างเรื่องกรรมในสมัยพุทธกาลมาเล่า เพื่อย้ำว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นสิ่งที่เราลิขิตเอาไว้เอง ใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้น ก็เลยพอได้รู้สึกใจชื้นขึ้นมาอีกหน่อย เพราะอย่างน้อยเราก็ยังพอมีทางที่จะเลือกเดินอยู่ได้บ้าง

แม้ว่าหนทางนั้นจะมืดมิดซักแค่ไหน ถ้าเราลิขิตตัวเองให้เดินถูกทาง ถึงแม้เดินไปได้อย่างช้าๆ ถึงแม้จะเจออุปสรรคขวากหนามบั่นทอนกำลังใจไปบ้าง แต่ถ้าทางนั้นเป็นทางที่ถูกแล้ว เราคงเดินไปถึงจุดหมายปลายทางได้ซักวันนึง (แหม ... ขออนุญาตแถมการอธิษฐานให้ได้เจอกับปราชญ์ผู้รู้ เช่นอาจารย์ไปตลอดการเดินทางด้วยได้มั้ยคะเนี่ย)

กราบขอบพระคุณในข้อคิดที่อาจารย์หมั่นนำเอามาเตือนสติค่ะ

โดย โด่งค่ะดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ก.ย. 2549 , 20:39:07 น.] ( IP = 58.9.149.197 : : )


  สลักธรรม 9

<ขอบพระคุณครับ=#FF0033 size=3>

โดย ผม (ธรรม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [2 ก.ย. 2549 , 21:24:24 น.] ( IP = 203.151.46.131 : : 10.1.4.27 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org