มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


หลักธรรมในการเผยแผ่




พระพุทธศาสนาเป็นผลของการตรัสรู้ หรือค้นพบความจริงตามที่ปรากฎ หรือมีอยู่ตามธรรมชาติ ฉะนั้น คำสอนของพระพุทธศาสนาจึงเป็นการเปิดเผยหรือแสดงความจริงของธรรมชาติ ทั้งฝ่ายวัตถุ (รูปธรรม) และ ฝ่ายจิตใจ (นามธรรม) คำสอนในส่วนนี้ของพระพุทธศาสนารวมเรียกว่า ธรรม หรือ สัจจธรรม

คำสอนอีกส่วนหนึ่งที่พระพุทธเจ้าทรงกำหนด หรือบัญญัติขึ้นสำหรับเป็นแนวทางปฏิบัติ เพื่อผลดีแก่ชีวิตและสังคม คำสอนในส่วนนี้รวมเรียกว่า วินัย แต่วินัยหรือคำสอนที่ทรงบัญญัติขึ้นนี้ ก็ทรงบัญญัติหรือกำหนดขึ้นบนพื้นฐานของความเป็นจริง ที่เรียกว่า ธรรม หรือสัจธรรมนั้นเอง เพราะวินัยเป็นแนวทางหรือวิธีการอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติดำเนินไปสู่เป้าหมาย คือการบรรลุ หรือการพบความจริง

เมื่อรวมคำสอนทั้งสองส่วนของพระพุทธศาสนาดังกล่าวนี้เข้าด้วยกันก็เรียกว่า “พระธรรมวินัย” ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกพระพุทธศาสนาอีกชื่อหนึ่ง กล่าวโดยสรุปได้ว่า คำสอนของพระพุทธศาสนา หรือพระธรรมวินัย คือวิธีการหรือเครื่องมือสำหรับกำจัดความชั่วและสร้างความดีแก่ชีวิตและสังคม เพื่อผลคือลดความทุกข์และเพิ่มความดีแก่ชีวิตและสังคมนั่นเอง

โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.ย. 2549 , 14:31:50 น.] ( IP = 58.8.36.6 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ซึ่งพอที่จะสรุปถึงลักษณะคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ดังนี้

๑. เน้นในเรื่องแก้ทุกข์หรือปัญหาของชีวิต พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้โดยตรงว่า สิ่งที่พระองค์ทรงสอนนั้นคือเรื่องทุกข์และเรื่องการแก้ทุกข์ของชีวิตที่เป็นไปอยู่ในปัจจุบัน ฉะนั้น เรื่องใดก็ตามแม้จะเป็นเรื่องจริง แต่ไม่นำไปสู่การแก้ทุกข์ของชีวิตแล้ว พระองค์ไม่ทรงสอน เพราะทรงถือว่าไม่มีประโยชน์ หลักการเรื่องความทุกข์และวิธีแก้ทุกข์ ก็คือคำสอนในเรื่องอริยสัจจ์สี่นั้นเอง เนื่องจากความทุกข์มีหลายระดับ คือมีทั้งทุกข์ทางกาย ทางใจ ทุกข์อย่างหยาบ ๆ ทุกข์อย่างละเอียด ฉะนั้น คำสอนของพระพุทธเจ้าจึงมีหลายระดับ ทั้งนี้เพื่อให้เหมาะกับ

การที่จะแก้ทุกข์ในระดับนั้นๆ แต่จะขอสรุปเป็น ๓ ระดับดังนี้

๑) คำสอนเพื่อแก้ปัญหาหรือทุกข์ทางกาย หรือทางวัตถุ ซึ่งเป็นเรื่องปรากฏในปัจจุบันหรือคำสอนเฉพาะหน้า จัดอยู่ในระดับ ทิฏฐธัมมิกัตถะ

๒) คำสอนเพื่อการแก้ปัญหาหรือความทุกข์ที่นอกเหนือไปจากวัตถุ หรือทางจิตใจ ซึ่งจะมีผลในระยะยาว หรือต่อๆ ไป จัดอยู่ในระดับ สัมปรายิกัตถะ

๓) คำสอนเพื่อการแก้ปัญหาขั้นละเอียดอ่อน ซึ่งจะยังผลให้ชีวิตหลุดพ้นไปจากปัญหาทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางกายและทางใจ กลายเป็นชีวิตที่ไม่มีปัญหา จัดอยู่ในระดับปรมัตถะ

โดย Tvbดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.ย. 2549 , 14:35:23 น.] ( IP = 58.8.36.6 : : )


  สลักธรรม 2


หรือถ้ากล่าวโดยรวบรัดก็มี ๒ ระดับ คือ

๑) คำสอนที่ให้ผลแก่ผู้ปฏิบัติในระดับที่ยังไม่ทำให้หลุดพ้นไปจากปัญหาทั้งปวง คือยังวนเวียนเกี่ยวข้องกับชีวิตและโลก รวมเรียกว่า โลกิยธรรม

๒) คำสอนที่ทำให้ผู้ปฏิบัติได้รับผลคือ หลุดพ้นไปจากปัญหาทั้งปวง ไม่กลับมาวนเวียนอยู่กับชีวิตและโลกอีก รวมเรียกว่า โลกุตรธรรม ถึงแม้ว่าจะมีคำสอนหลายระดับ แต่ก็มีเอกภาพ คือ เป็นไปเพื่อการแก้ทุกข์ หรือแก้ปัญหาชีวิตด้วยกันทั้งนั้น และแนวทางเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านั้นมีวิธีเดียว คือ มัชฌิมาปฏิปทา อันเป็นเอกภาพแห่งกายใจและปัญญา (ศีล สมาธิ ปัญญา) เท่านั้น

๒. ให้ความสำคัญกับปัญญาอันสูงสุด ทั้งในแง่ของการพัฒนาปัญญา และในแง่ของการใช้ปัญญาของตนเอง ตลอดถึงให้คุณค่าแก่ปัญญาสูงสุดในการแก้ทุกข์หรือในการแก้ไขปัญหาชีวิต ตั้งแต่ระดับต่ำ เช่น ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ไปจนถึงระดับสูงสุด คือ การกำจัดกิเลสหรือความชั่วขั้นเด็ดขาด พระพุทธเจ้าทรงมุ่งเน้นให้ผู้ฟังเกิดความรู้หรือเกิดปัญญาในสิ่งที่ทรงสอน มิใช่เพื่อให้ผู้ฟังเชื่อ พร้อมทั้งทรงแนะนำว่า อย่าเชื่อโดยปราศจากการใช้ปัญญาไตร่ตรอง หลักคำสอนของพระพุทธศาสนาจึงถือได้ว่า เริ่มต้นด้วยปัญญา และ จบลงด้วยปัญญา

๓. เป็นวิภัชชวาที คือ กล่าวแบบแยกแยะหรือวิเคราะห์ ลักษณะนี้หมายความว่าพระพุทธศาสนามองสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริงครบถ้วนทุกแง่มุม มิได้พิจารณาที่ด้านใดด้านหนึ่งแล้วตัดสินว่าดีหรือชั่ว ผิดหรือถูก แต่พิจารณาทุกด้านของสิ่งนั้น ลักษณะวิภัชชวาทีนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่า การสอนของพระพุทธศาสนานั้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริง ไม่ได้ยึดลัทธิหรือตัวบุคคลเป็นสำคัญ ฉะนั้น สิ่งที่ถูกต้องเป็นจริง แม้จะปรากฎอยู่ในลัทธิอื่น หรือบุคคลอื่น ที่ไม่ได้นับถือพระพุทธศาสนากล่าวแสดง พระพุทธเจ้าก็ทรงยอมรับว่าถูกต้องเป็นจริง เพราะความจริงมีลักษณะสากล หากรู้จริงแล้ว ไม่ว่าใครรู้ย่อมจริงตรงกัน ด้วยเหตุนี้ พระพุทธศาสนาจึงมีลักษณะเป็นศาสนาที่ใจกว้าง ไม่กีดกันลัทธิศาสนาอื่นที่แสดงความจริงและไม่ได้ผูกขาดความเป็นผู้รู้จริงไว้แต่ผู้เดียว

โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.ย. 2549 , 14:38:37 น.] ( IP = 58.8.36.6 : : )


  สลักธรรม 3

๔. ทรงสอนเป็นกรรมวาที กิริยาวาที พระพุทธเจ้าทรงเน้นเรื่องกรรมว่ามีจริง เรียกว่า กรรมวาที และเรื่องผลของกรรมมีจริง เรียกว่า กิริยวาที โดยที่กรรมและการให้ผลของกรรมนั้น เป็นขบวนการธรรมชาติหรือว่าเป็นไปเองตามธรรมชาติ มิได้มีอำนาจเบื้องบนหรืออำนาจภายนอกมาเป็นตัวกำหนดหรือบงการ การทำกรรมก็เป็นเรื่องของผู้กระทำเอง ไม่มีใครบันดาลหรือกำหนดให้ทำ และเมื่อทำเองก็ย่อมได้รับผลของการกระทำเช่นกัน และปฏิเสธเรื่องพระเจ้าผู้สร้างโลก อำนาจบันดาลหรือพรหมลิขิต แต่เน้นในเรื่องของการพึ่งตนเอง คือสอนให้ทุกคนพยายามเว้นชั่วทำดีด้วยตนเอง เพราะคนเราไม่อาจเว้นชั่วทำดีแทนกันได้ และก็ไม่อาจจะได้สิ่งที่ตนปรารถนาต้องการด้วยการเพียงตั้งความปรารถนาอ้อนวอนเท่านั้น แต่ต้องลงมือกระทำด้วยความวิริยะอุตสาหะของตนเอง

๕. เป็นคำสอนเพื่ออิสระภาพของชีวิต แม้ว่าในขั้นต้น พระพุทธศาสนาจะสอนให้มีความเชื่อมั่น (ศรัทธา) ในพระรัตนตรัย และยึดพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง (สรณะ) แต่ศรัทธาและสรณะดังกล่าวนั้น ก็เพียงเพื่อเป็นแนวทางและเป็นแบบอย่างเพื่อการพัฒนาปัญญาของตนเอง จนสามารถรู้และเข้าถึงความจริงนั้น ๆ ได้ด้วยตนเอง และเมื่อถึงขั้นนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องเชื่อใคร และไม่จำเป็นต้องพึ่งใครอีกต่อไป คำสอนของพระพุทธเจ้าจึงสอนให้คนเริ่มมีความเป็นอิสระ นับแต่เริ่มนับถือพระพุทธศาสนา นั่นคือ ไม่พึงเชื่อถือสิ่งต่างๆ อย่างง่ายๆ ดังที่ปรากฎในกาลามสูตร แต่ให้เชื่อตามที่สติปัญญาของตนได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว และเมื่อเชื่อตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็ไม่ควรหยุดความเชื่อไว้เท่านั้น แต่ควรพิสูจน์ทดลองสิ่งที่ตนเชื่อนั้นต่อไปจนพบความจริงด้วยตนเองดังกล่าว ก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้หลุดพ้น คือมีความเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์ (พระอรหันต์)

๖. ทรงประกาศหลักอนัตตา (ความไม่มีตัวตนที่แท้จริง) พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาเดียวเท่านั้นที่ประกาศหลักอนัตตา คือยืนยันว่า ไม่มีสิ่งที่เป็นอัตตาหรือตัวตนที่คงที่เป็นตัวยืนอยู่ ทุกสิ่งล้วนเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง ภาวะแห่งความเคลื่อนไหว คือ สัจธรรมของจักรวาล ทุกสิ่งทุกอย่างดำรงอยู่อย่างเป็นกระแส คำสอนเรื่องอนัตตาคือสัจจภาวะ

โดย ธีรวัสดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.ย. 2549 , 14:39:40 น.] ( IP = 58.8.36.6 : : )


  สลักธรรม 4

๗. ทรงให้ความสำคัญแก่มนุษย์สูงสุด พระพุทธศาสนาให้ความสำคัญแก่มนุษย์สูงสุดในจักรวาลแห่งชีวิต ดังจะเห็นได้จากพระพุทธพจน์ที่ตรัสแสดงถึงสิ่งที่ได้ยาก ๔ อย่างว่า “การได้ความเป็นมนุษย์ ๑ การมีชีวิตอยู่ ๑ การได้ฟังพระสัทธรรม ๑ การเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้า ๑ เป็นสิ่งที่ได้ยาก” พระพุทธศาสนาถือว่ามนุษย์เป็นดุจชุมทางในจักรวาลของชีวิต เป็นศูนย์กลางที่จะแยกไปสู่สภาพชีวิตที่สูงขึ้น หรือไปสู่สภาพชีวิตที่ต่ำลงไปอีก และมนุษย์สามารถพัฒนาชีวิตของตนเองให้สูงขึ้นได้จนถึงสูงสุด หรือสมบูรณ์ที่สุด และถือว่ามนุษย์ที่มีคุณธรรมนั้นสูงกว่าเทวดา เป็นศาสนาเดียวที่ทรงสอนว่ามนุษย์สูงกว่าเทวดา ไม่ขึ้นอยู่กับเทวดา แต่เทวดายังต้องเคารพนับถือมนุษย์ที่มีคุณธรรมสูง เช่น พุทธภาษิตว่า “วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุเส มนุษย์ผู้สมบูรณ์ด้วยวิชชา (ความรู้) และจรณะ (ความประพฤติ) เป็นผู้ประเสริฐสุดในหมู่เทวดาและมนุษย์” เป็นต้น

๘. ทรงเน้นให้ยึดหลักการเดินทางสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา) คำสอนของพระพุทธเจ้า ทรงสอนให้เดินทางสายกลาง ที่พระองค์ทรงประกาศว่า พระองค์ทรงค้นพบได้ด้วยพระองค์เอง โดยไม่เคยได้ยินได้ฟังจากใครมาก่อน อันเป็นหลักปฏิบัติที่ไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ทั้งข้างที่ตึงเกินไปหรือหย่อนเกินไป แต่ต้องเป็นการปฏิบัติที่ตรงต่อความจริง หรือมองในแง่ของการปฏิบัติ ไม่เน้นแต่ทางกายหรือทางจิตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการปฏิบัติทั้งทางกายและทางจิตควบคู่กันไปอย่างมีดุลยภาพ จนเกิดเป็นเอกภาพที่เรียกว่า มัคคสมังคีขึ้น จึงจะบรรลุเป้าหมายมัชฌิมาปฏิปทา หรือเอกภาพแห่งศีล สมาธิ ปัญญา ขึ้น

โดย ธีรวัสดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.ย. 2549 , 14:40:59 น.] ( IP = 58.8.36.6 : : )


  สลักธรรม 5

วิชาหลักธรรมในการเผยแผ่และวาทศิลป์...มหากุฏราชวิทยาลัย..

โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.ย. 2549 , 14:42:55 น.] ( IP = 58.8.36.6 : : )


  สลักธรรม 6


…อนุโมทนาสาธุค่ะ...

โดย น้องฟู (suthada.t) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 ก.ย. 2549 , 08:25:52 น.] ( IP = 202.6.107.51 : : 172.16.249.222 )


  สลักธรรม 7

pillow fillers can have a try with a hair wig if you discount bedding dorm bedding twin xl comforter sets bedding sale hair wigs it costs from.

โดย mania - [6 พ.ค. 2554 , 14:48:11 น.] ( IP = 123.153.79.25 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org