มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปัญหาของพระอานนทเถระ





เรื่อง ปัญหาของพระอานนทเถระ

น ปุปฺผคนฺโธ ปฏิวาตเมติ
น จนฺทนํ ตครมลฺลิกา วา
สตญฺจ คนฺโธ ปฏิวาตเมติ
สพฺพา ทิสา สปฺปุริโส ปวายติ.
จนฺทนํ ตครํ วาปิ อุปฺปลํ อถ อสฺสิกี
เอเตสํ คนฺธชาตานํ สีลคนฺโธ อนุตฺตโร.

กลิ่นดอกไม้ฟุ้งไปทวนลมไม่ได้ กลิ่นจันทน์
หรือกลิ่นกฤษณาและกลัมพักก็ฟุ้งไปไม่ได้
แต่กลิ่นของสัตบุรุษฟุ้งไปทวนลมได้
เพราะสัตบุรุษย่อมฟุ้งขจรไปตลอดทุกทิศ
กลิ่นจันทน์ก็ดี แม้กลิ่นกฤษณาก็ดี กลิ่นอุบลก็ดี กลิ่นดอกมะลิก็ดี
กลิ่นศีลเป็นเยี่ยมกว่าคันธชาตทั้งหลายนั่น



พระอานนทเถระหลีกเร้นแล้วในเวลาเย็น คิดว่า "พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกลิ่นสูงสุดไว้ ๓ อย่าง คือ ‘กลิ่นเกิดจากราก กลิ่นเกิดจากแก่น กลิ่นเกิดจากดอก’ กลิ่นของคันธชาตเหล่านั้นฟุ้งไปได้ตามลมเท่านั้น ไปทวนลมไม่ได้ กลิ่นของคันธชาตใด ฟุ้งไปได้แม้ทวนลม คันธชาตนั้น มีอยู่หรือหนอแล?"

ครั้งนั้น ท่านได้มีความคิดนี้ว่า "ประโยชน์อะไรของเราด้วยปัญหาที่จะวินิจฉัยด้วยตนเอง เราจักทูลถามพระศาสดานั่นแหละ ดีกว่า" ท่านจึงเข้าไปเฝ้าพระศาสดาแล้วทูลถามว่า

" กลิ่นของคันธชาตเหล่าใด ฟุ้งไปตามลมอย่างเดียว ฟุ้งไปทวนลมไม่ได้
คันธชาตเหล่านี้มี ๓ อย่าง คือ กลิ่นเกิดจากราก กลิ่นเกิดจากแก่น กลิ่นเกิดจากดอก

พระเจ้าข้า กลิ่นของคันธชาตใดฟุ้งไปตามลม ก็ได้
กลิ่นของคันธชาตใดฟุ้งไปทวนลมก็ได้
กลิ่นของคันธชาตใดฟุ้งไปตามลมและทวนลม ก็ได้
คันธชาตนั้นบางอย่าง มีอยู่หรือหนอ? "

โดย TaRa ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ก.ย. 2549 , 11:25:06 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า "อานนท์ กลิ่นของคันธชาตใดฟุ้งไปตามลมก็ได้กลิ่นของคันธชาตใดฟุ้งไปทวนลมก็ได้กลิ่นของคันธชาตใดฟุ้งไปตามลมและทวนลมก็ได้ คันธชาตนั้น มีอยู่"

พระอานนท์ พระเจ้าข้า ก็กลิ่นของคันธชาตใด ฟุ้งไปตามลมก็ได้ กลิ่นของคันธชาตใด ฟุ้งไปทวนลมก็ได้ กลิ่นของคันธชาตใด ฟุ้งไปตามลมและทวนลมก็ได้ คันธชาตนั้นเป็นไฉน?

พระศาสดาตรัสว่า "อานนท์ หญิงก็ตาม ชายก็ตาม ในบ้านหรือในนิคมใดในโลกนี้
เป็นผู้ถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ว่าเป็นที่พึ่ง
เป็นผู้งดเว้นจากการทำสัตว์มีชีวิตให้ตกล่วง
เป็นผู้งดเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เขามิได้ให้
เป็นผู้งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม
เป็นผู้งดเว้นจากการกล่าวเท็จ
เป็นผู้งดเว้นจากฐานะเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือการดื่มน้ำเมา ได้แก่สุราและเมรัย
เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม
มีใจมีความตระหนี่เป็นมลทินไปปราศแล้ว มีเครื่องบริจาคอันสละแล้ว
มีฝ่ามืออันล้างแล้ว ยินดีในการสละ ควรแก่การขอ ยินดีในการจำแนกทาน ย่อมอยู่ครอบครองเรือน

โดย TaRaดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ก.ย. 2549 , 11:26:46 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

สมณะและพราหมณ์ในทิศทั้งหลาย ย่อมกล่าวสรรเสริญ เกียรติคุณของหญิงและชายนั้นว่า ‘หญิงหรือชายในนิคมชื่อโน้น เป็นผู้ถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่ง ฯลฯ ยินดีในการจำแนกทาน’

แม้เทวดาทั้งหลายย่อมกล่าวสรรเสริญ เกียรติคุณของหญิงและชายนั้นว่า ‘หญิงหรือชายในบ้านหรือนิคมชื่อโน้น เป็นผู้ถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่ง ฯลฯ ยินดีในการจำแนกทาน.’

อานนท์ นี้แลเป็นคันธชาตมีกลิ่นฟุ้งไปตามลมก็ได้ มีกลิ่นฟุ้งไปทวนลมก็ได้ มีกลิ่นฟุ้งไปตามลมและทวนลมก็ได้" ดังนี้แล้ว

ต้นปาริฉัตรในภพชื่อดาวดึงส์ มีรัศมีดอกไม้แผ่ออกไปตลอด ๕๐ โยชน์
กลิ่นฟุ้งไปได้ ๑๐๐ โยชน์ แม้กลิ่นนั้น ก็ฟุ้งไปได้ตามลมเท่านั้น
แต่หาสามารถฟุ้งไปทวนลมได้แม้เพียงครึ่งองคุลีไม่
กลิ่นดอกไม้แม้เห็นปานนี้ ฟุ้งไปทวนลมไม่ได้

แม้กลิ่นของจันทน์แดงก็ดี ของกฤษณาและกลัมพักก็ดี
ซึ่งเป็นยอดแห่งกลิ่นที่เกิดจากแก่นทั้งหลาย
ย่อมฟุ้งไปได้ตามลมเท่านั้น ฟุ้งไปทวนลมไม่ได้

แต่กลิ่นศีลของสัตบุรุษผู้มีศีลนั่นแล
เป็นกลิ่นยอดเยี่ยมกว่ากลิ่นแห่งคันธชาตทั้งปวง

(คัดมาจากคาถาธรรมบท)


โดย TaRaดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ก.ย. 2549 , 11:27:15 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

ขอบพระคุณครับกับบทความดีดี

ผู้เกิดแล้ว...
พึงทำกุศลให้มาก ฉันนั้น กลิ่นดอกไม้ย่อมฟุ้งทวนลมไป
ไม่ได้ กลิ่นจันทน์หรือกฤษณา และกะลำพัก ย่อมฟุ้งทวน
ลมไปไม่ได้ ส่วนกลิ่นของสัตบุรุษย่อมฟุ้งทวนลมไปได้
เพราะสัตบุรุษฟุ้งไปทั่วทิศ กลิ่นคือศีลเป็นเยี่ยมกว่าคันธชาติ
เหล่านี้ คือจันทน์ กฤษณา ดอกบัว และมะลิ กลิ่นกฤษณา
และจันทน์นี้ เป็นกลิ่นมีประมาณน้อย ส่วนกลิ่นของผู้
มีศีลทั้งหลายเป็นกลิ่นสูงสุด ย่อมฟุ้งไปในเทวดาและมนุษย์
ทั้งหลาย มารย่อมไม่พบทางของท่านผู้มีศีลถึงพร้อมแล้ว
มีปกติอยู่ด้วยความไม่ประมาท ผู้พ้นวิเศษแล้วเพราะรู้
โดยชอบ ดอกปทุมมีกลิ่นหอม พึงเกิดในกองแห่งหยากเยื่อ
อันเขาทิ้งแล้วในใกล้ทางใหญ่นั้น ย่อมเป็นที่รื่นรมย์ใจ
ฉันใด พระสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อปุถุชน
ทั้งหลายผู้เป็นเพียงดั่งกองหยากเยื่อ ย่อมไพโรจน์ล่วงปุถุชน
ทั้งหลายผู้เป็นดังคนบอดด้วยปัญญา ฉันนั้น ฯ
จบปุปผวรรคที่ ๔

โดย ธรรม (ธรรม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ก.ย. 2549 , 12:27:37 น.] ( IP = 125.24.195.98 : : )


  สลักธรรม 4



คุรั

โดย เทพธรรม (เทพธรรม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ก.ย. 2549 , 08:26:51 น.] ( IP = 58.9.140.160 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org