มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระจูฬปันถกเถระ





เรื่อง พระจูฬปันถกเถระ

อุฏฺฐาเนนปฺปมาเทน สญฺญเมน ทเมน จ
ทีปํ กยิราถ เมธาวี ยํ โอโฆ นาภิกีรติ

ผู้มีปัญญา พึงทำที่พึ่งที่ห้วงน้ำท่วมทับไม่ได้
ด้วยความหมั่น ด้วยความไม่ประมาท ด้วยความระวัง และด้วยความฝึก





ธิดาแห่งสกุลของธนเศรษฐีในพระนครราชคฤห์ เป็นสตรีโลเลในบุรุษ เพราะความเป็นผู้เมาแล้วด้วยความเมาในความเป็นสาว จึงหนีกับทาสหนุ่มของตนเอง

ต่อมาเมื่อครรภ์แก่เต็มที่ ธิดาเศรษฐีจึงปรึกษากับสามีว่า จะกลับไปสู่เรือนแห่งสกุลเดิมของตนเพื่อคลอดบุตร แต่สามีก็ผัดผ่อนไปเพราะกลัวจะถูกเศรษฐีฆ่าตาย

ครั้นสามีออกจากเรือนไปแล้ว นางก็เก็บงำเครื่องเรือนของตนแล้วบอกเรื่องที่จะออกเดินทางฝากไว้กับกับเพื่อนข้างบ้าน ฝ่ายสามี เมื่อกลับมาเรือน ไม่เห็นภริยา พอทราบความจากเพื่อนบ้านแล้วจึงรีบติดตามไปทันในระหว่างทางเพราะภริยาเจ็บครรภ์และได้คลอดบุตรในระหว่างทางนั้น ทั้งสองจึงพากันกลับบ้านของตนแล้วตั้งชื่อบุตรว่า “ปันถก” เพราะเกิดในหนทาง

ต่อกาลไม่นานนัก นางก็ได้ตั้งครรภ์อีก และก็แอบเดินทางออกจากบ้านไปเช่นครั้งก่อน บุตรคนที่สองก็คลอดในระหว่างทางอีก ทั้งสองจึงตั้งชื่อบุตรผู้เกิดก่อนว่า “มหาปันถก” ตั้งชื่อบุตรผู้เกิดภายหลังว่า “จูฬปันถก” แล้วก็พาเด็กทั้งสองกลับไปบ้านของตนตามเดิม

โดย TaRaดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ก.ย. 2549 , 08:41:28 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เมื่อสองสามีภริยาอยู่ในที่นั้น มหาปันถกได้ยินเด็กอื่นๆ เรียก ผู้นั้นผู้นี้ว่า “อา ลุง ปู่ ตา ย่า ยาย” จึงถามมารดาว่า "พวกญาติของเราไม่มีบ้างหรือ?”

มารดา "พวกญาติของเราในที่นี้ไม่มี แต่ตาของพวกเจ้าชื่อธนเศรษฐี มีอยู่ในพระนครราชคฤห์ พวกญาติของเราเป็นอันมาก มีอยู่ในพระนครนั้น"
มหาปันถก "ทำไม พวกเราจึงไม่ไปในที่นั้นเล่า? "

นางไม่ยอมบอกเหตุที่ตนมาอยู่ที่นี่แก่บุตร แต่เมื่อบุตรทั้งสองพูดรบเร้าหนักเข้า จึงบอกแก่สามีว่า “เด็กเหล่านี้รบกวนเหลือเกิน มาเถิด บัดนี้ เราทั้งสองจักแสดงตระกูลแห่งตายายของพวกเด็ก”

คนทั้งสองพาเด็กๆ ไปถึงพระนครราชคฤห์โดยลำดับ พักอยู่ในศาลาหลังหนึ่งริมประตูพระนคร ธิดาเศรษฐีได้ส่งข่าวให้คนรับใช้เก่ารู้แล้วให้บอกความที่ตนมาถึงเมืองนี้แล้วแก่มารดาบิดา

เมื่อมารดาบิดาผู้เป็นเศรษฐีทราบความแล้ว ก็กล่าวว่า “บรรดาชนทั้งหลายผู้ยังท่องเที่ยวอยู่ในสงสาร ชื่อว่า ผู้ไม่เคยเป็นบุตร ไม่เคยเป็นธิดากัน ย่อมไม่มี แต่คนเหล่านั้นมีความผิดต่อเราเป็นข้อใหญ่ พวกเขาไม่สามารถจะตั้งอยู่ในคลองจักษุของเราได้ ให้ชนทั้งสองจงเอาทรัพย์จำนวนนี้ที่เราแบ่งให้ไปสู่สถานที่ผาสุกเพื่อหาเลี้ยงชีพเถิด แต่จงส่งเด็กทั้งสองมาในที่นี้” สองสามีภรรยานั้นเมื่อทราบความและรับทรัพย์จากเศรษฐีแล้ว ก็มอบบุตรทั้งสองของตนให้แก่พวกคนใช้ที่มา

โดย TaRa ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ก.ย. 2549 , 08:42:50 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2

เด็กทั้งสองเจริญวัยอยู่ในตระกูลของตายาย มหาปันถกไปฟังธรรมกถาของพระทศพลกับตา เมื่อเขาไปสำนักของพระศาสดาเป็นนิตย์ จิตก็น้อมไปแล้วในบรรพชา

เขาพูดกับตาว่า “ถ้าอนุญาตให้ กระผมจักพึงบวช”
ท่านเศรษฐีกล่าวว่า “พูดอะไร การบวชของเจ้าเป็นความดีแก่ตากว่าการบวชของคนทั่วทั้งโลก ถ้าเจ้าอาจไซร้ ก็บวชเถิด”

เศรษฐีจึงนำเขาไปสู่สำนักพระศาสดา เมื่อพระองค์ตรัสถามว่า “คฤหบดี ท่านได้เด็กมาหรือ?”
เศรษฐีกราบทูลว่า “พระเจ้าข้า เด็กคนนี้เป็นหลานของข้าพระองค์ ประสงค์จะบวชในสำนักของพระองค์”

พระศาสดาตรัสสั่งภิกษุ ผู้ถือการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตรรูปใดรูปหนึ่งว่า “เธอจงให้เด็กคนนี้บวช” พระเถระบอกตจปัญจกกัมมัฏฐานแก่มหาปันถกแล้ว จึงให้บรรพชา และเมื่อเรียนพระพุทธพจน์ได้มาก มีอายุครบอุปสมบทแล้ว ได้จนเจริญกัมมัฏฐานบรรลุพระอรหัตในเวลาต่อมา

พระมหาปันถกให้เวลาล่วงไปด้วยความสุขในฌานและความสุขอันเกิดแต่ผลแล้วคิดว่า “เราอาจให้ความสุขนี้แก่จูฬปันถกได้หรือไม่หนอ?” จึงไปสู่สำนักของเศรษฐีผู้เป็นตาแล้ว กล่าวว่า “ท่านมหาเศรษฐี ถ้าท่านอนุญาตไซร้ จักขอให้จูฬปันถกออกบวช” เศรษฐีกล่าวว่า “นิมนต์ท่านให้เขาบวชเถิด ขอรับ”

พระเถระให้จูฬปันถกบวชแล้ว ให้ตั้งอยู่ในศีลทั้งหลาย แต่จูฬปันถกนั้นพอบวชแล้ว ได้เป็นคนโง่เขลา

โดย TaRa ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ก.ย. 2549 , 08:44:09 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3

พระเถระเมื่อพร่ำสอนกล่าวคาถาว่า “ดอกบัวโกกนุท มีกลิ่นหอม บานแต่เช้า พึงมีกลิ่นไม่ไปปราศฉันใด เธอจงเห็นพระอังคีรสผู้ไพโรจน์อยู่ ดุจพระอาทิตย์ส่องแสงในกลางหาวฉันนั้น” เพียงคาถาเดียวเท่านั้น แต่เวลาผ่านไป ๔ เดือน พระจูฬปันถกก็ไม่สามารถจะเรียนได้

พระมหาปันถกจึงได้กล่าวกับพระจูฬปันถกว่า “จูฬปันถก เธอเป็นคนอาภัพในศาสนานี้ โดย ๔ เดือน แม้คาถาเดียวก็ไม่อาจเรียนได้ ก็เธอจักยังกิจแห่งบรรพชิตให้ถึงที่สุดได้อย่างไร? จงออกไปจากที่นี้เสียเถิด”

ในกาลนั้นพระมหาปันถกเป็นภัตตุเทสก์ หมอชีวกโกมารภัจถือระเบียบดอกไม้ของหอมและเครื่องลูบไล้เป็นอันมากไปสู่อัมพวัน บูชาพระศาสดา สดับธรรม ลุกจากอาสนะ ถวายบังคมพระทศพลแล้ว เข้าไปหาพระมหาปันถก

หมอชีวก ภิกษุในสำนักของพระศาสดา มีจำนวนเท่าไร ขอรับ
พระมหาปันถกตอบว่า ภิกษุมีประมาณ ๕๐๐ รูป

หมอชีวก ท่านผู้เจริญ พรุ่งนี้ ขอใต้เท้าได้พาภิกษุ ๕๐๐ รูป มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขไป รับภิกษาในเรือนของกระผม
พระมหาปันถก อุบาสก ภิกษุโง่ (รูปหนึ่ง) ชื่อจูฬปันถกมีธรรมไม่งอกงาม ขอให้เว้นเธอเสีย แล้วรับนิมนต์เพื่อภิกษุทั้งหลายที่เหลือ

โดย TaRa ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ก.ย. 2549 , 08:50:45 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4

พระจูฬปันถกฟังคำนั้นแล้ว คิดว่า “พระเถระ เมื่อรับนิมนต์ เพื่อภิกษุทั้งหลายมีประมาณเท่านั้น ก็คัดเราไว้ภายนอกแล้วจึงรับ จิตของพี่ชายเรา จักหมดเยื่อใยในเราแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย บัดนี้ เราจะต้องการอะไรด้วยศาสนานี้ เราจักเป็นคฤหัสถ์ทำบุญต่างๆ มีทานเป็นต้นเลี้ยงชีพละ” วันรุ่งขึ้นเธอไปเพื่อจะสึกแต่เช้าตรู่

พระศาสดาทรงตรวจดูโลกคือหมู่สัตว์เฉพาะในเวลาใกล้รุ่ง ทรงเห็นเหตุนี้แล้ว จึงเสด็จล่วงหน้าไปก่อน ได้ทรงหยุดจงกรมอยู่ที่ซุ้มประตูใกล้ทางที่พระจูฬปันถกไป พระจูฬปันถกเมื่อเดินไปพบพระศาสดา จึงเข้าไปเฝ้าถวายบังคม

พระศาสดาตรัสว่า “จูฬปันถก นี่เธอจะไปไหน? ในเวลานี้”
พระจูฬปันถกทูลว่า “พระพี่ชายขับไล่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์ไปเพื่อจะสึกพระเจ้าข้า”

พระศาสดาตรัสว่า “จูฬปันถก เธอชื่อว่าบรรพชาในสำนักของเรา แม้ถูกพี่ชายขับไล่ ทำไมจึงไม่มาสู่สำนักของเรา? มาเถิด เธอจะต้องการอะไรด้วยความเป็นคฤหัสถ์ เธอต้องอยู่ต่อไปในสำนักของเรา”

ตรัสแล้วทรงเอาฝ่าพระหัตถ์อันมีพื้นวิจิตรไปด้วยจักร ลูบพระจูฬปันถกที่ศีรษะแล้วพาไปให้นั่งที่หน้ามุขพระคันธกุฏี ประทานท่อนผ้าที่สะอาด ซึ่งทรงบันดาลขึ้นด้วยฤทธิ์ ด้วยตรัสสั่งว่า “จูฬปันถก เธอจงผินหน้าไปทางทิศตะวันออก ลูบท่อนผ้านี้ ด้วยบริกรรมว่า "รโชหรณํ รโชหรณํ” อยู่ที่นี้แหละ" จากนั้นเมื่อมีผู้มากราบทูลเวลาแล้วจึงเสด็จไปเรือนของหมอชีวก

ฝ่ายพระจูฬปันถกนั่งแลดูพระอาทิตย์ พลางลูบผ้าท่อนนั้นบริกรรมว่า “รโชหรณํ รโชหรณํ” เมื่อท่านลูบท่อนผ้านั้นอยู่ ท่อนผ้าได้เศร้าหมองแล้ว ลำดับนั้น จึงคิดว่า “ท่อนผ้านี้สะอาดแท้ๆ แต่อาศัยอัตภาพนี้จึงละปกติเดิมเสีย กลายเป็นของเศร้าหมองอย่างนี้ไปได้ สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ? ครั้นแล้วเริ่มตั้งความสิ้นและความเสื่อมเข้าสู่การเจริญวิปัสสนา

โดย TaRa ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ก.ย. 2549 , 08:51:33 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 5

ณ เรือนของหมอชีวก พระศาสดาทรงทราบว่า จิตของพระจูฬปันถกขึ้นสู่วิปัสสนาแล้ว จึงตรัสว่า “จูฬปันถก เธออย่าทำความหมายเฉพาะท่อนผ้านั้นว่า ‘เศร้าหมองแล้วติดธุลี’ ก็ธุลีทั้งหลาย มีธุลีคือราคะเป็นต้น มีอยู่ในภายในของเธอ เธอจงคือกำจัดมันออกเสีย” จากนั้นทรงเปล่งพระรัศมี เป็นผู้มีพระรูปปรากฏดุจประทับนั่งตรงหน้า ได้ทรงภาษิตคาถาว่า

"ราคะ ชื่อว่าธุลี แต่ละอองท่านหาเรียกว่าธุลีไม่
คำว่า ธุลีนั่นเป็นชื่อของราคะ
ภิกษุเหล่านั้น ละธุลีนั่นได้ขาดแล้ว
อยู่ในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี

โทสะ ชื่อว่าธุลี แต่ละอองท่านหาเรียกว่าธุลีไม่
คำว่า ธุลีนั่นเป็นชื่อของโทสะ
ภิกษุเหล่านั้น ละธุลีนั่นได้ขาดแล้ว
อยู่ในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี

โมหะ ชื่อว่าธุลี แต่ละอองท่านหาเรียกว่าธุลีไม่
คำว่า ธุลีนั่นเป็นชื่อของโมหะ
ภิกษุเหล่านั้น ละธุลีนั่นได้ขาดแล้ว
อยู่ในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี”

ในกาลจบคาถา พระจูฬปันถกบรรลุพระอรหัต พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลายแล้ว ปิฎกทั้ง ๓ ได้มาถึงแก่ท่านพร้อมกับปฏิสัมภิทาทีเดียว


(ยังมีต่อ)


โดย TaRa ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ก.ย. 2549 , 08:52:13 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณมากค่ะ..ที่ได้นำสิ่งดีๆ มาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ก.ย. 2549 , 20:55:20 น.] ( IP = 58.8.45.121 : : )


  สลักธรรม 7



คุรั

โดย เทพธรรม (เทพธรรม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 ก.ย. 2549 , 07:51:09 น.] ( IP = 58.9.136.95 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org