มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระนางรูปนันทาเถรี





เรื่อง พระนางรูปนันทาเถรี

อฏฺฐีนํ นครํ กตํ มํสโลหิตเลปนํ
ยตฺถ ชรา จ มจฺจุ จ มาโน มกฺโข จ โอหิโต.

สรีระอันกรรมทำให้เป็นนครแห่งกระดูกทั้งหลาย
ฉาบด้วยเนื้อและโลหิต เป็นที่ตั้งลงแห่งชรา
มรณะ มานะและมักขะ



พระนางรูปนันทาผู้มีพระโฉมอันวิไลทรงดำริว่า "เจ้าพี่ใหญ่ของเราสละสิริราชสมบัติออกผนวชเป็นพระพุทธเจ้าผู้อัครบุคคลในโลก ราหุลกุมารก็ผนวชแล้ว เจ้าพี่นันทะก็ผนวชแล้ว พระมารดาก็ทรงผนวชแล้ว ทั้งคณะพระญาติก็ทรงผนวชแล้ว แล้วเราจักทำอะไรอยู่ในเรือนนี้เล่า เราจักผนวชบ้าง" ด้วยดำริที่ทรงสิเนหาในตระกูลดังนี้แต่หาใช่ทรงผนวชเพราะศรัทธา พระนางจึงเสด็จเข้าไปสู่สำนักภิกษุณีทั้งหลายแล้วทรงผนวช

เมื่อผนวชแล้วพระนางได้ทรงสดับว่า "พระศาสดาตรัสว่า ..รูปไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา.. จึงไม่เสด็จไปเผชิญพระพักตร์พระศาสดา ด้วยทรงเกรงว่า "พระศาสดาจะพึงตรัสโทษในรูปของเราซึ่งมีความงามน่าดูน่าเลื่อมใส"

ในสมัยนั้นชาวพระนครสาวัตถีมักประพฤติถวายทานแต่เช้าตรู่ พากันสมาทานอุโบสถแล้วห่มผ้าสะอาด มีมือถือของหอมและระเบียบดอกไม้เป็นต้น แม้ในเวลาเย็น ก็พากันมาประชุมฟังธรรมในพระเชตวัน

ชาวพระนครสาวัตถีเหล่านั้น ครั้นฟังธรรมแล้ว เมื่อเข้าไปสู่พระนครก็กล่าวแต่คุณของพระศาสดา พระนางรูปนันทาได้สดับคำพรรณนาคุณของพระตถาคตจากสำนักพวกภิกษุณีและพวกอุบาสิกา จึงทรงดำริว่า "ชนทั้งหลายย่อมกล่าวชมเจ้าพี่ของเรานักหนาทีเดียว แม้ในวันหนึ่ง พระองค์เมื่อจะตรัสโทษในรูปของเรา คงจะตรัสได้ไม่เท่าไร? ถ้ากระไร เราพึงไปกับพวกภิกษุณีโดยไม่แสดงตนเลยเพื่อเฝ้าเข้าพระตถาคตแล้วฟังธรรม"

โดย TaRa ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 ก.ย. 2549 , 08:51:42 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


พระนางจึงตรัสบอกแก่พวกภิกษุณีว่า "วันนี้ ฉันจักไปสู่ที่ฟังธรรม"

พวกภิกษุณีมีใจยินดีว่า "นานนักหนาแล้วกว่าพระนางรูปนันทาจะทรงมีพระประสงค์เสด็จไปสู่ที่บำรุงพระศาสดา วันนี้ พระศาสดาคงทรงอาศัยพระนางรูปนันทาแสดงพระธรรมเทศนาอันวิจิตรเป็นแน่"

พระศาสดาทรงดำริว่า "วันนี้ รูปนันทาจักมาที่บำรุงของเรา ธรรมเทศนาเช่นไรหนอแล? จักเป็นที่สบายของเธอ"

ทรงทำความตกลงพระหฤทัยว่า "รูปนันทานั่น หนักในรูป มีความเยื่อใยในอัตภาพอย่างรุนแรง การบรรเทาความเมาในรูปด้วยรูปนั่นแล เป็นที่สบายของเธอ ดุจการบ่งหนามด้วยหนามฉะนั้น"

ในเวลาที่พระนางเข้าไปสู่วิหาร พระศาสดาทรงนิรมิตหญิงมีรูปสวยพริ้งผู้หนึ่ง อายุราว ๑๖ปี นุ่งผ้าแดงประดับแล้วด้วยอาภรณ์ทุกอย่าง ถือพัดยืนถวายงานพัดอยู่ในที่ใกล้พระองค์ ด้วยกำลังพระฤทธิ์ซึ่งมีแต่พระศาสดาและพระนางรูปนันทาเท่านั้นที่เห็นรูปหญิงสาวผู้นั้น

เมื่อพระนางเสด็จเข้าไปวิหารพร้อมกับภิกษุณีทั้งหลาย ทรงยืนข้างหลังพวกภิกษุณี ถวายบังคมพระศาสดาด้วยเบญจางคประดิษฐ์ นั่งในระหว่างพวกภิกษุณี ทรงแลดูพระศาสดาตั้งแต่พระบาท ทรงเห็นพระสรีระของพระศาสดาวิจิตรแล้วด้วยพระลักษณะ รุ่งเรืองด้วยอนุพยัญชนะอันพระรัศมีวาหนึ่งแวดล้อมแล้ว ทรงแลดูพระพักตร์อันมีสิริดุจพระจันทร์เพ็ญ และได้ทรงเห็นรูปหญิงสาวที่ยืนอยู่ในที่ใกล้แล้ว

โดย TaRaดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 ก.ย. 2549 , 08:53:34 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2


พระนางทรงแลดูหญิงแล้วทรงแลดูอัตภาพของตน รู้สึกว่าตนเหมือนนางกาที่อยู่ข้างหน้านางพระยาหงส์ทอง จิตของพระนางถูกสิริโฉมแห่งหญิงสาวนั้นดึงดูดไปจนถึงขนาดรำพึงว่า "โอ ผมของหญิงนี้ก็งาม หน้าผากก็งาม" และมีสิเนหาในรูปนั้นอย่างรุนแรง

พระศาสดาทรงทราบความยินดีอย่างสุดซึ้งในรูปนั้นของพระนาง พอเมื่อจะทรงแสดงธรรม จึงทรงแสดงรูปนั้นให้ล่วงภาวะของผู้มีอายุ ๑๖ ปี เป็นผู้มีอายุราว ๒๐ ปี

พระนางรูปนันทาได้ทอดพระเนตร มีจิตเบื่อหน่ายหน่อยหนึ่งว่า "รูปนี้ไม่เหมือนรูปก่อนหนอ"

พระศาสดาทรงแสดงความแปรเปลี่ยนเพศ ของหญิงนั้นโดยลำดับไปเป็น เพศหญิงที่คลอดบุตรครั้งเดียว .. เพศหญิงกลางคน.. เพศหญิงแก่.. เพศหญิงแก่คร่ำคร่าแล้วเพราะชรา

พระนางก็ทรงเบื่อหน่ายรูปนั้นในเวลาที่ทรุดโทรมเพราะชราโดยลำดับเหมือนกัน และรำพึงว่า "โอ รูปนี้หายไปแล้วๆ"

ครั้นทรงเห็นรูปนั้นมีฟันหัก ผมหงอก หลังโกง มีซี่โครงขึ้นดุจกลอน มีไม้เท้ายันข้างหน้า งกงันอยู่ ก็ทรงเบื่อหน่ายเหลือเกิน

โดย TaRaดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 ก.ย. 2549 , 08:55:03 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3


ลำดับนั้น พระศาสดาทรงแสดงรูปหญิงนั้นให้เป็นรูปอันพยาธิครอบงำ ในขณะนั้นเอง หญิงนั้นทิ้งไม้เท้าและพัดใบตาล ร้องเสียงขรม ล้มลงที่ภาคพื้น จมลงในมูตรและกรีสของตน กลิ้งเกลือกไปมา

พระนางรูปนันทาทรงเห็นหญิงนั้นแล้ว ทรงเบื่อหน่ายเต็มที

พระศาสดาทรงแสดงมรณะของหญิงนั้นแล้ว หญิงนั้นถึงความเป็นศพพองขึ้นในขณะนั้นเอง สายแห่งหนองและหมู่หนอนไหลออกจากปากแผลทั้ง ๙ มีฝูงสัตว์มารุมแย่งกันกิน

พระนางรูปนันทาทรงพิจารณาซากศพนั้นแล้ว ทรงเห็นอัตภาพโดยความเป็นสภาพไม่เที่ยงว่า "หญิงนี้ถึงความแก่ ถึงความเจ็บ ถึงความตาย ในที่นี้เอง ความแก่ ความเจ็บและความตาย จักมาถึงแก่อัตภาพแม้นี้อย่างนั้นเหมือนกัน"

และเพราะความที่อัตภาพเป็นสภาพอันพระนางทรงเห็นแล้วโดยความเป็นสภาพไม่เที่ยงนั่นเอง อัตภาพนั้นจึงเป็นอันทรงเห็นแล้วโดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตาทีเดียว

โดย TaRa ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 ก.ย. 2549 , 08:55:59 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4


ลำดับนั้น ภพทั้งสามปรากฏแก่พระนางดุจถูกไฟเผาลนแล้ว และดุจซากศพอันเขาผูกไว้ที่พระศอ จิตมุ่งตรงต่อกรรมฐานแล้ว

พระศาสดาทรงทราบว่า พระนางทรงคิดเห็นอัตภาพโดยความเป็นสภาพไม่เที่ยงแล้ว จึงทรงพิจารณาดูว่า "พระนางจักสามารถทำที่พึ่งแก่ตนได้เองทีเดียวหรือไม่หนอแล?" ทรงเห็นว่า พระนางจักไม่อาจทำที่พึ่งแก่ตนได้เองทีเดียว จะต้องได้ปัจจัยภายนอกเสียก่อนจึงจะเหมาะ

เมื่อจะทรงแสดงธรรม ด้วยอำนาจธรรมเป็นที่สบายแห่งพระนาง ได้ตรัสพระคาถาว่า

นันทา เธอจงดูกายอันกรรมยกขึ้น อันอาดูร ไม่สะอาด
เปื่อยเน่า ไหลออกอยู่ข้างบน ไหลออกอยู่ข้างล่าง
ที่พาลชนทั้งหลายปรารถนากันนัก

สรีระของเธอนี้ฉันใด สรีระของหญิงนั่นก็ฉันนั้น
สรีระของหญิงนั่น ฉันใด สรีระของเธอนี้ ก็ฉันนั้น

เธอจงเห็นธาตุทั้งหลายโดยความเป็นของสูญ
อย่ากลับมาสู่โลกนี้อีก
เธอคลี่คลายความพอใจในภพเสียแล้ว
จักเป็นบุคคลผู้สงบเที่ยวไป

โดย TaRa ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 ก.ย. 2549 , 08:56:45 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 5


เมื่อพระนางนันทาทรงส่งญาณไปตามกระแสเทศนา บรรลุโสดาปัตติผลแล้ว

ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสสุญญตกรรมฐานเพื่อต้องการอบรมวิปัสสนา เพื่อมรรคผลทั้งสามยิ่งขึ้นไปแก่พระนาง จึงตรัสว่า "นันทา เธออย่าทำความเข้าใจว่า สาระในสรีระนี้ มีอยู่ เพราะสาระในสรีระนี้แม้เพียงเล็กน้อย ก็ไม่มี สรีระนี้ อันกรรมยกกระดูก ๓๐๐ ท่อนขึ้น สร้างให้เป็นนครแห่งกระดูกทั้งหลาย "

ชนทั้งหลายให้ยกไม้ทั้งหลายขึ้นเป็นโครง
เอาเถาวัลย์ผูกแล้ว ฉาบด้วยดินเหนียว
ทำให้เป็นเรือนภายนอกกล่าวคือนคร
เพื่อประโยชน์แก่การตั้งปุพพัณชาติและอปรัณชาติเป็นต้นลง ฉันใด

แม้สรีระนี้ที่เป็นไปในภายใน ก็ฉันนั้น
อันกรรมยังกระดูก ๓๐๐ ท่อนให้ยกขึ้นแล้ว ทำให้เป็นนคร
อันเส้นเอ็นรึงรัดไว้ ฉาบทาด้วยเนื้อและโลหิต หุ้มห่อด้วยหนัง

เพื่อประโยชน์แก่การตั้งลงแห่งชราซึ่งมีความทรุดโทรมเป็นลักษณะ
แห่งมัจจุซึ่งมีความตายเป็นลักษณะ
แห่งมานะซึ่งมีความเมา เพราะอาศัยความถึงพร้อมด้วยความระหงเป็นต้นเป็นลักษณะ
และแห่งมักขะมีการทำกรรมที่เขาทำดีแล้วให้ฉิบหายเป็นลักษณะ

เพราะอาพาธอันเป็นไปทางกายและทางใจ เห็นปานนี้นั่นแล ตั้งลงแล้วในสรีระนี้
นอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรๆ ที่เข้าถึงความเป็นของจะพึงถือเอาได้

ในกาลจบเทศนา พระนางรูปนันทาเถรีได้บรรลุพระอรหัตผล

(ตัดความจากคาถาธรรมบท)


โดย TaRaดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 ก.ย. 2549 , 08:57:29 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณมากค่ะ..ที่นำสิ่งดีๆ มาฝาก

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 ก.ย. 2549 , 11:08:14 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณค่ะ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 ก.ย. 2549 , 18:19:50 น.] ( IP = 221.128.103.183 : : )


  สลักธรรม 8


อนุโมทนาสาธุค่ะ

โดย น้องฟู (suthada.t) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 ก.ย. 2549 , 13:16:49 น.] ( IP = 202.6.107.60 : : 172.16.249.222, 202.6.107.60 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org