มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ชีวิตคืออะไร ชีวิตเกิดจากอะไร ชีวิตจะสิ้นสุดลงอย่างไร? ตอน 3 -




.ในขุททกนิกาย เถร – เถรีคาถา

มีเรื่องบุคคลในครั้งพุทธกาลที่มีอุปสรรค
ในชีวิตเหมือนๆ กัน
และก็เหมือนกับความวิตกกังวล ของคนในสมัยนี้ด้วย ท่านเหล่านั้นมีกิเลสมาก
แต่ก็ดับกิเลสได้เป็นสมุจเฉทด้วยการเจริญมัคค์มีองค์ ๘ ก็เมื่อท่านเหล่านั้นสามารถปฎิบัติได้
ทำไมเราจึงจะปฎิบัติไม่ได้เล่า ?

บุคคลผู้เป็นบัณฑิตรู้ว่าชีวิตไม่ยั่งยืน ฉะนั้นจึงควรรีบเร่งเจริญธรรมที่เป็นทางดับกิเลส

เรามักจะรั้งรอการปฎิบัติธรรม

ในขุททกนิกาย ติกนิบาต เถรคาถา
มาตังคปุตตเถรคาถา มีข้อความว่า....

"ขณะทั้งหลายย่อมล่วงพ้น บุคคลผู้สละการงานโดยอ้างเหตุว่า เวลานี้หนาวนัก ร้อนนัก สายนัก
ก็ผู้ใดเมื่อทำกิจของลูกผู้ชาย ไม่สำคัญความหนาวและร้อนยิ่งไปกว่าหญ้า
ผู้นั้นย่อมไม่เสื่อมจากความสุข….."

เราคิดบ้างไหมว่า หนาวนัก ร้อนนัก สายนัก
เจริญสติปัฎฐานไม่ได้ ?

ดูคล้ายกับว่าเราอยากจะทำอย่างอื่นอยู่เสมอ

นอกจากการเจริญสติรู้ลักษณะ ของสิ่งที่กำลัง

ปรากฎ สิ่งที่เรามุ่งหวังที่สุดในชีวิตนั้น เป็นการ

เพลิดเพลินไปในอารมณ์ที่ปรากฎ ทางตา หู จมูก

ลิ้น กายหรือ ?

หรือว่าทรัพย์สมบัติ ความสุขสำราญทางกาย
ญาติพี่น้อง และมิตรสหาย ?

*** เราลืมว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ยั่งยืน ลืมว่าทันทีที่เกิดมานั้นก็แก่พอที่จะตายได้แล้ว ***

ผู้ที่เป็นบัณฑิตนั้นเห็นความไม่เที่ยงของ
สังขารธรรมทั้งหลาย..


.. วีตโสกเถรคาถา

ท่านวีตโสกเถระ ส่องกระจกในขณะที่ช่างกัลบกตัดผมของท่าน และบรรลุอรหัตต์ในขณะนั้น

ท่านกล่าวคาถาว่า.. "ช่างกัลบกเข้ามาหาเราด้วยคิดว่า จักตัดผมของเรา เราจึงรับเอากระจกจากช่างกัลบกนั้นมา ส่องดูร่างกาย ร่างกายของเรานี้ได้ปรากฎเป็นของเปล่า

ความมืดคืออวิชชาในกาย อันเป็นต้นเหตุ
แห่งความมืดมน ได้หายหมดสิ้นไป
กิเลสดุจผ้าขี้ริ้วทั้งปวงเราตัดขาดแล้ว
บัดนี้ภพใหม่มิได้มี ฯ"



การส่องกระจกก็รู้แจ้งความจริงได้ !
ทำให้ระลึกถึงความไม่เที่ยงได้

ฉะนั้นก็จะเห็นได้ว่า ถึงแม้ในขณะที่กระทำ
กิจการงานตามปรกติในชีวิตประจำวันนั้น
ก็ไม่จำเป็น ต้องเสียเวลาไปเปล่าๆ เจริญสติปัฎฐานได้ เราอาจจะคิดว่างานประจำวันทำให้เจริญสติปัฎฐานไม่ได้

แต่ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็มีนาม รูป ปรากฎทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ทั้งนั้น

ถึงแม้ในขณะที่ทำอาหารก็เจริญวิปัสสนาและรู้แจ้ง
อริยสัจจธรรมได้

ในขุททกนิกาย เอกนิบาต เถรีคาถา หญิงผู้หนึ่งกำลังทำอาหารอยู่ในครัว อาหารไหม้ทันใดนั้นก็ประจักษ์ความไม่เที่ยง ของสังขารธรรม และรู้แจ้งอริยสัจจธรรม
เป็นพระอนาคามีบุคคลในขณะนั้น
และ ณ ที่นั้นเองท่านได้อุปสมบทเป็นภิกษุณี
และต่อมาก็ได้บรรลุอรหันต์

ท่านได้ประกาศการบรรลุธรรมของท่านด้วยข้อความว่า

"ดูกรพระเถรี ท่านจงทำไตรจีวรด้วยท่อนผ้า แล้วนุ่งห่มให้สบายเถิด เพราะว่าราคะของท่านสงบระงับแล้ว ดุจน้ำผักดองอันแห้งในหม้อ ฉะนั้น ฯ"

เราอาจจะคิดว่าเราเจริญสติปัฎฐานไม่ได้ เพราะจิตใจกระวนกระวายไม่สงบ การศึกษารู้ว่า บุคคลในครั้งพุทธกาลก็เป็นทุกข์เดือดร้อนเพราะกิเลสครอบงำ แต่ก็สามารถรู้แจ้งอริยสัจธรรมได้นั้น
จะทำให้เราไม่ท้อถอย
..



โดย อ.บุษกร เมธางกูร - [28 มี.ค. 2545 , 18:28:18 น.] ( IP = 203.170.149.244 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail


  สลักธรรม 1

ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์บุษกรมากเลยค่ะ
สำหรับข้อคิดแห่งการปฏิบัติ คงจะทำให้หลายๆคนหยุดบ่นว่าไม่ค่อยมีเวลาปฏิบัติเสียที
แหม ทอดปลาจนไหม้มาตั้งหลายครั้ง มันน่าจะคิดถึงอนิจจังบ้างนะคะอาจารย์ มีแต่ร้องโถ หรือไม่ก็ เอาอีกแล้วเรา

โดย หมออุ๊ [28 มี.ค. 2545 , 22:34:01 น.] ( IP = 203.113.39.8 : : )


  สลักธรรม 2



ขอบคุณท่านอาจารย์บษกรมากเลยค่ะ อ่านแล้วได้ข้อคิดและได้กำลังใจมากเลยค่ะ เป็นแนวทางที่นำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคาดไม่ถึง
กราบขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ

โดย แหยค่ะ [29 มี.ค. 2545 , 10:12:23 น.] ( IP = 203.148.162.88 : : )


  สลักธรรม 3

ขอบพระคุณค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [29 มี.ค. 2545 , 12:50:00 น.] ( IP = 203.146.170.47 : : )


  สลักธรรม 4

ได้ประโยชน์มากค่ะ
เพราะงานที่เรากระทำเป็นกิจวัตรประจำวันนั้น เราก็สามารถเจริญวิปัสสนาได้
ไม่ต้องรอหรือหาวันหยุดเพื่อที่จะไปเจริญวิปัสสนา
กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย วิภา เลิศจังตระกูล [29 มี.ค. 2545 , 14:43:29 น.] ( IP = 203.170.159.93 : : )


  สลักธรรม 5

อ่านกระทู้นี้แล้วเป็นสิ่งที่บอกว่าเราต้องฝึกปฏิบัติวิปัสสนาอยู่เป็นอาจิณ ไม่ใช่รอเฉพาะตอนที่ว่างพร้อมเข้าห้องปฏิบัติ เพราะว่าท่านที่สำเร็จนี้ไม่ได้สำเร็จในห้องปฏิบัติเลยแต่เป็นความสำเร็จเมื่อเหตุที่ทำไว้มีความพร้อมสมบูรณ์แล้ว ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย ข้าวนอกนา [29 มี.ค. 2545 , 20:51:53 น.] ( IP = 203.170.128.116 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณอาจารย์บุษกรมากค่ะ
อ่านบทความของอาจารย์แล้วทำให้เกิดกำลังใจในการปฏิบัติมากค่ะ โดยเฉพาะการเจริญสติปัฏฐานในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เรามักจะเผลอลืมไป ตลอดทั้งวันไม่ได้เจริญสติปัฏฐานให้เกิดขึ้นแม้แต่ครั้งเดียว ซื่งเป็นที่น่าละอายยิ่งนัก
นับจากนี้ จะพยายามเตือนตนเอง ให้หมั่นเจริญสติปัฏฐานให้เกิดขื้นให้มากที่สุดค่ะ

โดย ธัญธร [29 มี.ค. 2545 , 21:13:46 น.] ( IP = 203.113.71.168 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบทความนี้แล้วได้ทั้งข้อคิดที่ดี และในขณะเดียวกันก็เกิดความละอายต่อตนเองและครูบาอาจารย์ที่พร่ำสอนพรำเตือนให้ปฏิบัติวิปัสสนา แต่ศิษย์ก็มีเรื่องต้องผลัดวันประกันพรุ่งอยู่ร่ำไป


และยังชี้ให้เห็นชัดว่าเมื่อปัจจัยพร้อม ผลพรั่งพรู
ต่อไปนี้ก็จะพยายามเตือนตนเองอย่างที่น้องธัญธรเตือนเหมือนกันค่ะ เพื่อสร้างสมปกตูนิสยปัจจัยค่ะ

ด้วยรักและเคารพค่ะ
ศิษย์

โดย ธัญนันทน์ [2 เม.ย. 2545 , 18:12:50 น.] ( IP = 158.108.12.117 : : 158.108.12.117 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org