มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธศาสนาศาสนาแห่งธัมมนิยามตา




พุทธศาสนาศาสนาแห่งธัมมนิยามตา




พระพุทธศาสนามีคุณลักษณะพิเศษหลายประการ สรุปเหลือ 2 คือ มนุษยนิยมและเหตุผลนิยม ในฐานะเป็นรากฐานแห่งวิทยาศาสตร์ทั้งปวง ถือมนุษย์เป็นสัตว์มีเหตุผล และคุณธรรม เพราะมนุษย์เป็นเวไนยสัตว์ ที่จำเป็นต้องได้รับการพัฒนา ผ่านการศึกษาอบรมที่ถูกต้องเพียงพอ ตราบเท่าที่ยังคงสถานภาพเป็น ‘เสขบุคคล-ผู้ยังต้องรับการศึกษา และสิกขกามบุคคล-ผู้ใคร่ต่อการศึกษาค้นคว้าวิจัย’ เหนือกว่าสัตว์อื่นใดมนุษย์มีศักยภาพพิเศษพร้อมรับการศึกษาแนะนำสั่งสอนฝึกอบรม ยกระดับชีวิตให้ประเสริฐขึ้นไม่มีขีดจำกัด ทั้งนี้ ต้องไม่อยู่เหนือ “ความเป็นธรรมชาติ” ที่เรียกในพุทธปรัชญาว่า “ธัมมนิยามตา”



มนุษย์ไม่ได้เกิดจากพระเจ้า (God) แต่เกิดโดยชาติพันธุ์ของมนุษย์เอง มนุษย์จึงต้องเป็นผู้กำหนดและรับผิดชอบชะตาชีวิตของตนเอง-ดีหรือชั่ว ผิดหรือถูก สุขหรือทุกข์ เจริญหรือเสื่อม สงครามหรือสันติภาพ เป็นต้น จวบจนการบรรลุความสิ้นทุกข์คือพระนิพพาน อันเป็นความมุ่งประสงค์สูงสุดของความเป็นมนุษย์ ก็อยู่ที่มนุษย์เอง ทั้งนี้ ต้องโดยความพยายามบากบั่นของมนุษย์แท้ๆ ภายใต้กฎธรรมชาติ และกติกาทางวัฒนธรรมที่มนุษย์กำหนดขึ้นมาใช้ ในการดำเนินชีวิตเพิ่มเติมเสริมกฎธรรมชาติ และทั้งหลายทั้งปวงภายใต้กฎแห่งกรรม วิถีชีวิตของมนุษย์ชาวพุทธคือ ทางสายกลางที่เรียกว่า “มัชฌิมาปฏิปทา” 8 ชุด รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ในที่นี้ ผู้เขียนขออนุญาตขยายความและตีความในมิติแห่งมนุษยนิยมและเหตุผลนิยม “ทางสายกลาง” หมายถึงความพอดี ความพอเพียง ความเหมาะสม ความถูกต้องดีงาม ความเป็นปรกติ ความสมดุล ความสังเคราะห์ และความสมเหตุสมผล



โดย ธีรวัส ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ก.ย. 2549 , 08:04:57 น.] ( IP = 58.9.110.82 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พุทธศาสนาศาสนาแห่งธัมมนิยามตา







ในฐานะเป็นเหตุผลนิยมอันเป็นรากฐานแห่งวิทยาศาสตร์ พระพุทธศาสนาเกิดมีขึ้นไม่ได้ หากไม่ด้วยความหมายมั่นพยายาม ในการเสาะแสวงหา สืบค้น สำรวจ ตรวจสอบ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ทดสอบ ทดลอง วิจัย และวิจารณ์ โดยมนุษย์แท้ๆ ผู้ทรงเป็นเอกอัครนักวิจัยคนแรก และยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก พระนามว่า เจ้าชายสิทธัตถะ จนได้พระนามใหม่ว่า “พระสัมมาสัมพุทธเจ้า” ภายหลังที่ทรงบรรลุผลงานวิจัยที่ทรงดำเนินมาตลอด 6 ปี ทรงประกาศผลงานวิจัย คือ “อริยสัจ 4” ที่ใครๆ ยังไม่เคยค้นพบ กล่าวได้ว่า หัวข้อวิจัยของพระองค์คือ “ความทุกข์ของมนุษย์ เทวดา และสรรพสัตว์ : ปัญหา วิธีการแก้ไข และผลการแก้ไข” หลักฐานยืนยันผลงานวิจัยของพระองค์บรรจุไว้ใน “พระไตรปิฎก” พิสูจน์ได้ในทุกมิติของศาสตร์ พระพุทธศาสนาจึงเป็นเพียงศาสนาเดียวในโลกที่ท้าทายและเชื้อเชิญให้มาดูเอง ศึกษาปฏิบัติเอาเอง โดยการตรวจสอบ วิเคราะห์ วิจัย วิจารณ์ ทดสอบ ทดลอง พิสูจน์ และประเมินผล ตามหลักการและวิธีการแห่งเหตุผล



อนึ่ง พระพุทธศาสนายังคงมีชีวิตอยู่ สถิตสถาพร มีสถานภาพ บทบาทและแพร่หลายในระดับ ‘ศาสนาสากล’ ใช่ว่าอยู่ที่ “พระสัทธรรมที่เป็นอกาลิกะ(ให้คุณประโยชน์ได้ทุกเมื่อที่นำมาปฏิบัติ)” เท่านั้นก็เป็นการเพียงพอ แต่หากด้วยอาศัยการศึกษาวิจัยอย่างเอาจริงเอาจัง ให้สามารถรู้จัก รู้รอบ รู้แจ้ง และรู้จริง สืบทอดกันมาของพุทธสาวก และนักปราชญ์ผู้ใคร่ต่อการศึกษาวิจัยอย่างไม่ลดละ ที่เรียกว่า ‘สิกขกามบุคคล’ ทั้งทางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก ทั้งสายเถรวาทและสายมหายาน แม้กระทั่งในหมู่ผู้ใฝ่รู้จากลัทธิศาสนาอื่น และในสถาบันอุดมศึกษามากมายหลายแห่งหลายระดับทั่วโลก ในหลายภาษา เป็นเวลานับนานหลายร้อยปี สำหรับพุทธศาสนิกชนในสายเถรวาท มีตัวอย่างมากหลาย อาทิ พระพุทธโฆษาจารย์แห่งศรีลังกา พระศิริมังคลาจารย์แห่งล้านนาไทย และจนปัจจุบันในสมัยรัตนโกสินทร์ก็มี สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระพรหมคุณาภรณ์(ปยุทธ์ ปยุตโต) ศาสตราจารย์พิเศษสุชีพ ปุญญานุภาพ พันเอกปิ่น มุทุกัณต์ อาจารย์บุญมี เมธางกูร จึงเห็นความจริงว่า พระพุทธศาสนาไม่อาจตั้งอยู่มั่นคงและปลอดภัยให้เกิดหิตานุหิตประโยชน์แก่มนุษยชาติ สามารถค้ำจุนโลกต่อไปได้ หากพุทธบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะสงฆ์ พากันทอดธุระในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ทางพระพุทธศาสนา ในลักษณะวิจัยสถาบัน องค์กร หลักคำสอน การปฏิบัติตามหลักคำสอน และการเชื่อมโยงหลักคำสอนสู่วิทยาการสาขาต่างๆ ที่มนุษย์พากันศึกษาค้นคว้าวิจัยขึ้นมาได้ในปัจจุบัน ทั้งนี้ ในการวิจัยของเราต้องเอาพระพุทธศาสนาเป็นเสาหลัก เป็นแก่น และเป็นศูนย์กลาง เพราะเป็นผลงานวิจัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงพระนามอีกว่า “สรรพัญญู” ไม่ใช่เอาพระพุทธศาสนาเป็นเพียงฉากสร้างภาพ แต่เชิดชูวิทยาการอื่นลืมเพชรที่มีอยู่มากมาย
ลืมสาระที่สำคัญที่สุดในชีวิตลืมแม้สิ่งที่ควรค่าแก่โลก จึงขอให้ชาวพุทธมาศึกษาวิจัยสกัดผลจาก
ธรรมะอันประเสริฐในศาสนาของผู้รู้เถิด


โดย Tvb (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ก.ย. 2549 , 08:06:14 น.] ( IP = 58.9.110.82 : : )


  สลักธรรม 2


สารบัญ
Siddhi Butr-Indr : The Social Philosophy of Buddhism, Mahamakutarajvidyalaya
Bangkok, 1973 Chap.II และ สิทธิ์ บุตรอินทร์ : พระพุทธศาสนากับการวิจัย วารสารราชบัณฑิตยสถาน
ปีที่ 28 ฉบับที่ 2 เม.ย.-มิ.ย.2546
Jacobson, N.P. : Buddhism : The Religion of Analysis, London 1966 Chap. 2 ; และ Jayatilleke , K.N. : Early Buddhist Theory of Knowledge, London 1963 Chap 1 – 4 ; Siddhi Butr-Indr : The Social Philosophy of Humanism, C.M.U. Chiang Mai 2004 Chap. 1 , 4
ในบทสวด ‘พระธรรมคุณ’ ขึ้นต้นว่า “สวากขาโต ภควตา ธมโม......อกาลิโก..” อยากให้นักศึกษาดุษฎี
บัณฑิตทำการวิจัยเขียนเป็น ‘ดุษฎีนิพนธ์ เรื่อง พระพุทธคุณ หรือ พระธรรมคุณ หรือ พระสังฆคุณ’ ให้
ละเอียด พิสดาร ลุ่มลึกเป็นภาษาไทย หรือบาลี หรืออังกฤษ เพราะยังไม่มีผู้ใดเคยทำ
ศึกษาความละเอียดใน สิทธิ์ บุตรอินทร์ และคณะ : สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส :
พระดำริด้านการศึกษาและการปกครอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ 2546


โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ก.ย. 2549 , 08:07:24 น.] ( IP = 58.9.110.82 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org