มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธศิลป์การเผยแผ่ธรรม




พุทธศิลป์การเผยแผ่ธรรม



พระเทพดิลก (ระแบบ ฐิตญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ประธานศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย และประธานหลักสูตรศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย บรรยายเรื่อง
“พุทธศิลป์การเผยแผ่ธรรม” แก่พระธรรมวิทยากร ณ ห้องประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
พระเทพดิลกได้เป็นวิทยากรบรรยายเรื่องศิลปะการเผยแผ่ธรรมสรุปสาระสำคัญได้ว่า งานพระธรรมวิทยากรนั้นเริ่มขึ้นตั้งแต่ท่านเรียนบุรพศึกษาชั้นปีที่ 2 โดยมีพระครูปลัดสุวัฒนพรหมจริยคุณ วัดราชผาเป็นผู้ริเริ่มประมาณปีพุทธศักราช 2509 และดีใจที่ได้เห็นงานพระธรรมวิทยากรจนถึงรุ่นที่ 40 สิ่งที่พระธรรมวิทยากรควรตระหนักคือความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยคือการเปลี่ยนแปลงของโลกาภิวัตน์ เป็นการต่อสู้กันในด้านการแย่งชิงมวลชน มันไหลบ่าในลักษณะการท่วมทับ โอกาสที่จะถูกชี้นำมีความเป็นไปได้ง่ายเช่นกระแสการต้อสู้ทางความคิด คนรับข้อมูลจะมีพื้นฐานในการรับได้ข้อมูลที่ถูกต้องได้มากน้อยเพียงใดหรือไม่



สิ่งที่ไหลบ่าท่วมทับสังคมอย่างแรงในปัจจุบันคือ
1. การเคลื่อนย้ายของมนุษย์ ซึ่งมิได้มาเพียงมนุษย์เท่านั้น แต่จะมาทุกอย่างที่ติดตัวมนุษย์มาด้วยทั้งวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ศาสนา
2. การไหลบ่าของเทคโนโลยี เครื่องมืออิเลคทรอนิคทั้งหลายจะตกรุ่นเร็ว คนที่ทันสมัยคือคนที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ประเทศไทยมีประชากร 60 ล้านคน แต่มีโทรศัพท์มือถือถึง 47 ล้านเครื่อง คนอาจจะใช้เกินจำนวนคน เป็นการบริโภคทรัพย์ที่มากเกินความจำเป็น
3. การไหลบ่าของเงินตรา ซึ่งมีกระแสเชื่อมโยงกันทั่วโลก อัตราการเปลี่ยนแปลงของเงินตรามีผลต่อการประกอบธุรกิจของแต่ละประเทศ
ภูมิต้านทานของสังคมไทยจะแข็งแกร่งขนาดไหน ในขณะที่สังคมมีมลพิษ เหมือนวัดที่อยู่ติดกับโรงงานอุตสาหกรรม งานของพระธรรมวิทยากรคือนักเผยแผ่เน้นไปที่ธรรมสังเคราะห์ ในการพูดทั้งหลายต้องมีบทตั้งเรียกว่าอุเทส คือบทตั้ง เราพูดให้มันแตกต่าง แต่ไม่มีความแตกต่างคือพระปาฐกถา บรรยายธรรม เทศน์ธรรม สนทนาธรรม ทั้งหมดคือธัมมกถา นั่นคือรูปแบบโดยปกติเรามักจะติดที่รูปแบบแต่ไม่มองไปที่เนื้อหา
การที่จะทำให้เป็นศิลปะต้องมองไปที่ศาสตร์ ถ้าเราไม่เก่งศาสตร์เราจะไม่มีศิลปะ เพราะศิลปะมาจากศาสตร์ เหมือนกับการแต่งกลอนต้องมีความรู้ภาษาไทยที่ดีเยี่ยม ถ้าไม่เก่งภาษาจะแต่งกลอนไม่ได้ เพราะจะมีข้อจำกัดด้านภาษา ภาษาจึงเป็นพยัญชนะเพื่อสื่ออรรถะ ศาสนามีทั้งอรรถะและพยัญชนะ อย่างเช่นคำว่านิพพานมีคำที่ใช้เรียกถึง 200 คำ ถ้าเราไม่เข้าใจคำที่เหมือนกันจะนำไปใช้อย่างไร


โดย ธีรวัส ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ต.ค. 2549 , 09:09:13 น.] ( IP = 58.8.35.182 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พุทธศิลป์การเผยแผ่ธรรม



การจะเผยแผ่ธรรมต้องมีความชำนาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จึงจะเกิดศิลปะเหมือนแม่น้ำที่ทั้งลึกทั้งกว้าง พระพุทธศาสนามีทั้งลึกทั้งกว้างรับรู้ได้จากหลายทางในศึกษาให้เป็นพหูสูต คือจะศึกษาเล่าเรียนอะไร ก็ทำตนให้เป็นพหูสูตในด้านนั้น ด้วยการสร้างความรู้ความเข้าใจให้แจ่มแจ้งชัดเจนจนถึงขั้นครบองค์คุณของพหูสูต ผู้ได้เรียนมาก หรือผู้คงแก่เรียน ๕ ประการ คือ
1. พหุสฺสุตา ฟังมาก คือ เล่าเรียน สดับฟัง รู้เห็น อ่าน สั่งสมความรู้ในด้านนั้นไว้ให้มากมายกว้างขวาง
2. ธตา จำได้ คือ จับหลักหรือสาระได้ทรงจำเรื่องราวหรือเนื้อหา สาระไว้ได้แม่นยำ
3. วจสา ปริจิตา คล่องปาก คือ ท่องบ่น หรือใช้พูดอยู่เสมอ จนแคล่วคล่องจัดเจน ใครสอบถามก็พูดชี้แจงแถลงได้
4. มนสานุเปกฺขิตา เจนใจ คือ ใส่ใจนึกคิดจนเจนใจ นึกถึงครั้งใด ก็ปรากฏเนื้อความสว่างชัดเจน มองเห็นโล่งลอดไปทั้งเรื่อง
5. ทิฏฺฐิยา สุปฏิวิทฺธา ขบได้ด้วยทฤษฎี คือ เข้าใจความหมายและเหตุผลแจ่มแจ้งลึกซึ้ง รู้ที่ไปที่มา เหตุผล และความสัมพันธ์ของเนื้อความและรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งภายในเรื่องนั้นเอง และที่เกี่ยวโยงกับเรื่องอื่นในสายวิชาหรือทฤษฎีนั้นปรุโปร่งตลอดสาย
นักเผยแผ่ต้องดำเนินตามหลักพหูสูตให้ครบ ส่วนมากจะหยุดแค่ คล่องปาก ส่วนเจนใจและขบได้ด้วยทฤษฎี มักจะไปไม่ถึง พระธรรมวิทยากรต้องไปให้ถึงต้องวิเคราะห์ทฤษฎีจนเกิดเป็นศิลปะให้ได้ สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบแต่คงเนื้อหาไว้ได้ พระพุทธองค์ปารถนาให้เรียนพยัญชนะโดยภาษาของตนเอง แต่ให้คงเนื้อหาไว้ให้ได้ตามภาษาเดิม ดังนั้นภาษาบาลีจึงไม่มีตัวอักษร เมื่อไปอยู่กับภาษาใดก็ใช้อักษรของภาษานั้น จุดอ่อนของพระเราในปัจจุบันคือมักอธิบายธรรมเป็นชุดๆ ทำให้เยาชนเบื่อง่าย แต่ถ้าเราสอนด้วยวิธีง่ายๆใช้เพียงคำเดียวคือ “อย่าดื้อ” ธรรมะแทบทุกข้อจะตามมาเอง เช่นเด็กเชื่อฟังพ่อแม่ เชื่อฟังครู จากนั้นจะสอนอะไรก็ได้ จะเห็นว่าไม่จำเป็นต้องใช้คำภาษาบาลีเลย แต่สามารถอธิบายธรรมะได้ ปัญหาของการสื่อสารกับชาวบ้านก็เหมือนกันคือมักใช้ศัพท์เฉพาะมากเกินไป ไม่เหมือนชาวบ้านพูดกันเองใช้ภาษาอังกฤษผสมกับภาษาไทย จะรู้สึกว่าโก้หรูเพราะเขาเรียนภาษาอังกฤษมาก่อน


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ต.ค. 2549 , 09:10:37 น.] ( IP = 58.8.35.182 : : )


  สลักธรรม 2

พุทธศิลป์การเผยแผ่ธรรม



แต่ถ้าใช้ภาษาบาลี จะรู้สึกเชย เพราะเขาไม่เคยเรียน ถ้าเราสอนปัจจยาการเช่นถามเด็กเพียงสามข้อก็เป็นปัจจยาการได้คือ
(1) พ่อแม่แต่งงานแล้วไม่มีลูกอยู่ได้ไหม
(2) ถ้าเราไม่มีพ่อแม่จะเกิดได้ไหม
(3) ถ้าพ่อแม่ไม่เป็นคนเราจะเกิดไหม จากนั้นก็ถามไปถึงปู่ ย่า ตายาย ทวดจนถึงบรรพบุรุษ อย่างนี้ก็จะเป็นปัจจยาการเชื่อมโยงกันได้หมด โดยไม่ต้องใช้ภาษาบาลีแม้แต่คำเดียว แต่นักเรียกเกิดกตัญญูกตเวที มีความเคารพรักพ่อแม่ รักบรรพบุรุษ เมื่อมีพื้นฐานแล้วธรรมะทุกอย่างก็จะตามมา
ศิลปะในการแสดงธรรมและเผยแผ่ธรรมให้นึกถึงคำว่า “พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ชนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์” เป็นธรรมนูญ แสดงธรรมโดยไม่หวังผลตอบแทน แล้วธรรมะจะกลับมาหาเราเอง พระพุทธเจ้าแสดงธรรมจากสิ่งที่ง่ายไปหาสิ่งที่ยาก จากรูปธรรมไปสู่นามธรรม จากใกล้ไปสู่ไกล จากเล็กไปหาใหญ่ และจากสิ่งที่รู้ไปสู่สิ่งที่ไม่รู้ เมื่อว่าโดยองค์รวมมนุษย์ก็คือธาตุสี่ เกิดจาก ดิน น้ำ ลม ไฟ เหมือนกัน แม้จะอยู่ที่ไหนในโลกก็เกิดจากธาตุเดียวกัน “โลกทั้งผองจึงเป็นพี่น้องกัน” มหาตมะคานธีนำมาพูด แต่ความจริงพระพุทธเจ้าเป็นผู้ค้นพบ



ศิลปะในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระธรรมวิทยากรจึงควรดำเนินรอยตามแนวการสอนของพระพุทธเจ้าซึ่งมีลีลาในการสอนคือ
1. สันทัสสนา ชี้ให้ชัด จะสอนอะไร ก็ชี้แจงแสดงเหตุผล แยกแยะอธิบายให้ผู้ฟังเข้าใจแจ่มแจ้ง ดังจูงมือไปเห็นกับตา การสอนธรรมสรุปได้ว่าในโลกนี้มีคนดีและคนชั่ว ดีเพราะอะไรเพราะกุศลมูลคือ อโลภะ อโทสะ อโมหะ คนชั่วเพราะ โลภะ โทสะ โมหะ ธรรมภาคปฏิบัติคืออริยสัจจ์สี่ ถ้าเรามีศิลปะก็ประยุกต์ได้เช่นเมื่อหิว ก็รับประทานจนอิ่ม หิวคือทุกข์ เหตุแห่งความหิวคือสมุทัย รับประทานคือมรรค อิ่มคือนิโรธ ธรรมะสามารถอธิบายได้แม้ด้วยเหตุธรรมดา แต่เราต้องชี้ให้เห็นอย่างชัดเจน อย่างการสอนเรื่องศีลห้า หัวใจของศีลคือเมตตาซึ่งเป็นส่วนที่เกื้อหนุนกัน เราจะพูดเรื่องเมตตาก็ได้ พูดเรื่องศีลก็ได้ เพราะเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะถ้าคนมีเมตตาก็ไม่ฆ่าสัตว์ จากนั้นศีลข้ออื่นก็จะตามมา ที่พระพุทธเจ้าสอนมากเพราะท่านอยู่นาน แต่สอนไม่กี่เรื่องจึงต้องใช้พุทธศิลป์ในการเผยแผ่แท้จริงก็อยู่ที่ดีหรือชั่ว ละบาป บำเพ็ญบุญ และทำจิตให้ผ่องแผ้ว ธรรมะเราสรุปให้สั้นก็ได้ จะขยายให้ยาวก็ได้ ถ้าเราเข้าใจสาระจริงๆ ของธรรมะ


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ต.ค. 2549 , 09:12:20 น.] ( IP = 58.8.35.182 : : )


  สลักธรรม 3

พุทธศิลป์การเผยแผ่ธรรม



2. สมาทปนา ชวนให้ปฏิบัติ คือ สิ่งใดควรทำ ก็บรรยายให้มองเห็นความสำคัญ และซาบซึ้งในคุณค่า เห็นสมจริง จนผู้ฟังยอมรับ อยากลงมือทำ หรือนำไปปฏิบัติ เช่นสอนเรื่องสติ สอนเรื่องการข้ามถนนของคนก็ได้ คนขาดสตางค์ยังข้ามถนนได้ แต่ถ้าขาดสติจะข้ามถนนไม่ได้ การสอนเด็กสิ่งที่สำคัญคือมาตรการด้านการให้คะแนน เรามีคะแนนศีลธรรมซึ่งใช้ตลอดชีวิต ตัวอย่างคนทำดีที่อเมริกา แต่คะแนนความดีส่งผลมาถึงประเทศไทยทั้งประเทศ คะแนนอย่างอื่นทำอย่างนี้ไม่ได้
3. สมุตเตชนา เร้าให้กล้า คือ ปลุกใจให้คึกคัก เกิดความกระตือรือร้นมีกำลังใจแข็งขัน มั่นใจที่จะทำให้สำเร็จ ไม่กลัวเหน็ดเหนื่อยหรือยากลำบาก พระรรมวิทยากรต้องปลุกเร้าให้นักเรียนเกิดความเชื่อมั่น อย่าเล่าอะไรให้มีความยาวมากเกินไป ต้องจับประเด็นให้ได้เช่นข่าวที่คนกำลังสนใจในปัจจุบันคืออะไรต้องนำมาวิเคราะห์ ทำให้เด็กคิด และต้องเสริมเติมแต่งเชื่อมโยงกับธรรมะได้ ภาษาใหม่ที่ใช้ในปัจจุบันเรียกว่าบูรณาการ ซึ่งก็คือองค์รวมหรือสังขารนั่นเอง



4. สัมปหังสนา ปลุกให้ร่าเริง คือ ทำบรรยากาศให้สนุกสดชื่น แจ่มใสเบิกบานใจ ให้ผู้ฟังแช่มชื่น มีความหวัง มองเห็นผลดีและทางสำเร็จ งานของพระธรรมวิทยากรคืองานที่เราทำแล้วได้ความสุขใจ บรรยากาศในการสื่อสารต้องใช้บรรยากาศของครูคือทำให้เพลิน อย่าใช้บรรยากาศของพระคือนั่งหลับตาเทศน์คนเดียว ต้องให้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน หลักการทั้งสี่อย่างสรุปได้ง่ายๆว่า
“สอนให้ แจ่มแจ้ง จูงใจ แกล้วกล้า ร่าเริง” พระธรรมวิทยากรคือทายาทของพระพุทธเจ้าต้องวางธรรมะให้สอดคล้องกับบุคคล การสร้างคนคือสารัตถะจริงๆของศาสนา เหมือนกับพุทธปณิธานที่ส่งพุทธสาวกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาครั้งแรก


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ต.ค. 2549 , 09:13:39 น.] ( IP = 58.8.35.182 : : )


  สลักธรรม 4

พุทธศิลป์การเผยแผ่ธรรม



ปรากฏในพระวินัยปิฏก มหาวรรคฺ (4/32/40) ความว่า
“จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ มา เอเกน เทฺว อคมิตฺถ เทเสถ ภิกฺขเว ธมฺมํ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสถ สนฺติ สตฺตา อปฺปรชกฺขชาติกา อสฺสวนตา ธมฺมสฺส ปริหายนฺติ ภวิสฺสนฺติ ธมฺมสฺส อญญาตาโร อหมฺปิ ภิกฺขเว เยน อุรุเวลา เสนานิคโม เตนุปสงฺกมิสฺสามิ ธมฺมเทสนายาติ ฯ พวกเธอจงเที่ยวจาริก เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ ชนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ทวยเทพและมนุษย์ พวกเธออย่าได้ไปรวมทางเดียวกันสองรูป จงแสดงธรรมงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด จงประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะครบบริบูรณ์ บริสุทธิ์ สัตว์ทั้งหลาย จำพวกที่มีธุลีคือกิเลศในจักษุน้อย มีอยู่ เพราะไม่ได้ฟังธรรมย่อมเสื่อม ผู้รู้ทั่วถึงธรรม จักมี ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้เราก็จักไปยังตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เพื่อแสดงธรรม”




แม้ปัจจุบันนี้คนที่มีกิเลสเบาบางก็ยังมีอยู่ ถ้าไม่ได้รับฟังธรรมะที่เหมาะสมก็อาจจะหมดโอกาสบรรลุได้ แต่งานเผยแผ่ในปัจจุบันเราก็ต้องต้อสู้กับอิทธิพลของ "การสื่อสาร มนุษย์ เงินตรา และเทคโนโลยี" ซึ่งจะครอบงำสังคมไทยในอนาคตเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ พระธรรมวิทยากรจึงต้องทนต่อกระแสทั้งสี่ประการนี้ให้ได้ และดำรงตนอยู่ในโลกนี้อย่างเท่าทัน




พระมหาบุญไทย...ปุญฺญมโนผู้รวบรวมรายงาน


โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ต.ค. 2549 , 09:15:06 น.] ( IP = 58.8.35.182 : : )


  สลักธรรม 5

โดย น้องกิ๊ฟดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ต.ค. 2549 , 09:30:32 น.] ( IP = 203.172.117.6 : : )


  สลักธรรม 6

สาระก็ดี ภาพก็สวย
โมทนาครับ

โดย mw user (mw user) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ต.ค. 2549 , 11:24:15 น.] ( IP = 61.90.139.164 : : 192.168.0.160 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org