มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๒)






สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๒)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

หทยรูป


หทยรูป มีวจนัตถะว่า "หทยนฺติ สตฺตา ตํ ตํ อตฺถํ วา อนตฺถํ วา ปูเรนฺติ เอเตนาติ = หทยํ"

สัตว์ทั้งหลายย่อมทำสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ให้เกิดขึ้นโดยอาศัยรูปนั้น ฉะนั้น รูปนั้นเป็นเหตุให้สัตว์ทั้งหลายทำสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ จึงชื่อว่า หทยรูป

สัตว์ทั้งหลายย่อมแสดงออกซึ่งอาการ เช่น ยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม ทำ พูด ที่เรียกกันว่า กายกรรม วจีกรรม และย่อมแสดงออกทางใจ เช่น คิด นึก ในเรื่องราวต่างๆ ที่เรียกว่า มโนกรรม อยู่เสมอ ขาดไม่ได้เลยตลอดทั้งวัน แม้การนอนหลับสนิทที่เราเข้าใจว่าเป็นการหยุดพักผ่อน จนบางท่านเอาไปเปรียบว่าเหมือนกับความตาย โดยพูดว่า "หลับเหมือนตาย" นั้น แท้จริงทั้งร่างกายและจิตใจก็ยังแสดงออกอยู่ตลอดเวลา หากแต่เป็นการแสดงออกอีกแบบหนึ่ง ไม่เหมือนกับในขณะที่กำลังเกิดอารมณ์เห็น ได้ยิน คิด ในเวลาปกติเท่านั้น

สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ ไม่มีอะไรที่หยุดนิ่งโดยมิได้ทำการงานสิ่งใด สรรพสิ่งทั้งหลายก็ย่อมจะทำการงานไปตามสภาพของตนด้วยกันทั้งนั้น ต่อสู้ขัดแย้งกันบ้าง สมคล้อยกลมกลืนกันบ้างแล้วแต่เหตุ เช่นปรมาณูทุกปรมาณู ย่อมเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลามิได้หยุดนิ่งอยู่เฉยๆ ประจุไฟฟ้าบวกกับประจุไฟฟ้าลบในปรมาณูนั้น ย่อมดึงดูดซึ่งกันและกันอยู่เรื่อยไป ส่วนประจุไฟฟ้าบวกกับประจุไฟฟ้าบวกด้วยกันก็ย่อมบังเกิดการผลักดันกันอยู่มิได้หยุดหย่อน อันเป็นไปตามธรรมชาติตามเหตุปัจจัย

เมื่อเราจะทำการงานอะไร เราก็จำเป็นที่จะต้องมีที่อาศัยสำหรับทำงานนั้น เมื่อเราจะตั้งบริษัท เราก็จำเป็นจะต้องมีสำนักงาน เมื่อเราเอาตู้มาตั้งไว้ภายในห้อง เนื้อที่ภายในขอบเขตที่ตั้งตู้นั้นก็เป็นอันหมดสิ้นลง เนื้อที่ทั้งหมดก็เป็นที่ทำงานของตู้ใบนั้น เอาอะไรเข้ามาวางภายในบริเวณตู้ที่ตั้งนี้ไม่ได้ เมื่อเราเอาน้ำใส่ลงไปในขวด น้ำก็ใช้เนื้อที่ว่างในขวดนั้นโดยไล่อากาศออกไปทั้งหมด ถ้าเอาอะไรใส่ลงไปอีกให้เนื้อที่เสียไป น้ำก็จะล้นขวดออกมา

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ต.ค. 2549 , 09:39:39 น.] ( IP = 203.172.117.6 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ด้วยเหตุดังที่ได้ยกตัวอย่างขึ้นมานี้ ก็จะเห็นได้ว่า สรรพสิ่งทั้งหลายย่อมจะต้องมีงานทำและจำเป็นที่จะต้องอาศัยที่ๆ จะทำงานด้วย ดังนั้น เรื่องของจิตใจที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาแล้วก็ว่าจิตใจนั้นทำงานรู้อารมณ์ หรือรับอารมณ์ต่างๆ จิตใจก็ต้องมีระเบียบในการทำงานเหมือนกัน ส่วนที่ๆ จิตใจอาศัยเกิดขึ้นทำงานนั้นเราเรียกว่า หทยรูป

ที่ๆ จิตใจอาศัยเกิดขึ้นมาทำงานรู้อารมณ์ต่างๆ ที่เรียกว่าหทยรูปนั้น เป็นรูปที่ละเอียดประณีตมาก เป็นรูปที่เรียกว่าปรมาณู มองดูเห็นด้วยตาไม่ได้ สัมผัสถูกต้องก็ไม่รู้สึก หทยรูปนี้ตั้งอยู่ภายในหัวใจนั่นเอง ถ้าไม่มีหทยรูปแล้ว จิตใจก็ไม่อาจที่จะตั้งขึ้นมาและทำงานได้ ข้อยกเว้นก็มีอยู่บ้างเล็กน้อยที่ว่า ในจำนวนจิตทั้งหมดที่มีอยู่ ๘๙ นั้นเกิดในหทยวัตถุเสียตั้ง ๗๕ ที่เหลือคือทวิปัญจวิญญาณ ๑๐ ที่เกิดตามทวารต่างๆ เมื่อรับปัญจารมณ์ เช่น จักขุวิญญาณ "เห็น" เกิดที่จักขุวัตถุ (ประสาทตา) โสตวิญญาณ คือ "ได้ยิน" เกิดที่โสตวัตถุ (ประสาทหู) ไปจนถึงกายวิญญาณที่เป็นความรู้สึกทางกายเป็นต้น แต่ถึงกระนั้นมันก็อาศัยเกิดและทำงานที่ตา ที่หู อันเป็นที่ตั้งที่อาศัยทำงาน แม้ทวารอื่นๆ ก็เหมือนกัน

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว คือทวิปัญจวิญญาณ ๑๐ ก็ยังมีอรูปวิบากอีก ๔ ที่มิได้อาศัยหทยรูป เมื่อรวมจิตที่ไม่ได้อาศัยหทยรูป (แต่อาศัยรูปอื่น) ทั้งสิ้นเป็น ๑๔ ด้วยกัน

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ต.ค. 2549 , 09:41:57 น.] ( IP = 203.172.117.6 : : )


  สลักธรรม 2

อย่างไรก็ดี ผู้ศึกษาก็จำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจเอาไว้ก่อนว่า หทยรูปนั้นมิใช่รูปหัวใจ หรือกล้ามเนื้อหัวใจ ตามที่บุคคลส่วนมากที่ไม่ได้ศึกษาพระอภิธรรมมีความเข้าใจ เพราะรูปหัวใจที่เป็นรูปเหมือนดอกบัวตูมอยู่ภายในทรวงอกเบื้องซ้าย (ยกเว้นบางคนที่อยู่เบื้องขวาก็มีบ้าง) และโตเท่ากำมือของบุคคลนั้น มีหน้าที่การงานคือสูบฉีดโลหิตออกไปเลี้ยงร่างกาย ส่วนหทยรูปนั้น ทั้งรูปและการงานต่างไปอีกอย่างหนึ่ง ด้วยเหตุนี้จึงจะแยกรูปทั้งสองออกให้เห็นความต่างกัน คือ

๑. มังสหทยรูป = รูปหัวใจ ที่ใช้สูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกาย

๒. หทยรูป, หทยวัตถุ หรือหทยวัตถุรูป = รูปที่กรรมชรูปผลิตสร้างขึ้นมา รูปชนิดนี้ตั้งอยู่ภายในมังสหทยรูป คืออยู่ภายในกล้ามเนื้อหัวใจอีกที่หนึ่ง เป็นช่องเล็กๆ เหมือนบ่อ โตประมาณเท่าเมล็ดดอกบุนนาค ภายในช่องดังกล่าวมีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ประมาณ ๑ ซองมือ ในที่บางแห่งเรียกน้ำในหทยรูปนี้ว่าน้ำเลี้ยงหัวใจ เป็นที่อาศัยเกิดของมโนธาตุ และมโนวิญญาณธาตุ

การกระทำในสิ่งที่ดีงามที่มีประโยชน์แก่ตนเองและแก่คนอื่น ที่เรียกว่ากุศลกรรม การกระทำในสิ่งที่ไม่ดีไม่มีประโยชน์ทั้งของตนเองและคนอื่น อันเรียกว่า อกุศลกรรมนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าจิตไม่ได้อาศัยหทยรูปเกิด (เฉพาะในปัญจโวการภูมิ ภูมิที่เป็นขันธ์ ๕) เพราะเมื่อไม่มีหทยรูปเสียแล้ว จิตก็เกิดขึ้นมาไม่ได้ เมื่อจิตตั้งขึ้นไม่ได้แล้ว ไม่ว่าการทำ การพูด การคิด ที่จะเป็นบาปเป็นบุญ ก็ย่อมจะไม่บังเกิดขึ้น บุคคลก็จะเป็นเสมือนต้นไม้ หรือเป็นซากศพไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ต.ค. 2549 , 09:43:00 น.] ( IP = 203.172.117.6 : : )


  สลักธรรม 3

การที่กล่าวว่า หทยรูปเป็นรูปที่มีอำนาจของกรรมผลิตสร้างขึ้น หมายถึงว่ารูปนี้หาได้เกิดขึ้นมาจากเซลที่สืบต่อมาของบิดามารดาไม่ หากแต่อำนาจของกรรมเป็นผู้เปลี่ยนแปลงสภาพเซลในที่นั้นให้เป็นหทยรูปขึ้นมา ตั้งแต่ขณะที่ปฏิสนธิในครรภ์ขณะแรก แล้วก็ได้ผลิตสร้างต่อกันเรื่อยๆ มาโดยไม่ขาดสาย จนกว่าจะถึงแก่ความตายเหมือนกับน้ำที่ไหลในลำธาร หรือเหมือนกับน้ำที่เปิดจากก๊อกแล้วทิ้งเอาไว้

ส่วนอำนาจของกรรมได้ผลิตสร้างหทยรูปขึ้นมาอย่างไรนั้นออกจะพิศดารมาก แต่ถ้าได้ศึกษาเรื่องของกรรมให้มีความเข้าใจแล้วก็จะเห็นได้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยากเท่าไร

การผลิตสร้างรูปขึ้นมา หรือการเปลี่ยนแปลงรูปจากอย่างหนึ่งให้เป็นอีกอย่างหนึ่งนั้น ในพระพุทธศาสนาแสดงตัวการหรืออำนาจที่มาปรุงแต่งให้เป็นอยู่ ๔ ประการ คือ อำนาจของ กรรม จิต อุตุ และอาหาร

อำนาจของกรรมย่อมทำให้รูปเป็นไปต่างๆ เช่น ทำรูป จักขุปสาท (ประสาทตา) หรือทำหทยรูป คือรูปอันเป็นที่อาศัยของจิตเป็นต้น อำนาจของจิตก็ย่อมทำให้รูปเปลี่ยนแปลงไป เช่นทำรูปยืน เดิน ทำรูปหน้าบึ้งด้วยความโกรธ เป็นต้น อำนาจของอุตุคือความร้อนก็เช่นเดียวกันทำให้รูปผันแปรไม่คงที่ เช่นทำให้กล้ามเนื้อยืดตัวออกไปเป็นอีกรูปหนึ่งซึ่งไม่เหมือนเดิม เป็นต้น และอำนาจของอาหารก็ย่อมทำให้รูปนั้นๆ ผิดไปจากของเก่า เช่นทำให้เติบโต เป็นต้น อำนาจหรืออิทธิพลทั้ง ๔ ประการนี้ก็ย่อมทำให้เราได้เห็นความเป็นไปของรูปจากอย่างหนึ่งเป็นอีกอย่างหนึ่งอยู่เสมอๆ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ต.ค. 2549 , 09:43:57 น.] ( IP = 203.172.117.6 : : )


  สลักธรรม 4

จิตตชรูป คือรูปที่แสดงออกโดยอำนาจของจิตนั้น เราจะเห็นอยู่ทุกๆ วัน จากตัวของเราเองบ้าง จากผู้อื่นบ้าง การแสดงออกซึ่งรูปเดินคือก้าวเท้าไป การแสดงออกซึ่งรูปนั่งมีท่านั่ง หรือการแสดงออกให้ผู้อื่นมองเห็นว่า หัวเราะชอบใจหรือร้องไห้นั้น รูปทั้งหมดเหล่านี้ย่อมจะต่างกันทั้งนั้น และรูปที่แตกต่างกันเหล่านี้ก็เกิดขึ้นมาจากความบันดาลใจไม่เหมือนกัน แต่อย่างไรก็ดี รูปทั้งหมดนี้ก็มีเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือ ล้วนแต่เป็นรูปที่เกิดขึ้นมาจากจิตใจทุกๆ รูป เพราะถ้าจิตมิได้ทำรูปเหล่านี้ขึ้นมาแล้ว รูปต่างๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร แม้จิตจะมิได้มีตัวตนทั้งมองไม่เห็นก็จริง แต่ก็หาปราศจากกำลังอำนาจไม่ จึงได้ทำรูปอย่างนั้นบ้างอย่างนี้บ้างให้ได้เห็นกันทุกเมื่อเชื่อวัน

เรื่องของกรรมที่ทำรูปขึ้นมา ก็มิได้แตกต่างกันเท่าใด แม้ตัวของกรรมจะมองไม่เห็น สัมผัสถูกต้องไม่ได้ แต่ถึงกระนั้น เจตนาคือกรรมก็มีอำนาจไม่ใช่เล็กน้อย บันดาลใจให้คิดไปได้ต่างๆ อำนาจของอดีตที่ได้เคยแสดงการเล่นต่างๆ มีหัดร้องรำทำเพลงอยู่เสมอ อำนาจเหล่านั้นก็ย่อมจะก่อความบันดาลใจให้แสดงได้อีกอย่างง่ายดาย แม้เวลาจะล่วงเลยมาเป็นสิบๆ ปี หรืออำนาจของอดีตที่เคยฉกฉวยทรัพย์ของผู้อื่นไว้อย่างชำนิชำนาญ หรือชอบทุจริตคิดมิชอบอยู่เสมอมา แม้จะล่วงเลยเวลามาแล้วตั้งหลายสิบปี ตลอดเวลาเหล่านั้นก็ไม่เคยได้กระทำอีกเลยก็ตาม อำนาจนั้นก็ยังคงมีอยู่อย่างน่าพิศวง เมื่อถึงคราวที่ชีวิตต้องถึงซึ่งความอับจน ก็จะเอาวิธีการที่ไม่ชอบธรรมเหล่านั้นออกมาใช้ได้ง่ายๆ ทั้งๆ ที่มันมิได้มีตัวมีตนเลย

นอกจากอำนาจของกรรมมาบันดาลใจได้แล้ว อำนาจของกรรมยังจะผลิตสร้างรูป หรือเปลี่ยนแปลงรูปที่เกิดขึ้นจากการสมสู่ของบิดามารดาที่ถ่ายทอดมานั้นให้บางส่วนกลายสภาพเป็นรูปอันเป็นที่ตั้งที่อาศัยของจิต ที่เรียกว่าหทยรูปได้ในเวลาปฏิสนธิ แล้วก็สร้างต่อๆ ไปเรื่อยๆ จนตลอดชีวิต เหมือนกับสายน้ำไหลดังได้กล่าวมาแล้ว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ต.ค. 2549 , 09:44:58 น.] ( IP = 203.172.117.6 : : )


  สลักธรรม 5

จิตใจนั้นเกิดขึ้นได้โดยอาศัยหทยรูป ซึ่งเป็นช่องเล็กๆ โตเท่าเมล็ดดอกบุนนาค ภายในช่องนี้มีน้ำเลี้ยงหัวใจ และน้ำเลี้ยงหัวใจคือหทยรูปนี้มีอยู่หลายสีด้วยกัน ตามแต่จิตของบุคคลซึ่งแตกต่างกันออกไป คือ

๑. บุคคลผู้หนาด้วยราคจริต น้ำเลี้ยงหัวใจมี สีแดง
๒. บุคคลผู้หนาด้วยโทสจริต น้ำเลี้ยงหัวใจมี สีดำ
๓. บุคคลผู้หนาด้วยโมหจริต น้ำเลี้ยงหัวใจมี สีหม่นเหมือนล้างเนื้อ
๔. บุคคลผู้หนาด้วยวิตกจริต น้ำเลี้ยงหัวใจมี สีเหมือนน้ำเยื่อถั่วพู
๕. บุคคลผู้หนาด้วยสัทธาจริต น้ำเลี้ยงหัวใจมี สีเหลืองอ่อนคล้ายกับสีดอกกรรณิการ์
๖. บุคคลผู้หนาด้วยพุทธิจริต น้ำเลี้ยงหัวใจมี สีขาวเหมือนสีของแก้วเจียรนัย

ลักขณาทิจตุกของหทยรูป

มโนธาตุมโนวิญฺญาณธาตูนํ นิสฺสยลกฺขณํ.....มีการให้มโนธาตุและมโนวิญญาณธาตุได้อาศัย เป็นลักษณะ
ตาสญฺเญว ธาตูนํ อาธารนวสํ..........................มีการทรงไว้ซึ่งธาตุดังกล่าว เป็นกิจ
ตทุพฺพหนปจฺจุปฏฺฐานํ....................................มีการรักษาไว้ซึ่งธาตุต่างๆ ดังกล่าว เป็นผล
จตุมหาภูตปทฏฐานํ........................................มีมหาภูตรูปทั้ง ๔ เป็นเหตุใกล้


โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ต.ค. 2549 , 09:45:33 น.] ( IP = 203.172.117.6 : : )


  สลักธรรม 6

มาศึกษารายละเอียดของรูป และอำนาจของ กรรม จิต อุตุ และอาหาร ที่มาปรุงแต่งรูป

ขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ต.ค. 2549 , 17:58:13 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 7

ติดตามอ่านเรื่องรูปต่อครับผม เป็นความแปลกน่าพิศวงมากเลยนะครับกับความเป็นไปของรูปต่างๆดังที่ท่านอาจารย์ยกมาให้รู้นะครับ

โดยเฉพาะอำนาจของกรรมยังจะผลิตสร้างรูป หรือเปลี่ยนแปลงรูปไปได้นั้น น่าทึ่งมากเลยนะครับผม

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ และจะคอยติดตามอ่านหาความรู้ต่อไปครับผม

โดย ทับตะวัน (ทับตะวัน) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ต.ค. 2549 , 18:21:03 น.] ( IP = 58.9.139.162 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ
เรื่องราวของรูป ชวนให้ติดตามความมหัศจรรย์ของชีวิตอย่างยิ่ง
และยังทำให้ต้องค้นหาคำถามต่อว่า
ทำไมคนเราจึงมีรูปที่แตกต่างกัน

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ต.ค. 2549 , 17:00:23 น.] ( IP = 125.25.137.6 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org